สามีเป็นผู้จัดการโรงเรียน
"โทรศัพท์ของฉันหายไป"
ลมหายใจของเซี่ยหมินแผ่วเบา
ประโยคนี้ทำให้ทุกคนตกใจอย่างมาก
เจิ้งชิงซานขมวดคิ้ว "โทรศัพท์หายงั้นหรอ"
หมี่หลิงกัดฟันแน่นและอยากจะตะโกนออกมา
โกหก!
หลังจากที่เธอส่งข้อความ เธอได้วางโทรศัพท์กลับเข้าไปในตู้ล็อกเกอร์กับมือ แล้วมันจะหายไปได้อย่างไร?
แต่เธอก็ตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่าเธอไม่ควรทำตัวเหมือนคนรู้ดีและพยายามระงับอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ "ถ้าโทรศัพท์ของเธอหายไปจริงๆ งั้นใครจะเป็นคนที่กดส่งข้อความไปหารุ่นพี่หลิวล่ะ"
คำถามแสนเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความชั่วร้าย!
เซี่ยหมินหันกลับมาและมองเธอด้วยรอยยิ้ม "บางทีคงจะเป็นใครสักคนที่รู้รหัสผ่านปลดล็อกโทรศัพท์ของฉันนั่นแหละ"
ใบหน้าของหมี่หลิงเปลี่ยนไปทันที "มันเป็นไปได้ด้วยหรอ ... ใครบ้างล่ะที่รู้รหัสผ่านของเธอ?”
เซี่ยหมินเพียงแค่ยิ้ม แต่ไม่ได้พูดอะไรตอบกลับไป
การแสดงออกนี้ทำให้หมี่หลิงรู้สึกเย็นสันหลังวาบ เธอหันหน้ากลับมาและพูดต่อ "ในโรงเรียนจะมีคนกล้าขโมยโทรศัพท์ด้วยหรือไง... เซี่ยเซี่ย ไม่ใช่ว่าเธอเก็บโทรศัพท์มือถือไว้ในตู้ล็อกเกอร์หรอกหรอ?"
ขณะที่เธอพูด สายตาของเธอก็มองตรงไปในตู้ล็อกเกอร์ด้วยความสงสัย
และจากนั้นไม่นาน เธอก็เห็นมุมเคสโทรศัพท์สีแดงสด!
"หืม นั่นมันอะไรน่ะ!"
หมี่หลิงก้าวไปข้างหน้าอย่างตื่นเต้นและดึงมันออกมาจากผ้าขนหนู
แต่ทันทีหลังจากนั้น การเคลื่อนไหวของเธอก็หยุดลง และใบหน้าของเธอก็แข็งทื่อ
“ใช่โทรศัพท์หรือเปล่า” เจิ้งชิงซานเข้ามาดูใกล้ๆด้วยใบหน้าจริงจัง
หมี่หลิงเหงื่อออกไปทั้งตัว และมือของเธอก็ไม่ขยับเขยื้อนไปไหนเลย
ทุกคนเห็นได้อย่างรวดเร็วว่าสิ่งที่เธอถืออยู่ในมือเป็นเพียงเคสโทรศัพท์บาง ๆ ไม่ใช่เครื่องโทรศัพท์แต่อย่างใด
เซี่ยหมินชำเลืองดู จากนั้นก็มศีรษะลง สูดอากาศเข้าลึกๆ และน้ำเสียงที่นุ่มนวลของเธอก็กลายเป็นไร้เดียงสาพร้อมกับเสียงสะอื้นไห้ “หัวขโมยคนนั้นชั่วร้ายมาก เขาทิ้งเคสโทรศัพท์ไว้เยาะเย้ยฉันด้วย”
หมี่หลิง: “!? "
*
ประตูห้องแต่งตัวถูกเปิดออก และชายในชุดที่รัดรูปก็เดินออกมา
ด้านหน้าสุดคือชายร่างสูงใหญ่สวมสูทสีดำสั่งตัด
ไฟทางเดินตกลงบนแผ่นหลังอันกว้างใหญ่ของเขาและเกิดการสะท้อนระยิบระยับราวกับเพชร
ผมสีดำปกคลุมดั้งจมูกสูงของเขา ทำให้รูปลักษณ์ของชายคนนี้ดูหล่อเหลาอย่างมาก และกรามที่สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนก็ทำให้เขามีเสน่ห์น่าค้นหาอย่างยิ่ง
ข้างหลังของเขามีชายวัยกลางคนสองคนที่เต็มไปด้วยความเคารพ ตามมาด้วยกลุ่มอาจารย์หนุ่ม
เมื่อได้ยินคำพูด "หัวขโมย-ทิ้งเคสโทรศัพท์" ดังออกมา ชายร่างสูงก็หยุดชะงักไปชั่วคราวและก้มลงมองที่พื้น
“ขอโทษที ฉันมีเรื่องที่ต้องไปจัดการ ขอตัวก่อนนะ”
เสียงของเขาทุ้มนุ่มและแฝงไปด้วยความสง่างามชวนหลงใหล
ชายวัยกลางคนสองคนที่ตามมาข้างหลังรีบพยักหน้า และจากนั้นก็พากลุ่มอาจารย์ออกไป
*
"เซี่ยเซี่ย ก่อนที่เราจะแยกกัน เธอยังเล่นโทรศัพท์ของเธออยู่เลยไม่ใช่หรอ ทำไมผ่านไปแค่แป๊บเดียวโทรศัพท์ถึงหายไปได้ล่ะ และการจะขโมยของกันในสถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้คนแบบนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ... " หมี่หลิงพูดเสียงดัง
เธอพยายามชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่เซี่ยหมินจะ 'ซ่อนโทรศัพท์' เอาไว้
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลิวฉี่เฉินก็พยักหน้าเห็นด้วย "ถ้าถูกขโมยโทรศัพท์จริง ทำไมหัวขโมยถึงต้องส่งข้อความมาหาฉันด้วย?"
เซี่ยหมินหรี่ตาลงเล็กน้อย
ก่อนที่หลิวฉี่เฉินจะเข้ามาหา เธอตระหนักได้ว่าโทรศัพท์มือถือเป็นประเด็นสำคัญของเหตุการณ์ในครั้งนี้
แต่เธอจะถูกจับได้อย่างไรล่ะหากไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด?
ในตอนที่เธอสวมชุดอย่างเร่งรีบและกำลังจัดชายกระโปรง เธอก็ทำการทาบกระดุมตรงแขนเสื้อลงบนใบหน้าของตัวเองและออกแรงกดทับเพื่อทำเครื่องหมายว่าเธอ 'หลับไปทั้งที่ใส่เสื้อผ้า'
ในเวลาเดียวกัน เธอก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากล็อกเกอร์และโยนมันลงไปที่แปลงดอกไม้ผ่านทางหน้าต่างข้างๆ
เวลามีน้อยเกินไป และนี่คือวิธีเดียวที่เธอสามารถคิดได้ในตอนนั้น
ตราบใดที่ไม่มีหลักฐาน พวกเขาก็จะไม่สามารถเอาผิดเธอได้เด็ดขาด
“ฉันหาโทรศัพท์ไม่เจอจริงๆ...” เธอกัดริมฝีปากแล้วมองหัวหน้าแผนกอย่างไร้เดียงสา
เพื่อพิสูจน์ให้เห็น เธอจึงเดินไปที่ตู้ล็อกเกอร์ หยิบผ้าเช็ดตัว และกล่องแต่งหน้าข้างในออกมาวางทีละชิ้น
หมี่หลิงมองดูอย่างสงสัย และทันใดนั้นเธอก็ถูกแสงแดดข้างนอกส่องเข้ามา
เธออดไม่ได้ที่จะเงยขึ้นไปมองและเห็นรอยร้าวบนหน้าต่าง
ดวงตาของหมี่หลิงเป็นประกายทันที "เธอโยนโทรศัพท์ทิ้งไปหรือเปล่า? เพื่อปกปิดว่าเธอไม่ได้เป็นคนส่งข้อความ"
หัวหน้าแผนกเจิ้งไม่ใช่คนโง่ หลังจากจ้องมองสายตาของหมี่หลิง เธอก็พบรอยร้าวบนหน้าต่างด้วยเช่นกัน
เซี่ยหมินถอนหายใจอย่างลับๆและกำเสื้อผ้าของเธอเอาไว้แน่นด้วยนิ้วมือที่เรียวยาว
มันจบแล้วจริงๆหรอ?
สมองของเธอทำงานอย่างหลักและขณะเดียวกันหลังของเธอก็รู้สึกเย็นวาบ เธอแทบจะไม่สามารถคิดหาวิธีที่สมบูรณ์แบบในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเธอได้เลย
เธอหลับตาลง รวบรวมสมาธิ และกำลังจะกัดฟันปฏิเสธให้ถึงที่สุด
แต่ก่อนที่เธอจะทันได้พูด เสียงทุ้มนุ่มลึกก็ดังมาจากหลังประตู
“ขอโทษนะครับ มีโทรศัพท์มือถือตกอยู่ที่ทางเดินข้างๆ ไม่ทราบว่าคุณที่อยู่ในห้องทำมันหล่นไว้หรือเปล่า”
เซี่ยหมินตกตะลึง
ทุกคนเองก็เช่นกัน
เสียงฝีเท้าที่เป็นจังหวะและมั่นคงหยุดอยู่ที่หน้าประตู
เจิ้งชิงซานเป็นผู้นำในการเดินออกไป ส่วนเซี่ยหมินและคนอื่นๆ ก็ตามมาติดๆ
ทันทีที่เดินไปถึงและเปิดประตู ชายร่างสูงใหญ่ก็ปรากฏตัวขึ้นในสายตาของทุกคน...
กลิ่นหอมจางๆ ของหญ้าสีเขียวหลังฝนตกในฤดูหนาวโชยมาแตะที่ปลายจมูก
เธอเงยหน้าขึ้นและเห็นกรามที่เด่นชัดทรงเสน่ห์
วินาทีต่อมา ชายร่างสูงใหญ่ก็ยื่นโทรศัพท์มือถือที่หน้าจอแตกไปให้เธอ
เซี่ยหมินมึนงงเล็กน้อย แต่ด้วยสัญชาตญาณ เธอจึงเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์...
ทันใดนั้น มือของทั้งสองก็ซ้อนทับกัน
พระอาทิตย์กำลังตก
และหน้าจอโทรศัพท์ก็สว่างขึ้น
เป็นการปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือ
เซี่ยหมินมองดูนิ้วโป้งของเธอซึ่งเกือบจะสัมผัสกับนิ้วชี้ที่เรียวและสวยงามของชายคนนั้น
ด้วยการสัมผัสนี้ เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเธอไม่ได้แตะโทรศัพท์
เธอไม่ได้ปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือของเธอ...
เธอมองลงไปที่ภาพเซลฟี่ของเซี่ยหมินบนหน้าจอ จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองเนคไทสีเงินสีดำที่คุ้นเคยระหว่างคอเสื้อของอีกฝ่าย
และเมื่อเห็นใบหน้าของชายคนนี้ชัดๆ เธอก็ตกใจทันที
เซี่ยหมินในร่างนิยาย...แต่งงานแล้ว
เขาคนนี้คือสามีของเธอ