ทหารหยิน
อี้เทียนสิงไม่มีเวลามาตรวจสอบพวกมัน ตราบใดที่มันเป็นสิ่งของที่ได้มาจากสัตว์ประหลาด เขาจะเก็บพวกมันทั้งหมดไว้ในเป้ของเขา ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะตรวจสอบ เขาคงต้องรอจนกว่าเขาจะกลับบ้านเพื่อตรวจสอบมัน
"อ๊าา ช่วยด้วย! มีสัตว์ประหลาด! ใครก็ได้ช่วยฉันที ตำรวจอยู่ไหน กองทัพอยู่ไหน"
"ไม่ดีแล้ว! ปิดประตู! สัตว์ประหลาดกำลังเข้ามา! หยิบมีดแล้วไปเอาขวานดับเพลิงมาเร็วเข้า!"
"ใครจะช่วยเราได้บ้าง โทรเบอร์ไหนก็ไม่ติดเลย! ทำไมถึงไม่มีสัญญาณ? ฉันออกไปไม่ได้! เราควรทำอย่างไรดี?"
ได้ยินเสียงกรีดร้องตื่นตระหนกจากทุกชั้น ความกลัวปกคลุมไปทั่วทำให้สถานที่ดูวุ่นวายผิดปกติ นี่เป็นครั้งแรกที่โลกเปลี่ยนไป และพวกเขามาจากยุคที่สงบสุข พวกเขาไม่ได้เตรียมใจสำหรับเรื่องนี้เลย
ความสิ้นหวังและความกลัวปกคลุมหัวใจของพวกเขา
หลังจากฆ่ามนุษย์ทั้งหมดบนถนนและตรอกซอกซอยไปแล้ว สัตว์ประหลาดก็ไม่ลังเลที่จะบุกเข้าไปในอาคาร ทุกฉากเหล่านั้นนองเลือดและน่าสยดสยองอย่างยิ่ง
ผู้ที่เห็นอี้เทียนสิงฆ่าสัตว์ประหลาดอย่างโจ่งแจ้ง ก็ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากเขา
อี้เทียนสิงไม่ได้ให้ความสนใจกับพวกเขามากนัก
ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะช่วยผู้คน ถ้าเขาไม่ไขว่คว้าช่วงเวลานี้เพื่อที่จะแข็งแกร่งขึ้น เขาจะต้องตายในวินาทีถัดไปหลังจากช่วยชีวิตผู้คนอย่างแน่นอน อี้เทียนสิงได้เห็นสิ่งเหล่านี้มากเกินไปแล้ว จิตใจของมนุษย์ไม่แน่นอน และมันคือจุดจบของโลกหลังจากหายนะ อันตรายจากจิตใจมนุษย์เป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ ใครจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปกันล่ะ?
เขาไม่ใช่นักบุญที่ทำงานหนักเพื่อสังคมมาช้านาน นอกจากนี้เขายังอยู่ในธุรกิจของสิ่งเหนือธรรมชาติ เขาได้เห็นสิ่งสกปรกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย้ายวนใจมามากเกินไป โลกหลังหายนะเช่นนี้มีแต่จะทำให้จิตใจของผู้คนมืดมนและน่ากลัวมากขึ้นเท่านั้น
“เราจะไม่ช่วยคนพวกนี้เหรอ?” เฉินเสวี่ยโหรวกล่าวถาม และรู้สึกเสียใจแทนพวกเขา
"ผมไม่สามารถช่วยพวกเขาได้ และเราก็ไม่สามารถช่วยใครได้ทั้งนั้น" อี้เทียนสิงพูดขึ้นอย่างช้าๆ ขณะที่เขามองไปทางผู้คนที่ร้องขอความช่วยเหลือผ่านหน้าต่าง ใบหน้าของเขายังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
เขายังคงก้าวเท้าไปข้างหน้า มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่สมบัติอีกชิ้นเคยตกมาก่อน
นอกจากนี้ เขาไม่ได้เคลื่อนไหวช้าเลย
ระหว่างทาง เมื่อใดก็ตามที่เขาพบสัตว์ประหลาด เขาจะฆ่ามันโดยไม่ลังเลและเก็บเกี่ยวไข่มุกแห่งความปรารถนา สะสมสมบัติเหล่านี้ต่อไป
แม้ว่าสัตว์ประหลาดเหล่านี้จะน่ากลัว แต่ดูเหมือนว่าพวกมันจะไม่ทรงพลังมากนัก แม้จะมีหลายต้ว แต่ต่อหน้าอี้เทียนสิง พวกมันก็ยังไม่เป็นภัยคุกคามมากนัก เขายังบังคับและผลักดันสัตว์ประหลาดทั้งหมดที่ขวางทางออกไปโดยไม่ลังเลใดๆ
กว่าจะรู้ตัว เขาก็มาถึงทางแยกแล้ว
“พื้นแตกระแหงขนาดนี้ มันมาจากอุกกาบาตหรือเปล่า” ทันทีที่เธอเข้าไปใกล้ เฉินเสวี่ยโหรวก็เห็นว่าบนพื้นรอบตัวพวกเธอมีรอยแยกคล้ายใยซึ่งหนาแน่นและดูน่ากลัวอย่างยิ่ง พื้นทรุดตัวลงและถนนลาดยางที่ทางแยกเดิมก็พังเกือบทั้งหมด
ส่วนหนึ่งของมันพังทลายไปแล้ว
ตรงกลางหลุมมีลูกบอลแห่งแสงกะพริบอยู่ แสงที่เปล่งออกมามีพลังที่น่าดึงดูดใจอย่างมาก
โอ๊ย โอ๊ย!!
ภายในหลุมนั้นสามารถมองเห็นสัตว์ประหลาดจำนวนมากต่อสู้กันเอง มันเป็นฉากที่โหดร้ายอย่างมาก มีฝูงก็อบลินและฝูงหมาป่าดุร้ายที่แยกเขี้ยวออก มีแมลงดุร้ายเข้ามาผสมโรงด้วย
แค่มองพวกมันเพียงครั้งเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้รู้สึกหวาดกลัวไม่รู้จบ แมลงเหล่านั้นมีขนาดใหญ่กว่าปกติเป็นร้อยเป็นพันเท่าจริงๆ
สัตว์ประหลาดทุกชนิดกำลังต่อสู้อยู่ภายใน มันนองเลือดอย่างมาก
ศพจำนวนมากกระจายอยู่รอบหลุม
พื้นที่ถูกย้อมไปด้วยเลือดของพวกมัน
“เราควรทำอย่างไรดี มีมอนสเตอร์มากเกินไป ไหนจะพวกที่กำลังจะมาเพิ่มอีก สมบัติอยู่ในหลุมซึ่งเป็นพื้นที่เปิด เราไม่สามารถเข้าใกล้ได้" เฉินเสวี่ยโหรวกล่าวอย่างลังเลใจ
มีสัตว์ประหลาดอยู่รอบๆ หลุม และเห็นได้ชัดว่ามีสมบัติอยู่ข้างใน
นอกจากนี้ยังเป็นเป้าหมายของสัตว์ประหลาดพวกนั้นอีกด้วย
แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเข้าใกล้เขาโดยไม่ส่งเสียง
“มันยากที่จะเข้าใกล้ ลูกธนูของผมไม่สามารถฆ่ามอนสเตอร์ทั้งหมดได้” อี้เทียนสิงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว สถานการณ์นี้ยากลำบากแล้ว เมื่อเขาถูกขังอยู่ที่นั่น แม้จะมีความสามารถของเขา เขาก็น่าจะตายอยู่ดี โอกาสที่เขาจะรอดชีวิตมีน้อยนิดอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม หากเขายอมทิ้งสมบัติหายากที่อยู่ตรงหน้าเขาและหนีกลับไป เขาจะรู้สึกไม่เต็มใจอย่างแท้จริง
“แล้วเราจะทำอย่างไรดี ทำไมไม่ออกไปก่อนแล้วค่อยรอโอกาสกันล่ะ?” เฉินเสวี่ยโหลวกล่าว
"นั่นเป็นวิธีเดียว เรามาฆ่ามอนสเตอร์ที่อยู่ใกล้เคียงก่อนแล้วคอยสังเกตการณ์อยู่รอบนอกกันจะดีกว่า" อี้เทียนสิงยังคงไม่เต็มใจที่จะยอมแพ้เช่นนั้น
เขาต้องการที่จะดูว่าเขาจะคิดหาวิธีที่จะได้รับสมบัติได้หรือไม่
“เดี๋ยวก่อน ดูนั่นสิ! มันคืออะไรน่ะ!” ขณะที่พวกเขากำลังจะจากไป เฉินเสวี่ยโหรวก็อุทานออกมา
อี้เทียนสิงจ้องไปที่มันทันที และเขาก็อดไม่ได้ที่จะตกใจ
“ลมปราณหยินช่างแข็งแกร่งอะไรเช่นนี้” เขาพึมพำกับตัวเองโดยไม่รู้ตัว
รูม่านตาของเขาหดลงอย่างรุนแรง
เขาอดไม่ได้ที่จะหรี่ตาลง
ทันใดนั้นหมอกสีดำก็โผล่ออกมาจากหลุมขนาดใหญ่ มันมืดครึ้มและดูเย็นยะเยือกอย่างมาก สัตว์ประหลาดในหลุมต่างก็ส่งเสียงร้องด้วยความหวาดกลัวเมื่อสัมผัสถึงมันได้ แม้แต่หมาป่ายังหดหางของมันในขณะที่กำลังจะวิ่งหนีไป
อย่างไรก็ตาม ความเร็วของพวกมันไม่สามารถเทียบได้กับความเร็วของหมอกสีดำนั่น
พวกมันถูกปกคลุมด้วยหมอกสีดำทันที
สัตว์ประหลาดพยายามดิ้นรนอยู่ในหลุม พื้นผิวของพวกมันกลายเป็นสีม่วงเยือกแข็ง และพวกมันทั้งหมดก็ตายทันที
"ลมปราณหยิน นั่นคืออะไรเหรอ?" เฉินเสวี่ยโหรวถามด้วยเสียงแผ่วเบา
“ก็คล้ายๆ กับที่คุณคิดนั่นแหละ โลกนี้แบ่งออกเป็นหยินและหยาง สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ในโลกของคนเป็น ส่วนภูติผีวิญญาณอาศัยอยู่ในโลกของคนตาย ถ้าคนเป็นสัมผัสกับลมปราณหยิน ไม่ตายก็จะเจ็บป่วยอย่างหนัก ภูติผีวิญญาณพวกนั้นจะกำเนิดขึ้นในที่ที่มีลมปราณหยินรุนแรงได้โดยง่าย วิญญาณร้ายมักจะปล่อยลมปราณหยินซึ่งเย็นยะเยือกออกมา เมื่อสถานที่ใดมีลมปราณหยินรุนแรงเกินไปพื้นที่แห่งนั้นจะไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัย แม้แต่สัตว์ประหลาดเหล่านั้นก็ไม่สามารถต้านทานลมปราณหยินที่หนักหน่วงได้ ที่มาของมันต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน"
อี้เทียนสิงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และพูดอย่างรวดเร็ว
เขาอยู่ท่ามกลางสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติมากมายในโลก ฆ่าผีร้าย และแก้ไขเหตุการณ์เหนือธรรมชาติมานับไม่ถ้วน เขาเดาบางอย่างเกี่ยวกับความลับบางสิ่งได้ จากสถานการณ์ของลมปราณหยินที่หนักหน่วงเช่นนี้ สามารถอนุมานได้ว่ามันอาจจะเชื่อมต่อกับยมโลก ซึ่งเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยภูติผีปีศาจมากมาย
สิ่งนี้สามารถพิสูจน์ได้จากการมีอยู่ของดวงวิญญาณ
อย่างไรก็ตาม ยมโลกดูเหมือนจะว่างเปล่า ไม่มียมทูต ไม่มีตุลาการ ไม่มีราชาแห่งนรกทั้งสิบ ดูเหมือนว่ามันเพียงทำตามความประสงค์ของสวรรค์และโลก นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมภูติผีวิญญาณและพระเจ้าจึงมองไม่เห็น และเป็นไปไม่ได้ที่อี้เทียนสิงจะเข้าสู่ยมโลกได้
อย่างไรก็ตาม การกลับมาเกิดใหม่ยังคงมีอยู่...
เมื่อพลังลมปราณสีดำพวยพุ่งออกมา มันก็ปกคลุมไปทั่วทั้งหลุม หลุมนี้ดูเหมือนจะแยกตัวออกจากโลกภายนอก ราวกับว่ามันอยู่ในโลกที่แตกต่างกันสองโลก
สิ่งที่ตามมาทำให้ขนทั่วร่างกายของพวกเขาลุกเกลียว
ทหารชุดเกราะมีดำจำนวนมากพร้อมที่มาพร้อมกับอาวุธในมือปรากฏตัวขึ้น พวกมันนับหมื่นก้าวออกมาจากลมปราณหยิน ราวกับว่าพวกมันเป็นกองทัพชั้นยอด ในหมู่พวกมันยังมีทูตผีชุดดำที่ถือโซ่กักวิญญาณ การแสดงออกของพวกมันเย็นชาอย่างหาที่สุดไม่ได้ และดวงตาของพวกมันก็ไร้ความรู้สึกอย่างยิ่ง
พวกมันเคบื่อนตัวไปข้างหน้าพร้อมกับทหารหยินที่ออกมาจากยมโลก
พวกมันไม่ได้หยุดอยู่ที่หลุม แต่กวาดไปข้างหน้าพร้อมกับภูติผีปีศาจนับไม่ถ้วน
ต่อจากนั้น โซ่กักวิญญาณในมือของพวกมันก็ผูกมัดกับดวงวิญญาณจำนวนมากจากทุกทิศทุกทาง ดึงพวกมันมาติดตามกองทัพของทหารหยินโดยตรง ในขณะที่พวกมันเดินไปข้างหน้าอย่างสง่างาม รถม้ามาตามทาง มีภูติผีจำนวนมากซ้อนอยู่บนรถม้า แต่พวกมันดูดุร้ายเป็นอย่างยิ่ง แขนและขาขาดจนเป็นเรื่องธรรมดาไปเลย หลายตัวไม่มีแม้แต่หัว บางตัสถึงกับแขนขาหัก พวกมันดูราวกับว่าถูกกินไปโดยสัตว์ประหลาด วิญญาณของพวกมันช่างน่าสังเวชยิ่งนัก พวกมันกองอยู่บนรถม้าเหมือนซากศพและถูกลากออกไป
“นั่นคือวิญญาณของมนุษย์ที่ตายด้วยน้ำมือของสัตว์ประหลาด พวกเขาจะถูกพาตัวไปที่ไหนกันล่ะ? "เฉินเสวี่ยโหรวเกือบจะกรีดร้องออกมา เธอรีบปิดปากด้วยมือของตัวเองทันที และร่างกายของเธอก็สั่นสะท้าน
ถ้าคนธรรมดาได้เห็นฉากนี้ มันคงจะน่ายกย่องมากพอแล้วหากพวกเขาไม่สติแตกไป
ถ้าเธอไม่ประสบกับสัตว์ประหลาดที่ตกลงมาจากท้องฟ้าและอันตรายตามรายทาง เฉินเสวี่ยโหรวคงกลัวจนสติแตกไปแล้ว
อี้เทียนสิงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และพูดขึ้นอย่างช้า ๆ ว่า "นี่ควรเป็นทหารแห่งยมโลกในตำนาน วิญญาณที่พวกเขานำออกไปควรเข้าสู่โลกใต้พิภพหรือยมโลก มันอาจจะไม่ใช่เรื่องเลวร้ายที่จะเข้าสู่ยมโลกหลังจากความตายก็เป็นได้"
สถานการณ์นี้คล้ายกับทหารหยินในตำนานจริงๆ
ว่ากันว่าภายใต้สถานการณ์ปกติ ทหารหยินจะไม่ก้าวเข้าสู่โลกแห่งคนเป็น เว้นแต่จะมีเรื่องสำคัญเกิดขึ้น เช่น เกิดสงครามขึ้นในยมโลก และพวกเขาจำเป็นต้องผ่านโลกมนุษย์ หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลกมนุษย์อย่างในตอนนี้ที่เกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ ท้ายที่สุดนั้นมันก็มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บนับไม่ถ้วนจริงๆ
ทูตผีปะปนในหมู่พวกมัน เห็นได้ชัดว่าพวกมันกำลังเอาวิญญาณจำนวนมากที่เพิ่งตายไป
เมื่อทหารหยินเดินผ่าน มันไม่อนุญาตให้คนเป็นเข้าไป!
“อย่าขยับ อย่าส่งเสียง อย่าปลุกทหารหยิน รอจนกว่าพวกเขาจะออกไป”
อี้เทียนสิงพูดขึ้นอย่างช้าๆ และดวงตาของเขาก็เปล่งประกายด้วยแสงอันเจิดจ้า
เขามองไปที่กองทัพทหารหยินที่ไม่มีที่สิ้นสุดกวาดออกมาจากหลุม ภายใต้การปกคลุมของหมอกสีดำ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะบอกว่ามีกี่ตัว กล่าวสั้นๆ ก็คือพวกมันเป็นกองทัพขนาดใหญ่ทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้น ความเร็วที่ทหารหยินพุ่งผ่านนั้นเร็วมาก
ครู่ต่อมา ทหารหยินที่หลั่งไหลออกมาจากหลุมก็หายไป
หมอกสีดำของลมปราณหยินก็จางลงอย่างช้าๆ
แต่ก็ยังไม่หมดไปซะทีเดียว
“ทหารหยินออกไปแล้วเหรอ?” ใบหน้าที่ขาวราวกับหิมะของเฉินเสวี่ยโหรว เผยให้เห็นถึงความหวาดกลัว
ยังไงเธอก็เป็นผู้หญิง การเผชิญหน้ากับทหารหยินในตำนาน ค่อนข้างดีอยู่แล้วที่เธอสามารถรักษาสติของเธอเอาไว้ได้
“ทหารหยินที่เดินผ่านไปมักจะไม่ทำร้ายคนเป็น ตราบใดที่คุณถอยออกมา คุณก็สามารถป้องกันตัวเองได้ แต่ลมปราณหยินที่แผ่กระจายออกมาของทหารหยินพวกนั้นหนักหนาเกินไป เมื่อคุณกลับไป คุณต้องบำรุงร่างกาย ดื่มซุปขิงเพื่อขับไล่ความหนาวเย็น หากมีโสมจะดีที่สุด มิฉะนั้นผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอจะเจ็บป่วยโดยง่าย ผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงก็จะได้รับผลกระทบจากลมปราณหยินที่เข้าสู่ร่างกายเช่นกัน”
อี้เทียนสิงมองไปทางใบหน้าที่ซีดเซียวของเฉินเสวี่ยโหรว แล้วกล่าวแนะนำเธอ
ลมปราณหยินเล็กน้อยเช่นนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเขาเลย ทันทีที่มันเข้ามาใกล้ มันจะถูกดูดซับโดยดวงตาหยินหยางโดยกำเนิดทันที
หวือ!
เห็นได้ชัดว่าเฉินเสวี่ยโหรวมีลมปราณหยินอยู่ในร่างกายของเธอแล้ว แม้ว่าจะเป็นเพียงผิวเผิน แต่ลมปราณหยินก็ส่งผลกระทบต่อเธอแล้ว แน่นอนว่าเมื่ออี้เทียนสิงอยู่ใกล้ๆ ลมปราณหยินนี้ไม่นับเป็นอะไรเลย