สายโทรเข้าจากประธานต้าหม่า
เกี่ยวกับเรื่องนี้ หลินฟานไม่มีทางรู้ได้เลยว่าปัญหาการคาดเดาลูกเห็บที่เขาได้แก้ไขนั้นผ่านการตรวจสอบและกำลังจะตีพิมพ์ลงในพงศาวดารของคณิตศาสตร์
แต่แน่นอน ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ เขาก็คงไม่ได้รู้สึกดีใจอยู่ดี
เพราะนี่คือคำตอบที่ระบบได้คำนวนออกมา มันจะผิดได้ยังไง?
ส่วนวารสาร... "พงศาวดารของคณิตศาสตร์"?
หลินฟานก็ไม่ได้สนใจเลย
...
วันรุ่งขึ้น หลินฟานไม่ได้เลือกที่จะสั่งอาหาร
แต่เขาเลือกที่จะขับรถบิ๊กจีไปยังร้านอาหารที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่กิโลเมตรเอาเอง
เพราะสำหรับเขาแล้ว การนอนนิ่งๆอยู่แต่ในบ้านมันก็รู้สึกน่าเบื่ออย่างมาก
จากนั้น หลังจากที่หลินฟานกินอาหารจนหมด โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของเขาก็ดังขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
เขาเหลือบมองไปยังหน้าจอโทรศัพท์และก็พบว่าคนที่โทรเข้ามาก็คือประธานต้าหม่าของอาลีกรุ๊ป
ซึ่งเมื่อเห็นเช่นนั้น หลินฟานก็ไม่ลังเลและกดปุ่มรับสายทันที
“คุณหลิน อรุณสวัสดิ์!” ประธานต้าหม่าพูดด้วยน้ำเสียงยิ้มแย้ม
หลินฟานพูด "เช่นกันครับ ประธานต้าหม่า"
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็ถามว่า "ทำไมประธานต้าหม่าถึงโทรหาฉันในวันนี้ล่ะ?"
ประธานต้าหม่าพูดด้วยน้ำเสียงยิ้มแย้มว่า “ถ้าไม่มีอะไร ผมจะโทรหาคุณไม่ได้เลยหรอ ฮ่าฮ่า”
จากนั้นเขาก็พูดต่ออีก "แต่ที่ผมโทรมาในครั้งนี้ เพราะผมมีเรื่องบางอย่างจะบอกคุณน่ะสิ..."
“คุณหลิน คุณน่าจะรู้ใช่ไหมว่าตอนนี้ประเทศของเรากำลังพัฒนาอย่างมาก โดยเฉพาะภาคกลางของจีน”
“และเจียงเป่ยเป็นก็ภาคกลางที่ดีที่สุดของประเทศจีน นอกจากนี้ยังเป็นจุดสนใจของการพัฒนาในอนาคตอย่างมาก ดังนั้น พวกเราที่ทำธุรกิจ แน่นอนว่าจะต้องตามประเทศชาติให้ทัน...”
“ด้วยเหตุนี้ นอกเหนือจากการก่อตั้งสาขาในเจียงเป่ยตั้งแต่สองปีก่อน เราพร้อมแล้วที่จะลงทุนและซื้อกิจการของบริษัทหลายๆแห่ง...”
“แถมเมื่อไม่นานนี้ ลูกน้องที่รับผิดชอบในสาขาเจียงเป่ยของผมก็ได้บอกผมว่าเขาได้ตรวจสอบกลุ่มบริษัทที่มีศักยภาพในการพัฒนาต่างๆ และขอให้ผมกลับมาและตัดสินใจว่าจะลงทุนหรือซื้อกิจการของบริษัทเหล่านั้น”
“ด้วยเหตุนี้ ผมจึงรีบกลับมาที่เจียงเป่ยตั้งแต่เช้าตรู่…”
“คุณหลิน คุณว่างหรือเปล่า? ผมอยากฟังความเห็นของคุณแล้วก็อยากทานอาหารกับคุณ ผมคิดถึงอาหารในเจียงเป่ยอย่างมาก!”
ต้องบอกว่า สมควรแล้วที่ประธานต้าหม่าเป็นคนมีความสามารถและสร้างอาลีกรุ๊ปขึ้นมาเอง
เขาพูดได้ลื่นไหลและเรียบเนียนอย่างมาก
จากเรื่องทิศทางการพัฒนาของประเทศ ก็ค่อยๆเปลี่ยนมาเป็นเรื่องขอคำแนะนำและชวนหลินฟานไปทานอาหาร
นั่นเป็นเพราะ?
เมื่อวานนี้ จู่ๆหลินฟานก็ขยับหุ้นที่ถือขึ้นมาอีก 5% และประธานต้าหม่าก็รู้เรื่องนี้
ซึ่งมันก็เป็นผลให้หลินฟานถือหุ้นของอาลีกรุ๊ปอยู่ 10% และกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่เหนือกว่าทุกคนทั้งหมด!
ต้าหม่าไม่ได้กังวลเรื่องนี้เลย... เขาแค่ไม่รู้ว่าทำไมหลินฟานถึงได้ซื้อหุ้นเพิ่ม ดังนั้น เขาจึงรีบกลับมาที่เจียงเป่ย
และจุดประสงค์ของเขา...ก็แค่ได้พูดคุยกับหลินฟานแบบเห็นหน้าแค่นั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้...
หลินฟานไม่ได้คิดอะไรมาก เขาพูดว่า "ฉันขอไม่ออกความคิดเห็นใดๆนะ... แต่ฉันยินดีที่จะไปกินข้าวกับคุณ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ประธานต้าหม่าก็พูดออกมาอย่างดีใจ "ฮ่าฮ่า! เอาล่ะ เราตกลงกันแล้วนะ!"
จากนั้น ทั้งสองคนก็คุยกันอีกสองสามประโยคและกดวางสายไปในเวลาต่อมา
ซึ่งในตอนนี้ หลินฟานก็ได้เดินออมาจากร้านอาหาร และเขาก็บังเอิญเห็นร่างที่สง่างามกำลังเดินอยู่ข้างหน้าของเขา
“หานเทียน!” หลินฟานตะโกน
หานเทียนหันหลังกลับมาอย่างช้าๆ และหลังจากเห็นหลินฟาน ความประหลาดใจก็ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของเธอก่อนจะตะโกนว่า "หลินฟาน!"
วันนี้หานเทียนสวมกระโปรงลายริ้ว ผมยาวสีดำของเธอเป็นลอนอย่างเป็นธรรมชาติราวกับน้ำตก และทั้งตัวของเธอก็เต็มไปด้วยกลิ่นหอมจางๆ...เธอสวยและมีเสน่ห์อย่างมาก
หลินฟานถามว่า "คุณมาทำอะไรที่นี่?"
“วันนี้ฉันไม่ไปทำงาน ก็เลยจะมาซื้อของน่ะ” หานเทียนกล่าว
ซื้อของ?
หลินฟานจำได้ว่าเขาเคยให้แค่กระเป๋ากับเธอเท่านั้น…
หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรมอบให้เธออีกเลย
นอกจากนี้ เวลาที่เขามีให้เธอก็น้อยสุดๆ
หลินฟานจึงพูดว่า "งั้นผมขอไปซื้อของกับคุณด้วยคนนะ"
"จริงหรอ?"
ดวงตาที่สวยงามของหานเทียนเปล่งประกายขึ้นมาทันที มันระยิบระยับเหมือนกับดวงดาว สวยงามอย่างมาก
หลินฟานยิ้มและพูดว่า "จริงสิ เรารีบไปซื้อของกันเถอะ!"
จากนั้น หลินฟานก็ขับรถบิ๊กจีไปยังห้างสรรพสินค้ากับหานเทียน
พวกเขาเดินเข้าไปในร้านเสื้อผ้าของชาแนลเป็นอันดับแรก
"ยินดีต้อนรับสู่ร้านชาแนล" พนักงานหญิงที่สง่างามรีบทักทายพวกเขาและพูดว่า "ให้ฉันช่วยแนะนำอะไรหรือเปล่าคะ?"
หลินฟานกล่าวว่า "ผมจะซื้อเสื้อผ้าให้แฟน คุณมีคำแนะนำอะไรไหม?"
หลังจากได้ยินเช่นนั้น พนักงานหญิงก็หันไปมองหานเทียนที่อยู่ข้างๆทันที
จากนั้นพนักงานก็พูดขึ้น "แฟนของคุณสวยมากเลย! ฉันไม่ค่อยจะเห็นผู้หญิงแบบเธอที่มีผิวขาวและมีรูปร่างที่ดีแบบนี้เท่าไหร่!"
ต้องบอกว่าความสามารถของพนักงานหญิงนั้นดีจริงๆ
แค่คำพูดเพียงไม่กี่คำก็สามารถเอาใจของหานเทียนไปได้แล้ว
ใบหน้าของหานเทียนแดงเล็กน้อยและพูดว่า "ขอบคุณสำหรับคำชมนะคะ"
“นี่ไม่ใช่คำชมค่ะ นี่คือความจริง...” พนักงานสาวกล่าว
จากนั้น เธอก็ชี้ไปยังเสื้อผ้าสองสามชุดที่อยู่ไม่ไกลพลางพูดว่า “โดยส่วนตัวแล้วฉันคิดว่าชุดกระโปรงสีขาวสองชุดตรงนั้นกับเสื้อผ้าสีชมพูตรงนู้นน่าจะเหมาะกับคุณมากเลยนะคะ...”
ขณะพูด พนังงานหญิงก็เดินไปหยิบชุดกระโปรงสีขาวสองตัวนั้นออกมาแล้วพูดว่า "นอกจากนี้ ชุดนี้ยังทำมาจากผ้าฝ้าย 100% สวมใส่แล้วจะรู้สึกสบายมากเลยค่ะ"
ซึ่งเมื่อหานเทียนได้ลองไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่พนักงานหญิงแนะนำ มันก็ทำให้ให้รูปร่างที่สมบูรณ์แบบของเธอโดดเด่นยิ่งขึ้น (OYO)
หลินฟานถามว่า "คุณชอบไหม? ใส่สบายหรือเปล่า"
หานเทียนพยักหน้าซ้ำๆ
จากนั้น หลินฟานก็ยื่นเสื้อผ้าที่เขาเลือกเองมาสองชุดให้และกล่าวว่า “ลองสองชุดนี้หน่อยสิ”
"ได้" หานเทียนตอบกลับ
หลังจากนั้นไม่นาน หานเทียนก็เดินออกมาโดยสวมเสื้อผ้าที่หลินฟานเป็นคนเลือก
แต่ด้วยหุ่นที่ดีเยี่ยมของหานเทียน มันจึงทำให้เสื้อผ้าทุกชิ้นที่เธอใส่นั้นสวยงามไปหมด
หลินฟานเองก็เหมือนจะเข้าใจเรื่องนี้ ดังนั้นเขาจึงถามว่า "คุณอยากจะลองเสื้อผ้าอื่นอีกมั้ย?"
"ไม่แล้ว" หานเทียนกล่าว
หลินฟานกล่าวว่า "งั้น ช่วยจัดการกับเสื้อผ้าพวกนี้ได้เลย"
ซึ่งเมื่อพนักงานหญิงหญิงที่ยืนอยู่ข้างๆได้ยินดังนั้น เธอก็รู้สึกตื่นเต้นและรีบถามขึ้นมาว่า "ทั้งหมด 3 ชิ้นนะคะ"
ต้องรู้ว่า…
ที่นี่คือร้านชาแนล ราคาของเสื้อผ้าสามชิ้นนั้นมีมูลค่ากว่าหลายหมื่นหยวนแน่นอน
และสำหรับเธอนั้นก็ถือได้ว่าเป็นโชคลาภ
หลินฟานส่ายหัวพร้อมกับพูดว่า "ไม่ใช่... บวกกับเสื้อผ้าที่คุณได้ชี้ไป น่าจะมีทั้งหมด 8 ชิ้น"
พนักงานหญิงตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัดหลังจากที่ได้ยินในสิ่งที่หลินฟานพูด และเธอก็อดไม่ได้ที่จะพูดว่า "คุณ... คุณแน่ใจหรอคะ?"
"มีปัญหางั้นหรอ?" หลินฟานถามเชิงสงสัย
"ไม่มีอะไร ไม่มีอะไรค่ะ"
หลังจากพูดจบ เธอก็รีบพับเสื้อผ้าทั้ง 8 ชิ้นแล้วพูดว่า "รวมทั้งหมดเป็นเงิน 137,899 หยวนนะคะ"
"ตู๊ด!"
หลินฟานหยิบบัตรธนาคารของเขาออกมารูดเครื่อง POS ทันที และสลิปเงินก็ค่อยๆไหลออกมาอย่างช้าๆ
เมื่อเห็นสิ่งนี้...
หัวใจของพนักงานหญิงก็เต้นเร็วจนไม่เป็นจังหว่ะ เธอก้มตัวลงแล้วพูดว่า "ขอบคุณมากค่ะ ครั้งหน้าก็อย่าลืมแวะมาอุดหนุนอีกนะคะ"
จากนั้น หลังจากที่หลินฟานและหานเทียนเดินออกไปไกลแล้ว พนักงานหญิงก็พึมพำขึ้นมาว่า "เขาคือลูกเศรษฐีงั้นหรอ?"
ทันทีหลังจากคิดเช่นนั้น เธอก็แสดงสีหน้าเสียใจออกมาและพูด "รู้งี้...รู้งี้ฉันน่าจะชี้เพิ่มอีกสักสองสามตัว"