แผ่นดินไหวและการทำลายล้าง

“โอ้พระเจ้า! อุกกาบาต ไม่สิฝนดาวตกจำนวนมหาศาลกำลังจะพุ่งชนโลกของเราแล้ว!”

“อุกกาบาตลูกใหญ่ซะเหลือเกิน มันจบสิ้นแล้ว! เมื่อมันชนกับโลก มันก็ไม่ต่างจากขีปนาวุธและระเบิดนิวเคลียร์จำนวนมากที่ระเบิดขึ้นพร้อมกันเลยสักนิด โลกทั้งใบจะกลายเป็นซากปรักหักพังโดยทันที!”

“เร็วเข้า! รีบลงไปข้างล่างเข้าไปยังชั้นใต้ดินและหาที่หลบซ่อนโดยเร็ว ในหลุมหลบภัยนั้น เมื่ออุกกาบาตตกลงมามันจะสร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง อาคารต่างๆ จะพังทลายลง และกลายเป็นซากปรักหักพังอย่างรวดเร็ว การอยู่ที่นี่มันหมายถึงการรอความตายมาเยือน!”

เมื่อเผชิญกับฝนดาวตกอย่างกระทันหัน และเป็นฝนดาวตกที่พุ่งตรงมายังโลกเช่นนี้ ผู้รอดชีวิตหลายคนหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ พวกเขากลัวมากจนไม่สามารถตอบสนองได้ทันที พวกเขาจึงทำได้เพียงเฝ้าดูเมื่อดาวตกจำนวนมหาศาลใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ ต่อหน้าต่อตาของพวกเขา

หลายคนไม่ได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกเขาเพียงแค่เปิดประตูโดยตรงและรีบวิ่งอย่างสิ้นหวังไปยังสถานที่ที่พวกเขาคิดว่าปลอดภัยที่สุดในการหลบซ่อน แต่ความหวาดกลัวในดวงตาของพวกเขาไม่ได้ลดลงเลย

แทบไม่มีใครในยุคศิวิไลซ์ที่ไม่รู้ว่าภาพดาวตกที่ตกลงมาจากฟากฟ้าเช่นนี้ มันหมายความว่าอย่างไรเลย

นี่เป็นเพียงจุดจบของโลก หายนะครั้งใหญ่ที่จะทำลายทุกสรรพสิ่งอย่างแท้จริง!

ไดโนเสาร์ในตำนานสูญพันธุ์ทั้งหมดหลังจากถูกอุกกาบาตพุ่งชนโลก นี่คือฝนดาวตก ถ้ามันพุ่งผ่านโลกไปมันถึงดูสวยงาม แต่ถ้ามันชนโลกมันจะไม่สวยงามอีกต่อไป มันจะดูน่ากลัวอย่างแท้จริง!

“มันคืออุกกาบาต อุกกาบาตของจริง!”

อี้เทียนสิงมองไปที่ฝนดาวตกที่เคลื่อนผ่านท้องฟ้าและใบหน้าของเขาก็ซีดขาวทันที เมื่อเผชิญกับภัยพิบัติอันเลวร้ายเช่นนี้ ความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงได้กลืนกินร่างกายและจิตใจของเขาจนหมดสิ้น

แม้ว่าเขาจะบ่มเพาะ [คัมภีร์จักรพรรดิมังกรสวรรค์] แต่ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ตัวเขาก็ไม่ได้แข็งแกร่งไปกว่ามดมากนักเลย

ตู้ม!

ไม่ว่ามันจะอยู่ไกลแค่ไหน เขาก็ได้ยินเสียงระเบิดที่น่ากลัวของอุกกาบาตที่พุ่งเข้ากระทบพื้นโดยตรง จากนั้นเมฆรูปเห็ดลอยขึ้นราวกับการระเบิดของนิวเคลียร์ในระยะไกล

“ไม่ดีแล้ว!”

เมื่อเงยหน้าขึ้น อุกกาบาตก็พุ่งตรงไปยังบริเวณใกล้เคียง อุกกาบาตยังคงขยายตัวต่อหน้าต่อตาเขา และมันยังคงมีเปลวไฟเหมือนกับลูกไฟขนาดใหญ่ ก่อนที่มันจะตกลงมา มันได้นำพาคลื่นกระแทกที่น่ากลัวซึ่งทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน และมีเสียงของสายลมที่กรีดผ่านอากาศ เสียงเหล่านี้ทำให้หนังศีรษะของคนๆ หนึ่งด้านชาได้

แม้ว่าอุกกาบาตจะไม่ได้พุ่งเข้าใส่เมืองโดยตรง แม้ว่ามันจะอยู่ห่างออกไปก็ตาม แต่พลังทำลายล้างที่เกิดขึ้นนั้นไม่สามารถจินตนาการได้ ผลกระทบที่ตามมาคือการทำลายล้างอย่างแน่นอนแล้ว

เขารีบวิ่งตรงไปยังโรงจอดรถใต้ดินโดยไม่ต้องคิดเลยแม้แต่น้อย

ความเร็วของอี้เทียนสิงนั้นเร็วมากจริงๆ เขายังระดมพลังลมปราณมังกรแท้จริงในร่างกายของเขา เพื่อถ่ายเทลงในไปในกล้ามเนื้อและกระดูกที่ขาของเขา ทำให้ความเร็วในการวิ่งของเขาเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ เพียงไม่กี่ลมหายใจเขาก็ก้าวไปถึงโรงจอดรถชั้นใต้ดินแล้ว ในเวลาเดียวกัน เขาก็รีบวางแผ่นเหล็กกลับไปที่ทางเข้าโดยทันที

“พี่คะ สถานการณ์ข้างนอกเป็นยังไงบ้าง?”

เมื่อจ้าวจื่อเหยียนมองเห็นสิ่งนี้ เธอก็รีบกล่าวถามด้วยความกังวลใจ

อี้เทียนสิงมองไปรอบๆ และเห็นผู้คนหลายร้อยคนมารวมตัวกันในโรงจอดรถใต้ดินในขณะนี้แล้ว พวกเขาทั้งหมดอาศัยอยู่ในอาคารที่พักอาศัยกับครอบครัวของพวกเขา เมื่อพวกเขาได้ยินเสียงเรียกของอี้เทียนสิง พวกเขาทั้งหมดก็ลงมาโดยทันที สำหรับที่ว่ายังมีคนเหลืออยู่หรือไม่ มันไม่สำคัญนัก แต่เห็นได้ชัดว่าพวกเขาส่วนใหญ่ได้ลงมาแล้ว ทำให้โรงจอดรถชั้นใต้ดินมีชีวิตชีวาอย่างมากในขณะนี้

ทุกคนรวมตัวกันพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และปรึกษาหารือกันอย่างครึกครื้น

เมื่อพวกเขามองเห็นอี้เทียนสิงลงมา พวกเขาทั้งหมดก็หยุดพูดคุยกันโดยทันที ดวงตาหลายคู่จับจ้องตรงมาที่เขา มันเต็มไปด้วยความคาดหวัง ความเคารพ และความหวังอยู่ในดวงตาของพวกเขา

การจ้องมองแบบนี้ทำให้เขาเกิดความรู้สึกหนักใจเป็นอย่างมาก

“ไม่ดีเลย ฝนดาวตกจำนวนมหาศาลกำลังตกลงมาจริงๆ ยิ่งกว่านั้น อุกกาบาตบางส่วนได้พุ่งชนโลกไปแล้ว ฉันเพิ่งเห็นว่าจะมีอุกกาบาตตกอยู่ใกล้ๆ เราในไม่กี่นาทีข้างหน้านี่ แม้ว่ามันจะไม่ได้ตกลงมาในเมืองโดยตรง แต่มันก็ยังอยู่ในชานเมืองใกล้เคียง ระยะทางไม่ใกล้ไม่ไกลนักเลย”

อี้เทียนสิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และพูดอย่างรวดเร็ว

“อะไรนะ อุกกาบาตอย่างนั้นหรือ?”

ในโรงจอดรถชั้นใต้ดินนั้น หลายคนได้ยินการแจ้งเตือนของอี้เทียนสิงในก่อนหน้านี้ และรีบวิ่งมายังที่นี่ แต่พวกเขาก็ไม่รู้ว่ามันกพลังเกิดอะไรขึ้นและอันตรายแบบไหนที่จะเกิดขึ้นกับพวกเขาแม้แต่น้อย เมื่อพวกเขามาที่นี่ พวกเขายังคงรู้สึกสูญเสียอยู่เลย แต่ตอนนี้เมื่อพวกเขาได้ยินว่ามันกำลังจะมีอุกกาบาตพุ่งชนใกล้ๆ เมืองแห่งนี้ พวกเขาทั้งหมดก็ตกใจและกรีดร้องออกมาอย่างฉับพลัน ใบหน้าของพวกเขาซีดเซียว และความหวาดกลัวในหัวใจของพวกเขาก็เพิ่มขึ้นถึงขีดสุดในทันที

“ทุกคน พวกคุณควรมารวมตัวกันในที่โล่งและคอยสังเกตเพดานอยู่ตลอดเวลา ผมไม่รู้ว่าผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้จะสร้างความเสียหายมากน้อยเพียงใด อย่ายืนขึ้น ขอให้หมอบลง หรือหลบอยู่ใต้ท้องรถหากทำได้ ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจริงๆ รถจะสามารถปิดกั้นบางส่วนเอาไว้ได้”

หลี่จื่อหลินดันกรอบแว่นตาของเขาขึ้น และกล่าวแนะนำทันที

ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะตื่นตระหนกแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมีสติและตอบสนองให้ทันเวลา

“มาทำกันเถอะ”

เมื่ออี้เทียนสิงได้ยินสิ่งนี้ เขาก็มองไปทางหลี่จื่อหลิน และรู้สึกประหลาดใจกับความเร็วในการตอบสนองของชายหนุ่มคนนี้ เมื่อบุคคลดังกล่าวเติบโตขึ้นและก้าวเข้าสู่สังคม คนเช่นนี้ ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหนหรืออยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม เขาจะกลายเป็นชนชั้นสูงอย่างแท้จริง

ทั้งหมดนี้สามารถเห็นได้จากรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาแสดงออกมา

เมื่อหลายคนได้ยินเช่นนี้ พวกเขาก็ไม่รีรอและรีบหาที่ซ่อนทันที

บึ้ม!

ขณะที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่นั้น พวกเขาก็ได้ยินเสียงระเบิดที่เกินจินตนาการมาจากข้างนอก แก้วหูของพวกเขาดูราวกับจะแตกเป็นเสี่ยงๆ สมองของพวกเขาล้วนว่างเปล่าอื้ออึงไปหมด พวกเขาตกตะลึงอย่างสมบูรณ์ เสียงระเบิดครอบคลุมทุกสิ่ง มันกลายเป็นสิ่งเดียวที่ผู้คนได้ยินไปแล้ว

แม้แต่อี้เทียนสิงก็ยังรู้สึกราวกับว่าทั้งหัวของเขากำลังจะระเบิด

มันเป็นความรู้สึกที่น่ากลัวและน่าตกใจอย่างยิ่ง

ในโรงจอดรถชั้นใต้ดินนั้น ผู้คนจำนวนมากเริ่มมีเลือดออกทางปากและจมูกแล้ว

ทันใดนั้นก็มีเสียงของสิ่งก่อสร้างและอาคารบ้านเรือนต่างๆ ที่ถล่มลงมา และทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือน

ฉากนั้นไม่ต่างจากฟ้าถล่ม ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ จิตใจของคนๆ หนึ่งรู้สึกหมดหนทางอยู่ลึกๆ นี่คือความไร้อำนาจที่ไม่สามารถควบคุมชีวิตและความตายของตนเองได้ มันเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ไม่อาจต้านทานได้

พวกเขาไม่รู้ว่าสถานการณ์นี้จะคงอยู่ไปอีกนานเพียงใด

อี้เทียนสิงได้ยินเสียงการยุบตัวที่มาจากอาคารของเขา เสียงระเบิดข้างนอกและความรู้สึกของแผ่นดินที่สั่นสะเทือนค่อยๆ ลดลง เขาไม่รู้ว่ามันผ่านไปนานแค่ไหนก่อยที่สถานการณ์จะสงบลงอย่างสมบูรณ์

“โอ้พระเจ้า! เมื่ออุกกาบาตชนโลก เสียงของมันนั้นเกือบจะทำให้หัวของฉันแทบระเบิดไปแล้ว” เถี่ยหนานปีนออกมาจากใต้ท้องรถและส่ายศีรษะเพื่อเรียกสติอย่างแรง ในขณะที่เขากล่าวออกมาด้วยความหวาดกลัว

“เรารอดมาได้ ช่างเป็นผลกระทบที่น่ากลัวจริงๆ ตึกข้างบนน่าจะถล่มลงมาแล้ว ฉันไม่รู้ว่ามันจะถล่มลงมามากมายเพียงใด..” หลี่จื่อหลินส่ายหัว และกล่าวออกมาด้วยแววตาที่ดูหวาดกลัวเป็นอย่างมาก

“ฉันจะออกไปดูเอง”

อี้เทียนสิงยืนขึ้นและสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อยับยั้งความผลันผวนของเลือดลมภายในร่างกายของเขา จากนั้นเขาก็เดินตรงไปที่ทางเข้าของบันไดและเลื่อนแผ่นโลหะออกไป โชคดีที่บันไดยังไม่ถล่มลงมา

สิ่งนี้ทำให้อี้เทียสสิงแอบโล่งใจเล็กน้อย ดูเหมือนว่าแม้ว่าอาคารจะถล่มลงมา อย่างน้อยโรงจอดรถชั้นใต้ดินก็จะไม่ได้รับผลกระทบและยังคงมีสถานที่ให้พวกเขาได้พักอาศัยอยู่บ้าง

เมื่อมาถึงพื้นดินด้านบน ใบหน้าของอี้เทียนสิงก็ไร้สีเลือดอย่างช่วยไม่ได้

น่าสลดใจ!

คำที่ดีที่สุดในการอธิบายฉากต่อหน้าเขา โศกนาฏกรรม

ส่วนหนึ่งของตึกสกายวิวถล่มได้ถล่มลงมา ชั้นบนแตกเป็นเสี่ยงๆ จากแรงกระแทก กลายเป็นเศษชิ้นส่วนจำนวนนับไม่ถ้วนที่กระจายไปยีงทุกทิศทางโดยตรง โชคยังดีที่อาคารที่พักอาศัยแห่งนี้ไม่ใช่ผลงานการก่อสร้างที่ห่วยแตก มันถูกสร้างโดยใช้วัสดุราคาแพงพร้อมรากฐานที่มั่นคง แม้จะทรุดตัวลงบ้างแต่ก็ยังถือว่าดี อย่างไรก็ตาม มันยังมีรอยร้าวที่น่ากลัวอยู่บนตัวอาคาร รอยแตกเหล่านั้นเป็นภาพที่น่าหวาดกลัวเป็นอย่างมาก

อาจกล่าวได้ว่ามันเป็นอาคารที่อันตรายเสียแล้ว

แต่เมื่อเทียบกับอาคารอื่นๆ ของเมืองแห่งนี้ และโลกภายนอก ก็ถือว่าดูดีอยู่บ้าง

อาคารอื่นๆ พังทลายลงและเกิดรอยร้าวนับไม่ถ้วน พื้นดินแยกออก และรอยแตกได้ถูกทิ้งไว้จำนวนนับไม่ถ้วน

ฉากอันรุ่งเรืองแต่เดิมได้กลายเป็นซากปรักหักพังไปแล้ว มันไม่มีสิ่งก่อสร้างใดสามารถคงสภาพเดิมเอาไว้ำด้อีกต่อไป

นี่เป็นเพราะอุกกาบาตไม่ได้ตกลงในเมือง มิฉะนั้นสิ่งก่อสร้างทั้งหมดจะถูกทำลายจนหมดสิ้น และแม้จะเกิดสถานการณ์เช่นนี้ ก็ยังไม่รู้ว่าจะมีผู้เสียชีวิตจากผลกระทบครั้งนี้กี่คนกันแน่ ยิ่งไปกว่านั้น ในอากาศ ควันและฝุ่นละอองก็ลอยขึ้นปกคลุมทั่วท้องฟ้าและพื้นดินไปทั่ว แค่การสูดหายใจเข้าไปก็สำลักและไอไม่หยุดแล้ว

เมื่อรวมกับความจริงที่ว่าโลกภายนอกมันยังคงมิดสนิทอยู่ มันก็ยิ่งน่าสลดใจมากยิ่งขึ้นไปอีก

อี้เทียนสิงไม่รู้ว่าเขาได้ยินเสียงกรีดร้องอย่างโศกเศร้า หรือเสียงโหยหวนดังขึ้นจากตรงไหนกันบ้าง มีมนุษย์และสัตว์ประหลาดที่ตายและบาดเจ็บอยู่ทุกหนทุกแห่ง และไม่มีใครรู้ว่ามีกี่คนหรือกี่ตัวที่ได้รับผลกระทบจากหายนะครั้งนี้ นี่ไม่ใช่อาฟเตอร์ช็อกธรรมดาอย่างแท้จริง

“ช่างเป็นผลกระทบที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก เมืองทั้งเมืองพังพินาศ สถานการณ์นี้ไม่มีความแตกต่างระหว่างเมืองที่ถูกทำลายกับเศษซากปรักหักพังมากนักเลย” ถังจื่อถงก็ติดตามมาด้วยเช่นกัน เมื่อมองไปที่ฉากตรงหน้า เธอก็เต็มไปด้วยความกังวลใจ แม้ว่าสายตาของเธอจะไม่สามารถมองเห็นได้ไกลกว่านี้แล้ว แต่เธอก็สามารถคาดเดาได้ว่าฉากโดยรอบจะเป็นอย่างไร

เมื่อเผชิญกับภัยพิบัติเช่นนี้ เธออดไม่ได้ที่จะแอบกังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของเธอเอง

เธอภาวนาอธิษฐานกับตัวเอง ขอไม่ให้เกิดสิ่งใดขึ้นกับพวกเขา

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเธอจะกังวลแค่ไหน ในสถานการณ์เช่นนี้มันก็ไม่มีประโยชน์ใดๆ เธอไม่สามารถบินไปหาครอบครัวของเธอได้ เมื่อเผชิญกับหายนะเช่นนี้ เธอไม่สามารถปกป้องตัวเองได้ด้วยซ้ำ แม้ว่าเธอจะกังวล แต่เธอก็ทำได้เพียงบังคับตัวเองให้สงบลงอย่างรวดเร็ว

“โลกศิวิไลซ์สิ้นสุดลงแล้ว ระเบียบอารยธรรมดั้งเดิมถูกทำลายสิ้นในหายนะครั้งแล้วครั้งเล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝนดาวตกในครั้งนี้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นเพียงพอที่จะทำลายมรดกและอารยธรรมมนุษย์ส่วนใหญ่ไปแล้ว”

อี้เทียนสิงเงียบเป็นเวลานาน จากนั้นก็กล่าวพร้อมกับถอนหายใจออกมา

แม้แต่ในอารยธรรมสมัยใหม่ก็มีข้อบกพร่องไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่ท้ายที่สุดแล้วมันเป็นกระบวนการของการพัฒนาอารยธรรมของมนุษย์ แต่ตอนนี้มันจบลงแล้ว

อารยธรรมสมัยใหม่ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ บางทีคนรุ่นหลังอาจพบความรุ่งโรจน์ของอารยธรรมสมัยใหม่ในซากปรักหักพังเหล่านี้ก็เป็นได้

“มันจบแล้ว ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าเราจะทนได้อีกกี่วัน”

ผู้พักอาศัยในอาคารก็เดินออกมาจากโรงจอดรถชั้นใต้ดินเช่นกัน บางคนมีเลือดออกทางจมูกซึ่งเกิดจากผลกระทบในก่อนหน้านี้ เมื่อมองออกไปยังฉากของเศษซากปรักหักพังรอบตัวพวกเขา พวกเขาทั้งหมดก็ตกตะลึง ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความสับสนและสิ้นหวังกันถ้วนหน้า

เมื่อเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว พวกเขาไม่สามารถคิดถึงอนาคตได้อีกต่อไป

อนาคตเป็นเหมือนความมืดมิดที่อยู่ต่อหน้า พวกเขามองไม่มีแสงสว่างในสายตาใดๆ เลย

“กลับกันเถอะ ข้างนอกมีฝุ่นละอองเต็มไปหมด ตึกทั้งหมดเป็นอาคารที่มีความอันตรายเผ็นอย่างยิ่ง มันไม่เหมาะที่จะอยู่ข้างนอกนานเกินไป” อี้เทียนสิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และพูดด้วยน้ำเสียงต่ำ หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็ไม่สนใจปฏิกิริยาของคนอื่นๆ และหันหลังเดินตรงกลับไปยังโรงจอดรถชั้นใต้ดินโดยทันที

เสียงกรีดร้องข้างนอกแม้จะเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและโศกเศร้า ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ เขาก็ไม่สามารถออกไปช่วยคนพวกนั้นได้ ทางเลือกเดียวของเขาคือหันหลังกลับและจากไปอย่างเศร้าสลดใจเพียงแค่นั้น...

ตอนก่อน

จบบทที่ แผ่นดินไหวและการทำลายล้าง

ตอนถัดไป