ขุดต่อไป
ในอีกด้านหนึ่ง หลังจากที่เย่เฟิงสตาร์ตรถ เขาก็ขับตรงไปยังแผนกทรัพย์สินของตึกหยินฮุย
ต่อด้วยการประกาศต่อสาธารณะว่าโจวซูเหยาจะเป็นคนจัดการเรื่องการเงินทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับตึกนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ซึ่งทันทีที่คำประกาศนี้ออกมา ถังหยูเต๋อ ผู้รับผิดชอบแผนกทรัพย์สินของตึกหยินฮุยก็หน้าซีดทันที
เขารู้ดีว่าเย่เฟิงไม่ไว้ใจในตัวเขา ดังนั้นเขาจึงไปขอให้คนสนิทของตัวเองมารับทำหน้าที่นี้แทน
แม้จะเจ็บใจมากก็ตาม แต่เขาก็ไม่อาจขัดขืนหรือกล้าแสดงความไม่พอใจใดๆ
เพราะท้ายที่สุดแล้ว เขาก็เข้าใจถึงความจริงที่ว่ามนุษย์ธรรมดาไม่สามารถทัดเทียมพระเจ้าได้
แผนกอสังหาริมทรัพย์ที่เหลือรู้สึกหวาดกลัวในตัวเย่เฟิงมากยิ่งขึ้น
ตอนแรกที่เห็นว่าเย่เฟิงอายุยังน้อย พวกเขาก็คิดว่าการหลอกอีกฝ่ายไม่น่าจะใช่เรื่องยากเย็น
แต่กลับกลายเป็นว่าเย่เฟิงเอาอำนาจทางการเงินของแผนกทรัพย์สินทั้งหมดไปไว้ในมือคนของเขาเอง
ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่โจวซูเหยา ด้วยความอิจฉาริษยา
จากมุมมองของทุกคน ผู้หญิงคนนี้จะต้องมีอะไรกับประธานเย่แน่นอนเธอถึงได้รับมอบหมายให้ทำงานสำคัญของบริษัท
แน่นอนว่าโจวซูเหยารู้ดีว่าพวกเขากำลังคิดอะไรอยู่
แต่ตัวเธอเองก็ไม่สามารถอธิบายได้เช่นกัน
แม้ว่าเธอจะยังไม่ได้มีอะไรกับเย่เฟิง แต่มันก็เป็นเพราะการสนับสนุนของเย่เฟิงที่ทำให้เธอมาอยู่ ณ จุดนี้ได้
ไม่อย่างนั้น ด้วยอายุและความสามารถที่มีของตัวเอง เธอจะได้รับสิทธิ์การจัดการของอพาร์ทเมนท์ปินซานและตึกหยินฮุยอย่างรวดเร็วได้อย่างไร
หลังจากส่งมอบเอกสารเสร็จแล้ว เธอก็เดินตามเย่เฟิงออกจากตึกหยินฮุยไป
"เราจะไปไหนกันต่อหรอ"
โจวซูเหยาถือเอกสารกองหนาและหันไปมองเย่เฟิง
เย่เฟิงกำลังจะตอบกลับ
แต่ทันใดนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นมา
"ตรวจพบเส้นทางล่าขุมทรัพย์—ชิ้นส่วนแผนที่ขุมทรัพย์ลึกลับ"
"เปิดระบบการนำทาง โฮสต์จะต้องมุ่งตรงไปตามถนนปัจจุบันและเลี้ยวซ้ายหลังจาก 50 เมตร..."
เย่เฟิงมองไปที่โจวซูเหยาอย่างใจเย็น "เธอกลับไปทำความคุ้นเคยกับสถานการณ์ทางการเงินของตึกหยินฮุยได้เลย ตอนนี้ฉันมีเรื่องที่ไปต้องจัดการก่อน"
โจวซูเหยาไม่ได้คัดค้านและตอบตกลงทันที
เย่เฟิงไม่พูดอะไรอีกและขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว
การเดินทางครั้งนี้ยาวนานกว่าเดิมมาก
เขาทำตามคำแนะนำของระบบตลอดทาง
ผ่านไปกว่าสี่สิบนาที ในที่สุดเขาก็มาถึงชานเมือง
แต่ระบบนำทางก็ยังคงดำเนินต่อไป
เย่เฟิงเคยมาที่นี่มาก่อน และเขาก็รู้ว่ามีเมืองโบราณอยู่ใกล้ๆ ซึ่งว่ากันว่ามีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี
ดูจากทิศทางที่ระบบนำทางไป เขาคิดว่ามันน่าจะอยู่ตรงนั้นไม่ผิดแน่นอน
ซึ่งก็เป็นไปตามที่เย่เฟิงคาดเดาเอาไว้
ตามการนำทางของระบบ ในไม่ช้าเขาก็มาถึงซากปรักหักพังของเมืองโบราณ
สถานที่นี้ดูรกร้างมากเนื่องจากอยู่ในสภาพทรุดโทรมมานานหลายปี
แต่มันก็มีเรื่องที่ทำให้เย่เฟิงประหลาดใจ เพราะในซากปรักหักพังของเมืองโบราณตอนนี้ กำลังมีทีมงานถ่ายทำหนังอยู่
ในขณะที่เขากำลังสงสัยว่าจะเดินเข้าไปดีหรือเปล่า เขาก็เห็นคนรู้จักเข้าโดยบังเอิญ
เธอเป็นผู้จัดการของเซี่ยชิว ผู้จัดการหวาง
เย่เฟิงเผยรอยยิ้มออกมาเมื่อรู้ว่าเซี่ยชิวอยู่ที่นี่
"เย่เฟิง?"
ก่อนที่เขาจะทันได้ทักทาย ผู้จัดการหวังก็เห็นเขาจากระยะไกลและตะโกนไปทางทีมงานทันที
"เซี่ยชิว เซี่ยชิว คุณเย่อยู่ที่นี่"
เมื่อเซี่ยชิวที่กำลังถ่ายทำอยู่ได้ยินคำพูดนั้น เธอวิ่งออกมาทันทีโดยไม่สนการถ่ายทำแต่อย่างใด
สำหรับการกระทำหุนหันพลันแล่นของเซี่ยชิว ผู้กำกับไม่ได้พูดอะไรออกมาเลย
ประการแรก เซี่ยชิวเป็นดาราชื่อดัง ไม่ใช่สิ่งที่ผู้กำกับหนุ่มอย่างเขาจะเลือกมากำกับได้ตามใจต้องการ
ประการที่สอง ด้วยประสบการณ์ที่รีสอร์ทบ่อน้ำพุร้อนจงไห่ เขารู้ดีว่าชายที่ชื่อเย่เฟิงนั้นทรงอำนาจมากแค่ไหน
เขาไม่สามารถคัดค้านการกระทำนี้ได้
ดังนั้นเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากสั่งให้ทีมงานพักกองชั่วคราว
เซี่ยชิววิ่งเหยาะๆไปหาเย่เฟิง "คุณ... คุณมาที่นี่เพื่อพบฉันหรอ แล้วคุณรู้ได้ยังไงล่ะว่าเรากำลังถ่ายทำกันอยู่ที่นี่"
เย่เฟิงไม่รู้จะอธิบายยังไงเมื่อเผชิญกับคำถามของเซี่ยชิว
เพราะแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะได้พบกับเธอในที่ทุรกันดารแบบนี้
"คุณจะเชื่อผมมั้ยถ้าบอกว่ามันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ"
"ฮึ่ม คงมีแต่เด็กต่ำกว่าสามขวบเท่านั้นแหละที่จะเชื่อคำพูดนี้ของคุณ" เซี่ยชิวไม่สามารถซ่อนความสุขบนใบหน้าของเธอได้
บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าเธอคิดว่าเย่เฟิงตั้งใจมาหาเธอ
เย่เฟิงไม่รู้จะอธิบายอย่างไร ดังนั้นเขาจึงเลิกสนใจและมองดูซากปรักหักพังราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ผมได้ยินมาจากเพื่อนว่ามีสมบัติฝังอยู่ที่นี่ แต่ผมไม่รู้ว่ามันจริงหรือเปล่า?"
เซี่ยชิวรู้สึกว่าคำพูดของเขาไร้เดียงสาเกินไป ดังนั้นเธอจึงพูดติดตลกทันที
"ไม่คิดเลยว่าคุณจะเชื่อเรื่องไร้สาระแบบนั้นด้วย แต่ถ้ามีสมบัติจริงๆ มันก็คงถูกขุดไปนานแล้วล่ะ"
เย่เฟิงเกาจมูกตัวเอง "บางทีอาจจะไม่ก็ได้ อย่าลืมสิว่าผมเป็นคนที่โชคดีมากแค่ไหน"
เซี่ยชิวหยอกล้อต่อไปว่า "งั้นเรามาเดิมพันกันดีกว่า ถ้าคุณเจอสมบัติที่นี่ ฉันจะยอมทำตามคำขอของคุณ"
เย่เฟิงเลิกคิ้ว "คุณพูดเองนะ"
เซี่ยชิวเงยหน้าขึ้นอย่างมั่นใจ"แน่นอน ลูกผู้หญิงไม่กลืนคำพูดตัวเองอยู่แล้ว"
เย่เฟิงไม่พูดอะไรอีกและเดินไปที่ซากเมืองโบราณทันที
เมื่อเห็นเช่นนี้ ทีมงานก็ติดตามเขาไปอย่างอยากรู้อยากเห็น
เย่เฟิงเดินไปตามคำแนะนำของระบบ และในไม่ช้าก็มาถึงมุมหนึ่งของซากปรักหักพัง
"โฮสต์มาถึงที่หมายแล้ว การนำทางสิ้นสุดลง"
เมื่อได้ยินคำสั่งของระบบ เขาก็หยุดทันที
จากนั้นเย่เฟิงก็แสร้งทำท่าทีเป็นปรมาจารย์ฮวงจุ้ย หยิบไม้ขึ้นมาจากพื้น แล้ววาดเป็นวงกลมตรงที่เขายืนอยู่
"ผมขอเดาว่ามันอยู่ตรงนี้"
"ถ้าไม่ใช่ล่ะ?" เซี่ยชิวถามด้วยรอยยิ้มขี้เล่น
"ถ้าไม่ใช่ ผมจะขอเลี้ยงบาร์บีคิวให้ทีมงานทั้งหมดเลย"
เย่เฟิงตอบอย่างมั่นใจ
"ทุกคนได้ยินหรือเปล่า ถ้าเขาขุดไม่เจอสมบัติ เขาจะเลี้ยงบาร์บีคิวพวกเรา รีบมาช่วยเขาขุดกันเถอะ"
เซี่ยชิวหันกลับไปพูดระดมทีมงาน
ซึ่งเมื่อทีมงานได้ยินดังนั้น พวกเขาทั้งหมดก็โห่ร้องด้วยความดีใจและวิ่งเข้ามาพร้อมพลั่วในมือทันที
…
ท่ามกลางฝุ่น เหล่าทีมงานขุดมาเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง
ตอนนี้หลุมที่ขุดมีความลึกมากกว่าหนึ่งเมตรแล้ว แต่พวกเขาก็ยังไม่เห็นเงาของสิ่งที่คล้ายว่าจะเป็นสมบัติเลย
เซี่ยชิวมองไปที่เย่เฟิงอย่างภาคภูมิใจ "ว่าไงล่ะคุณเย่? ดูเหมือนว่าคนที่ชนะการเดิมพันจะเป็นฉันนะ"
เย่เฟิงยังคงดูปกติ "อย่าเพิ่งด่วนสรุปสิครับ ขุดต่อไป”