แผนการ
นอกหน้าต่างกระจกบานเล็กของห้องแต่งตัว แสงแดดยามบ่ายสาดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างอันไร้ที่ติของหญิงสาวที่ขาวราวกับหิมะ
และเมื่อเธอยกมือขึ้นมา มันก็เผยให้เห็นกระดุมที่ติดกับแขนเสื้อโดยบังเอิญ ซึ่งรูปร่างของกระดุมนั้นก็สอดคล้องกับรอยบนใบหน้าของเธออย่างชัดเจน
“หมี่หลิง” เซี่ยหมินกัดริมฝีปาก “ตอนนี้กี่โมงงั้นหรอ การซ้อมเริ่มแล้วหรือยัง ทำไมรุ่นพี่หลิวถึงมาอยู่ที่นี่ได้”
หมี่หลิงจ้องเขม็งและเห็นถึงความผิดปกติ
นักเรียนการแสดงคราส 21 ของหลิวฉี่เฉินเพิ่งเสร็จสิ้นการซ้อมเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว
เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขาตรงมาที่ห้องแต่งตัวทันทีหลังจากที่การซ้อมจบลง
ส่วนหมี่หลิงและคนอื่น ๆ จะเริ่มซ้อมหลังนักเรียนคลาส 21 กล่าวคือตอนที่เธอแยกจากเซี่ยหมินออกมามีเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
ในตอนแรก เธอต้องการใช้ประโยชน์จากความแตกต่างของเวลาเพื่อใส่ร้ายเซี่ยหมินว่าเป็นชู้กับรุ่นพี่ของเธอ
แต่ในตอนนี้ คนสายตาปกติจะสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่ารอยประทับบนใบหน้าของเซี่ยหมินนั้นสอดคล้องกับกระดุมบนชุดกะลาสีเรือ โดยหลังจากที่เธอ "เปลี่ยนเสื้อผ้า" และผล็อยหลับไป กระดุมตรงแขนเสื้อก็บังเอิญกดทับบนใบหน้าของเธอ
รอยประทับประเภทนี้จะปรากฏหลังจากหลับไปอย่างน้อยยี่สิบหรือสามสิบนาทีเท่านั้น
นี่เป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนมากว่าเซี่ยหมินไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับการมาถึงของรุ่นพี่หลิวฉี่เฉิน
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หมี่หลิงก็แทบจะกระอักเลือดออกมา
1/4 ของชั่วโมงที่แล้ว เซี่ยหมินยังอยู่ในอาการโคม่าและมีเพียงผ้าห่มคลุมตัวเท่านั้น!
เธอยืนยันด้วยตัวเองก่อนจะจากไป
มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
เธอหันศีรษะไปมองอาจารย์เจิ้งที่กำลังพยักหน้าอย่างเชื่อใจ และในวินาทีถัดมาอาจารย์เจิ้งก็ละสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยจากเซี่ยหมิน
หมี่หลิงที่เห็นฉากนี้กัดฟันแน่น ก้าวไปข้างหน้า จับแขนของเซี่ยหมิน และถามหลิวฉี่เฉินว่า "การซ้อมของรุ่นพี่ได้จบลงไปแล้ว และที่นี่ก็คือห้องแต่งตัวของผู้หญิง ทำไมรุ่นพี่ถึงเข้ามาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ"
คำถามประโยคนี้แฝงไปด้วยความชั่วร้าย
และเซี่ยหมินที่ถูกหมี่หลิงจับแขนก็ขนลุกไปทั้งตัว
ตามโครงเรื่องในนวนิยาย หมี่หลิงขโมยโทรศัพท์ของร่างเดิมและส่งข้อความเชิญชวนไปยังหลิวฉี่เฉิน ตราบใดที่หลิวฉี่เฉินไม่ลบข้อความและแสดงมันออกมาในเวลานี้ เธอก็จะไม่สามารถหลีกหนีเรื่องชู้สาวได้!
เซี่ยหมินดึงมือที่หมี่หมิงจับออกแล้วทำการถูแขนไปมา
ในตอนอ่านอ่านนวนิยาย เธอรู้สึกว่าหมี่หลิงเป็นคนที่ชั่วร้ายมาก
เพื่อข่มผู้หญิงที่น่ารักกว่าตัวเองและขอให้ได้ใกล้ชิดกับพระเอก เธอสามารถทำได้ทุกอย่างทุกวิถีทาง
โชคดีที่เธอรู้แผนการและเตรียมพร้อมรับมือกับมันเอาไว้แล้ว
"เซี่ยหมินส่งข้อความมาหาฉัน!" หลิวฉี่เฉินที่ยืนเหงื่อแตกพลั่กรีบโยนความผิดไปให้เซี่ยหมินทันที "เธอบอกว่ารออยู่ในห้องแต่งตัว ตอนแรกฉันคิดว่าเธอติดอยู่ในห้องและไม่สามารถออกมาได้ ดังนั้นฉันจึงรีบตรงเข้ามาทันทีหลังจากซ้อมเสร็จ แต่พอเคาะประตูกับไม่มีใครขานตอบ ด้วยความกังวลว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับเธอ ฉันจึงเปิดประตูและเดินเข้ามาข้างใน!"
ในช่วงเวลาคับขัน เพื่อป้องกันตัวเอง เขาไม่ลืมที่จะค้นหาข้อความในโทรศัพท์และส่งมันให้เจิ้งชิงซานดู
ซึ่งเมื่อเจิ้งชิงซานเห็นข้อความนี้ การแสดงออกของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างมากทันที
เซี่ยหมินกัดฟันอย่างเจ็บใจ
เธอไม่ได้อ่านข้อความเชิญ แต่เธอรู้เนื้อหาข้างในอย่างครบถ้วน
[รุ่นพี่ อีกสิบนาที ฉันจะรออยู่ในห้องแต่งตัว...มาหาฉันหน่อยนะคะ~]
เกี่ยวกับรูปประโยคนี้ แม้แต่คนโง่ก็ยังสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามันไม่ใช่การร้องขอความช่วยเหลือ แต่เป็นการร้องขอความรัก
และข้อความนี้ก็พิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่าฝ่ายหญิงเป็นคนเริ่ม ไม่ใช่ผู้ชายที่แอบเข้ามาด้วยตัวเอง
สำหรับตัวละครหลิวฉี่เฉิน ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาเป็นเด็กผู้ชายที่ถูกล้างบาป
ในนวนิยายเรื่องนี้ หลิวฉี่เฉินเพียงแค่โดนทางโรงเรียนตักเตือนและลงโทษเบาๆ หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ได้ตกหลุมรักกับรุ่นพี่ที่จบไปแล้ว กลายเป็นที่นิยมภายในหนึ่งปี และไม่มีใครพูดถึงประวัติศาสตร์อันมืดมนของเขาอีกเลย
อย่างไรก็ตาม ตัวละครเซี่ยหมินซึ่งเป็นร่างดั้งเดิมนั้นถูกทำลายอย่างสมบูรณ์ ไม่เพียงแต่เธอจะถูกลดคุณค่าเท่านั้น แต่เธอยังถูกตัดสิทธิ์ในการสัมภาษณ์การแสดงและไม่มีอนาคตในวงการจนจบสิ้นชีวิต
ในเวลานี้ สายตาแห่งความโกรธของเจิ้งชิงซานได้จ้องมองตรงมาที่เธอ
“เซี่ยหมิน เธอกล้ามากจริงๆ! ที่นี่เป็นโรงเรียน ไม่ใช่สถานที่ส่วนตัว ปีกยังไม่ทันแข็งก็เริ่มเรียนรู้เล่ห์เหลี่ยมสกปรกแล้วอย่างนั้นหรอ?”
เด็กน้อยย่อมมีอำนาจด้อยกว่ารุ่นพี่
ดังนั้นหลายคนจึงหมายตารุ่นพี่เพียงเพื่อให้ได้โอกาสแสดงฝีมือ
แต่เจิ้งชิงซานไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ และที่สำคัญก็คือมันเป็นการละเมิดกฎของโรงเรียน
"เซี่ยหมิน หลิวฉี่เฉิน มาที่ห้องทำงานของฉันเดี๋ยวนี้เลย! หมี่หลิง บอกหัวหน้าชั้นเรียนของเธอว่าให้หาคนที่ว่างในแผนกมารับบทของเซี่ยหมินแทน!" เจิ้งชิงซานโกรธจัด
ฉากนี้เหมือนกับพล็อตในนิยายที่เธอเคยอ่านไม่มีผิดเพี้ยน
เซี่ยหมินหายใจเข้าลึก ๆ
“เดี๋ยวก่อนค่ะ”
เธอหลับตา ร่างกายสั่นราวกับว่าอยู่ในที่ที่อากาศหนาวเย็น และค่อยๆลืมตาขึ้นราวกับว่าต้องใช้ความพยายามอย่างมาก
ใบหน้าสวยงามเล็ก ๆ ที่อยู่ภายใต้แสงแดดดูเยือกเย็นขึ้นกว่าเดิม
จากนั้นเซี่ยหมินก็เปล่งเสียงที่นุ่มนวลเหมือนกับน้ำออกมา "อาจารย์เจิ้ง หนูขออ่านเนื้อหาของข้อความนั้นจะได้หรือเปล่าคะ"
หมี่หลิงก้มศีรษะลงและเยาะเย้ยในใจ
เซี่ยหมินพูดด้วยน้ำเสียงที่เบานุ่มราวกับน้ำอีกครั้ง "พอดีว่าโทรศัพท์ของหนูหายไปไหนไม่รู้หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าน่ะค่ะ"
รอยยิ้มของหมี่หลิงหายไปทันทีหลังจากที่ได้ยินประโยคนี้