เป็นไปได้ยังไง!

ซึ่งหลังจากที่หลินฟานได้ยินคำพูดของโจวเจิ้ง เขาก็แสดงสีหน้าแปลกๆออกมาทันที


รับประทานอาหารที่โรงแรมเอ็มเพอเรอร์?


นั่นมันโรงแรมของฉันเองหนิ ?


ผู้จัดการหลี่ไม่ได้สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในการแสดงออกทางสีหน้าของหลินฟานเลย เขายังคงพูดประจบประแจงและพูดว่า "นายน้อยโจว รถของผมอยู่ข้างหน้าไม่ไกลนี้เอง ให้ผมเป็นคนไปส่งคุณที่โรงแรมเอ็มเพอเรอร์เองได้หรือเปล่าครับ"


"ไม่ต้องหรอก" โจวเจิ้งกล่าว


จากนั้น เขาก็หยิบกุญแจรถออกมาแล้วกดปุ่มเปิดรถเบาๆ


ทันใดนั้นเอง ปอร์เช่ 911 สีแดงที่อยู่ไม่ไกลนักก็ส่งแสงสว่างตรงท้ายรถออกมาพร้อมกับเสียงปลดล็อครถที่ดังขึ้น


ผู้จัดการหลี่ชื่นชมอีกครั้ง: "ปอร์เช่ 911! สวยมาก นายน้อยโจว คุณนี่สุดยอดมากจริงๆ!"


ซึ่งเมื่อได้ยินคำชม โจวเจิ้งเองก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างพึงพอใจออกมา แล้วจากนั้นเขาก็หันมาพูดกับอันซวน " ตอนนี้เธอคงจะหิวมากแล้วสินะเสี่ยวซวน ปอร์เช่ 911 ของฉันเร็วกว่าและปลอดภัยกว่า...ให้ฉันเป็นคนขับรถพาเธอไปส่งที่โรงแรมเอ็มเพอเรอร์เองเถอะ”


อันซวนพูด “ฉันยังไม่หิว และฉันก็อยากนั่งรถไปกับแฟนของฉันด้วย”


ในขณะที่เธอพูด ใบหน้าสวยๆของเธอก็แสดงถึงความเขินอายออกมาด้วยเช่นกัน


เห็นได้ชัดว่าเธอยังรู้สึกเขินอายที่จะพูดคำว่าแฟนออกไป


จากนั้น อันซวนก็เดินไปขึ้นรถซานตาน่าของหลินฟานทันที


ซึ่งหลินฟานก็ไม่ได้คิดมากอะไร เขาเดินตามไปขึ้นรถของเขาอย่างสบายๆ


โจวเจิ้งมองไปที่ท้ายรถอันแสนน่าเกลียดของซานตาน่า และมองไปยังอันซวนด้วยใบหน้าที่แสนจะหึงหวง


จากนั้น เขาก็ค่อยๆเดินไปหารถปอร์เช่ 911 ของเขา


และหลังจากขึ้นรถมา...


โจวเจิ้งก็กระแทกเท้าลงไปที่คันเร่งทันที ซึ่งมันก็ทำให้รถของเขาพุ่งไปข้างหน้าราวกับสัตว์ร้ายที่หิวกระหาย


และในระหว่างที่โจวเจิ้งพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง เขาก็พูดเยาะเย้ยออกมา "หลินฟาน นายทำได้แค่ตามตูดฉันมาแค่นั้นแหละ!"


ขณะพูด โจวเจิ้งก็เหลือบมองไปที่กระจกมองหลัง


เขาอยากเห็นฉากที่ซานตาน่าถูกทิ้งให้เหงาหงอยอยู่กับความว่างเปล่า


จากนั้น หลังจากที่โจวเจิ้งมองหาอยู่พักหนึ่ง เขาก็มองไม่เห็นเงาของซานตาน่าเลย


เขายิ้มและพูดว่า "ดูเหมือนว่าฉันจะแซงจนมองไม่เห็นแล้วสินะ มันชั่งเชื่องช้าจริงๆ!"


หลังจากพูดจบ เขาก็หันกลับไปมองที่ด้านหน้ารถ


และในขณะนั้นเอง รูม่านตาของโจวเจิ้งก็หดเล็กลงทันที


“อะไรกัน เป็นไปได้ยังไง!”


ซานตาน่ากากๆแบบนี้มันมาอยู่ข้างหน้าได้ยังไง!


ใจเย็น ... เราก็แค่เหยียบคันเร่งแซงมันแค่นั้น!


“ฮึ่ม! ต่อให้แกอยู่ข้างหน้าฉันก็ตาม แต่อีกไม่นานก็จะต้องโดนฉันทิ้งจนมองไม่เห็นฝุ่นแน่ๆ!”


ทันใดนั้น โจวเจิ้งก็เหยียบคันเร่งทันที และปอร์เช่ 911 ก็ส่งเสียงคำรามเหมือนกับสัตว์ร้ายอีกครั้ง


แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม หากอยู่บนถนนในเมือง ก็คงเร่งสปีดได้ไม่มากนักอยู่ดี


เพราะข้างหน้าของโจวเจิ้งนั้นมีรถทั้งด้านซ้ายและด้านขวาอยู่เต็มไปหมด ซึ่งเขาก็ไม่สามารถผ่านมันไปได้ เขาทำได้แค่ค่อยๆขับไปเพื่อแซงหลินฟานเพียงเท่านั้น


แต่หลังจากที่ขับรถไปเรื่อยๆ เขาก็พบว่าระยะห่างจากซานทาน่านั้นไม่ได้ลดลง แถมมันยังยิ่งห่างออกไปเรื่อยๆอีกด้วย


สิ่งนี้...


ทำให้โจวเจิ้งรู้สึกกังวลอย่างมาก


ฉันจะแซงซานตาน่ากากๆแบบนี้ไม่ได้จริงๆหรอ?


ไม่มีทาง!


มันต้องไม่เป็นอย่างนั้นสิ!


ความอัปยศนี้ฉันจะไม่ยอมรับเด็ดขาด!


ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าจะมีรถอยู่ข้างหน้ามากมายก็ตาม โจวเจิ้งก็ยังคงเหยียบคันเร่งและเริ่มแซงจากช่องว่างข้างๆเขาไปเรื่อยๆ


"ฟู้ว!"


แซงรถหนึ่ง แซงรถคันที่สอง...


จากนั้น เมื่อโจวเจิ้งกำลังจะแซงรถคันที่สาม เขาก็หักพวกมาลัยไปข้างๆทันที


“บูม!”


ทันใดนั้นเอง เขาก็ได้ไปชนกับรถที่อยู่ข้างๆเขาอย่างจัง


ซึ่งชายหัวโล้นที่เป็นคนที่ถูกชนก็เดินลงมาอย่างดุดันและตะโกนว่า "แกขับประสาอะไรวะ มีปอร์เช่ก็หัดมีสมองบ้างสิ!"


โจวเจิ้งรู้ว่าเขาเป็นคนผิด นอกจากนี้ เมื่อเห็นรูปลักษณ์ที่น่ากลัวของชายหัวโล้นแล้ว เขาก็ไม่กล้าที่จะพูดตอบโต้เลย


ในขณะนั้นเอง ผู้จัดการหลี่ที่ขับตามเขามาก็ได้ค่อยๆจอดรถข้างๆเขาอย่างช้าๆ


เขากล่าว: "นายน้อยโจว คุณเป็นยังไงบ้าง ไม่บาดเจ็บตรงไหนใช่ไหม?"


ซึ่งในเวลาเดียวกัน หลังจากที่หลินฟานมองกระจกมองหลังและเห็นว่ามีอุบัติเหตุทางรถยนต์เกิดขึ้น เขาก็จอดรถไว้ด้านข้างแล้วหันหลังเดินกลับมา


เขามองไปยังรถปอร์เช่ 911 ที่ถูกกระแทก แล้วก็จ้องมองไปที่โจวเจิ้ง


ราวกับอยากจะบอกว่า:โจวเจิ้ง นี่น่ะหรอปอร์เช่ 911 ที่นายบอกว่าปลอดภัยและรวดเร็วกว่าฉัน? ดีแล้วจริงๆที่อันซวนไม่ได้ไปนั่งรถห่วยๆกับคนห่วยๆอย่างนาย


สายตานี้เหมือนกับว่าได้พูดแทนไปทั้งหมดแล้ว!


และก็ดูเหมือนว่าโจวเจิ้งนั้นจะเข้าใจดีถึงการแสดงออกของหลินฟาน ซึ่งมันก็ทำให้ใบหน้าของเขาแดงก่ำทันที


จากนั้น ในเวลานี้ ตำรวจก็ขับรถมอเตอร์ไซค์เข้ามา


"เกิดอะไรขึ้นที่นี่งั้นหรอ?"


ชายหัวโล้นชี้ไปที่โจวเจิ้ง : "เขาแซงออกมาโดยที่ไม่ได้ดูฉันเลย! ฉันมีวีดีโอหน้ารถที่ถูกบันทึกไว้ด้วย"


หลังจากสอบสวนอยู่พักหนึ่ง เขาก็สรุปได้อย่างรวดเร็วและบอกโจวเจิ้งว่า “คุณไม่รับผิดชอบในการขับรถตามกฎจราจร คุณจะถูกหัก 3 คะแนนและปรับเงิน 200 หยวน”


ซึ่งในเวลานี้ โจวเจิ้งก็ต้องการยุติเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด ดังนั้นเขาจึงพยักหน้าและพูดว่า "ตามนั้น!"


จากนั้น หลังจากเสร็จการสอบสวนและชายหัวโล้นจากไป โจวเจิ้งก็หันไปหาผู้จัดการหลี่และกล่าวว่า “ผู้จัดการหลี่ ขอยืมรถหน่อยสิ แล้วคุณช่วยขับรถของฉันไปที่ร้านซ่อมรถให้ที”


เมื่อผู้จัดการหลี่ได้ยิน เขาก็เปิดปากและอ้ำๆอึ้งๆอยู่ครู่หนึ่ง


เพราะหลังจากที่ได้เห็นทักษะการขับรถของโจวเจิ้งแล้ว เขาก็รู้สึกกังวลอย่างมาก


ถึงแม้ว่าบริษัทต้าถงของโจวเจิ้งนั้นจะเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่บริษัทของเขาต้องคอยเอาใจ


แต่เขาก็เป็นเพียงแค่ผู้จัดการของบริษัทเท่านั้น


และหากในกรณีที่...โจวเจิ้งนำรถของเขาไปชน และต่อให้ในที่สุดเขาได้รับการสนับสนุนจากบริษัทต้าถง มันก็ยังดูขาดทุนสำหรับตัวเขาเองอยู่ดี


"หวี้หว่อ!"


ในเวลานี้ รถกู้ภัยก็ขับเข้ามา


จากนั้น ผู้จัดการหลี่ก็รีบพูดขึ้น "นายน้อยโจว ปล่อยให้รถกู้ภัยนำปอร์เช่ 911 ของคุณไปซ่อมเถอะ"


โจวเจิ้งก็ไม่ได้คิดมากอะไร เขาพยักหน้าอย่างเฉยชาเล็กน้อย


เมื่อถึงจุดนี้ การแข่งรถและอุบัติเหตุทางรถยนต์ก็สิ้นสุดลง


จากนั้น เมื่อโจวเจิ้ง หลินฟานและคนอื่นๆมาถึงที่โรงแรมเอ็มเพอเรอร์ เขาก็พบว่าชายสองคนที่สวมสูทแบรนด์เนมรออยู่ที่ล็อบบี้แล้ว


ซึ่งหลังจากเห็นพวกเขา ดวงตาของผู้จัดการหลี่ก็สว่างขึ้นทันที เขาพูดอย่างมีความสุข “นายน้อยตู้ นายน้อยผาง เป็นอย่างไรบ้าง สบายดีไหมครับ!”


แต่อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าทั้งสองคนนั้นจะไม่ได้ยิน พวกเขาเหลือบมองอย่างเย็นชาและไม่ได้พูดอะไรออกมาเลย


จากนั้น นายน้อยตู้ก็กล่าวออกมา “โจวเจิ้ง เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมาสายขนาดนี้!”


“ใช่ เรามารอนานแล้วนะ” นายน้อยผางพูดตามมา


โจวเจิ้งรู้สึกเขินอายเล็กน้อยก่อนจะพูด"ขอโทษที่ให้รอ ฉันขอโทษ...มีบางอย่างเกิดขึ้นนิดหน่อย เพื่อแสดงความขอโทษของฉัน ฉันจะดื่มแก้วใหญ่ให้เลย!"


หลังจากที่ทั้งสองได้ยินเช่นนั้น พวกเขาต่างก็รู้สึกพึงพอใจ


จากนั้น โจวเจิ้งก็พาทุกคนไปที่แผนกต้อนรับ ซึ่งในช่วงเวลานี้ เขาก็ไม่ลืมที่จะเหลือบมองหลินฟานด้วยสายตากวนๆ


ราวกับอยากนจะบอกว่า: ได้มาดูสถานที่ไฮเอนด์แบบนี้! แกจะต้องรับรู้ถึงช่องว่างระหว่างฉันกับแกแน่!


“คนสวย คุณช่วยจัดห้องให้พวกเราหน่อยสิ” โจวเจิ้งกล่าว


"ขออภัยด้วยค่ะ ห้องของเราถูกจองหมดแล้ว" คนสวยที่แผนกต้อนรับกล่าว


เมื่อได้ยินเช่นนี้ โจวเจิ้งก็รู้สึกเสียหน้าอยู่ในใจและหันไปหาทุกคนแล้วพูดว่า: "หรือ... เราจะเปลี่ยนมานั่งในห้องโถงธรรมดาๆกันไหม?"


“ตึก ตึก ตึก!”


ในเวลานี้ เสียงผีเท้าที่รวดเร็วก็ดังขึ้นมาแต่ไกล


จากนั้นเสียงที่ตื่นเต้นอย่างมากก็ดังขึ้นจากข้างหลังของพวกเขาว่า "คุณอยู่ที่นี่ได้ยังไง?"

ตอนก่อน

จบบทที่ เป็นไปได้ยังไง!

ตอนถัดไป