คำขอแบบนั้นคืออะไร?
เมื่อได้ยินคำสั่งของเย่เฟิง คนเหล่านั้นก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องขุดต่อไป
แต่เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าทุกคนไม่เชื่อว่ามีสมบัติอยู่จริง
เป็นเพราะตัวตนของเขาเท่านั้นที่ทำให้ไม่มีใครกล้าพูดเยาะเย้ยออกมา
ในขณะที่ทุกคนกำลังก้มหน้าก้มตาขุดด้วยความไม่เชื่อ
จู่ๆก็มีเสียงอุทานขึ้นมาว่า "นี่มันคืออะไร"
เมื่อได้ยินเสียงอุทานนี้ ทุกคนก็ต่างพุ่งเข้าไปดูทันที
ซึ่งสิ่งที่ปรากฏในหลุมที่ขุดก็คือโลหะสีฟ้าคราม
เย่เฟิงแหวกฝูงชนและกระโดดลงมาด้วยตัวเอง จากนั้นก็ใช้มือทั้งสองข้างขุดอย่างระมัดระวัง
ไม่นาน หม้อทองแดงก็ถูกขุดขึ้นมา
เมื่อเห็นฉากนี้ ทุกคนก็อ้าปากค้างด้วยความตกใจ
มันมีสมบัติจริงๆหรอ? !
เซี่ยชิวตกตะลึงมากกว่าใคร
ในตอนที่เย่เฟิงบอกว่ามีสมบัติอยู่ที่นี่ เธอคิดว่าอีกฝ่ายแค่กำลังพูดเรื่องไร้สาระอยู่เท่านั้น
แต่เขากลับพบสมบัติที่นี่จริงๆ
มันน่าเหลือเชื่ออย่างมาก
อย่างไรก็ตาม การขุดไม่ได้จบลงเพียงเท่านี้
เย่เฟิงยังคงขุดลึกลงไปและนำโบราณวัตถุออกมาจากดินทีละชิ้น
กระถางไฟสัมฤทธิ์ จือทองแดง เหรียญมีดสัมฤทธิ์...
เขาขุดเจอภาชนะทองสัมฤทธิ์หกถึงเจ็ดชิ้น
ซึ่งทั้งหมดก็ล้วนต่างมีค่ามาก
เมื่อเห็นฉากนี้ ทุกคนในกองถ่ายก็ต่างรู้สึกอิจฉาอย่างมาก
เย่เฟิงสามารถหาเงินที่พวกเขาไม่สามารถหาได้ต่อให้ใช้เวลาทั้งชีวิตได้ในไม่กี่นาที
ความเท่าเทียมอยู่ที่ไหน?
เย่เฟิงยังคงขุดต่อไป
เขาไม่หยุดจนกว่าวัตถุจะถูกขุดออกมาทั้งหมด
จากนั้นด้วยความช่วยเหลือของคนสองสามคน เขาก็กลับขึ้นมาบนหลุมได้อย่างง่ายดายและจ้องมองไปที่เซี่ยชิวอย่างภาคภูมิใจ
"เป็นไง เชื่อผมแล้วหรือยังว่าที่นี่มีสมบัติอยู่จริงๆ?"
"นี่...มันเป็นไปได้ยังไง คุณรู้ได้ยังไงว่ามีสมบัติอยู่ที่นี่" เซี่ยชิวยังคงไม่อยากจะเชื่อ
แม้ว่าจะมีสมบัติอยู่ใต้ซากปรักหักพังจริงๆ แต่เย่เฟิงรู้ได้อย่างไรล่ะว่าที่นี่มีสมบัติซ่อนอยู่?
แถมตำแหน่งที่เขาเลือกก็แม่นยำมาก
มันทำให้เธออดไม่ได้ที่จะงุนงง
"ก็แค่บัญเอิญน่ะ ไม่สิ อย่างผมคงต้องบอกว่าโชคดีล่ะมั้ง ฮ่าฮ่าฮ่า"
เย่เฟิงไม่คิดจะบอกเธอว่ามันเป็นเพราะการนำทางของระบบ
"เกินไปแล้ว..."
เซี่ยชิวยอมรับความพ่ายแพ้อย่างไม่เต็มใจ
"เมื่อกี้ใครกันนะที่บอกว่าถ้าผมขุดเจอสมบัติจะยอมทำตามคำขอของผม"
เย่เฟิงจ้องมองเธอด้วยรอยยิ้มขี้เล่น
เซี่ยชิวหน้าแดงทันที "คุณต้องการให้ฉันทำอะไรล่ะ"
เย่เฟิงแสดงสีหน้าที่มีเลศนัยและมองเธอขึ้นลง "ผมอยากให้คุณ..."
"นี่... อย่าขออะไรที่มันเกินเลยนะ"
ใบหน้าของเซี่ยชิวแดงขึ้นมากเรื่อย ๆ และเธอก็รีบเหลือบมองไปยังพนักงานที่อยู่รอบตัวของเธอ
ถ้าเย่เฟิงเรียกร้องมากเกินไป เธอจะสามารถสู้หน้าทีมงานคนอื่นๆได้อย่างไร?
"ผมอยากให้คุณ...เลี้ยงบาร์บีคิวให้ทีมงานทุกคน"
เย่เฟิงเปิดเผยคำขอของเขา
"อะไรนะ?"
เซี่ยชิวมึนงงเล็กน้อย
เธอไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้ยินคำขอแบบนี้
"ทำไม? มันไม่ได้เหรอ งั้นเดี๋ยวผมเปลี่ยนไปขออย่างอื่นก็ได้" เย่เฟิงมีรอยยิ้มบนริมฝีปากของเขา
"เข้าใจแล้ว ฉันจะเลี้ยงบาร์บีคิวให้ทีมงาน" เซี่ยชิวกลัวว่าเขาจะเรียกร้องมากเกินไป ดังนั้นเธอจึงรีบพยักหน้าเห็นด้วย
"ตามนั้นนะครับ ผมไม่ขอรบกวนการทำงานของทุกคนแล้ว ขอตัวก่อนนะ"
เย่เฟิงถอดเสื้อโคตออกแล้วห่อเครื่องทองสัมฤทธิ์
จากนั้นเขาก็กลับไปที่รถสปอร์ต โบกมือให้เซี่ยชิวอีกครั้ง แล้วขับรถออกไป
เมื่อรถหลุดจากขอบเขตการมองเห็น เซี่ยชิวก็กลับมาตั้งสติได้และหันไปมองหน้าทีมงานทุกคน
"ห้ามใครแพร่งพรายสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้เด็ดขาด ถ้ามีใครพูด ฉันรับประกันเลยว่าคุณจะไม่สามารถทำงานอยู่ในวงการนี้ได้อีก"
ในตอนนี้ เซี่ยชิวไม่มีความเขินอายและน่ารักเหมือนกับตอนที่เผชิญหน้ากับเย่เฟิงเลย
เธอเต็มไปด้วยอำนาจที่ราชินีควรจะมี
ทีมงานทุกคนต่างเงียบในทันทีและสัญญาว่าจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้แม้แต่คำเดียว
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เซี่ยชิวก็รู้สึกพอใจและกลับมายิ้มเหมือนเดิม
"ดีมาก ฉันสัญญากับคุณเย่ไว้แล้วว่าจะเลี้ยงบาร์บีคิวให้ทุกคน และฉันก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะผิดคำพูด หลังจากถ่ายทำเสร็จ เราจะกลับไปกินบาร์บีคิวด้วยกัน"
ทีมงานต่างส่งเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจออกมา
ผู้จัดการหวังเฝ้าดูฉากนี้จากระยะไกลและรู้สึกเปี่ยมล้นไปด้วยอารมณ์
สาวน้อยคนนี้เริ่มไม่เหมือนเด็กไร้เดียงสาอีกต่อแล้ว
หากเธอสามารถสานความสัมพันธ์กับคุณเย่ได้
อนาคตของเธอก็จะไม่มีเรื่องให้ต้องเป็นห่วงอีกต่อไป
…
เย่เฟิงขับรถมาไกลจากเมืองโบราณและหักหลบจอดข้างทาง
จากนั้นเขาก็หยิบภาชนะทองสัมฤทธิ์ออกมาและมองดูอย่างระมัดระวัง
ในไม่ช้า เย่เฟิงก็พบม้วนหนังแกะขนาดเท่าฝ่ามือในกระถางสัมฤทธิ์
เขาเห็นแผนที่ปรากฏอยู่บนแผ่นหนัง
แม้จะเก่ามาก แต่ลายเส้นก็ยังคงชัดเจนไม่เจือจาง
แต่แผนที่นี้ไม่สมบูรณ์
มันเป็นเพียงมุมหนึ่งของแผนที่ทั้งหมด
เย่เฟิงสังเกตอย่างระมัดระวังเป็นเวลานาน แต่ไม่พบเบาะแสใด ๆ ดังนั้นเขาจึงเก็บแผนที่หนังแกะกลับไปที่เดิม
จากนั้นก็ขับรถกลับไปที่บ้านพักตากอากาศจงเทียนเลค
…
หลังจากกลับมาที่บ้านพักตากอากาศจงเทียนเลคแล้ว เย่เฟิงก็ไม่มีเวลาล้างสิ่งสกปรกออกจากสมบัติเหล่านั้นเลย
เขารีบเปิดคอมพิวเตอร์และตามหาข้อมูลเกี่ยวกับแผนที่หนังแกะ
อย่างไรก็ตาม ไม่รู้ว่าเป็นเพราะค้นหาผิดวิธีหรือเปล่า
เขาถึงไม่พบร่องรอยอะไรเลยแม้จะหาจนฟ้ามืด
มันทำให้เย่เฟิงอดไม่ได้ที่จะเกาหัวของตัวเอง
ม้วนแผนที่นี้ถูกพบภายใต้การนำทางของระบบ ดังนั้นมันต้องไม่ใช่สมบัติธรรมดาอย่างแน่นอน
แต่เขาเองก็ไม่สามารถทำอะไรได้เหมือนกัน
นี่เป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างแท้จริง
ในขณะที่เย่เฟิงคิดจนปวดหัวและกำลังจะถอดใจ ดวงตาของเขาก็สว่างขึ้น...
ถึงเขาจะไม่รู้จัก แต่บางทีอาจมีคนที่รู้จักก็ได้
เมื่อคิดได้เช่นนี้แล้ว เย่เฟิงก็กดโทรวิดีโอคอลไปหาเฉินชิวซานทันที
"คุณเย่ มีอะไรหรือถึงได้โทรมาหาฉัน"
ทันทีที่เชื่อมต่อวิดีโอ เฉินชิวชานก็ถามด้วยความประหลาดใจ
"พี่เฉิน ผมเพิ่งได้แผนที่หนังแกะมา แต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร พี่ช่วยดูให้หน่อยจะได้หรือเปล่า"
เย่เฟิงอธิบายจุดประสงค์ของการติดต่อครั้งนี้โดยตรง
"โอเค ส่งรูปมา เดี๋ยวฉันช่วยดูให้"
เฉินชิวซานพยักหน้าเห็นด้วย
เย่เฟิงไม่พูดอะไรอีก เขาถ่ายรูปแผนที่และส่งให้ทันที
เมื่อเฉินชิวชานเห็นภาพนี้ ความผ่อนคลายที่ปรากฏบนใบหน้าตอนแรกก็แปรเปลี่ยนเเป็นจริงจังอย่างรวดเร็ว
"หืม...นี่อาจจะเป็น..."