ชายพิการ

เมืองจินหลิง

ดินแดนอันเป็นความฝันและโชคลาภวาสนาของคนมากมาย อันเป็นแหล่งในการแสวงโชคของคนตั้งแต่ยุคอดีตจนถึงยุคปัจจุบัน มันมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เคยเป็นเมืองหลวงมาหลายราชวงศ์ มีคนมากมายสามารถพลิกชีวิตจากตกอับ ยากจน เมื่อมายังอยู่ยังเมืองนี้ กลับสามารถกลายเป็นคนร่ำรวยมั่งคั่ง หากเป็นคนขยันและมีไอเดียทำเงินได้…

แต่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถก้าวผ่านคืนวันอันโหดร้ายในเมืองใหญ่แห่งนี้ไปได้ บางคนก็พลิกกลับจากร่ำรวย เป็นยากจนได้ด้วยเช่นกัน…

และในความเป็นจริงแล้ว คนที่เกิดมาร่ำรวยมั่งคั่งนั้น ก็ใช่ว่าจะมีความสุขเสมอไป…

…...

บ้านตระกูลเฉิน

เฉินฮ่าวในสภาพพิกลพิการกล้ามเนื้ออ่อนแรงตั้งแต่เกิด ไม่สามารถขยับแขนขาตัวเองได้ตั้งแต่อายุเจ็ดขวบ ก่อนอายุเจ็ดขวบ เป็นแค่เพียงไม่มีแรกยกของ และยังขยับขาได้ เดินได้ ยกจับสิ่งของเบาๆได้ แต่หลังเจ็ดขวบต้องอาศัยคนอื่นอย่างเดียว จวบจนปัจจุบันอายุสิบเจ็ด มันได้ทนทุกข์ทรมานมาสิบปีเต็ม ไม่รู้ว่ามันเป็นเคราะห์ร้ายหรือโชคลาภวาสนาของเขา ที่ได้เกิดในตระกูลใหญ่ ที่มีความมั่งคั่งร่ำรวยแห่งนี้

ตระกูลของเขานั้น เป็นตระกูลทหารและมีอิทธิพลของเมืองจินหลิง บิดาเขาเป็นถึงนายพล บ้านมารดาก็ร่ำรวยมีกิจการใหญ่โตติดอันดับต้นๆของเมือง ทั้งยังมีเชื้อสายราชวงศ์ มีญาติเป็นผู้ว่า และยังมีเขาเป็นลูกชายเพียงคนเดียว ปู่ก็เป็นลูกชายคนเดียว บิดาเขาก็เป็นลูกชายคนเดียว แต่โชคร้ายตรงที่พอเป็นเขา ที่เป็นลูกชายคนเดียวเหมือนกัน เขากลับเป็นคนพิการ

นอกจากเขาที่เป็นลูกชายพิการคนเดียวของบิดาแล้วนั้น บิดาเขาก็พยายามที่จะมีบุตรชายมาหลายปี แต่ก็ไม่สมหวัง นอกจากมารดาของเขาแล้ว เฉินเซียว ผู้เป็นบิดาของเขา ก็ยังมีอนุภรรยาอีกสองคน แต่ก็มีเพียงบุตรสาวอีกสองคน ที่เกิดกับภรรยาคนที่สองและที่สามเท่านั้น หลังจากนั้นก็ไม่มีอีกเลย จนบิดาเกิดท้อแท้และอ่อนใจ ไม่คิดมีภรรรยาน้อยอีกให้เสียสุขภาพไปมากกว่านี้

ดังนั้นแล้ว การสืบทอดวงศ์ตระกูลจึงตกมาที่เขา

คืนนี้เป็นคืนแต่งงาน ในห้องนอนของเขาคืนนี้จึงมีคนอีกคน ต้องนอนร่วมเตียงของเขา

...

เฉินฮ่าวมองดูเซี่ยหลิง เจ้าสาวที่จะมาเป็นภรรยาตนด้วยความรู้สึกแปลกๆ ไม่รู้มันเรียกว่าอะไร อาจเรียกได้ว่า มันเป็นสุขหรือความหดหู่ในขณะเดียวกัน แต่ดูเหมือนมันจะเป็นความขมขื่นมากกว่า

เธอเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยจินหลิง มีรูปร่างหน้าตางดงามทั้งยังมีนิสัยและความประพฤติดีเยี่ยม เธอเป็นเหมือนดั่งนางฟ้านางสวรรค์สำหรับเฉินฮ่าว นอกจากเธอจะมีรูปร่างหน้าตาดีแล้วนั้น เธอยังมีฐานะร่ำรวยติดอันดับต้นๆของเมืองจินหลิงด้วยเหมือนกัน ทั้งยังมีเชื้อสายวงศ์ตระกูลที่ดี ถึงแม้ว่าเธอจะมีอายุมากกว่าเฉินฮ่าวอยู่สามปี แต่รูปร่างหน้าตาของเธอก็ยังดูเหมือนเด็กมัธยมปลาย เทียบเรียกได้ว่า งดงามและดีพร้อม

เมื่อเธอดูงดงามและนิสัยดีขนาดนี้ เฉินฮ่าวไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเธอถึงได้ยอมมาเป็นภรรยาคนพิการอย่างเขา แต่อันที่จริงแล้วก็พอจะเดาได้ เธอคงมีเหตุจำเป็นอะไรบางอย่าง เกี่ยวกับธุรกิจหรือกิจการของตระกูลของเธอ ก็เลยต้องกล้ำกลืนฝืนทนเอาไว้อยู่ลึกๆในใจ แล้วมาแต่งงานกับเขา

"…"

เขาไม่รู้ว่านี่เป็นครั้งแรกของเธอหรือเปล่า แต่นี่เป็นครั้งแรกของเขา ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเธอเต็มใจหรือไม่ แต่ดูเหมือนเธอจะไม่มีปัญหาอะไร หากว่าเธอจะเป็นคนลงมือทำเองทุกอย่าง ดูเหมือนเธอจะทำใจเอาไว้แล้ว

ถึงแม้ว่านี่จะเป็นการคลุมถุงชนแบบโบราณในสมัยใหม่ และถึงแม้เจ้าบ่าวจะพิการ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ทางพวกผู้ใหญ่ก็อยากมีผู้สืบทอด จึงเกิดเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น

อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่าเซี่ยหลิงจะเตรียมทุกอย่าง และวางแผนเอาไว้แล้วทุกทาง ในคืนแต่งงานนั่นเอง เหมือนว่าเธอจะให้คนอื่นทำแทน ถึงแม้เธอจะโหดร้ายไปหน่อย แต่ก็นับว่าสมควร นั่นเพราะเธอ ไม่ได้รักเฉินฮ่าว เลยแม้แต่น้อย ถึงกระนั้นเธอก็ยังให้สตรีอีกนางช่วยเก็บน้ำเชื้อเอาไว้ให้ เฝื่อผสมเทียม เพื่อสืบเชื้อสายวงศ์ตระกูลในภายหลัง

เฉินฮ่าวเหมือนถูกวางยา มึนเมาและมัวเมา อยู่ในกามตัณหา ทั้งไม่มีสติรู้สึกตัว ในห้องนอนที่ปิดไฟอันมืดมิด เหมือนรู้และไม่รู้ ว่าใครทำอะไรกับตัวเองบ้าง แต่อย่างน้อยๆที่ตรงส่วนล่างนั้น มันก็ยังทำงานได้ดี…

"โอ๊ะ…"

เนื่องจากเขาเป็นคนพิการ เขาจึงไม่ได้รับการศึกษาเหมือนดั่งคนทั่วไป ไม่ได้เข้าโรงเรียนหรือมีเพื่อนฝูง คนที่เขาพบเจอ ก็น้อยเสียยิ่งกว่าน้อย นอกจากแขนขาพิการแล้วนั้น เขาก็ยังไม่ค่อยพูดค่อยจากับใคร หลังจากสิบขวบ เขาก็พูดน้อยแทบไม่พูดอีกเลย จนเหมือนคนเป็นใบ้ ก่อนหน้านี้ก็มีแค่เซี่ยหลิงและนางพยาบาล มาคอยอยู่เป็นเพื่อนเขา เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์

นอกจากน้องสาวของเขาสองคนแล้วนั้น ก็มีเพียงเซี่ยหลิงและนางพยาบาลอีกคน มาคอยดูแลและพูดคุยกับเขา แต่ส่วนใหญ่ดูเหมือนเธอจะพูดคนเดียวมากกว่า แต่ก็ถือว่าเป็นคนคุ้นเคยกัน ทั้งสองตระกูลก็มีความสันพันธ์อันดีต่อกัน ธุรกิจหลายอย่างก็พ่วง พัวพันกันอยู่ และอาจเป็นเพราะเหตุนี้ เธอจึงต้องรับภาระหน้าที่นี้ไป เพื่อให้กำเนิดทายาทของทั้งสองตระกูล

ทุกอย่างได้ถูกเตรียมการณ์เอาไว้ และผ่านไปด้วยดี คาดว่าชีวิตนี้ของเฉินฮ่าว คงไม่เสียเปล่าแล้ว อย่างน้อยก็ทิ้งทายาทเอาไว้ เฉินฮ่าวมองดูใบหน้าของสตรีนางนั้น ในความมืดมิด แล้วรู้สึก คล้ายแปลกหน้า คล้ายคุ้นเคย แบบรู้สึกแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้ ไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ อาจจะเป็นความสงสาร ความเห็นใจ หรือหดหู่ใจ ถึงแม้ใบหน้าของเธอจะบ่งบอกถึงความเจ็บปวดออกมา ไม่รู้ว่าเธอเจ็บปวดทางใจหรือเจ็บปวดทางกายมากกว่ากว่ากัน แต่ลึกๆแล้วในใจเธออาจจะกำลังสมเพชเวทนามันอยู่ก็เป็นไปได้ เธออาจจะกำลังคิดไปว่าแค่ทำบุญทำทานให้คนพิการอยู่ก็เป็นไปได้…

"…"

สุดท้ายแล้ว ดูเหมือนว่าเธอจะจำยอมกล้ำกลืนฝืนทนจนเสร็จสิ้นกระบวนการสืบทอดเผ่าพันธุ์ เพราะเสียงที่เธอครางออกมาเบาๆนั้นแฝงไว้ด้วยความกล้ำกลืนฝืนทน ทั้งยังเกร็งตัวสั่นอยู่ตลอดเวลา

นอกจากเฉินฮ่าวจะเป็นคนพิการแล้วนั้น เขาก็ยังมีโรคประจำตัวอย่างอื่นร่วมด้วย ทั้งโรคทางเลือดและโรคทางกระดูก ไม่เกินสิ้นปีนี้ เขาก็คงตกตายลงไป เพราะอวัยวะภายในล้มเหลว

เพราะฉนั้นภารกิจในการสืบทอดทิ้งเชื้อไขวงศ์ตระกูล จึงกลายเป็นภาระหน้าที่อย่างหนึ่งที่เขาต้องทำก่อนตาย ถึงแม้ว่าความจริงแล้วนั้น ทิ้งอสุจิเอาไว้ แล้วทำการผสมเทียมในภายหลังก็ได้เหมือนกัน แต่เพื่อที่เธอจะเป็นคุณนายเฉินในทางพฤตินัยในอนาคต จึงต้องผ่านขั้นตอนนี้ด้วยเหมือนกัน แต่ใครจะรู้เล่าว่า เธอได้ผ่านขั้นตอนนี้ จริงๆหรือเปล่า

"อืม"

หลังจากเฉินฮ่าวปลดปล่อยออกไป สมองมันก็ว่างเปล่า มองดูแพดานอย่างเลื่อนลอย เหมือนคนเมายา ตัวเขาในยามนี้คล้ายเป็นพ่อพันธุ์ที่มีประโยชน์เพียงแค่นี้เองดอกหรือ มันเป็นความสุขสมปนเศร้า หากเลือกได้ เขาขอเกิดเป็นคนธรรมดา ในครอบครัวคนธรรมดาดีกว่า….

ตอนก่อน

จบบทที่ ชายพิการ

ตอนถัดไป