สุภาพบุรุษที่ใจดี

วันรุ่งขึ้น เมิ่งเสวี่ยและคนอื่นๆ ตื่นตั้งแต่เช้าตรู่

หลังจากอาบน้ำแต่งตัว พวกเขาก็ไปทานอาหารเช้าที่ร้านอาหารเดิม จากนั้นก็ลงมารอเย่เฟิงที่ชั้นล่าง

แต่รอจนเก้าโมง พวกก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเย่เฟิงเลย

หนิวฮ่าวหรานคว้าโอกาสนี้เอาไว้และเริ่มเย้ยหยันทันที

"ทั้งๆที่นัดกันเอาไว้แล้ว แต่ก็ยังปล่อยให้คนหมู่มากรอ ช่างเป็นคนที่น่าเกลียดจริงๆ"

เมิ่งเสวี่ยขมวดคิ้ว "เขาอาจจะมีเรื่องกะทันหันให้ต้องทำหรือเปล่า"

หนิวฮ่าวหรานอดไม่ได้ที่จะเยาะเย้ย "เมื่อวานเขาก็มาสายและบอกว่าเขามีเรื่องที่ต้องทำ วันนี้เขาก็จะบอกว่ามีเรื่องที่ต้องทำอีกอย่างนั้นหรอ? คนเราจะมีเรื่องให้ทำทุกวันเลยหรือยังไง ฉันคิดว่าเขาแค่กำลังดูถูกเราอยู่มากกว่า"

แม้ว่าคนอื่น ๆ จะไม่พูดอะไร แต่ดูจากการแสดงออกของพวกเขาก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าไม่ค่อยโอเค

พวกเขาคิดว่าเย่เฟิงเป็นคนรวยที่ชอบดูถูกคนอื่น

ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ปล่อยให้ทุกคนต้องรอ

เมิ่งเสวี่ยต้องการจะพูดอะไรแก้ต่างให้เย่เฟิง แต่ตัวเธอเองก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี

ทันใดนั้นเอง รถเมอร์เซเดส-เบนซ์ วี260แอลก็ขับตรงเข้ามา

หลังจากจอดอยู่ตรงหน้าของทุกคน เย่เฟิงก็เดินลงมาจากรถด้วยท่าทางเร่งรีบ "ขอโทษทีที่มาสาย"

หนิวฮ่าวหรานไม่ได้ปกปิดความโกรธของตัวเองแต่อย่างใด "เย่เฟิง นายจะอธิบายยังไง? คราวที่แล้วก็มาสาย คราวนี้ก็ยังมาสายอีก คิดว่าแค่ขอโทษคำเดียวแล้วมันจะจบหรือไงกันห้ะ?"

เย่เฟิงไม่สนใจหนิวฮ่าวหรานเลย เขายิ้มอย่างขอโทษให้เมิ่งเสวี่ย

"ที่บ้านฉันมีรถสปอร์ตอยู่แค่สองคัน และมันไม่สามารถนั่งได้ถึง 7 คน ดังนั้นฉันจึงรีบไปที่โชว์รูมรถตั้งแต่เช้าเพื่อซื้อรถใหม่ แต่เหมือนว่าจะกะเวลาพลาดไปหน่อยเลยมาถึงช้า ขอโทษทุกคนด้วยนะ"

เมื่อได้ยินคำอธิบายของเขา เหล่าเพื่อนทุกคนก็รู้สึกละอายใจกันถ้วนหน้า

กลายเป็นว่าเย่เฟิงไปซื้อรถแต่เช้าเพื่อความสะดวกของพวกเขาเอง

แต่พวกเขากับตำหนิเย่เฟิง

คิดว่าอีกฝ่ายมีเงินแล้วจะดูถูกพวกเขา

ตอนนี้รู้แล้วว่าเขายังคงเป็นเหมือนเมื่อก่อนไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เลยแม้แต่น้อย

ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็รู้สึกประหลาดใจเกี่ยวกับเรื่องนี้

รถเมอร์เซเดส-เบนซ์ วี260แอลที่จอดอยู่ตรงหน้ามีราคาไม่ต่ำกว่าหกถึงเจ็ดแสนหยวนไม่ใช่หรอ?

แต่เย่เฟิงกับซื้อมันมาอย่างง่ายดายเพียงเพื่อจะอำนวยความสะดวกสบายให้กับทุกคน

เหมือนกับว่าสิ่งที่เขาซื้อเป็นเพียงโมเดลรถของเล่นไม่ใช่รถหรูอย่างไงอย่างงั้นแหละ

การใช้จ่ายเงินแบบนี้ทำให้พวกเขาประหลาดใจถึงขีดสุด

หนิวฮ่าวหรานเองก็รู้สึกละอายใจเช่นกัน

เขาก่นด่าและบอกว่าเย่เฟิงเป็นคนที่ดูถูกคนอื่น

แต่ปรากฎว่าเขาเป็นคนสุภาพบุรุษที่ใจดี

สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกละอายใจอย่างมาก

เย่เฟิงไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้และโบกมือให้ทุกคนขึ้นรถ "ไปกันเถอะทุกคน ฉันได้จัดแผนการเดินทางสำหรับวันนี้เอาไว้เรียบร้อยแล้ว"

ทุกคนมองหน้ากันด้วยความอับอายและเข้าไปในรถทีละคน

เมิ่งเสวี่ยเดินตรงไปยังที่นั่งผู้โดยสาร

เมื่อเปิดประตู เธอก็เห็นหนังสือกองหนาอยู่บนที่นั่ง

"ดูเหมือนว่านายจะชอบศึกษาหาความรู้มากจริงๆเลยนะ" เธออดไม่ได้ที่จะล้อเล่น

"มันใกล้จะสอบแล้วน่ะสิ ฉันเลยต้องทบทวนบทเรียน เธอโยนหนังสือพวกนี้ลงไปข้างล่างได้เลย" เย่เฟิงตอบกลับขณะสตาร์ตรถ

แต่เมิ่งเสวี่ยไม่ได้ทำตาม เธอถือกองหนังสือไว้ในอ้อมแขนและเปิดดูอย่างตั้งใจ

ในขณะนั้นเอง กระดาษเอ4 ปึกหนึ่งก็ตกลงมาจากหนังสือ

เธอหยิบกระดาษเอ4 ขึ้นมาและกำลังจะใส่กลับเข้าไปในสมุด แต่จู่ๆ สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นข้อความที่น่าสนใจในกระดาษ

"สัญญาซื้อขายบ้าน"

ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เธอจึงคลี่กระดาษออกดูทันที

จากนั้นเธอก็ตกตะลึงในทันใด

"สะ...สองร้อยล้านหยวน?"

เธอตกใจจนเผลอตะโกนเสียงดังออกมา

ซึ่งมันก็ดึงดูดความสนใจของทุกคนในรถทันที

"อะไรคือสองร้อยล้านหยวนหรอ?"

เพื่อนร่วมชั้นหญิงคนหนึ่งถามขึ้น

เย่เฟิงหันกลับมามองขณะขับรถ "ไม่มีอะไรหรอก มันก็แค่สัญญาซื้อขายธรรมดาทั่วไปน่ะ"

หลังจากอ่านหนังสือเสร็จเมื่อคืนนี้ เขาก็หยิบกระดาษจากบนโต๊ะมาพับและใช้เป็นที่คั่นหนังสือ

โดยไม่คาดคิด มันเป็นเซ็นสัญญาซื้อขายของคุณหม่า

เมื่อเมิ่งเสวี่ยได้ยินสิ่งที่เขาพูด เธอก็พูดอีกครั้งด้วยน้ำเสียงสั่นกลัว "ถ้าสองร้อยล้านหยวนยังเรียกว่าสัญญาธรรมดา งั้นต้องเป็นมูลค่าเท่าไหร่ล่ะถึงจะเรียกว่าสัญญาพิเศษ"

ในเวลานี้ เพื่อนร่วมชั้นได้รับเอกสารสัญญาจากเธอ

และเมื่อพวกเขาเห็นจำนวนเงิน "200 ล้านหยวน" ที่เขียนไว้ในสัญญา ทุกคนก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก

แม้ว่าพวกเขาทั้งหมดจะยอมรับความจริงที่ว่าเย่เฟิงร่ำรวยในชั่วข้ามปี

แต่จากการคาดเดา พวกเขาก็คิดว่าเย่เฟิงน่าจะมีทรัพย์สินอยู่ที่ประมาณ 18 ล้านหยวนเท่านั้น

กลับกลายเป็นว่าพวกเขาประเมินต่ำเกินไป

ความร่ำรวยของเย่เฟิงอยู่เหนือจินตนาการของพวกเขาอย่างสิ้นเชิง

ในขณะที่ทุกคนยังคงจมอยู่ในความตกใจ เพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งก็กรีดร้องออกมา

"คนที่ซื้อบ้านคือคุณหม่า?"

"คุณหม่าที่นายว่าคือใครอย่างนั้นหรอ?"

"เขาคือคุณหม่า ผู้ก่อตั้งเพนกวินกรุ๊ป และเป็นที่น่าเคารพของผู้ประกอบการทุกคน"

"นึกออกแล้ว เขาคือมหาเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุดในจีน ไม่อยากจะเชื่อ คนระดับนั้นมาขอซื้อบ้านของเย่เฟิงจริงๆหรอ?"

"พระเจ้า เย่เฟิงรู้จักกับคุณหม่า? สุดยอด..."

ทุกคนจ้องมองไปที่เย่เฟิงอย่างว่างเปล่า ราวกับว่าพวกเขากำลังมองดูมนุษย์ต่างดาว

แม้ว่าพวกเขาจะไม่อยากยอมรับสักเท่าไหร่

แต่เขารู้ดีอยู่แก่ใจแล้วว่าตอนนี้เย่เฟิงไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันกับพวกเขาอีกแล้ว

ตลอดทั้งวัน เย่เฟิงพาพวกเขาไปเที่ยวรอบๆ

แต่ทุกคนล้วนต่างอยู่ในสภาพเหม่อลอย

เมื่อตกเย็น เย่เฟิงก็ได้ขับรถพาพวกเขากลับมาที่โรงแรมเทียนเหอ

เมิ่งเสวี่ยซึ่งนั่งอยู่ข้างคนขับพูดขึ้นมา "เย่เฟิง เราได้คุยกันและตกลงแล้วว่าจะออกเดินทางในวันพรุ่งนี้"

เย่เฟิงตกตะลึง "เฮ้ ทำไมล่ะ ทุกคนเพิ่งเที่ยวได้แค่วันเดียวเองไม่ใช่หรือไง ทำไมถึงรีบกลับกันจัง"

เมิ่งเสวี่ยพูดโดยหลบสายตา "นายในตอนนี้ร่ำรวยกว่าพวกเรามาก แต่นายก็ยังเรียนหนัก มันให้พวกเราคิดได้ว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมามัวท่องเที่ยวอย่างสบายใจ"

หนิวฮ่าวหรานพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม "ใช่แล้ว พวกเราก็จะพยายามอย่างหนักเหมือนกัน เย่เฟิง ในไม่ช้า ฉันจะพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่าฉันเองก็ไม่ได้แย่ไปกว่านาย"

เมื่อได้ยินความพูดที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เย่เฟิงก็ไม่คิดจะเร้าหรือพวกเขาอีกต่อไป

"พรุ่งนี้เช้าฉันจะมารับพวกคุณและพาไปส่งที่สนามบิน"

"คราวนี้อย่าช้าอีกล่ะ"

"ฮ่าฮ่าฮ่า..."



ตอนก่อน

จบบทที่ สุภาพบุรุษที่ใจดี

ตอนถัดไป