คำเชิญจากฉินเว่ยหมิง
ทั้งครอบครัวดื่มชาและพูดคุยกันอย่างผ่อนคลายและอบอุ่น
จากนั้น ในเวลานี้ หลินเสี่ยวเหยาก็ดูเหมือนว่าจะนึกอะไรบางอย่างได้ขึ้นมา เธอจึงถามออกไป "ว่าแต่ พี่ชาย พี่ได้เป็นคนแก้ไขปัญหาลูกเห็บหรือเปล่า?"
เธอเห็นข่าวนี้ในตอนที่กำลังเลื่อนโทรศัพท์
แต่อย่างไรก็ตาม มันดันมีเพียงแค่ชื่อมหาวิทยาลัยและชื่อของเจ้าตัวเท่านั้นที่ปรากฏในข่าว มันไม่มีรูปถ่ายเลย
ซึ่งในตอนแรก หลินเสี่ยวเหยาก็กะจะโทรไปหาหลินฟานในวันนี้
แต่มันไม่จำเป็นแล้ว เพราะเขาอยู๋ที่นี่
หลินฟานตอบ "ใช่"
ทันทีที่หลินฟานพูดคำนี้ออกมา ดวงตาของหลินเสี่ยวเหยาก็หมุนไปรอบๆทันที จากนั้นเธอก็ตะโกนว่า "โคตร! สุดยอด!"
ต้าเหว่ยสัวตำหนิ "เสี่ยวเหยา ลูกเป็นผู้หญิง ระวังคำพูดหน่อยนะลูก"
หลินเสี่ยวเหยากล่าว "แต่แม่ นั่นมันปัญหาลูกเห็บเลยนะ! ปัญหาที่คนทั้งโลกไม่สามารถแก้ได้!"
“ถึงอย่างงั้น ลูกก็ควรใส่ใจกับคำพูด…ลูกอยากแต่งงานในอนาคตไหมฦ” ต้าเหว่ยสัวกล่าว
หลินเสี่ยวเหยาไม่สนใจ "หนูไม่สนใจเรื่องแต่งงานหรอก พี่ชายของหนูเป็นมหาเศรษฐี ไม่เห็นต้องกังวลเลย"
เวลาของครอบครัว เวลาแห่งความสุข มักจะผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ
เพียงพริบตาเดียว ก็เป็นวันรุ่งขึ้นซะแล้ว
ในตอนนี้ หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ตามคำขอร้องของพ่อกับแม่ หลินฟานจึงได้ขับรถบิ๊กจีกลับมายังเมืองเจียงเป่ย
ซึ่งทันทีที่เขามาถึงปานหลงวิลล่า โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของหลินฟานก็ดังขึ้นอย่างรวดเร็ว
เขาเหลือบมองไปที่การแจ้งเตือนการโทร และสีหน้าที่ไม่คาดคิดก็แสดงออกมาอย่างเด่นชัด
เพราะคนที่โทรเข้ามาก็คือ วีรบุรุษ ฉินเว่ยหมิง
ซึ่งสำหรับผู้เฒ่าคนนี้ หลินฟานรู้สึกประทับใจเขามาก
และเขาก็อยากจะตอบแทนบุญคุณให้ฉินเว่ยหมิงด้วย
เพราะถ้าไม่มีกลุ่มคนอย่างนายฉินเว่ยหมิง ที่โยนหัวและโปรยเลือดในตอนนั้น ก็คงไม่มีชีวิตที่มีความสุขในวันนี้
ด้วยเหตุนี้ หลินฟานจึงไม่ลังเลเลยที่จะกดปุ่มรับสาย เขากดรับอย่างรวดเร็ว
“พี่ฉิน สวัสดีครับ”
ฉินเว่ยหมิงพูดด้วยเสียงอบอุ่นว่า "หลินฟาน นายสบายดีไหม!"
หลังจากหยุดชั่วคราว ฉินเว่ยหมิงก็พูดอีกครั้ง "ฉันมาพบเพื่อนเก่าที่เจียงเป่ย เขาสุขภาพไม่ค่อยดี ถ้านายว่าง ช่วยมาหาหน่อยได้หรือเปล่า?"
ต้องรู้ว่า…นิสัยของฉินเว่ยหมิงเป็นแบบนี้ เขาเป็นคนพูดตรงๆ ไม่อ้อมค้อม
ซึ่งหลินฟานก็ไม่ได้รังเกียจสิ่งนี้เลย
ตรงกันข้าม... เขาชอบวิธีการสื่อสารแบบนี้มากกว่าด้วยซ้ำ
และเพื่อนของผู้เฒ่าฉินเว่ยหมิงก็อาจจะเคยเป็นวีรบุรุษด้วย
ดังนั้น หลินฟานจึงพูดตอบ "ตกลง ผมจะไปทันที"
หลังจากวางสาย หลินฟานก็ไปหยิบชามาจำนวนสองถุง ก่อนที่เวลาต่อมาจะขับรถบิ๊กจีออกไป
ไม่นานนัก หลินฟานก็มาถึงคฤหาสน์ที่เขาเคยมาแล้วครั้งหนึ่ง...ซึ่งมันก็ยังเหมือนกับตอนนั้นไม่มีผิด เพราะในตอนนี้ ก็ยังมีทหารยามเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูมากมายเช่นเคย
แต่เห็นได้ชัดว่าพวกเขาได้รับคำสั่งมาก่อนแล้ว ดังนั้นหลินฟานจึงสามารถเข้าไปได้โดยที่ไม่ต้องหยุดรอแม้แต่วินาทีเดียว
ในเวลานี้ ฉินเว่ยหมิง, เยว่จือเสี่ยว หัวหน้ามณฑลเจียง หงฮั่นหลินและคนอื่นๆกำลังนั่งอยู่ในลานบ้าน เล่นหมากรุก ดื่มชาและพูดคุยกัน
แต่หลังจากได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง ฉินเว่ยหมิงก็ค่อยๆหันกลับมาพร้อมกับยิ้มอย่างจริงใจ "หลินฟาน นายมาถึงแล้วหรอ? เรากำลังพูดถึงนายอยู่พอดีเลย!"
ทันใดนั้น หลังจากได้ยินชื่อนี้ ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นก็จับจ้องไปที่หลินฟาน
ต้องรู้ว่า……
ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ล้วนแต่เป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ และมีออร่าน่าเกรงขามห่อหุ่มอยู่ทั่วทั้งตัว
หากคนธรรมดาต้องมาสบตากับคนใดคนหนึ่งเข้า เกรงว่าเขาจะต้องตัวสั่นออกมาด้วยความกลัว และไม่กล้าก้าวเดินต่อไปข้างหน้าอย่างแน่นอน
แต่หลินฟานนั้นไม่ใช่ เขาเดินต่อไปอย่างไม่สนใจอะไรเลย
เขายิ้มแล้วพูด "กำลังพูดถึงผมเรื่องอะไรหรอครับ ผู้เฒ่าฉิน"
เมื่อเห็นเช่นนี้ ทุกคนก็พยักหน้าอย่างลับๆ
ฉินเว่ยหมิงกล่าว "ฉันบอกว่าคุณมีทักษะหมากรุกที่ดี แต่ชายชราผู้นี้ไม่ยอมเชื่อ!" ขณะพูด เขาก็ชี้ไปยังชายชราที่นั่งรถเข็นอยู่ข้างๆ
ซึ่งหลินฟานก็อดไม่ได้ที่จะมองไปยังชายชราอย่างเงียบ ๆ
ถึงแม้ว่าชายชราจะผอมและมีรอยย่น
แต่ดวงตาที่มัวหมองของเขาเป็นเหมือนดั่งนกอินทรีที่ทะยานตามหาเหยื่อ มันมีพลังมาก น่าเกรงขามอย่างยิ่ง
ชายชรากล่าว " ฉันชื่อจางเจี้ยน น้องหลิน เมื่อครู่นี้ผู้เฒ่าฉินบอกว่านายอยู่เหนือคำว่าอัศจรรย์..."
“แต่ฉินเว่ยหมิงมันชอบโม้ไปเรื่อยนะสิ ขนาดบอกว่าตัวเองยิงปืนแม่นที่สุด แต่สุดท้ายก็ยังแพ้ฉันเลย ฮ่าฮ่า! และฉันก็เป็นพวกไม่ค่อยเชื่ออะไรจนกว่าจะได้เห็นด้วยตาของตนเองด้วย ”
“ฉะนั้นแล้ว น้องหลิน ช่วยเล่นหมากลุกสักสองรอบกับชายชราคนนี้ได้มั้ย?”
เมื่อฉินเว่ยหมิงได้ยิน เขาก็ลูบเคราของเขาทันทีและจ้องเขม็ง "พวกแซ่จางนี่เมื่อไหร่จะเลิกพูดถึงเรื่องในอดีตกันนะ?"
จางเจี้ยนยิ้มและพูดว่า "ทำไม... เปิดเผยเรื่องเก่าของนายต่อหน้าคนจำนวนมากเลยกลัวที่จะถูกหัวเราะเยาะเหรอ? "
ในความเป็นจริง คงไม่มีใครที่จะกล้าหัวเราะเยาะทุกคนที่อยู่ตรงนี้หรอก
ฉินเว่ยหมิงกระวนกระวายใจและลุกขึ้นยืนพร้อมกับพูดว่า "เอาล่ะน้องหลิน ทำให้เขาได้รู้จักหน่อย! ไม่ต้องสุภาพ จัดให้เต็มที่เลย!"
ในขณะนี้ หลินฟานก็เหลือบมองไปยังโต๊ะหมากรุกข้างๆ ซึ่งเขาก็เห็นกาน้ำชาวางอยู่ เขาจึงพูดว่า "ผมนำชาดีๆมาฝากด้วย ผมขอชงให้ทุกคนได้ลองดื่มกันก่อนนะ"
“แล้วเราค่อยมาเล่นหมากรุกกัน ผู้เฒ่าจาง คุณคิดว่าไง?”
หลังจากพูดจบ ชายวัยกลางคนในชุดทหารที่ยืนอยู่ด้านหลังของจางเจี้ยนก็ก้าวมาข้างหน้าและเปิดปากราวกับว่าจะพูดอะไรบางอย่าง
ต้องรู้ว่า……
ผู้เฒ่าอย่างจางเจี้ยนและฉินเว่ยหมิงนั้นไม่สามารถกินอาหารได้ทุกอย่าง
แม้จะเป็นแค่ชาก็ยังต้องผ่านการตรวจสอบ
แต่อย่างไรก็ตาม ฉินเว่ยหมิงก็พูดขึ้นมาก่อนว่า "โอเค งั้นชงชาก่อนเถอะ!"
ซึ่งหลังจากที่หันไปพูดกับหลินฟาน เขาก็หันมาพูดกับจางเจี้ยนต่อ "ฉันลืมบอกไป ว่าศิลปะในการชงชาของหลินฟานนั้นเทียบเท่ากับผู้เชี่ยวชาญเลย!"
จางเจี้ยนพูดอย่างไม่คาดคิด "จริงหรอ?"
ในเวลานี้ หลินฟานได้เดินไปพร้อมกับชาสองถุงใหญ่ที่ถืออยู่ในมือ
จากนั้นเขาก็ใส่ชาลงไปในกาต้มน้ำ ต่อด้วยเทน้ำล้อนลงไปข้างใน และสุดท้ายก็เทชาลงถ้วย
ผ่านไปเพียงไม่นาน เขาก็พูดว่า "ผู้เฒ่าฉิน ผู้เฒ่าจางและทุกๆคน... โปรดลองดื่มชานี้ดูครับ"
เมื่อเห็นสิ่งนี้...
จางเจี้ยนก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองฉินเว่ยหมิงด้วยสีหน้าประหลาดๆ
เหมือนกับอยากจะบอกว่า... นี่น่ะหรอ คือปรมาจารย์ด้านการชงชา?
ใบหน้าแก่ๆของฉินเว่ยหมิงหน้าแดงเล็กน้อยและตะโกนว่า "หลินฟาน ครั้งสุดท้ายที่คุณชงชาให้ฉันดูมันไม่ใช่แบบนี้หนิ!"
หลินฟานพูดว่า " ถ้าทำแบบครั้งนั้นเกรงว่ามันจะต้องใช้เวลาพอสมควร "
เมื่อได้ยินในสิ่งที่หลินฟานพูด ฉินเว่ยหมิงก็ดูเหมือนว่าจะต้องการจะพูดอะไรซักอย่าง แต่จางเจี้ยนก็ยิ้มขึ้นมาและพูดขึ้นก่อนว่า "แบบนี้ก็ดีนะ ดื่มชาธรรมๆ ง่ายๆ ไม่ต้องรอนาน !"
ขณะพูด เขาก็หยิบถ้วยชาขึ้นมาและเทลงไปในปากของเขาทันที
“อึก!”
หลังจากที่น้ำชาได้เข้าไปในปาก และไหลลงสู่คอ จางเจี้ยนก็รู้สึกได้ถึงความอัศจรรย์ทันที ร่างกายของเขาถูกแช่แข็งอย่างสมบูรณ์
ในขณะนี้ จางเจี้ยนเหมือนได้กลับมาสู่วัยที่ร่างกายแข็งแรงอีกครั้ง
ราวกับว่าเขาไม่ต้องการรถเข็นอีกต่อไป เขาสามารถพกหอก ถือมีดมาเชเต้และวิ่งไปบนพื้น ฟาดฟันศัตรูทีละคน...
นี่มัน!
ซึ่งเมื่อชายวัยกลางคนในชุดทหารเห็นจางเจี้ยนถือถ้วยน้ำชาหยุดนิ่งเป็นเวลานาน หัวใจของเขาก็เริ่มเต้นขึ้นอย่างไม่เป็นจังหว่ะและถามอย่างกังวล “ท่านผู้เฒ่า ท่านเป็นอะไรไป?”
เสียงตะโกนนี้ทำให้จางเจี้ยงกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง และจากนั้น เขาก็อุทานออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ "ชาอร่อย!"