คารวะผู้นำหลิน

บทที่ 6: คารวะผู้นำหลิน

น่ากลัว.

  หลิน เว่ย ไม่ต้องการที่จะทะลวงต่อไป

  “ในอนาคต ฉันอยากเป็นคนดี ไม่อยากฆ่าสิ่งชีวิต และไม่อยากบ่มเพาะอีก แต่ดูเหมือนมัน... ยากมาก!”

  หลิน เว่ย กล่าวด้วยเสียงอันดัง

  จะเป็นคนดี ?

  มันยากมาก !

  และเขาก็ไม่กล้าบ่มเพาะอีก ด้วยผลตอบรับล้านเท่า ตราบใดที่ หลิน เว่ย ดูดซับพลังปราณวิญญาณ เขาก็จะสามารถทะลุทะลวงได้โดยตรง จากนั้น ทัณฑ์สวรรค์ ก็จะเกิดขึ้นทันที

  ในทวีปเก้าสวรรค์ ถ้าใครรู้เกี่ยวกับความคิดของ หลิน เว่ย พวกเขาคงอยากบีบคอเขาเป็นแน่

  คนอื่นๆ บ่มเพาะทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อให้เกิดความก้าวหน้า แต่ หลิน เว่ย ไม่กล้าที่จะบ่มเพาะ

  "ระบบ อย่าลืมเตือนฉันล่วงหน้าหากมีอะไรเกิดขึ้นอีก !"

  หลิน เว่ย พูดกับระบบ

  ระบบ [... ]

  ไม่ ฉันเตือนแล้ว

  คุณแค่ไม่สนใจ !

  “ท่าน...ท่านใช่นายน้อยหรือไม่ ?”

  ในขณะนี้ เซียง เหิง มองไปที่ หลิน เว่ย ด้วยความไม่เชื่อในสายตาของเขา เขายืนอยู่ที่หน้าประตูคุก ไม่กล้าที่จะเข้ามา

  หลิน เว่ย ที่อยู่ข้างหน้าเขานั้น มีออร่าที่น่าสะพรึงกลัวมาก

  สิ่งนี้ทำให้เขาดูเหมือนจะมองเห็นเงาของ หลิน จงเทียน ซ้อนทับอยู่

  “ข้าเอง !”

  หลิน เว่ย ยิ้มบาง ๆ และลมหายใจบนร่างของ หลิน เว่ย ถูกยับยั้งอย่างสมบูรณ์

  เมื่อเทียบกับตอนนั้น

  หลิน เว่ย ที่อยู่ข้างหน้าเขาช่างดูสง่าและหล่อเหลา

  เมื่อเห็นฉากนี้ ดวงตาของ เซียง เหิง ก็เปียกชื้น นายน้อยคนเดิมในอดีตกลับมาแล้ว !

  “เซียง เหิง แสดงความเคารพต่อนายน้อย !”

  เซียง เหิง คุกเข่าต่อหน้า หลิน เว่ย

  "ลุกขึ้น !"

  หลิน เว่ย ช่วย เซียง เหิง ยืนขึ้นอย่างรวดเร็ว ในความทรงจำของเขา เซียง เหิง ใจดีต่อตัวเองมากเพราะ หลิน จงเทียน เป็นปีศาจที่ที่กระจัดกระจาย ขั้นสิบสองภัยพิบัติ และเขาก็เป็นผู้นำของนิกายปีศาจสวรรค์ ดังนั้นเขาจึงมักจะยุ่งมาก

  ดังนั้น หลิน เว่ย ส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยเห็น หลิน จงเทียน

  ตรงกันข้าม เซียง เหิง นั้นอยู่เคียงข้าง หลิน เว่ย เสมอ!

  “นายน้อย ลมหายใจในร่างกายของท่านตอนนี้…”

  ดูเหมือนเขาจะจำอะไรบางอย่างได้ เวียง เหิง มองไปที่ หลิน เว่ย และหายใจเข้าลึก ๆ เขากลัวว่านายน้อยของเขาจะถูกสลับตัว เซียง เหิง รู้ ดีกว่าใครว่า หลิน เว่ย พรสวรรค์ของเขานั้นอ่อนแอเพียงใด!

  การบ่มเพาะของ หลิน เว่ย จะไปถึงอาณาจักรความทุกข์ยากได้อย่างไร?

  มันเป็นไปไม่ได้!

  “นี่เป็นวิธีลับที่บิดาข้าทิ้งไว้ และยังเป็นการป้องกันไม่ไห้ผู้อาวุโสทั้งเก้า โจมตีฉันด้วย!”

  หลิน เว่ย กล่าวด้วยเสียงต่ำ

  ปากของ หลิน เว่ย มีวาทศิลป์อยู่แล้ว และการบ่มเพาะของเขาก็พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งแน่นอนจะต้องกระตุ้นความสงสัยของ เซียง เหิง แน่นอน แต่ หลิน เว่ย จะไม่บอก เซียง เหิง แน่นอน

  ต้องขออภัย นายน้อยของเจ้าตายไปแล้วละ

  ในอนาคต ร่างนี้เป็นของเล่าจื๊อแล้ว ชิชิชิ...

  ถ้าเขาพูดอย่างนั้น เซี่ยง เหิง คงจะหวาดกลัวจนตาย!

  เขาอาจจะถูกมองว่า หลิน เว่ย เป็นสัตว์ประหลาดเฒ่า บางตัวที่ไม่รอดจากภัยพิบัติ แล้วเข้ายึดเอาร่างของคนอื่นเพื่อไปสร้างร่างจุติใหม่!

  ตัวอย่างเช่น หลิน จ้านเทียน

  ปีศาจที่ทรงพลังนี้คงไม่ตายง่ายๆหรอก ไม่มีใครรู้หรอกว่าเขาอาจจะนำวิญญาณที่เหลือรอดหลบหนีไปก็ได้ หรืออาจจะยึดเอาร่างใครสักคนไปบ่มเพาะ หลังจากผ่านไปหลายหมื่นปี คนแปลกหน้าอาจจะมายืนอยู่ต่อหน้า หลิน เว่ย .

  และบอก หลิน เว่ย ว่าข้าคือบิดาของเจ้า !

  มันเป็นพื้นฐาน ของนิยาย

..................................

  “สรุปว่า มันเป็นการจัดการของผู้นำนิกายคนเก่า !”

  ใบหน้าของ เซียง เหิง ผ่อนคลายลงและดูเหมือนว่าเขาจะจำอะไรบางอย่างได้ ใบหน้าของเขาสลดลงเล็กน้อย หลิน จ้านเทียน ในตอนนั้นมีพลังมากแค่ไหน ?

  เขาเป็นผู้นำของนิกายปีศาจสวรรค์ เป็นปีศาจอันดับหนึ่งของทวีปเก้าสวรรค์

  ใครจะไปรู้ว่า จะตกตายอยู่ภายใต้ความทุกข์ยาก จากทัณฑ์สวรรค์

  “นายน้อย การบ่มเพาะของท่านมาถึงอาณาจักรความทุกข์ยากแล้ว ท่านสามารถปราบปรามผู้อาวุโสทั้งเก้า เพื่อจัดระเบียบนิกายปีศาจใหม่ได้ ในเวลานั้น ท่านจะต้องทำให้นิกายทางธรรม ทั้งเก้า ที่ปิดล้อมนิกายปีศาจสวรรค์ของเราต้องจ่ายราคาไห้สาสม !”

  ดูเหมือนว่าเขาจะจำบางสิ่งได้ เซียง เหิง จึงกล่าวอย่างโกรธเคือง

  เขาโกรธมากๆ

  นอกจากนิกายทางธรรม ทั้งเก้าแล้ว ยังมีผู้อาวุโสของนิกายปีศาจสวรรค์อีก 9 คน ซึ่งกลุ่มผู้เฒ่าเก้าคนนี้ เมื่อกำลังเผชิญหน้ากับการปิดล้อมของนิกายทางธรรมอยู่ในขณะนี้ แต่พวกเขากลับต่อสู้กันเพื่อตำแหน่งผู้นำ ซึ่งน่ารังเกียจจริงๆ

  “ไม่ต้องห่วง เมื่อข้าออกไป ข้าจะไปหาพวกมันทีละตัว !”

  หลิน เว่ย กล่าวอย่างเย็นชาและจองหอง

เขาคนปัจจุบัน นั่นคือ อาณาจักรความทุกข์ยาก ขั้นที่เก้า ผู้อาวุโสทั้งเก้าคนนั้น อยู่แค่อาณาจักรควบแน่นดินแดน ตบครั้งเดียวก็เพียงพอ

แต่ก่อนนั้น .

ก่อนอื่น หลิน เว่ย ต้องเตรียมตัวก่อน ไม่เช่นนั้น ความทุกข์ยาก จากทัณฑ์สวรรค์ จะเป็นภัยคุกคามอยู่เสมอ

  ในเวลาต่อมา .

  ดวงตาของ หลิน เว่ย ก็จับจ้องไปไม่ไกล

  “นายน้อย... นายน้อย!”

  มหาอำนาจอาณาจักรควบแน่นดินแดน ขั้นที่หนึ่ง ทั้งสองที่ซึ่งติดตามโม่ เหวิน มา เมื่อถูกดวงตาของ หลิน เว่ย จ้องมอง ร่างกายของพวกเขาก็สั่นสะท้านด้วยความตกใจ และคุกเข่าลงต่อหน้า หลิน เว่ย ทันที

  หลิน เว่ย ตอนนี้แข็งแกร่งเกินไปจริงๆ

  ทั้งสองคนตกใจกลัวมานานแล้ว และเมื่อเห็น โม่ เหวิน ตายไป พวกเขาก็รู้ดีว่าต้องทำอย่างไร?

  ถ้าพวกเขาไม่ยอมแพ้ เกรงว่าทั้งสองคนจะไม่สามารถออกจากคุกใต้ดินนี้ได้

"จิจิ...สองคนนี้ควรจะได้รับการเลี้ยงดูไว้ก่อน รอไห้ก้าวข้ามความทุกข์ยาก จากทัณฑ์สวรรค์ก่อน จากนั้นจึงจัดการพวกมันเพื่อรับคะแนนประสบการณ์ ด้วยผลตอบรับล้านเท่า ฐานการบ่มเพราะของฉัน จะต้องเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสองสามขั้น !"

เมื่อมองไปที่ทั้งสองคน ใบหน้าของ หลิน เว่ย ก็ยิ้มด้วยความชั่วร้าย

  “ในอดีต นายน้อยคนนี้ไม่สนใจพวกเจ้า แต่จากวันนี้ พวกเจ้าทำได้แค่เชื่อฟังนายน้อยคนนี้ !”

  หลิน เว่ย มองไปที่ทั้งสองคน และกล่าวอย่างเฉยเมย

  “โอหยาง เฉิน สาบานว่าจะยอมจำนนต่อนายน้อย หากทรยศ ขอไห้ไม่สามารถเป็นอมตะได้ !”

  เมื่อได้ยินสิ่งนี้

  ชายอีกคน ก็คุกเข่าลงและรีบสาบานกับ หลิน เว่ย อย่างรวดเร็ว

  “โอหยาง หยู สาบานว่าจะติดตามนายน้อยไปจนตาย !”

“ไม่เลว !”

  หลิน เว่ย พยักหน้าอย่างพึงพอใจ

ลุกขึ้น

หลิน เว่ย โบกมือและพลังปีศาจก็พุ่งออกไป ในชั่วพริบตา พวกเขาทั้งสองก็รู้สึกเพียงว่าร่างกายของพวกเขาถูกห่อหุ้มไว้

  ร่างของทั้งสองนั้นไม่สามารถควบคุมได้ ตอนนี้ร่างกายก็ค่อยๆยืนขึ้นเอง

  "ขอบคุณนายน้อย!"

  "ขอบคุณนายน้อย!"

  หลังจากที่ทั้งสองรับรู้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวของ หลิน เว่ย ดวงตาของพวกเขาก็มีความเคารพมากยิ่งขึ้น

  “นายน้อยอันใด ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นายน้อยคือผู้นำ ผู้นำคนใหม่ของนิกายปีศาจสวรรค์ของเรา ภายใต้การนำของผู้นำ นิกายปีศาจสวรรค์ของเรา จะต้องทำลายล้างเก้านิกายทางธรรม และรวมโลกทวีปเก้าสวรรค์เป็นหนึ่งเดียวอย่างแน่นอน!”

  เวียง เหิง มองไปที่ทั้งสองคน และตะโกนอย่างเย็นชา

  “คารวะท่านผู้นำ !”

  “คารวะท่านผู้นำ !”

  เมื่อได้ยิน ทั้งสองจึงรีบคุกเข่าลงอีกครั้ง

  “อืม ยังสามารถสั่งสอนได้ !”

  รอยยิ้มที่พึงพอใจ ปรากฏบนใบหน้าของ หลิน เว่ย

  เซียง เหิง ทำดีมาก

  คนสามคนนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการปกครองตนเองในทวีปเก้าสวรรค์ สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนคือการระงับปัญหาภายในของ นิกายปีศาจสวรรค์

  ควรเป็นผู้นำคนใหม่ ก่อน

  แน่นอน ในระหว่างกระบวนการนี้ เขาไม่สามารถบ่มเพาะได้ และไม่สามารถแม้แต่จะกลืนพลังปราณวิญญาณ และอาหารที่กินควรจะเป็นอาหารธรรมดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมล็ดธัญพืชต้องไม่มีพลังปราณวิญญาณ

  ไม่อย่างนั้นถ้าไม่ใส่ใจ เขาก็จะทะลุทะลวงระดับ

  “โอหยาง เฉิน นิกายปีศาจสวรรค์ ของข้าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ”

  มองไปที่ โอหยาง เฉิน หลิน เว่ย กล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่ลึกล้ำ

  ตามความทรงจำ.

  เขาถูกขังอยู่ในคุกใต้ดินนี้มาครึ่งเดือนแล้ว และครึ่งเดือนที่ผ่านมา เก้านิกายทางธรรมได้ปิดล้อมนิกายไว้

  ตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไร?

  “รายงานต่อผู้นำนิกาย ในบรรดานิกายปีศาจสวรรค์ของเรา ผู้อาวุโสสาม เป็นหัวหน้าโดยมีศิษย์และปรมาจารย์ 70% อยู่ในมือ

  “ผู้อาวุโสอีกหกคน ก็ไม่มีอะไรต้องกลัว !”

  โอหยาง เฉิน กล่าวอย่างรวดเร็ว

  “ผู้เฒ่าผู้นี้ ผู้อาวุโสสาม ไม่เลวเลย หากไม่ใช่เพราะเขา ผู้นำนิกาย ข้าควรจะได้นั่งลงอย่างมั่นคง!”

  หลิน เว่ย คิดในใจ

  แต่น่าเสียดาย

  ตัวเขาในอดีต ก็ไม่ได้ตำแหน่งผู้นำ !

 

ตอนก่อน

จบบทที่ คารวะผู้นำหลิน

ตอนถัดไป