ไปขอโทษเดี๋ยวนี้ !
"แป๊ะ!"
เสียงตบนี้ดังมาก มันดังก้องกังวาลอยู่ในห้องโถงของโรงแรมเอ็มเพอเรอร์อยู่พักหนึ่ง
ใบหน้าครึ่งซ้ายของโจวเจิ้งก็ได้กลายเป็นสีแดงและบวมอย่างรวดเร็ว
ซึ่งการโดนตบในครั้งนี้ก็ทำให้โจวเจิ้งเข้าใจทันทีว่าเขาได้เข้าไปยั่วยุคนที่ไม่ควรจะยั่วยุเข้าแล้ว
ดังนั้น โจวเจิ้งจึงพูดด้วยความตื่นตระหนก: "ฉัน... ผมขอโทษ... หลิน... คุณหลิน"
จากนั้น ซ่งผิงชางที่ยืนอยู่ข้างๆก็ตะโกนด้วยเสีบงต่ำว่า "หลี่เซียง! ขอโทษคุณหลินเดี๋ยวนี้ซะ!"
ในเวลานี้ ซ่งผิงอยากจะให้หลี่เซียงมาเป็นลูกชายของเขาอย่างมาก ทำไมน่ะหรอ?
เพราะหากเป็นเช่นนั้น เขาก็จะสามารถตบหน้าหลี่เซียงอย่างรุนแรงเพื่อระบายความโกรธของเขาในเวลานี้ได้ยังไงล่ะ
ซึ่งเมื่อได้ชินดังนั้น ผู้จัดการหลี่ก็ตัวสั่นด้วยความตกใจ มีเหงื่อเย็นไหลออกมาจากหน้าผากของเขาอย่างท่วมท้น เขาพูดตะกุกตะกัก "หลิน...คุณหลิน ผมขอโทษ...ผมขอโทษ"
ในขณะนี้ นอกจากความตื่นตระหนกแล้ว ผู้จัดการหลี่ก็ยังรู้สึกเสียใจอย่างไม่รู้จบ
เพราะเขาสังเกตเห็นอย่างชัดเจนว่าเจียงเฉิงนั้นกำลังดื่มอวยพรให้หลินฟาน แต่ทำไม... ทำไมเขาถึงได้หัวเราะเยาะหลินฟานกันนะ?
หลินฟานไม่ได้สนใจความคิดในใจของพวกเขาเหล่านี้เลย
เขาพูดอย่างผ่อนคลาย “พวกคุณกินกันเสร็จแล้ว? อย่าลืมจ่ายเงินด้วยล่ะ ฉันไปก่อนนะ”
จากนั้นเขาก็หันหลังกลับและพูดกับอันซวนที่ตกตะลึงอยู่ข้างๆเขาว่า "เราไปกันเถอะ"
“อ่า...โอเค...” อันซวนตอบรับและเดินตามหลินฟานออกไปข้างนอกอย่างมึนงง
ซึ่งหลังจากที่หลินฟานจากไป บรรยากาศในห้องโถงของโรงแรมเอ็มเพอเรอร์ก็ตึงเงียบทันที
จากนั้น โจวต้าเฉียงก็กระแอมในลำคอ และสุดท้ายเขาก็พูดว่า "เรา... พวกเราไปกินข้าวข้างในห้องชั้นบนกันเถอะนะ"
“กินข้าวหรอครับ ฮ่า ฮ่า ฮ่า!” หลิวหยูหางหัวเราะเยาะแล้วหันหลังเดินจากไป
ซึ่งจางโจวประธานเมืองการค้าเสียวหวู่และคนกลุ่มใหญ่ก็ติดตามเขาไปอย่างใกล้ชิดด้วยเช่นกัน
ในขณะนี้ ซ่งผิงมองที่ด้านหลังของทุกคนที่เดินจากไป ในใจของเขารู้สึกสั่นสะท้านอย่างไม่รู้จบ
ทำไมกัน ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย บริษัทของฉันกำลังอยู่ในขั้นตอนที่สำคัญ มื้อนี้ต้องใช้ความพยายามมากแค่ไหน? กว่าจะได้รับโอกาสนี้มา ฉันต้องใช้ความพยายามมากแค่ไหน?
ตอนนี้มัน…..พังไปหมดแล้ว!
เขาตะโกนอย่างฉุนเฉียว “หลี่เซียง ต่อจากนี้ไป แกไม่ใช่ผู้จัดการของบริษัทฉันแล้ว แกถูกไล่ออก!”
ใบหน้าของหลี่เซียงเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดทันที
เขาอยู่ในบริษัทนี้เป็นเวลาหลายปีก่อนจะได้รับตำแหน่งปัจจุบัน
แต่ตอนนี้...เขาจะต้องออกไปแล้วหรอ?
หลี่เซียงพูดอย่างกังวล "ซ่ง... ท่านประธานซ่ง ได้โปรด... ได้โปรดให้โอกาสฉันอีกครั้ง"
แต่อย่างไรก็ตาม ซ่งผิงไม่ได้สนใจและเดินออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็ว
จากนั้น ในตอนนี้ โจวต้าเฉียงก็เหลือบมองไปที่โจวเจิ้งอย่างเย็นชา
ถ้าเขาทำได้ เขาก็อยากจะทำเหมือนกับซ่งผิงเช่นกัน เขาอยากจะขับไล่โจวเจิ้งให้ออกไป
แต่……
เขาทำไม่ได้!
เพราะโจวเจิ้งนั้นเป็นลูกชายของเขาเอง!
เป็นลูกชายเพียงคนเดียว!
ด้วยเหตุนี้ โจวต้าเฉียงจึงสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วพูดว่า "พ่อรู้เรื่องปัญหาทั้งหมดแล้ว เรารีบกลับบ้านกันเถอะนะ"
โจวเจิ้งกล่าวว่า "ครับ พ่อ"
จากนั้น สองพ่อลูกก็เตรียมตัวที่จะออกจากโรงแรมเอ็มเพอเรอร์
แต่ในขณะนั้นเอง หวางเฟิงอี้ก็พูดขึ้นทันทีว่า “ต้องขอโทษ คุณยังไม่สามารถกลับไปได้ในตอนนี้”
"ทำไมหล่ะ?" โจวต้าเฉียงอดไม่ได้ที่จะสงสัย
หวางเฟิงอี้กล่าวว่า “ลูกชายของคุณยังไม่ได้ชำระเงินให้กับทางเราเลย”
โจวเจิ้งกล่าว "เท่าไหร่งั้นหรอ?"
ขณะพูด เขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาด้วย
หวางเฟิงยี่กล่าวว่า “ทั้งหมดเป็นเงิน 2,352,168 หยวน”
“ทำไมมันถึงแพงขนาดนี้ล่ะ?” โจวเจิ้งถามพร้อมกับตัวสั่นไปด้วย
จากนั้น หวางเฟิงยี่ก็หยิบบิลออกมาแล้วพูดว่า "กุ้งออสเตรเลียราคา 3888 หยวน รังนกน้ำแข็งหิมะราคา 488 หยวน... เครื่องดื่มราคา 2,216,880 หยวน"
"ทำไมเครื่องดื่มถึงมีราคาแพงขนาดนี้? ฉันแค่ดื่มเหล้าเหมาไถสองสามขวดและไวน์แดงอีกสองขวดเองนะ" โจวเจิ้งอุทาน
“นั่นเป็นเพราะว่าคุณสั่งไวน์แดงชาโต้มาร์โกซ์ที่ดีที่สุดสองขวดในปี 1945 จากโรงแรมเอ็มเพอเรอร์ของเราครับ” หวางเฟิงยี่กล่าว
“ฟุ่มเฟือย!” โจวต้าเฉียงตะโกนเสียงดัง จากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นมาอีกครั้งและตบหน้าของโจวเจิ้งอย่างดุเดือด
"แป๊ะ!"
ใบหน้าครึ่งขวาของโจวเจิ้งเปลี่ยนเป็นสีแดงและบวมอย่างรวดเร็ว
…………
หลินฟานไม่มีทางรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นต่อที่โรงแรมเอ็มเพอเรอร์
เขากำลังขับรถซานตาน่า และใช้เวลาไม่นานก่อนที่เขาจะมาถึงชุมชนที่ทรุดโทรม
ซึ่งในขณะนี้ หลินฟานก็กำลังมองไปยังอาคารที่คุ้นเคยในชุมชนด้วยใบหน้าที่แปลกประหลาด
เพราะว่าหลินฟานก็เคยอาศัยอยู่ที่นี่ก่อนที่เขาจะได้รับระบบมา
เขายังจำได้ชัดเจนว่าเจ้าของบ้านอย่างหวังซื่อฉินนั้นน่ารำคาญมากแค่ไหน
จากนั้น ดูเหมือนว่าอันซวนจะได้สติกลับมาแล้ว และเธอก็กล่าวอย่างแผ่วเบาว่า "ขอบคุณสำหรับวันนี้นะ..."
หลินฟานกล่าวอย่างสบายๆ: “ไม่เป็นไรหรอก มันเป็นเพียงเรื่องเล็กๆน้อยๆเท่านั้น”
หลังจากหลินฟานพูดจบ อันซวนก็ค่อยๆเปิดปากเล็กๆของเธออีกครั้ง ราวกับว่าเธอต้องการจะพูดอะไรสักอย่าง
แต่ในท้ายที่สุด เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป และเธอก็เดินตรงไปยังอาคารที่ทรุดโทรม
ซึ่งหลังจากที่ขับรถมาสักพัก หลินฟานก็รู้สึกเบื่อหน่ายเล็กน้อย
ดังนั้นเขาจึงเดินออกจากรถและสูดหายใจเข้าลึกๆสองครั้ง
จากนั้นหลินฟานก็หันความสนใจไปที่ระบบ
ภารกิจ: ทำคำสั่งพิเศษให้สำเร็จ รับส่งผู้โดยสารจากแอพดีดี้ 5 คน รางวัลคือซองแดงสีทอง 5 ซอง ความคืบหน้า: 25.
เมื่อเห็นสิ่งนี้...
หลินฟานก็ทำสีหน้าแปลกๆและบ่นในใจ: ออเดอร์เมื่อกี้... เป็นออเดอร์พิเศษสินะ!
“หือ! นั่นหลินฟานไม่ใช่หรอ?” ในขณะนั้นเอง ก็มีเสียงเรียกดังขึ้นมาจากข้างหลังของหลินฟาน
ซึ่งถึงแม้ว่าหลินฟานจะไม่หันหลังกลับไปมอง แต่เขาก็รู้ว่าเจ้าของเสียงนี้... คืออดีตเจ้าของบ้าน หวังซื่อฉินฉินแน่นอน
หวังซื่อฉินเยาะเย้ย “เมื่อก่อน นายไม่ได้ขับรถราคาหลายสิบล้านอย่างงั้นหรอ? ทำไมตอนนี้นายถึงได้เปลี่ยนมาขับซานทาน่าล่ะ?”
“ว่าแต่ ทำไมนายถึงกลับมาที่ชุมชนนี้ล่ะ นายอยากเช่าบ้านงั้นหรอ ครอบครัวของฉันยังมีบ้านว่างอยู่นะ แต่ราคามันมากกว่าเมื่อก่อนนิดหน่อย!”
ในเวลานี้ หวังซื่อฉินร่าเริงเป็นอย่างมาก
เพราะในตอนที่หวังซื่อฉินเห็นหลินฟานขับรถสปอร์ตราคาหลายสิบล้าน และเห็นใบรับรองอสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก เธอก็อิจฉาริษยาจนนอนไม่หลับมาโดยตลอด
แต่วันนี้เธอเห็นหลินฟานขับรถซานตาน่ากลับมาที่ชุมชน ความอิจฉาและความริษยาในอดีตก็หายไปจนหมดสิ้น
เธอรู้สึกชุ่มชื่นใจอย่างมาก!
"ปี๊ด!"
ก่อนที่หลินฟานจะพูด เสียงแตรรถก็ดังขึ้นมา
จากนั้น บีเอ็มดับเบิลยู 530li ก็มาจอดอยู่ข้างๆ
ซึ่งหานเทียนก็เดินลงมาและพูดอย่างมีความสุข "ฉันคิดว่าฉันคิดผิดซะอีก แต่มันไม่ใช่ มันกลายเป็นคุณจริงๆด้วย หลินฟาน!"
เสียงของเธอที่ใช้เรียกชื่อของหลินฟานนั้นหวานเป็นพิเศษกว่าคำอื่น และหลังจากหยุดชั่วคราว เธอก็พูดต่อ "ฉันตั้งใจจะไปหาคุณในวันพรุ่งนี้ ไม่คาดคิดเลย ว่าวันนี้ฉันจะได้พบกับคุณ"
"มาหาผมทำไมหรอ?" หลินฟานถามด้วยความสงสัย
หานเทียนกล่าวว่า "อ๋อ เรื่องนั้น เป็นเพราะว่าคุณได้รับค่าเช่าห้อง 132 หลังในว่านเจียฮั่วฟู และห้อง 1,058 หลังในเจิ้นหูหยูถิง ที่คุณให้เช่าในอสังหาริมทรัพย์เหลียนเจีย... ฉันจะทำรายละเอียดเฉพาะให้อีกที ฉันสามารถโอนเงินให้คุณได้ทุกเมื่อ”
ทันทีที่ประโยคเหล่านี้ถูกพูดออกมา...
หวังซื่อฉินที่ยืนถัดจากหลินฟานก็เปิดปากของเธอและหยุดนิ่งอยู่ในความงุนงง