ลําเอียง

ในเวลานี้ พนักงานขายหญิงคนเดิมก็เดินกลับมาพร้อมกับถุงที่มีกล่องโทรศัพท์อยู่ภายใน

"นี่คือโทรศัพท์มือถือของคุณค่ะ ไม่ทราบว่าคุณต้องการเลือกเคสโทรศัพท์มือถือจากร้านของเราเลยหรือเปล่าค่ะ สินค้าทั้งหมดเป็นสินค้าของแท้พร้อมการรับประกันคุณภาพ"

หลินอี้มองไปที่เคาน์เตอร์ "ผมไม่ค่อยชอบใส่เคสโทรศัพท์น่ะครับ เพราะมันจะทำให้ขนาดของเครื่องใหญ่ขึ้นกว่าเดิม"

"แต่โทรศัพท์ของคุณมีราคากว่า 10,000 หยวนเลยนะคะ มันไม่ใช่ถูกๆ เลย ถ้าไม่ใส่เคสมือถือแล้วเกิดไปชนหรือทำหล่นขึ้นมา ตัวเครื่องของคุณก็อาจจะเกิดร่องรอยได้" พนักงานขายหญิงแนะนำ

หลินอี้คิดอยู่ครู่หนึ่ง "ถูกอย่างที่คุณพูด”

เมื่อเห็นหลินอี้เต็มใจที่จะซื้อเคสโทรศัพท์มือถือ พนักงานขายหหญิงก็เผยรอยยิ้มออกมา

"คุณลูกค้าคะ เคสโทรศัพท์ที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์เป็นรุ่นใหม่ทั้งหมด ฉันจะให้ส่วนลด 20% กับคุณในการซื้อ และถ้าคุณซื้อเคส 2 ชิ้นคุณจะได้รับส่วนลด 30%"

เมื่อเห็นว่าหลินอี้ต้องการซื้อเคสโทรศัพท์มือถือ ในห้องถ่ายทอดสดก็เกิดการพูดคุยขึ้นอีกครั้ง โดยผู้ที่เป็นการเริ่มบทสนทนาก็คือมะนาวคุง

"ฮ่าฮ่า เคสโทรศัพท์มือถือเหล่านั้นมีมูลค่ามากกว่า 1,000 หยวน ถ้าเขาตัดสินใจซื้อในทันทีฉันจะยอมรับว่าเขาเป็นคนรวย"

"เอาสิ นายจะต้องยอมรับว่าเขาเป็นคนรวยถ้าเขาซื้อเกิน 5,000 หยวน "

"พวกคุณตั้งราคาต่ำไปหรือเปล่า" มะนาวคุงส่งข้อความ:

"ฉันจะบอกให้นะ คนรวยที่แท้เจริงน่ะเขาใช้เคสที่แพงกว่าโทรศัพท์มือถือกัน เมื่อไม่กี่วันก่อน เพื่อนของฉันซื้อเคสโทรศัพท์มือถือมาในราคากว่า 20,000 หยวน ต้องราคาระดับนี้ต่างหากถึงจะควรค่าแก่การยอมรับ"

เมื่อเห็นข้อความของมะนาวคุงในช่องแชท เซี่ยซินหยูก็ถึงกับพูดไม่ออก

“คุณลูกค้าชอบแบบไหนเชิญเลือกได้เลย เดี๋ยวฉันเอามาให้ดูค่ะ”

“ผมไม่ได้บอกนะครับว่าต้องการจะซื้อเคสโทรศัพท์มือถือ” หลินอี้พูด

“อ้าว คุณไม่ได้จะซื้อหรอกเหรอคะ...”

“สิ่งที่ผมหมายถึงคือถ้าโทรศัพท์พังหรือเป็นรอยก็แค่เปลี่ยนไปใช้เครื่องใหม่” หลินอี้พูดต่อ:

“เอาไอโฟน 11 โปรแม็กแรม 512 กิกะไบต์มาให้ผมอีกสีละห้าเครื่องครับ”

“สีละห้าเครื่อง?”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ พนักงานขายหญิงก็แทบจะล้มทั้งยืน

"ท่านคะ ไอโฟน 11 โปรแม็กในร้านของเรามีทั้งหมดสี่สี ถ้าเอาสีอย่างล่ะห้าก็จะเท่ากับ 20 เครื่อง คุณยืนยันจะซื้อจริงๆใช่หรือเปล่าคะ"

หลินอี้พยักหน้า "ใช่ครับ แล้วก็เอาแมคบุ๊คระดับบนสุดมาให้ผมด้วย"

“โอเค โอเคค่ะ รอฉันสักครู่นะคะ”

เมื่อเห็นหลินอี้ซื้อของในราคารวมเกือบ 300,000 หยสนในคราวเดียว

ร่างกายของเซี่ยซินหยูก็เสียศูนย์จนแทบยืนไม่ไหว

นี่มันเป็นการใช้เงินที่บ้าคลั่งเกินไปแล้ว

ขณะเดียวกัน ห้องถ่ายทอดสดก็เต็มไปด้วยข้อความมากมาย

"มะนาวคุง คนที่รวยจริงๆน่ะเขาไม่ซื้อเคสมาใส่เพื่อป้องกันความเสียหายของตัวโทรศัพท์หรอก แต่เขาซื้อเครื่องใหม่มาเปลี่ยนเลยต่างหาก"

"ฉันเพิ่งจะเคยพบเจออะไรแบบนี้!"

“สุดยอด ชายคนนี้เป็นมหาเศรษฐีประจำเมืองขนานแท้!”

"มหาเศรษฐีประจำเมืองขนานแท้อะไรกัน ไร้สาระสิ้นดี เขาก็แค่ซื้อของราคาเกือบ 3 แสนหยวนเท่านั้น พวกคุณคิดว่านี่คือที่สุดของคนรวยแล้วอย่างนั้นหรอ? มันไม่ใช่เลย ครั้งหนึ่ง ฉันเคยเห็นคนที่ซื้อของมากกว่า 500,000 หยวนในคราวเดียว แค่นี้ยังถือว่าเล็กน้อย"

เมื่อเห็นข้อความจากมะนาวคุง เซี่ยซินหยูก็ยิ่งรู้สึกปวดหัวมากกว่าเดิม

ดูเหมือนที่บอกว่าพวกขี้แพ้มักจะไม่ยอมรับใครที่อยู่เหนือกว่าตัวเองจะเป็นเรื่องจริง

หลินอี้ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก หลังจากรูดบัตรแล้ว เขาก็ยืนรอให้พนักงานขายนำของมาให้

ขณะเดียวกัน ผู้คนที่เดินเตร่อยู่ในร้านต่างก็พากันจับจ้องไปที่หลินอี้

โดยเฉพาะผู้หญิงสวย ๆ พวกเธอต่างมีความคิดดำมืดอยู่ในจิตใจ

ในไม่ช้า ทุกสิ่งที่หลินอี้สั่งไปก็ถูกนำมาให้

โทรศัพท์มือถือ 20 เครื่อง และแมคบุ๊ค 1 เครื่อง ของทั้งหมดมีจำนวนเยอะเกินกว่าจะถือไปซื้อของอย่างอื่นต่อ ดังนั้นหลินอี้จึงนำมันกลับเข้าไปไว้ในรถและกลับไปที่ไทม์สแควร์อีกครั้ง

“พี่อี้ คราวนี้พี่จะซื้ออะไรอีกหรอ?”

เซี่ยซินหยูรู้สึกว่าหัวใจดวงน้อยของเธอไม่สามารถรับมันได้อีกต่อไป

รูปแบบการใช้เงินระหว่างมหาเศรษฐีและคนธรรมดามันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

"ซื้อนาฬิกา"

แหวนเพชรเป็นของคู่กายสำหรับผู้หญิง ส่วนนาฬิกาเป็นของคู่กายสำหรับผู้ชาย

ในอดีตหลินอี้ฝันมาตลอดว่าอยากจะมีนาฬิกาดีๆ ใส่สักเรือน แต่เนื่องจากตอนนั้นเขาไม่มีเงิน ความปรารถนาดังกล่าวจึงยังไม่เป็นจริง

แต่ตอนนี้เขามีเงินสดพร้อมใช้อยู่หลายสิบล้านหยวน ถ้าไม่ซื้อนาฬิกาดีๆ สักเรือน เขาคงรู้สึกเสียใจกับตัวเองมากแน่ๆ

“คุณพอมีความรู้เรื่องนาฬิกาบ้างหรือเปล่า”

เมื่อเข้าไปในห้างอีกครั้ง หลินอี้ก็เอ่ยปากถามอย่างสบายๆ

“คุณต้องการซื้อเกรดไหนล่ะ”

ในฐานะนักไลฟ์สตรีม เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อกับเหล่าผู้เข้าชมได้มากที่สุด เธอจึงต้องรู้ทุกอย่างในโลกนี้เอาไว้ และเซี่ยซินหยุก็พอจะมีความรู้เรื่องนาฬิกาอยู่ระดับหนึ่ง

"เอาเป็นระดับไฮเอนด์ก็แล้วกัน"

เมื่อเห็นว่าหลินอี้ซื้อโทรศัพท์มือถือ 20 เครื่องในคราวเดียว เซี่ยซินหยูก็คิดว่าถ้าเธอแนะนำแบรนด์ธรรมดา มันอาจจะเป็นการดูถูกหลินอี้เกินไป

"ในแวดวงนาฬิกา แบรนด์ระดับไฮเอนด์ส่วนใหญ่เป็นของปาเต็ก ฟิลิปป์ และวาเชอรอง คอนสแตนติน"

หลินอี้พยักหน้า "โอเค ไปดูสองแบรนด์นี้ก่อนก็ได้"

เซี่ยซินหยูสูญเสียเรี่ยวแรงอีกครั้ง เธอแค่พูดแนะนำตามความน่าจะเป็น แต่เขากลับจะไปซื้อจริงๆ!

สินค้าที่จะซื้อเป็นนาฬิกาสุดหรูเลยนะ!

"วาเชอรอง คอนสแตนตินอยู่ข้างหน้า เราไปดูที่นั่นก่อน"

“โอเค เอาตามนั้นเลย”

เมื่อเห็นหลินอี้และเซี่ยซินหยูกำลังจะเดินเข้ามา พนักงานหญิงก็เตรียมจะเดินออกไปต้อนรับทั้งสองคน

“เธอจะทำอะไร ” ผู้จัดการร้านหญิงถาม

"คุณลี่ มีลูกค้ากำลังจะเข้ามาภายในร้านค่ะ ฉันเลยจะออกไปต้อนรับ" ผู้ช่วยร้านหญิงร่างสูงพูด

"ไม่ต้องไปรับให้เสียเวลาเปล่าหรอก"

“เสียเวลาเปล่าหรอคะ?”

ผู้จัดการลี่พูดอย่างเฉยเมย: "เธอไม่เห็นหรือว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายทอดสดอยู่ ฉันเดาว่าเธอคงจะแค่เข้ามาถ่ายอะไรในร้านเพื่อโอ้อวดเท่านั้นแหละ ฉันเจอคนแบบนี้มาเยอะแล้ว ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องเข้าไปแนะนำอะไรหรอก"

"เธออาจจะไม่ได้เข้ามาดูเฉยๆก็ได้นะคะ สำหรับนักไลฟ์สตรีมในตอนนี้ ดูเหมือนจะทำเงินได้มากเลยทีเดียว"

"แต่เราคือวาเชอรอง คอนสแตนติน ยกเว้นพวกอภิมหาเศรษฐี คนส่วนใหญ่แทบจะไม่สามารถซื้อได้เลย อย่าจริงจังกับพวกเขามากเกินไป"

“เข้าใจแล้วค่ะคุณลี่” หญิงสาวร่างสูงเพรียวพูด

หลังจากเข้ามาในร้าน หลินอี้และเซี่ยซินหยูก็เริ่มเดินดูไปรอบๆ

เมื่อเห็นราคาข้างต้น เซี่ยซินหยูก็รู้สึกราวกับว่าตัวเองอาศัยอยู่ในสลัม นาฬิกาแต่ละเรือนมีราคาหลักแสนหยวนขึ้นไป มันมหาศาลเกินกว่าเธอจะเอื้อมถึง

ใครจะซื้อนาฬิกาแบบนี้มาใส่ได้นอกจากมหาเศรษฐีขนาดแท้

แม้ว่าหลินอี้จะชอบนาฬิกา แต่ตัวของเขาแทบจะไม่มีความรู้เรื่องนาฬิกาเลย เขาเลือกโดยใช้ความชอบเป็นที่ตั้งเพียงอย่างเดียว

“คุณช่วยหยิบนาฬิกาเรือนนี้ออกมาให้ผมดูหน่อยได้หรือเปล่าครับ” หลินอี้ชี้ไปยังนาฬิกาที่สนใจ

"ขออภัยด้วย นาฬิกาในร้านของเราจัดแสดงให้ดูได้แค่ในหน้าต่างเท่านั้น คุณจะมีสิทธิ์ดูนาฬิกาที่สนใจก็หลังจากทำการชำระเงิน" ผู้จัดการลี่พูด

หืม?

ถ้าไม่เอามาจับมาลองก่อนแล้วจะตัดสินใจซื้อได้อย่างไร

ในขณะนี้ คู่รักวัยกลางคนก็เดินเข้ามาจากด้านนอกและเริ่มซื้อของในอีกด้านหนึ่ง

ผู้จัดการร้านหญิงเดินเข้าไปทักทาย "คุณผู้ชายและคุณผู้หญิง มีอะไรให้ฉันช่วยหรือเปล่าคะ"

"ฉันต้องการซื้อนาฬิกาให้เป็นขวัญวันเกิดแก่สามี"

"นาฬิกาที่คุณเห็นทั้งหมดตรงนี้ล้วนเป็นของใหม่ที่เพิ่งนำเข้ามา คุณสามารถเลือกได้ตามต้องการเลย"

“ฉันคิดว่านาฬิกาที่หน้าปัดเป็นสีดำสวยดี คุณช่วยเอาออกมาให้ฉันดูหน่อยจะได้หรือเปล่า”

“แน่นอน รอสักครู่นะคะ” ผู้จัดการร้านหญิงเปิดหน้าต่างด้านล่าง จากนั้นก็หยิบนาฬิกาที่อีกฝ่ายสนใจออกมาแล้วยื่นให้เธอ

หลินอี้และเซี่ยซินหยูที่ยืนอยู่ข้างๆหันมามองหน้ากัน

สถานการณ์นี้คืออะไร?

ทำไมเขาขอดูไม่ได้ แต่คนอื่นกลับขอดูได้ล่ะ?



ตอนก่อน

จบบทที่ ลําเอียง

ตอนถัดไป