ฉันยังมีงานต้องทำ
เซินเหลียงตกตะลึงทันทีที่เขาได้ฟังคำพูดของผู้จัดการทั่วไป
ทำไมจู่ๆผู้จัดการทั่วไปถึงจะเลื่อนตำแหน่งให้กับตัวเขาล่ะ?
เมื่อเดือนที่แล้ว เขายังถูกหัวหน้าแผนกวิจารณ์ว่าไม่สามารถโปรโมทผลงานได้อยู่เลย
ถึงการเล่นบาสเก็ตบอลจะเป็นกีฬาที่มีทักษะการจัดระเบียบและประสานงานอย่างดีเยี่ยมก็เถอะ
แต่ต่อให้เป็นอย่างงั้น...มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับงานที่ตัวเขาทำไม่ใช่หรือไง?
แถมในเกมบาสเก็ตบอลเกมนั้น เขาก็เป็นแค่ผู้เล่นตำสำรองที่ลงมาเล่นแทนผู้เล่นตัวจริงเพียงไม่กี่นาที และก็ไม่ได้สักแต้มเลยด้วย
แค่นั้น...มันดีพอที่จะทำให้เขาได้เลื่อนตำแหน่งเลยหรอ?
ซึ่งเมื่อเห็นว่าเซินเหลียงไม่ตอบ ผู้จัดการทั่วไปก็อดไม่ได้ที่จะพูดอีกครั้ง “ถ้าหากว่าคุณไม่อยากจะเป็นหัวหน้าแผนกเกม คุณสามารถเลือกแผนกงานอื่นได้เลยนะ”
หลังจากที่ได้ยินเสียงของผู้จัดการทั่วไปอีกครั้ง เซินเหลียงก็กลับมารู้สึกตัวทันที และเขาก็พูดอย่างเร่งรีบ “ผมอยากเป็น ผมอยากเป็นหัวหน้าแผนกเกม!”
ต้องรู้ว่า……
แผนกเกมนั้นเป็นแผนกที่ทำกำไรได้มากที่สุดของเพนกวินกรุ๊ป!
ซึ่งในขณะเดียวกันก็เป็นแผนกที่เซินเหลียงอยากจะทำมากที่สุดด้วย
และในตอนนี้... ไม่เพียงแต่เขาสามารถทำงานในแผนกเกมได้เท่านั้น แต่ยังได้เป็นถึงหัวหน้าแผนกอีก!
หากทั้งหมดนี้ถูกปฏิเสธเพราะเซินเหลียงยืนเงียบ เขาคงจะต้องร้องไห้เสียใจไปตลอดชีวิตแน่
“เยี่ยมมากเลย งั้นพรุ่งนี้คุณเริ่มทำงานฝ่ายแผนกเกมได้เลยนะ” ผู้จัดการทั่วไปกล่าว
เซินเหลียงพยักหน้าอย่างมีความสุข แต่ลึกๆในใจของเขากำลังตะโกนขอบคุณหลินฟานอย่างสุดเสียง
เพราะเขาเข้าใจเป็นอย่างดี ว่าถ้าไม่ใช่เพราะหลินฟาน เขาก็คงไม่ได้มายืนอยู่จุดนี้
…………
ในขณะเดียวกัน หูเทียนก็ใช้เวลาเพียงแค่สองวันในการเขียนวิธีการแก้ไขปัญหาการคาดเดาลูกเห็บของหลินฟานให้ออกมาเป็นวิทยานิพนธ์
จากนั้น ชื่อของหลินฟานก็ถูกส่งไปยัง “พงศาวดารของคณิตศาสตร์” ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่วารสารคณิตศาสตร์ชั้นของโลก
…………
ขณะนี้ เป็นเวลาเช้าตรู่ของประเทศสหรัฐอเมริกา
ซึ่งเฟลด์ บรรณาธิการของ “พงศาวดารของคณิตศาสตร์” ก็กำลังนอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงโดยไม่สามารถหลับได้เลย และเขาก็อดไม่ได้ที่จะบ่นว่า “ในอนาคต ถ้ามีคนมาชวนฉันไปดื่มกาแฟตอนกลางคืนอีกล่ะก็ ฉันจะด่ามันว่า ฟัค อย่างแน่นอน!”
เฟลด์พยายามข่มตาหลับทั้งคืน แต่มันก็ไม่สำเร็จ
ด้วยเหตุนี้ ในที่สุดเขาก็เลยตัดสินใจลุกขึ้นและถอนหายใจออกมา "ตอนนี้ฉันควรหาอะไรทำสักอย่าง เล่นเกมดีมั้ยนะ? ไม่หรอก ถ้าฉันเล่นเกมล่ะก็ เกรงว่าฉันคงจะนอนไม่หลับไปมากกว่านี้เพราะมัวแต่ตื่นเต้นอยู่กับเกมแน่ๆ"
“ดูหนังดีไหมนะ? หรือจะเช่าผู้หญิงสวยๆให้มาอยู่ด้วยดี”
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เฟลด์ก็พูดว่า " เอาล่ะ ฉันว่าฉันควรเปิดกล่องข้อความอีเมลดูนี่แหละ... บางทีอาจจะเจอหัวข้อน่าเบื่อๆให้อ่าน และมันอาจจะทำให้ฉันรู้สึกง่วงก็เป็นได้"
ขณะพูด เขาก็ได้เดินไปที่โต๊ะทำงานแล้วเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมา
ซึ่งในขณะนั้น เขาก็ยังบ่นอีกว่า "ตื่นมาทำงานตอนกลางดึก... จะมีใครในโลกนี้ที่รักงานเหมือนกับฉันอีกไหมเนี่ย? หัวหน้าบรรณาธิการไรอันควรจะเพิ่มโบนัสให้ฉันมั่งนะ"
"ติ๊ง!"
ทันทีที่เฟลด์ลงชื่อเข้าใช้อีเมลของเขา ข้อความก็ปรากฏขึ้นมาที่มุมล่างขวาของหน้าจอทันที
"วิธีการแก้ไขปัญหาการคาดเดาลูกเห็บ? มีคนส่งหัวข้อประเภทนี้มาได้ยังไงกันเนี่ย แต่นี่แหละ... เรื่องน่าเบื่อที่ฉันกำลังต้องการ!"
ขณะที่เฟลด์พูด เขาก็เปิดข้อความอีเมลขึ้นมาอย่างช้าๆ
ซึ่งในตอนแรก เขาก็แค่มองมันไปเรื่อยๆแบบไม่ได้ใส่ใจอะไร
แต่ไม่นานนัก คิ้วของเขาก็ค่อยๆขมวดเข้าหากัน...
อย่างไรก็ตาม ถึงเฟลด์จะเป็นบรรณาธิการของ “พงศาวดารของคณิตศาสตร์” แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับคณิตศาสตร์เลย
มันตรงกันข้ามด้วยซ้ำ ความสามารถและวิสัยทัศน์ทางคณิตศาสตร์ของเขานั้นดีกว่าพวกอาจารย์คณิตศาสตร์ทั่วไปซะอีก
เฟลด์พึมพำ “ข้อความฉบับนี้ไม่เห็นน่าเบื่อเเลย… แถมดูเหมือนว่าจะเป็นความจริงด้วย…”
จากนั้น เขาก็ค่อยๆจ้องไปยังชื่อผู้เขียนที่อยู่มุมล่างขวา
“มหาวิทยาลัยเจียงเป่ย หลินฟาน?”
เมื่อเห็นสิ่งนี้... เฟลด์ก็เหมือนจะนึกถึงอะไรบางอย่างได้ และไม่นานนัก รูม่านตาของเขาหดตัวลงในทันที
"หลินฟาน? หรือว่าจะเป็นหลินฟานที่แก้ไขปริศนาของโจวและการคาดการณ์จำนวนเฉพาะคู่"
ปกติแล้ว หากเป็นชาวต่างชาติทั่วไปก็อาจจะไม่รู้จักคนที่ชื่อหลินฟาน
แต่ชื่อของหลินฟานนั้นเป็นชื่อที่มีชื่อเสียงในวงการคณิตศาสตร์อย่างยิ่ง
เฟลด์กล่าวว่า "ถ้าคนนี้มีชื่อว่าหลินฟาน...ฉันว่าฉันควรรีบส่งข้อความฉบับนี้ไปให้หัวหน้าบรรณาธิการไรอันดูเลยดีกว่า เขาจะได้รู้ด้วยว่าฉันทำงานอย่างหนักในยามราตรี”
หลังจากคิดเช่นนี้ เฟลด์ก็ส่งต่อข้อความฉบับนี้ผ่านอีเมลโดยทันที
…………
วันรุ่งขึ้น ตอนเช้าตรู่
เนื่องจากหัวหน้าบรรณาธิการไรอันนั้นมีนิสัยชอบใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงของทุกเช้าในการอ่านอีเมลทั้งหมด
ทำให้ผ่านไปไม่นาน เขาก็สังเกตเห็นอีเมลที่เฟลด์ส่งมา
ซึ่งเมื่อไรอันเห็นหัวเรื่องของอีเมล เขาก็ขมวดคิ้วและพูดว่า "เฟลด์ ทำไมถึงส่งหัวเรื่องแบบนี้มาให้ฉัน! แถมยังส่งมากลางดึกอีก? เขามีไข้สูงกลางดึกหรือเปล่า?"
ในความเห็นของไรอัน ในฐานะที่เป็นบรรณาธิการวารสารคณิตศาสตร์ชั้นนำ เขาควรจะมีวิจารณญาณขั้นพื้นฐานในการเลือกงานสักหน่อย
เรื่องเหล่านี้ก็เป็นหนึ่งในการตัดสินใจขั้นพื้นฐาน เรื่องการแก้ไขปัญหาการคาดเดาลูกเห็บ เรื่องการคาดเดาของรีมันน์ เรื่องการคาดเดาของก็อลท์บัคและอื่นๆ หากพบเห็น ก็ควรจะรากมันไปลงยังถังขยะทันที
ด้วยเหตุนี้ ไรอันจึงไม่ได้สนใจบทความเลย จากนั้นเขาก็เหลือบมองไปยังชื่อของผู้เขียน
ซึ่งทันใดนั้น รูม่านตาของเขาก็ได้หดตัวเล็กลงเหมือนกับเฟลด์ทันที
“หลินฟาน?!”
หลังจากนั้น ไรอันก็มองดูบทความด้วยท่าทางเคร่งขรึม สายตาของเขาจดจ่ออย่างมาก เขาพลิกกระดาษอย่างระมัดระวัง
และหลังจากเวลาผ่านไปนาน เขาก็ขมวดคิ้วแล้วพูดว่า "ช่างเป็นการคำนวณที่เหลือเชื่อ แต่การคำนวณจะถูกต้องหรือไม่นั้นก็ต้องได้รับการตรวจสอบจากศาสตราจารย์ระดับสูงซะก่อน"
ไรอันพึมพำ "ศาสตราจารย์เจฟฟรีย์แห่งเพรสตันเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพีชคณิตนามธรรม ส่งให้เขาตรวจดูน่าจะดีที่สุด"
หลังจากปกปิดชื่อผู้เขียนของบทความนี้แล้ว เขาก็ส่งต่อให้กับศาสตราจารย์เจฟฟรีย์
จากนั้น ไรอันก็ส่งข้อความถึงเฟลด์: ฉันได้เห็นความพยายามทั้งหมดของนายแล้ว เดือนนี้...ฉันจะเพิ่มโบนัสของนายขึ้นเป็นสองเท่าให้นะ
เฟลด์: ขอบคุณครับ หัวหน้าบรรณาธิการไรอัน!
…………
เพรสตัน สถาบันคณิตศาสตร์ขั้นสูง
ในตอนนี้ หลังจากที่ชายหนุ่มทำงานเสร็จ เขาก็เหลือบมองไปยังศาสตราจารย์เจฟฟรีย์ ที่กำลังนั่งจมอยู่กับกองหนังสือแล้วถามว่า "ศาสตราจารย์ ดูเหมือนว่าคุณจะมีงานที่ต้องทำอยู่เยอะเลยนะครับ ให้ผมช่วยไหม? เอาแซนวิชหรือเปล่าครับ?”
เจฟฟรีย์ค่อยๆเงยหน้าขึ้นแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “งานฉันยังไม่เสร็จเลย แต่กินข้าวหน่อยก็ดีเหมือนกันนะ”
"ติ๊ง!"
ในขณะนั้นเอง อีเมลก็ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ต่อหน้าเจฟฟรีย์
ซึ่งเขาก็เลื่อนเมาส์ไปคลิกทันที
และในเวลาต่อมา เจฟฟรีย์ก็ได้ถูกบทความเหล่านี้ตรึงเอาไว้ มีเพียงดวงตาคู่หนึ่งเท่านั้นที่ขยับไปมาเพื่อจ้องมองตัวเลขซับซ้อนที่อยู่บนหน้าจอ
เมื่อเห็นสิ่งนี้ ชายหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะพูดออกมา “ศาสตราจารย์ มีอะไรหรือเปล่าครับ?
เจฟฟรีย์รีบพูดตอบกลับ "โอ้ เอ่อ...นายเอาแซนวิชไปกินก่อนได้เลย ฉันยังมีงานต้องทำ"
ชายหนุ่มบ่น: เมื่อกี้ศาสตราจารย์เพิ่งบอกว่ากินข้าวหน่อยก็ดีเหมือนกันไม่ใช่หรอ? ทำไมจู่ๆเขาถึงเปลี่ยนไปนะ?
แน่นอนว่าชายหนุ่มนั้นกล้าบ่นแค่ในใจเท่านั้น