ใครเป็นเจ้าของปากานีชั้นล่าง?

“ขอบคุณมากเลยนะครับพี่หยิง” หลินอี้พูดด้วยรอยยิ้ม



“ไม่เห็นจะต้องขอบคุณเลย” หวางหยิงพูดด้วยใบหน้าเศร้าหมอง: "คุณถูกไล่ออกแบบไม่มีสาเหตุ และในอนาคตต่อจากนี้พวกเราก็คงจะได้เจอกันน้อยลง"



"ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ พี่มีช่องทางติดต่อของผมไม่ใช่หรอ ถ้ามีเรื่องอะไรละก็โทรมาหาผมได้เลย หรือจะโทรมาคุยเล่นๆกับผมก็ได้"



ทันทีที่หลินอี้มาถึง เขาก็กลายเป็นบุคคลสำคัญของห้อง



แต่คนที่เข้ามาพูดคุยกับเขามีเพียงแค่เพื่อนร่วมงานผู้หญิงเท่านั้น



เพื่อนร่วมงานชายทั้งหมดนั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่ง และจ้องมองไปที่หลินอี้ด้วยรอยยิ้มครึ่งๆ กลางๆ



"หลินอี้ คุณโชคร้ายจริงๆ ด้วยระดับการทำงานของนาย อีกไม่นานตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายขายก็น่าจะตกเป็นของคุณแล้ว แต่คุณกลับมาถูกไล่ออกซะก่อน" หวางหยิงพูดอย่างเสียใจ



เธอมีความสัมพันธ์ที่ดีกับหลินอี้ หากหลินอี้สามารถเป็นหัวหน้าฝ่ายขายได้ เขาก็จะสามารถช่วยเหลือเธอได้ในอนาคต



แต่ตอนนี้เป็นอย่างไร อย่าว่าแต่จะช่วยเหลือเลย แค่จะเจอกันในอนาคตก็ยังยาก



“พี่หวาง ฉันไม่คิดว่าสิ่งที่พูดจะเป็นเรื่องที่ถูกต้องหรอกนะ แม้ว่าการทำงานของหลินอี้จะให้ผลลัพธ์ออกมาดีจริงๆ แต่การทำงานของตงเกอก็ไม่ได้แย่ไปกว่าเขาเลย แล้วพี่รู้ได้ยังไงว่าตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายขายจะต้องตกเป็นหลินอี้?”



คนที่พูดชื่อหวงโหยวเหว่ย เป็นเพื่อนร่วมงานของหลินอี้



ส่วนชายที่เขาเรียกว่าตงเกอมีชื่อริงๆ ว่าหลี่เจียงตง ก่อนที่หลินอี้จะเข้ามาที่บริษัท เขาเป็นแชมป์การขายของฝ่ายขายมาโดยตลอด



แต่หลังจากหลินอี้เข้ามาทำงานได้ไม่นาน แชมป์การขายก็เกิดการเปลี่ยนมือ



แม้ว่าเขาจะรู้สึกโกรธ แต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรหลินอี้เกี่ยวกับการทำงานได้



ดังนั้น เขาจึงคิดหาวิธีไล่หลินอี้ออก และตอนนี้ทุกอย่างก็เป็นไปตามแผนของเขาแล้ว



"ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายขายถูกวางไว้ให้สำหรับคนที่เหมาะสม และประสิทธิภาพการทำงานของหลินอี้ก็ดีกว่าคุณ ดังนั้นตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายขายจึงต้องตกเป็นของเขาโดยธรรมชาติ" หวางหยิงโต้กลับ



แม้ว่าฝ่ายขายจะมีคนไม่มากนัก แต่พวกเขาก็แบ่งออกเป็นสองฝักสองฝ่าย



เพื่อนร่วมงานชายล้วนอยู่ข้างหลี่เจียงตง ส่วนหลินอี้และเพื่อนร่วมงานหญิงคนอื่น ๆ อยู่ฝ่ายตรงกันข้าม โดยปกติแล้ว พวกเขาจะรักษาความสัมพันธ์ที่ปรองดองกันไว้เพียงแค่ผิวเผินเท่านั้น



“แล้วยังไงล่ะ ตอนนี้เขาถูกไล่ออกไปแล้วไม่ใช่หรอ?” หวงโหยวเหว่ยพูดต่อ:



"ฉันแอบได้ยินมาว่าเอกสารแห่งโชคชะตากำลังจะมาถึงเร็วๆ นี้ และตงเกอจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าฝ่ายขาย ดังนั้น ฉันขอเสนอให้พวกเราชนแก้วและดื่มให้กับตงเกอ"



"ไม่เอาน่า อย่าทำแบบนั้นเลย" หลี่เจียงตงพูดด้วยรอยยิ้ม:



"แม้ว่าฉันจะได้เป็นหัวหน้าฝ่ายขายในเร็วๆ นี้จริงๆก็ตาม แต่ตัวเอกของงานวันนี้คือหลินอี้ ฉันไม่อยากจะแย่งซีนเขาสักเท่าไหร่"



“นั่นไม่สำคัญหรอก ยังไงเขาก็ถูกไล่ออกไปแล้ว สิ่งที่ควรให้ค่ามากที่สุดในตอนนี้คือการที่ตงเกอได้รับเลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าแผนกฝ่ายขายต่างหากล่ะ” หวงโหยวเหว่ยพูดด้วยรอยยิ้ม



“ถ้าอย่างนั้นเรามาชนแก้วกันเถอะ”



สิ้นสุดคำพูด ผู้ชายที่อยู่ฝ่ายหลี่เจียงตงก็ยกแก้วขึ้นมาและดื่มไวน์ทั้งหมดในแก้วทันที



ส่วนเพื่อนร่วมงานหญิงไม่มีใครขยับเขยื้อนเลย



“ดูเหมือนว่าพวกนายจะตั้งใจมาที่เพื่อโอ้อวดอำนาจมากกว่ามาเลี้ยงส่งฉันนะ” หลินอี้พูด



“อย่าพูดอย่างนั้นสิ พวกเราก็แค่ดื่มกันเฉยๆ เอง ยังไงพระเอกของวันนี้คือนายนั่นแหละ” หลังจากที่วางแก้วลงบนโต๊ะ หลี่เจียงตงก็มองไปที่หลินอี้และพูดด้วยรอยยิ้ม:



"นายมีแผนจะทำอะไรต่ออย่างนั้นหรอหลังจากถูกบริษัทไล่ออก ในเมืองใหญ่อย่างจงไห่ มันไม่ง่ายเลยนะที่จะหางานทำ"



"พี่ตงพูดถูก ในเมืองใหญ่ทั้งวุ่นวาย และค่าครองชีพก็สูงมากด้วย ฉันว่านายกลับไปอยู่บ้านที่ชนยทและหางานทำแถวนั้นน่าจะดีกว่านะ" หวงโหยวเหว่ยพูดแทรกขึ้นมา



“แบบนั้นไม่ได้หรอก นายไม่รู้ภูมิหลังของหลินอี้อย่างนั้นหรอ เขาเป็นเด็กกำพร้าในชนบท ไม่มีแม้แต่บ้านของตัวเองให้อาศัย และเขาจะกลับไปที่ชนบทได้ยังไง” หลี่เจียงตงพูดด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็มองไปที่หลินอี้แล้วพูดต่อว่า:



"หลินอี้ ถ้านายยังอยากทำงานอยู่ในจงไห่ ฉันพอจะช่วยนายได้นะ ฉันสนิทกับผู้จัดการทรัพย์สินในชุมชนที่ฉันอาศัยอยู่ ฉันสามารถจัดหางานรักษาความปลอดภัยให้นายได้ นายสนใจหรือเปล่าล่ะ"



"ฮ่าฮ่า..."



เพื่อนร่วมงานชายคนอื่นๆ ต่างหัวเราะออกมาและจ้องมองไปที่หลินอี้ด้วยสายตาดูถูก



ที่เขาต้องมาพบกับจุดจบเช่นนี้ ทั้งหมดก็เป็นเพราะตัวของเขาเอง



หลินอี้เพิ่งเข้ามาทำงานที่บริษัทได้เพียงแค่ครึ่งปี แต่เขากลับไม่รู้จักดูที่ต่ำที่สูงจะมาแย่งชิงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายขายไปจากตงเกอ!



“พวกนายไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องงานของฉันหรอก” หลินอี้พูดด้วยรอยยิ้ม



“เสี่ยวอี้ ฉันกำลังจะถามคุณเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย” หวางหยินพูด:



“ตอนนี้คุณถูกไล่ออกจากบริษัทแล้ว คุณมีแผนที่จะทำอะไรต่อในอนาคตอย่างนั้นหรอ?



"ผมว่าจะเป็นนักขับดีดี้ไปก่อน มันน่าจะพอหาเงินเลี้ยงปากท้องได้อยู่ครับ"



“นักขับดีดี้งั้นหรอ?” หวางหยิงและเพื่อนร่วมงานหญิงคนอื่น ๆ ไม่ค่อยอยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน



"หลินอี้ นายมีแต่รถเก่าๆใกล้พังไม่ใช่หรือไง แบบนั้นสามารถลงทะเบียนได้ด้วยหรอ" หวงโหยวเหว่ยพูด:



"ดูจากรถของนายแล้ว คาดว่าผู้โดยสารคงจะให้คำวิจารณ์ที่ไม่ดีกับนายแน่นอน เผลอๆจะไม่มีคนเรียกใช้บริการนายด้วยซ้ำ"



"ไม่เป็นไร เสี่ยวอี้ ถ้าในอนาคตฉันมีเรื่องให้ต้องขึ้นรถรับส่ง ฉันจะเรียกใช้บริการของนายเอง" หวางหยิงพูดอย่างโกรธเคือง



ก๊อก ก๊อก ก๊อก——



ขณะที่หลายคนกำลังคุยกัน ประตูห้องก็ถูกเคาะ



จากนั้นผู้จัดการล็อบบี้ของโรงแรมก็เดินเข้ามา



"สวัสดีทุกคน ฉันอยากถามว่าใครคือเจ้าของปากานี ซอนดาที่จอดอยู่ชั้นล่าง"



“อะไรนะ ปากานี ซอนดาอย่างนั้นหรอ?”



คนในห้องต่างตกใจ มันเป็นซูเปอร์คาร์ และในจีนก็มีให้เห็นไม่มากนัก



เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ เพื่อนร่วมงานชายหลายคนก็รีบลุกขึ้นและมองออกไปนอกหน้าต่าง



"ปากีนี ซอนดาจริงๆด้วย เท่สุดๆไปเลย"



"ที่นี่เป็นสถานที่ที่พัฒนามากที่สุดในจีน และมีมหาเศรษฐีมากมายในจงไห่" หวงโหยวเหว่ยถอนหายใจ:



"รถคันนี้น่าจะมีราคามากกว่า 20 ล้านหยวน มีเพียงมหาเศรษฐีประจำเมืองเท่านั้นที่จะสามารถซื้อรถคันนี้ได้"



"เลิกดูกันเถอะ ยังไงมันก็ไม่ใช่รถที่คนระดับเราจะเอื้อมถึงได้อยู่แล้ว" หลี่เจียงตงมองไปที่ผู้จัดการล็อบบี้แล้วพูดว่า:



"เราเป็นแค่คนงานธรรมดาๆ ไม่มีทางสามารถซื้อรถแบบนั้นได้หรอ คุณมาถามผิดห้องแล้วล่ะ"



“โอเค ขอโทษที่ต้องรบกวนพวกคุณด้วยนะครับ”



ผู้จัดการล็อบบี้กำลังจะออกไป แต่ทันใดนั้นเสียงของหลินอี้ก็ดังขึ้นมา



“เกิดอะไรขึ้นกับปากานีอย่างนั้นหรอ”



"พอดีมันจอดขวางรถคันอื่นอยู่น่ะคับ เลยอยากแจ้งเจ้าของรถให้ช่วยไปขยับรถให้หน่อย"



“หลินอี้ นายจะอยากรู้เรื่องนี้ไปทำไม เขากำลังพูดถึงปากานี ไม่ใช่รถเก่าๆของนายสักหน่อย” หวงโหยวเหว่ยยิ้ม



“ฉันถามไม่ได้หรอ ก็ปากีคันนั้นเป็นของฉันเอง ”



ทุกคนที่ได้ยินต่างตกใจทันที



“นายพูดว่าอะไร ปากานีเป็นของนายเนี่ยนะ!”



"อย่ามาโกหก มันจะเป็นไปได้ยังไง"



หลินแี้หยิบกุญแจรถออกมาจากกระเป๋าของเขาแล้วทำการควงต่อหน้าหวงโหยวเหว่ยและคนอื่น ๆ



ปากานีเป็นรถของเขาจริงๆด้วย!



"หลินอี้ มันหมายความว่ายังไง รถของนายเป็นรถเก๋งเก่าๆไม่ใช่หรอ ทำไมมันถึงกลายเป็นปากานีไปได้"



“แล้วใครเป็นคนกำหนดว่าชีวิตนี้ต้องมีรถแค่คันเดียวล่ะ ฉันจะซื้อรถคันใหม่ไม่ได้เลยหรือไง”



ทุกคนสับสนมึนงงกันถ้วนหน้า ปากานี ซอนดาเป็นรถสปอร์ตมูลค่ามากกว่า 20 ล้านหยวน ไม่ใช่ผักกาดขาวที่หาซื้อได้ง่ายๆตามตลาดทั่วไป



"ถ้าจำไม่ผิด ก่อนหน้านี้นายบอกว่าจะเป็นนักขับดีดี้ไม่ใช่หรอ แต่ถ้ารวยมากขนาดนี้ นายจะมาเป็นนักขับดีดี้ไปทำไม" หลี่เจียงตงถาม



"ฉันไม่มีอะไรทำ และฉันก็อยากจะสัมผัสชีวิตของคนธรรดา"

ตอนก่อน

จบบทที่ ใครเป็นเจ้าของปากานีชั้นล่าง?

ตอนถัดไป