ชมดูอยู่ห่างๆ

ในยามนั้น เมฆทมิฬพลันปรากฏ สายฟ้าแล่นปร๊าบปร๊าบอยู่บนฟากฟ้านั่น เสียงครืนๆ คล้ายปืนใหญ่กำลังเตรียมบรรจุกระสุนพร้อมยิงออกมาได้ทุกเมื่อ ในตอนนั้นเอง คนที่สู้รบพัวพันกันอยู่บนเมฆ ก็พากันเหินบินไปที่เกาะที่อยู่ไกลออกไปหลายร้อยกิโลเมตรเกาะนั้น มองเห็นเป็นสายรุ้งหลายสาย บินไปที่เกาะ แต่ก็ยังมีสายรุ้งสองสามสาย บินวกลงมายังพื้นน้ำไม่ไกลจากเขามากนัก

เฉินฮ่าว หรี่ตาดู ไม่รู้ว่าคนที่ลงมามีจุดประสงค์ใด แต่คงไม่ใช่ชักชวนมันไปจิบน้ำชาแล้วเสวนากันเป็นแน่

พวกเขาเองก็ระวังตัว เพราะพื้นที่นี้เป็นพื้นที่สู้รบ พวกเขาเข้าใจว่า คงเป็นจินตันบางคนที่กำลังครอบครองร่างนี้อยู่ อาจยังไม่ครอบครองร่างโดยสมบูรณ์ ก็เลยยังไม่เหินบินขึ้นมาก็เท่านั้น อาจจะเป็นตัวตนทรงพลังบางคนก็เป็นไปได้ พวกเขาจึงไม่เข้ามาใกล้เฉินฮ่าวด้วยเช่นกัน มีสองคนที่ใช้อาคมเรียกเอากระบี่บินออกมา ทิ่มแทงทำลายศีรษะผู้ฝึกตนบางคนที่แต่งกายไม่คล้ายพรรคพวกตัวเองให้ระเบิดออกมา พลันมีลูกแก้วแก่นพลังลอยออกมาจากกระโหลกพวกนั้น พวกมันกวักมือเรียก ลูกแก้วพวกมันก็ลอยไปที่พวกเขา คล้ายใช้พลังจิตเรียกเก็บสิ่งของ แล้วเก็บเอาไปใส่ในถุงผ้าที่อยู่ข้างเอว อีกคนก็กวักมือเรียกทารกจินตันของฝั่งตน อีกสองคน ก็กวักเรียกเก็บทั้งศพ ลอยไปหาพวกเขา แล้วเก็บเข้าไปในถุงผ้าข้างเอวด้วยเช่นกัน คาดเดาว่าถุงผ้าเล็กๆนั่นคงมีมิติขนาดใหญ่ภายใน เพราะมันสามารถเก็บของขนาดใหญ่กว่าตัวเองได้มากมายนัก

คนสองสามคนนั้น คล้ายคร้านจะสนใจเฉินฮ่าว หรือหวั่นเกรงกลัวเฉินฮ่าวก็ไม่อาจรู้ได้ เขากวักมือเรียกแก่นพลัง ทารกจินตัน และศพทั้งมิตรและศัตรูแบบลวกๆ เลือกเอาเฉพาะผู้ฝึกตนขอบขั้นสูง แล้วเหาะเหินบินจากไป

"ศิษย์น้อง ที่เหลือข้ายกให้เจ้าก็แล้วกัน…" ชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นผู้ฝึกตนสูงกว่าใคร เอ่ยออกมา เขามองมาที่เฉินฮ่าวแวบหนึ่งแล้วเหินบินไปที่เกาะด้วยเหมือนกัน

ในตอนนั้นเอง ก็เกิดฟ้าผ่าลงไปเปรี๊ยงปร๊าง ลงไปที่เกาะนั้นหลายสาย แสงสีฟ้า สีขาว สีแดง กระพริบวาบ พลันสว่างจ้า แล้วมืดมิดสลับกันกับแสงสว่างจ้าของสายฟ้าที่พาดผ่าลงมา ในความมืดมิดมองเห็นเป็นเงาของผู้ฝึกตนมากมายที่กำลังล้อมเกาะแห่งนั้นเอาไว้อยู่ไม่ไกล คล้ายพวกเขากำลังรออะไรบางอย่างที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้นมา

เฉินฮ่าว มองดูพวกเขาและมองดูตัวเอง ดูเหมือนว่าเขาจะใส่เสื้อผ้าคล้ายกัน เพราะเขาถอดออกมาจากศพพวกเดียวกันกับพวกเขาก่อนหน้านี้ คล้ายพวกเขาคิดว่า เป็นพวกเดียวกันหรือเปล่า เขาก็ไม่แน่ใจนัก หรือพวกเขาขี้คร้านจะสนใจเขาหรือเปล่า หรือเป็นพวกลิ่วล้อขี้ขลาดก็ไม่อาจทราบได้้ แต่เขาเพียงแปลกใจเล็กน้อยที่ตอนแรกมันฟังไม่เข้าใจ แต่ตอนหลังคล้ายเข้าใจว่าพวกเขาพูดว่าอะไร คงเป็นพลังสภาวะอะไรบางอย่างของผู้ฝึกตนที่ทำให้สามารถสื่อสารกันได้ แม้อยู่ต่างโลกก็ตาม

เฉินฮ่าวตัดสินใจ ยังไม่พายเรือไปที่เกาะแห่งนั้นในตอนนี้ เขาหันไปมองดูผิวน้ำที่มีซากศพผู้ฝึกตนสองสามตนที่เหลืออยู่ แต่ใต้น้ำนั้นมีศพเหล่านี้นับไม่ถ้วน คงไม่ต่ำกว่าร้อยศพ เขาเห็นกับตาว่าคนสองสามคนก่อนหน้านี้ ระเบิดศีรษะแล้วเก็บเอาลูกแก้วแก่นพลังของพวกเขาออกไป ยังมีทารกจินตันหลายตน และถุงผ้ามิติข้างเอวหลายถุง ที่สามารถเก็บของได้ ของเหล่านั้นนับเป็นสมบัติอย่างหนึ่ง

เฉินฮ่าวนำถุงผ้าเล็กๆออกมาจากห่อผ้าที่มันริบเอามาจากศพก่อนหน้านี้ เมื่อเปิดปากถุงออกมา เพ่งจิตเข้าไป ก็พบว่า มันเป็นหลุมดำขนาดเล็ก ภายในหลุมดำมืดสนิท ไม่รู้ว่ามีพื้นที่เท่าไหร่ในนั้น ทันใดนั้นเอง รากวิญญาณตรงหว่างคิ้วของเขา ก็สร้างเส้นสายใยสีดำ เส้นเล็กๆเท่าเส้นด้าย พุ่งทะลุเข้าไปในปากถุง พลันจากหลุมดำมืดสนิทก็คล้ายเป็นหลุมดำจางลง แล้วสามารถมองเห็นและรับรู้ว่ามีอะไรอยู่ภายในบ้าง ถึงแม้เฉินฮ่าวจะไม่รู้ว่าสิ่งของเหล่านี้มันคืออะไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง แต่เขาก็ตัดสินใจเก็บเอาไว้ก่อน อย่างน้อยตอนนี้ เขาก็รู้แล้วว่า ถุงผ้านี้เป็นถุงมิติจริงๆ เขาลองทดสอบเรียกเอาสิ่งของเข้าไปและเรียกเอาสิ่งของออกมา พบว่าทำได้อย่างไม่มีปัญหาอะไร

เฉินฮ่าวรู้สึกดีใจมาก เขาทำเหมือนกันทุกถุง แล้วทดลองใส่รวมกัน ถุงผ้าสองถุง เมื่อใส่เข้าไปข้างใน พื้นที่ภายในของเขาก็กว้างขึ้นสองเท่า แต่ถุงมิติใบนั้นก็หายไป สิ่งของก็มากองรวมกัน สงสัยว่ามันหลอมรวมกัน เพียงแต่เขาสามารถหลอมรวมกันได้ไม่เกินสิบถุงเท่านั้น มีพื้นที่รวมกันสิบตารางเมตร ถึงแม้บางถุงจะมีพื้นที่อยู่สิบตารางเมตรอยู่แล้ว เมื่อหลอมรวมกันกับถุงที่มีสิบตารางเมตรก็ไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้อีก ยังคงมีพื้นที่สิบตารางเมตรเท่าเดิม แต่แค่นี้ก็นับว่าเพียงพอเก็บของได้แล้ว มันก็แค่ต้องหาหลายถุงหน่อยหลอมรวมกันเป็นสิบตารางเมตรแล้วมัดไว้ข้างเอว ก็สามารถนำไปเก็บของแยกประเภทได้แล้ว

เมื่อเขามองขึ้นไปบนฟากฟ้าพบสายรุ้งอีกหลายสายกำลังบินไปยังทิศทางที่เป็นเกาะ คงจะมีสมบัติวิเศษบางอย่างกำลังจะถือกำเนิดขึ้นบนเกาะแห่งนั้น ทุกคนก็เลยพากันแห่ไปชมดู ถึงแม้ตัวมันเองก็อยากรู้ แต่เขาก็ต้องยอมรับว่า ตัวเองอ่อนด้อยเกินกว่าจะเข้าไปชมดูอยู่ใกล้ๆ ทำได้แค่เพียงชมดูอยู่ห่างๆไกลๆเท่านั้น เพราะมีความต่างของพลังมากเกินไป แค่ลูกหลงที่พวกเขาสู้กัน คงทำให้ตัวมันตกตายได้หลายรอบเป็นแน่ อย่างดีที่เขาทำได้ตอนนี้ก็คือ รอเก็บกวาดสนามรบ หรือเก็บเกี่ยวเศษซากขยะ ที่พวกเขาหลงเหลือไว้เท่านั้น

เฉินฮ่าวจึงตัดสินใจหันมาเก็บเกี่ยวทุกอย่างใต้ทะเลดีกว่า เพราะดูเหมือนว่าแก่นพลังที่นำออกมาจากกระโหลกศีรษะของผู้ฝึกตน มันจะสามารถแปลงเป็นพลังงานของเขาได้ด้วย เขาจึงกระโดดลงไปใต้ทะเล เพื่อเก็บเกี่ยวศพของผู้ฝึกตนเหล่านั้น…

……

หลายวันต่อมา หลังสงครามแก่งแย่งสมบัติวิเศษครั้งนี้ ก็มีผู้ฝึกตนตกตายลงไปมากมาย ส่วนใหญ่ล้วนเป็นจินตัน เพราะคนที่สามารถบินได้ ล้วนต้องอยู่ในขอบขั้นจินตันขึ้นไป มีส่วนน้อยที่เหยียบของวิเศษบินได้ ที่ติดตามผู้อาวุโสมาชมดูความครึกครื้นอยู่ไกลๆเท่านั้น ซึ่งคนส่วนน้อยพวกนั้นก็ไม่มีใครเสียชีวิต

ในตอนนี้เอง เฉินฮ่าว ก็ทำหน้าที่คล้ายปลาเก็บขยะ มันลอบเก็บเกี่ยวสิ่งที่พวกเขาหลงเหลือไว้ใต้น้ำรอบๆเกาะอยู่ไกลๆ ทั้งอาวุธ ชุดเกราะ เสื้อผ้า ข้าวของ กระโหลกศีรษะของผู้ฝึกตนที่ตกตายลงไป และเก็บซากศพบางศพที่สภาพไม่สมบูรณ์ที่พวกมันทิ้งร่างเอาไว้ รวมทั้งอวัยวะแขนขาของพวกเขาที่ถูกตัดขาดร่วงลงมาใต้ทะเล

ถึงแม้เฉินฮ่าวจะรู้ว่าในกระโหลกศีรษะของผู้ฝึกตนพวกนี้มีแก่นพลังอยู่ก็ตาม แต่เขาไม่สามารถทำลายหรือแหวกศีรษะพวกมันได้เลย เพราะกระโหลกศีรษะของคนพวกนี้แข็งแกร่งมาก หรืออาจจะเป็นเพราะตัวมันอ่อนด้อยเกินไป ก็เป็นไปได้ เขาจึงไม่สามารถสร้างความเสียหายกระทั่งกระโหลกศีรษะของผู้ฝึกตนที่ตกตายไปแล้ว คงต้องเป็นผู้ฝึกตนขอบขั้นจินตันเหมือนกัน หรือสูงกว่าเท่านั้นถึงจะทำลายได้ เฉินฮ่าวจึงทำได้เพียงเก็บพวกมันเอาไว้ก่อน คล้ายเป็นของสะสม กระโหลกศีรษะจึงกองรวมกันหลายสิบกระโหลกคล้ายกองแตงโมอยู่ในถุงผ้าใบหนึ่งที่แยกเก็บกระโหลกศีรษะและซากศพโดยเฉพาะ

แต่ทารกจินตันนั้นไม่เหมือนกัน มันสามารถใช้รากวิญญาณดูดซับมันเข้าไปได้ทันที ถึงแม้มันจะไม่รู้ว่าหว่างคิ้วของเขา เอาของพวกนี้ไปเก็บไว้ที่ใดก็ตาม แต่ตรงหว่างคิ้วของเขา ก็คล้ายมีห้วงมิติที่สามารถนำทารกจินตันพวกนี้เข้าไปเก็บไว้ได้ เหมือนดั่งกับว่า ทารกจินตันพวกนี้ เป็นอาหารหรือก้อนพลังงาน ที่เติมเข้ามาในร่างกายของเขา

อีกอย่าง ไม่ว่าวัตถุสิ่งของอะไรก็ตาม ถึงแม้จะมีขนาดใหญ่เท่ากำปั้น หรือใหญ่เท่าโบกี้รถไฟเหมือนหนวดปลาหมึกยักษ์ที่มันเคยดูดซับเข้าไป มันก็สามารถนำเข้าไปในหว่างคิ้วได้

ยังดีที่ร่างของเขานี้เป็นตัวล่อหลอกทารกจินตันได้เป็นอย่างดี เพียงลอยตัวรอเงียบๆใต้น้ำ ก็มีทารกจินตันมากมาย บินเข้ามาที่หว่างคิ้วของเขาหลายสิบตน คิดครอบครองร่างของเขา แต่กลับกลายเป็นถูกกลืนกินแทน

ส่วนแก่นพลังนั้น เขาก็สามารถดูดซับได้เหมือนกัน เหมือนกับแก่นพลังของปลาหมึกยักษ์ เพียงแต่มีน้อยนักที่จะหล่นตกลงมายังใต้ทะเล แต่ก็ยังมีอยู่ไม่น้อย ที่สามารถพบเห็นและเก็บได้ มีอยู่หลายสิบก้อน พวกเขาคงสู้กันจนถึงขั้นระเบิดศีรษะฝ่ายตรงข้ามกันเลยทีเดียว เฉินฮ่าวก็ดูดซับพวกมันเข้าหว่างคิ้วตัวเอง

หลังจากดูดซับพลังทั้งจากทารกจินตันและแก่นพลังไปหลายสิบตน ดูเหมือนว่าตันเถียนของเขาจะแข็งแกร่งขึ้นไปอีกหลายเท่า ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่ามันแข็งแกร่งมากแค่ไหนก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าร่างกายของเขาจะได้รับอานิสงค์ไปด้วย ในตอนนี้ร่างกายของเขาถึงแม้จะไม่แข็งแกร่งเท่าจินตัน แต่ก็คงอยู่ไม่ไกลมากนัก

ในตอนนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้เคล็ดวิชา หรือวิธีฝึกตน แต่เขาแค่รู้สึกว่าทำแบบนี้ เป็นผลดีไม่มีผลเสียกับตัวเอง เขาจึงทำต่อไป คล้ายเด็กที่ดื่มนมแล้วรู้สึกอิ่มและอารมณ์ดี ก็ดื่มกินต่อไป แต่ในตอนที่เขากินแก่นพลังและทารกจินตันไปยี่สิบตนแล้วนั้น เขารู้สึกว่าตัวเองอิ่มมาก เขาจึงเก็บแก่นพลัง ที่เหลือพวกนั้นเข้าไปในถุงผ้ามิติเก็บของ…

ในยามนี้ ด้านบนนั้นไม่ปลอดภัย เขาจึงมุดถ้ำเล็กๆใต้น้ำ ที่อยู่ใต้เกาะ ใช้เป็นบ้านอยู่อาศัยไปก่อน เพราะเขารู้สึกง่วงมาก

เมื่อดูดซับทารกจินตันและแก่นพลังเข้าไปมากเกินไป เมื่อมุดถ้ำเรียบร้อย เขาจึงอยู่ในสภาวะจำศีล นอนแผ่หลาเหมือนตาย นอนหลับสนิทอยู่ในถ้ำใต้น้ำนั้นเพื่อย่อยสลายพลังที่ได้รับมา…

ตอนก่อน

จบบทที่ ชมดูอยู่ห่างๆ

ตอนถัดไป