ไม่มีคาบเรียนในตอนเช้า?
แม้ว่าช่วงเช้าของเจียงเป่ยในวันธรรมดาจะแออัดมาก
แต่หลินฟานก็มาถึงมหาวิทยาลัยเจียงเป่ยในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง
เพราะในขณะที่เขาขับมา ยานพาหนะที่อยู่รอบๆต่างก็หลับทางให้ นั่งคงเป็นเพราะว่าพวกเขากลัวที่จะเผลอไปชนเข้า
หลังจากที่หลินฟานจอดรถโรลส์-รอยซ์ แฟนธอม เขาก็บ่นพึมพำกับตัวเอง "รถคันนี้มีกำลังมากก็จริง แต่ฉันรู้สึกว่าตรงที่นั่งคนขับมันแคบไปนิดนึง น่าจะเหมาะกับการเป็นคนนั่งข้างหลังมากกว่า"
จากนั้น หลินฟานก็เดินไปที่ห้องเรียน
แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาไปถึง เขากับไม่พบใครอยู่ในห้องเรียนเลย
หลินฟานจึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วส่งข้อความเข้าไปในกลุ่มหอพักของเขา
หลินฟาน: ทำไมไม่มีใครอยู่ในห้องเรียนเลยล่ะ?
ซงหยี่ : พี่ฟาน พี่อยู่ที่มหาวิทยาลัยหรอ? เช้านี้เราไม่มีเรียน
หลิน ฟาน:...
เมื่อเห็นเช่นนี้ หลินฟานก็แสดงสีหน้าเซ็งๆออกมา
เพราะหลังจากเทศกาลฤดูใบไม้ผลิแล้ว เขาก็แทบจะไม่ได้มาที่มหาวิทยาลัยเลย ซึ่งพอเขามา เขาก็ดันไม่พบกับใครอีก นี่จะไม่ทำให้เขารู้สึกเซ็งได้อย่างไร?
ด้วยเหตุนี้ หลินฟานจึงต้องหันหลังกลับและเดินออกจากห้องเรียน ซึ่งเมื่อเขาออกมาจากห้องเรียนนั้น เขาก็เห็นว่าห้องสมุดอยู่ไม่ไกล และหลังจากที่ลังเลเล็กน้อย เขาก็เลือกที่จะเดินไปยังห้องสมุด
เพราะเขาจำได้ว่าเขายังมีงานที่ต้องทำ
แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม...
ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยนั้นแออัดอยู่เสมอ
มีร่างของนักศึกษายืนอยู่ตามชั้นหนังสือเต็มไปหมด
หลินฟานเดินผ่านชั้นหนังสือหมวดวิศวกรรม ชั้นหนังสือหมวดเคมีวัสดุ ชั้นหนังสือหมวดพลังงานไฟฟ้า... และตรงไปที่ชั้นหนังสือหมวดคณิตศาสตร์
"พื้นฐานของพีชคณิตสมัยใหม่" "พีชคณิตนามธรรม" "พีชคณิตขั้นสูง" "สมการพีชคณิต" "พีชคณิตและเรขาคณิต"
ประมาณ 5 นาทีต่อมา หลินฟานก็ได้พบหนังสือทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับงานนี้
จากนั้น เขาก็ถือหนังสือหนาห้าเล่มและมองหาที่นั่ง แต่เขาก็พบว่าไม่มีที่ว่างอยู่เลย
ซึ่งถึงบางที่นั่งนั้นจะไม่มีคนนั่งอยู่
แต่มันก็เต็มไปด้วยหนังสือและวัสดุต่างๆ เช่น กระเป๋าสะพาย กระเป๋าดินสอ
หลินฟานพึมพำในใจ: ดูเหมือนว่า...ฉันคงจะต้องยืนอ่านสินะ
ในขณะนั้นเอง จู่ๆเสียงเล็กๆก็ดังขึ้นข้างหลังเขา “คุณ... คุณต้องการที่นั่งหรือเปล่า?”
เมื่อหลินฟานได้ยิน เขาก็หันหลังกลับไปมองอย่างช้าๆ
ซึ่งเขาก็เห็น……
หญิงสาวที่มีความสูงประมาณ 167 เซน มีผมสีดำสนิท สวมแว่นตาขอบดำ และมีหุ่นที่อวบอิ่ม (oYo) เธอกำลังถือหนังสือ "ทฤษฎีตัวเลข" และยืนอยู่ข้างหลังของหลินฟาน
และด้วยอะไรบางอย่าง ทำให้หลินฟานรู้สึกคุ้นเคยกับเธออยู่นิดหน่อย เขาจึงอดไม่ได้ที่จะสังเกตด้วยดวงตาแห่งความจริง
[คะแนนหน้าตา: 94]
[คะแนนความชื่นชอบ: 65]
ซึ่งเมื่อหลินฟานได้เห็นเธอเป็นครั้งแรก เขาก็เดาไว้อยู่แล้วว่ารูปร่างหน้าตาของเธอน่าจะมีคะแนนมากกว่า 90 คะแนน
ดังนั้น เขาจึงไม่ได้รู้สึกตกใจเลยที่เธอมีคะแนนหน้าตาถึง 94 คะแนน
แต่ค่าความชื่นชอบสูงถึง 65 คะแนนเลยหรอ มันสูงกว่าปกตินะ
เห็นได้ชัดว่าผู้หญิงคนนี้มีความชื่นชอบในตัวของหลินฟานอยู่พอสมควร
เป็นไปได้ไหม...ที่เธอจะรู้จักฉัน?
หลินฟานพยักหน้าเบาๆด้วยความสงสัยในใจและกล่าวว่า "ฉันต้องการที่นั่ง"
“ตรงฉัน... มีเก้าอี้ว่างอยู่ข้างๆพอดี” หญิงสาวกล่าวว่า
เมื่อพูดจบ เธอก็เดินนำหน้าไป
และหลังจากนั้นไม่นาน ทั้งสองคนก็มาถึงยังที่นั่งที่มีกองวัสดุสองกองวางซ้อนกันอยู่
หลินฟานไม่ได้รอช้าแต่อย่างใด เขานั่งตัวตรงและเปิด "พื้นฐานของพีชคณิตสมัยใหม่" และพลิกดูอย่างรวดเร็ว
ความสามารถ: สแกน ทำงาน!
"ฟึบ!"
หนึ่งหน้า สองหน้า สามหน้า สี่หน้า...
ในเวลาประมาณ 2 นาที หนังสือ "พื้นฐานของพีชคณิตสมัยใหม่" ที่มีหลายร้อยหน้าก็ถูกอ่านจนหมด
จากนั้น "พีชคณิตนามธรรม" "พีชคณิตขั้นสูง" "สมการพีชคณิต" "พีชคณิตและเรขาคณิต"...
หนังสือหนาๆทั้งห้าเล่มถูกอ่านจนจบโดยใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที
ในเวลาเดียวกันนั้น เสียงเตือนที่ชัดเจนก็ดังขึ้นในใจของหลินฟาน
【ติ๊ง! หลังจากทำงานเสร็จแล้ว ให้อ่าน "พื้นฐานของพีชคณิตสมัยใหม่", "พีชคณิตนามธรรม", "พีชคณิตขั้นสูง", "สมการพีชคณิต", "พีชคณิตและเรขาคณิต" รับกระบวนการพิสูจน์การคาดเดาลูกเห็บ 】
หลังจากเสียงของระบบจบลง การคำนวณและสูตรที่ซับซ้อนมากมายก็พุ่งเข้ามาในใจของหลินฟาน ราวกับกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก
และหลังจากนั้นไม่นาน ใบหน้าของเขาก็แสดงออกถึงความเข้าใจในสูตรต่างๆนี้ทันที
เขาพึมพำในใจ: สูตรการคาดเดาลูกเห็บมันเป็นอย่างนี้นี่เอง
จากนั้น เมื่อหลินฟานหันศีรษะไป เขาก็พบว่าหญิงสาวที่สวมแว่นขอบดำกำลังก้มศีรษะและคิดเกี่ยวกับปัญหาทางคณิตศาสตร์อยู่
เมื่อเห็นสิ่งนี้...
หลินฟานก็จำได้ทันทีว่าทำไมเขาถึงรู้สึกคุ้นเคยกับเธอ และทำไมเธอถึงมีค่าความชื่นชอบถึง 65 คะแนนให้กับตัวเขาเอง
เพราะว่า……
เพื่อให้ได้เครื่องทำนายแผ่นดินไหวและหลักการผลิต หลินฟานจึงได้มาที่ห้องสมุดเพื่ออ่านหนังสือ 10 เล่มเกี่ยวกับเรื่องแผ่นดินไหวและฟิสิกส์
ซึ่งตอนนั้นเอง ผู้หญิงคนนี้ก็นั่งอยู่ข้างๆเขา
และก่อนที่จะจากไป หลินฟานตอนนั้นก็อารมณ์อย่างมากดี
เขาก็เลยช่วยเธอตอบคำถามเกี่ยวกับงานที่เธอทำอยู่
ซึ่งเมื่อนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้น หลินฟานก็อดไม่ได้ที่จะแตะจมูกของเขาและพูดพึมพำในใจ: ฉันช่วยเธอแก้ปัญหา เธอก็เลยให้ฉันมานั่ง เธอคนนี้เป็นคนดีจริงๆ ฉันควรตอบแทนเธอสักหน่อยหรือเปล่านะ?
จากนั้น หลินฟานก็เหลือบมองไปยังกระดาษที่เธอกำลังก้มมองอยู่
ซึ่งหลินฟานก็รู้วิธีตอบคำถามนี้ทันทีที่มองผ่าน
แต่อย่างไรก็ตาม หลินฟานไม่ได้เขียนคำตอบให้เหมือนกับคราวก่อน แต่เขาแนะนำว่า "ถ้าเธอต้องการตอบคำถามนี้ล่ะก็ เธอต้องคิดถึงองค์ประกอบพื้นฐานของทฤษฎีจำนวนก่อน"
เพราะท้ายที่สุดแล้ว การสอนคนให้ตกปลาเป็นนั้นดีกว่าการที่เอาปลามาให้เขากินโดยที่ไม่ทำอะไรเลย
หญิงสาวค่อยๆเงยศีรษะขึ้นมาและถามด้วยความสงสัย “องค์ประกอบพื้นฐาน?”
“ขีด ขีด ขีด!”
หลินฟานหยิบปากกาและกระดาษขึ้นมาและเขียนสูตรลงไปอย่างรวดเร็ว
ซึ่งเมื่อเห็นสิ่งนี้ ดวงตาที่สวยงามของหญิงสาวก็สว่างขึ้นทันที และทันใดนั้นเธอก็พูดว่า "ขอบคุณ ฉันเข้าใจแล้ว"
หลินฟานยิ้มและพยักหน้าให้ก่อนจะพูดว่า "ดูเหมือนว่าเธอจะเรียนเอกวิชาคณิตศาสตร์สินะ ถ้าอย่างนั้นเธอก็น่าจะรู้จักชื่อของฉันใช่ไหม"
นี่ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่หลินฟานจะคิดอย่างนั้น
เพราะหลินฟานได้พบเธอทั้งหมดสองครั้ง ซึ่งแต่ละครั้ง... เขาก็พบว่าเธอกำลังแก้โจทย์คณิตศาสตร์อยู่
และหลินฟานก็ได้แก้ไขปริศนาของโจว การคาดการณ์จำนวนเฉพาะคู่ ซึ่งเป็นปัญหาที่แก้ไขไม่ได้มาอย่างยาวนานอีก
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเชื่อว่าถ้าเธอเป็นนักศึกษาจากเอกคณิตศาสตร์ และก็เชื่อว่าเธอน่าจะรู้จักหลินฟาน
หลินฟานไม่ได้จะโอ้อวดเลย เพราะมันเป็นเรื่องจริง
แต่อย่างไรก็ตาม……
หญิงสาวกับส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ฉันไม่รู้จัก...”
ซึ่งคำพูดประโยคนี้ ก็ทำให้หลินฟานแทบจะหายใจไม่ออก
หญิงสาวพูดอีกครั้ง "ฉันอยู่เอกวิชาฟิสิกส์ ชื่อหลู่หลิง"
เอกวิชาฟิสิกส์งั้นหรอ...ไม่น่าแปลกใจเลยที่ไม่รู้จัก
หลินฟานกระแอมในลำคอและพูดว่า “ฉันชื่อหลินฟาน”
จากนั้น หลังจากแนะนำตัวกันเสร็จ ทั้งสองก็ได้รู้จักกันแล้ว
หลู่หลิงถามว่า "ฉันเห็นคุณพลิกหน้าหนังสือเร็วมากเลย คุณกำลังหาอะไรอยู่หรอ?"
"เปล่าหรอก" หลินฟานกล่าว
เขาจะพูดอะไรได้ล่ะ?
เขาจะพูดได้หรอว่านั่นคือวิธีการอ่านหนังสือของเขา?
ถ้าพูดไปล่ะก็ เขาเกรงว่าหลู่หลิงจะต้องถามกลับมาแน่นอนว่าทำไมอ่านเร็วจัง
มันอธิบายยากเกินไป
หลินฟานเกลียดปัญหา ดังนั้นเขาจึงตอบแบบนี้ออกไป