ไม่เห็นรู้จักเลย!
ทัศนคติที่อยู่ในใจของหลินฟานคือการทำงานให้หนักและรักงานของตัวเอง
ตอนนี้เขาก็รับออเดอร์พิเศษนี้มาแล้ว ยังไงก็ต้องปฏิบัติตามกฎของบริการแอพดีดี้
ยิ่งไม่ต้องพูดถึง……
เสี่ยวซวนที่มีคะแนนตั้ง 92 แต้ม
เพราะอย่างนั้น หลินฟานจึงไม่รังเกียจที่จะแกล้งทำตัวเป็นแฟนของเสี่ยวซวน
ในความเป็นจริง...
ในตอนที่เสี่ยวซวนได้ส่งข้อความไปหาคนขับรถดีดี้ให้มาแกล้งเป็นแฟนของเธอ เธอเองก็เต็มไปด้วยความรู้สึกกังวลเช่นกัน
เพราะเธอก็กลัวว่าเธออาจจะถูกคุกคามจากคนขับ
แถมเสี่ยวซวนเองก็ไม่รู้ว่าคนขับจากแอพดีดี้คนนี้นั้นมีนิสัยเป็นอย่างไร?
ถ้าคนขับจากแอพดีดี้คนนี้เป็น...ลุงนิสัยไม่ดีล่ะ
เธอควรทำอย่างไรดี?
ในตอนนี้ เสี่ยวซวนอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกหลังจากได้เห็นรูปลักษณ์ที่ดูสดใสและท่าทางใจดีของหลินฟาน
อารมณ์แห่งความสุขไหลเข้าไปในหัวใจของเธอ
เธอยิ้มและพูดว่า "ไม่นานเลย ฉันก็เพิ่งมาถึงที่นี่"
ในขณะนี้ ชายที่ยืนอยู่ข้างๆเสี่ยวซวนก็หันไปมอง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชาก่อนจะพูดออกมาอย่างเคร่งขรึม "เสี่ยวซวน เขาเป็นใคร?"
เสี่ยวซวนอ้าปากสีเชอร์รี่ของเธอและพูดเบาๆ"เขา...เขาคือ..."
สุดท้ายแล้ว หลินฟานเป็นเพียงแค่คนขับรถแอพดีดี้เท่านั้น
เธออายนิดหน่อยที่จะบอกว่าหลินฟานเป็นแฟนของเธอ
ซึ่งในขณะนั้นเอง หลินฟานก็พูดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา "ฉันเป็นแฟนของเสี่ยวซวน ชื่อหลินฟาน แล้วคุณล่ะ เป็นใครกัน?"
แฟน!
ใบหน้าของชายคนนั้นเปลี่ยนเป็นอึมครึมทันที
เขาเองก็เคยได้ยินเสี่ยวซวนบอกว่าเธอมีแฟนแล้ว
แต่เขาก็คิดเสมอว่าเสี่ยวซวนแค่พูดหลอกเขาเท่านั้น
ท้ายที่สุดแล้ว เพื่อนร่วมงานของเสี่ยวซวนก็บอกกับเขาเองว่าไม่เคยเห็นแฟนของเธอมาก่อน
แต่ถ้ามันเป็นเรื่องจริงละ?
เสี่ยวซวน สาวสวยคนนี้มีแฟนแล้วจริงๆหรอ?
เขาเหลือบมองรถซานตาน่าที่จอดอยู่ข้างๆ ก่อนจะแสดงสีหน้าดูถูกเหยียดหยามออกมา
ผู้ชายที่ขับรถซานตาน่า ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะเป็นแฟนของเสี่ยวซวนแล้วมันยังไงละ!
แต่ในไม่ช้าฉันจะทำให้นายรู้เองว่าคนอย่างนายมันไม่คู่ควร!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ชายคนนั้นก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สูงส่ง "ฉันคือโจวเจิ้ง นายน่าจะเคยได้ยินเกี่ยวกับบริษัทต้าถงบ้างสินะ? นั่นคือบริษัทของฉันเอง"
หลินฟานพูดตอบด้วยน้ำเสียงประหลาดใจนิดหน่อย "บริษัทต้าถง นั่นเป็นของครอบครัวนายเองหรอ?"
"ใช่แล้ว นายรู้จักสินะ!" โจวเจิ้งพูดอย่างภาคภูมิใจ
ท่าทางของเขาราวกับว่ากำลังมองเห็นหลินฟานโค้งคำนับให้กับตัวเขาเองอยู่ มันทำให้เขารู้สึกพอใจมาก
จากนั้น ความกังวลใจก็ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของเสี่ยวซวน
เป็นไปได้ไหมว่า...หลินฟานมีความสัมพันธ์กับบริษัทต้าถงหรอ?
หรืออาจจะเป็นพนักงานของบริษัทต้าถง?
ถ้าเขาบอกว่าจริงๆแล้วเขาไม่ใช่แฟนของเธอละจะทำยังไงดี?
ตอนนั้นเอง หลินฟานก็ส่ายหัวแล้วพูดว่า "ไม่เห็นรู้จักเลย"
ซึ่งหลังจากที่หลินฟานพูดจบ เสี่ยวซวนก็เผลอหลุดหัวเราะออกมาทันที
นั่นคงเป็นเพราะว่าหลินฟานตอบสวนกลับได้อย่างธรรมชาติมากๆ
แต่อย่างไรก็ตาม ทันทีที่โจวเจิ้งได้ยินแบบนั้น เขาก็เกือบจะสำลักออกมา คิ้วของเขาขมวดติดกันอย่างรวดเร็ว เขายิ้มเหี้ยมๆ "นี่สมองนายยังดีอยู่รึเปล่า!"
หลินฟานกล่าวอย่างผ่อนคลาย"ก็คิดว่ายังดีอยู่นะ"
ซึี่งถึงแม้ว่าตอนที่หลินฟานพูดกับโจวเจิ้งนั้น จะทำให้เสี่ยวซวนมีความสุขมาก
แต่ตอนนี้เธอก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด เธอจึงพูดออกมาอย่างตื่นตระหนก "หลินฟาน เรากลับกันเถอะ"
สาเหตุที่เธอพูดแบบนี้ มันเป็นเพราะว่าเธอรู้ดีว่าพลังจากครอบครัวของโจวเจิ้งนั้นแข็งแกร่งขนาดไหน
และหลินฟานเองก็เป็นเพียงคนขับรถธรรมดาๆเท่านั้น
หากเขาสร้างปัญหาให้โจวเจิ้งไม่พอใจละก็ หลินฟานก็อาจจะตกอยู่ในอันตรายได้
ซึ่งหลินฟานเองก็พอจะมองออกว่าเสี่ยวซวนกำลังคิดอะไรอยู่ เขาจึงพยักหน้าตอบกลับไป
แต่โจวเจิ้งยังคงพูดต่อ "ไม่เห็นต้องรีบกลับกันขนาดนั้นเลย! ฉันมีเกมบางเกมให้เล่น เราไปดื่มด้วยกันดีกว่า"
“ขอโทษนะ แต่ฉันไม่ชอบดื่ม” เสี่ยวซวนตอบกลับอย่างสบายๆ ก่อนจะหันกลับและเดินตรงไปยังรถซานตาน่า
“ตึก ตึก ตึก!”
ทัดใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นมาจากข้างหลังของเธอ
ชายวัยกลางคนในเสื้อเชิ้ตสีขาวเดินเข้ามาอย่างกระฉับกระเฉง
หลังจากที่เขาเห็นโจวเจิ้ง ดวงตาที่อยู่ใต้แว่นตาก็สะท้อนแสงแห่งความตื่นเต้นออกมา เขาพูดอย่างเครพ "นายน้อยโจว ทำไมคุณถึงมาอยู่หน้าบริษัทของเราได้ เข้ามาดื่มกาแฟสักแก้วเป็นไงครับ?"
โจวเจิ้งเหลือบมองไปที่เขาแล้วพูดว่า "ฉันไม่ดื่มกาแฟ เดิมที ฉันวางแผนที่จะนัดหมายกับนายน้อยของบริษัทฝู่เจียและบริษัทเฟิงหยวนมารับประทานอาหารเย็นด้วยกัน"
“แต่อันซวน พนักงานในบริษัทของคุณกลับปฏิเสธที่จะไปที่นั่นด้วยกัน ลืมมันไปเถอะ ฉันจะกลับแล้ว”
ชายวัยกลางคนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกังวล
ต้องรู้ก่อนว่า……
บริษัทฝู่เจีย บริษัทเฟิงหยวนและโจวเจิ้งจากบริษัทต้าถงเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่บริษัทของพวกเขาต้องการซื้อใจเอาไว้
แต่หลังจากผ่านมานาน เขาก็ยังไม่มีวิธีที่จะซื้อใจพวกเขาได้สักที
ปัจจุบัน โจวเจิ้งต้องการมารับประทานอาหารค่ำกับนายน้อยของบริษัทฝู่เจีย บริษัทเฟิงหยวน จะไปหาโอกาสดีๆแบบนี้ตอนไหนอีก?
และแน่นอนว่า...งานนี้ห้ามพลาดเด็ดขาด!
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ชายวัยกลางคนก็หันกลับมาและพูดว่า "อันซวน ตอนนี้ฉันขอมอบหมายงานให้เธอไปดินเนอร์กับนายน้อยโจว!"
อันซวนพูดโต้ตอบ "แต่ผู้จัดการ ฉันสัญญาว่าจะไปทานอาหารเย็นกับแฟนแล้ว!"
ผู้จัดการหลี่กล่าวอย่างเคร่งขรึม "เธอจะไปทานอาหารกับแฟนตอนไหนก็ได้ งานนี้สำคัญมาก มันเกี่ยวข้องกับสัญญาของบริษัทใหญ่ๆ ดังนั้นเรื่องนี้มันก็โยงไปถึงเงินเดือนและโบนัสสิ้นปีของเธอด้วย!"
เมื่อได้ยินที่ผู้จัดการหลี่พูดจบ ร่างกายของอันซวนก็อดไม่ได้ที่จะสั่น
เธอต้องส่งเงินกลับไปที่บ้านทุกเดือน รวมทั้งค่าใช้จ่ายของเธอเอง...โบนัสและเงินเดือนสำคัญมากสำหรับเธอ
เธอกัดริมฝีปากสีแดงและพูดอย่างแผ่วเบา “ตกลง ฉันจะไปทานอาหารเย็น”
ตอนนั้นเอง หลินฟานที่อยู่ข้างๆก็พูดออกมาเบาๆ "ไม่ต้องกังวล ผมจะไปกับคุณด้วย"
จากนั้น เขาก็เหลือบมองไปที่ผู้จัดการหลี่และโจวเจิ้งที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาพูดอย่างเฉยเมย “ผมเป็นห่วงความปลอดภัยของแฟนสาว ผมจะไปกับเธอ คงไม่มีปัญหาอะไรนะ?”
“ผมก็แค่เป็นห่วงแฟนเท่านั้นเอง ถ้าตกลงกันไม่ได้ พรุ่งนี้ผมก็คงต้องให้เธอลาออกจากงานแล้วละ”
ผู้จัดการหลี่มองไปที่โจวเจิ้งอย่างช่วยไม่ได้
โจวเจิ้งพูดเยาะเย้ย "ถ้านายอยากมาด้วย ก็ตามมาเถอะ"
อันที่จริง ในวันนี้เขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะฉวยโอกาศจากอันซวนเลย
ท้ายที่สุดแล้ว ในปัจจุบันนี้มันเป็นสังคมที่ถูกปกครองด้วยกฎหมาย
ถ้าเผลอไปทำเรื่องที่ผิดกฏหมายร้ายแรงล่ะก็ เกรงว่าจะได้ไม่คุ้มเสีย
จุดประสงค์ของโจวเจิ้งคือแสดงให้อันซวนได้เห็นชีวิตที่มีใช้อย่างฟุ่มเฟือยนั้นดีเพียงใด
ในขณะเดียวกันก็ทำให้หลินฟานเข้าใจระดับของตัวเอง!
เมื่อผู้จัดการหลี่ได้ยินดังนั้น เขาก็พูดออกมาหลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “ถ้าอย่างนั้น...ผมเองก็ขอไปที่นั่นด้วยได้ไหม?”
เพราะว่าอาหารมื้อนี้สำคัญเกินมากสำหรับบริษัท
เขากังวลว่าอันซวนที่เป็นพนักงานหญิงจะไม่สามารถดูแลสถานการณ์ต่างๆได้ดีพอ
โจวเจิ้งพูด “ได้สิ”
ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็ให้หลินฟานไปด้วย คนจะเพิ่มมาอีกสักหนึ่งหรือสองคนมันก็ไม่สำคัญ
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้จัดการหลี่คนนี้ยังช่วยเขาเกลี่ยกล่อมอันซวนได้ด้วย
ผู้จัดการหลี่กล่าวอย่างมีความสุข “ขอบคุณ นายน้อยโจว!”
หลังจากหยุดไปชั่วขณะ เขาก็ถามขึ้นมาอีกครั้ง "ว่าแต่ว่า นายน้อยโจว เรามีที่สำหรับทานอาหารค่ำวันนี้รึยัง?"
"โรงแรมเอ็มเพอเรอร์" โจวเจิ้งพูด
ผู้จัดการหลี่ยกนิ้วโป้งก่อนจะพูดชื่นชม "โรงแรมเอ็มเพอเรอร์คือแลนด์มาร์คของเจียงเป่ย แถมยังเป็นร้านอาหารระดับไฮเอนด์อีกด้วย ผมยังไม่เคยได้เข้าไปทานอาหารที่นั้นเลยสักครั้ง... สมแล้วที่เป็นนายน้อยโจว!"
เมื่อโจวเจิ้งได้ยินแบบนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างพอใจ
เขาคิดในใจ : ให้ผู้จัดการหลี่คนนี้ตามมาด้วยน่าจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง!
จากนั้นเขาก็ไม่ลืมที่จะมองไปทางหลินฟานด้วยความภาคภูมิใจ
ราวกับเขากำลังจะบอกว่า วันนี้ฉันจะทำให้นายรู้ว่าช่องว่างระหว่างเรามันกว้างขนาดไหน!