แพงไปหน่อย

เซี่ยซินหยูรู้สึกอับอาย

เธอเคยได้ยินมานานแล้วว่าพนักงานขายของสินค้าฟุ่มเฟือยเหล่านี้มีความเย่อหยิ่งในตัวเองและไม่ให้ความสนใจในตัวลูกค้าธรรมดา

เมื่อมองดูสถานการณ์ในตอนนี้ เธอก็ตระนักได้แล้วว่าข่าวลือเรื่องดังกล่าวเป็นความจริง

อย่างไรก็ตาม พนักงานขายสามารถดูถูกเธอได้ แต่เขาจะมาดูถูกพี่อี้ไม่ได้เด็ดขาด!

ในขณะนั้นเอง เซี่ยซินหยูก็เหลือบมองห้องถ่ายทอดสดที่กำลังทำการไลฟ์อยู่

และเธอก็พบกับข้อความของมะนาวคุงอีกครั้ง

"พนักงานมีสายตาที่เฉียบคมมาก เธอดูออกว่าพวกคุณไม่ใช่คนร่ำรวยที่แท้จริง เธอก็เลยไม่เอานาฬิกาออกมาตามความต้องการของพวกคุณให้เสียเวลาเปล่า"

"กลับกัน มองแค่แวบเดียวก็รู้แล้วว่าคู่สามีภรรยาวัยกลางคนเป็นคนร่ำรวย ดังนั้นพวกเธอจึงต้องแนะนำพวกเขาโดยธรรมชาติ"

"ออกมาเถอะ นั่นมันวาเชอรอง คอนสแตนติน ไม่ใช่นาฬิกายี่ห้อธรรมดา ไม่ต้องอายหรอก"

หลินอี้มองไปที่ผู้จัดการร้านหญิง "คุณหมายความว่ายังไง พวกเราต่างก็เป็นลูกค้าเหมือนกัน ดังนั้นคุณควรจะปฏิบัติกับพวกเราอย่างเท่าเทียมไม่ใช่หรอ"

"ขออภัย เราให้บริการตามระดับของลูกค้า หวังว่าคุณจะเข้าใจ" ผู้จัดการร้านหญิงพูด

“ระดับลูกค้า?”

"ฉันมีหลักการประเมินของตัวเอง ฉันจะให้ระดับต่างๆ แล้วบริการตามความสมควร"

"ว่าไงนะ……"

“นี่จะบอกว่าพวกเราที่เป็นลูกไม่สมควรได้รับการดูแลอย่างงั้นหรอ”

เมื่อเห็นว่าหลินอี้โกรธ เซี่ยซินหยูก็รีบคว้าแขนของเขาเอาไว้

“พี่อี้ ใจเย็นๆ ก่อน คนในร้านหรูๆ ส่วนใหญ่ต่างก็มีนิสัยแบบนี้ทั้งนั้น ไม่มีความจำเป็นที่พี่จะต้องโกรธเลย”

“คุณลูกค้า โปรดระวังคำพูดและท่าทีของคุณด้วย มิฉะนั้น เราจะเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาพาตัวพวกคุณออกไป” ผู้จัดการร้านหญิงพูด

เป็นแค่นักไลฟ์สตรีมแต่สามารถเดินเข้ามาในร้านระดับนี้ได้ก็ถือว่าปรานีมากพอแล้ว

หากเป็นร้านค้าหรูหราระดับท็อป พวกเขาจะไม่เปิดโอกาสให้แม้แต่พวกคุณได้ย่างเท้าเข้าไปเลยด้วยซ้ำ

"พวกคุณก็แค่สุนัขเฝ้าร้านวาเชอรอง คอนสแตนตินที่อาศัยอำนาจของแบรนด์มาทำตัวว่าอยู่เหนือกว่าคนอื่นๆ" หลินอี้ระเบิดอารมณ์

"แต่มันก็เป็นแบรนด์ที่คุณไม่สามารถซื้อได้ตลอดชีวิต" ผู้จัดการร้านหญิงหัวเราะ

“พี่อี้ ไปกันเถอะ”

เซี่ยซินหยูรู้ว่าคนร่ำรวยเช่นหลินอี้ไม่ชอบให้ใครมาหยาม

เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่จำเป็น เซี่ยซินหยูจึงพยายามดึงแขนของเขาออกมาจากร้านวาเชอรอง คอนสแตนติน

ท้ายที่สุดแล้ว ก็ยังมีนาฬิกาหรูยี่ห้ออื่นอยู่อีกเยอะ มันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องซื้อนาฬิกาจากร้านวาเชอรอง คอนสแตนตินเลย

เมื่อเห็นหลินอี้และเซี่ยซินหยูเดินออกไป คู่รักวัยกลางคนที่ซื้อนาฬิกาก็ยิ้มและส่ายหัวไปมา

“ทั้งๆที่ไม่มีเงินมากพอแท้ๆ แต่กลับกล้าทำตัวอวดดี คนหนุ่มสาวสมัยนี้ใช้ไม่ได้เลยจริงๆ”

"คงเพราะพวกเขามีแฟน ๆ ทางอินเทอร์เน็ตดูอยู่นั่นแหละ การถูกหยามแบบนี้จึงเป็นสิ่งที่พวกเขายอมรับไม่ได้"

"สิ่งที่ทั้งสองท่านพูดเป็นความจริงที่สุดเลยค่ะ" ผู้จัดการร้านหญิงพูดด้วยรอยยิ้ม

"หืม?" ชายวัยกลางคนหันกลับไปมองและเผยรอยยิ้มออกมา:"ดูเหมือนพวกเขาจะไปที่ร้านปาเต็ก ฟิลิปป์ต่อ สองคนนี้น่าสนใจจริงๆ"

ร้านปาเต็ก ฟิลิปป์

เมื่อเห็นหลินอี้และเซี่ยซินหยูเข้ามา พนักงานขายหญิงก็พูดจาต้อนรับอย่างสุภาพและไม่แสดงท่าทางเบื่อหน่ายแม้แต่น้อย

“คุณผู้ชาย คุณผู้หญิง ไม่ทราบว่าคุณทั้งสองต้องการดูนาฬิกาสำหรับผู้ชายหรือนาฬิกาสำหรับผู้หญิงดีคะ ฉันสามารถให้คำแนะนำได้” พนักงานขายหญิงในเครื่องแบบกล่าว

หลินอี้ชำเลืองมองเซี่ยซินหยู "มีนาฬิกาแนะนำผมหรือเปล่า"

"ไม่ ปาเต็ก ฟิลิปป์เป็นร้านระดับไฮเอนด์ ฉันไม่ค่อยมีความรู้เชิงลึกเท่าไหร่" เซ่ยซินหยูพูดด้วยความรู้สึกผิด

"ถ้างั้นถามคนในห้องถ่ายทอดสดของคุณให้หน่อยสิ"

เมื่อหลินอี้มีเวลาว่าง เขามักจะเข้าไปดูการถ่ายทอดสดเพื่อฆ่าเวลา และในแต่ละห้องก็จะมีช่องแชทที่เป็นผู้รู้อยู่เสมอ

เซี่ยซินหยูมองไปยังห้องถ่ายทอดสดและพบว่ามีคนให้คำแนะนำที่สมเหตุสมผล

"นาฬิกาซีรีส์ 7140จี-001 สวยงามมาก ให้ความรู้สึกผู้ใส่เหมือนกับมหาเศรษฐี"

"7140จี-001 มีมูลค่าประมาณสองล้านหยวน"

"ไร้สาระที่สุด นาฬิกาที่มีราคาแค่สองล้านหยวนนั้นไม่นับว่าเป็นนาฬิกาหรอกนะ หากซื้อนาฬิการาคาแค่สองล้านหยวนแล้วเป็นมหาเศรษฐี ถ้าอย่างนั้นในโลกนี้มหาเศรษฐีก็คงเป็นคำที่ไร้ค่าเกินไป"

"มะนาวคุง หากนาฬิการาคาสองล้านหยวนยังไม่ใช่นาฬิกาล่ะก็ นายช่วยบอกให้เรารู้หน่อยสิว่านาฬิกาแบบไหนที่ถึงจะคู่ควรแก่การเป็นนาฬิกา"

คำพูดของมะนาวคุงทำให้ผู้คนในห้องถ่ายทอดสดหันมาโจมตี

แต่มะนาวคุงอยู่ในสนามรบมาหลายปีแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่รู้สึกถูกคุกคามจากการต่อสู้เช่นนี้แม้แต่น้อย

"ตอนที่พวกเขาเข้ามาในร้าน ฉันเห็นนาฬิกาปาเต็ก ฟิลิปป์รุ่นที่ระลึกครบรอบ 175 ปี ราคา 17.5 ล้านหยวน ถ้าคุณคิดว่าคุณเป็นมหาเศรษฐีประจำเมือง คุณก็ควรจะซื้อนาฬิกาเรือนนี้"

“นายไม่มีสมองหรือไง แม้แต่จักรพรรดิเซียงไฮ้แห่งจงไห่ก็ไม่มีทางซื้อนาฬิกาเรือนนี้ มันฟุ่มเฟือยเกินไป”

“อะไร ถ้าจ่ายไม่ไหวก็แค่บอกว่าจ่ายไม่ได้ ฟุ่มเฟือยมันก็แค่ข้ออ้างเท่านั้น”

ในเวลานี้ หลินอี้เข้ามาหาเซี่ยซินหยู มองไปที่หน้าจอ และพูดว่า "คนในห้องถ่ายทอดสดให้คำแนะนำอะไรหรือเปล่า"

“อย่าสนใจข้อความพวกนั้นเลย คนคนนี้คือมะนาวคุง เขาเป็นพวกอิจฉาคนมีเงินน่ะ” เซี่ยซินหยูพูด:

"ก่อนหน้านี้มีช่องแชทแนะนำให้ซื้อ 7140จี-001 เขาบอกว่านาฬิกาเรือนนี้สวยและคุ่มค่ามาก"

หลินอี้มองดูสถานการณ์ในห้องถ่ายทอดสด "เขาแนะนำให้ฉันซื้อรุ่นที่ระลึกครบรอบ 175 ปีอย่างงั้นหรอ?"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ พนักงานขายหญิงของปาเต็ก ฟิลิปป์ต่างก็ส่ายหัวอย่างลับๆทันที พวกเกรียนคีย์บอร์ดพูดจาไม่ดูอะไรเลย

รุ่นที่ระลึกครบรอบ 175 ปี ทั่วโลกมีเพียงแค่ 6 เรือนเท่านั้น ราคา 17.5 ล้านหยวน

นอกจากความสุดยอดของงานฝีมือและวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้แล้ว

มันยังเป็นรุ่นที่ทำโดยอิงต้นแบบจากปาเต็ก ฟิลิปป์ในยุคเริ่มแรก เป็นนาฬิกาคลาสสิกที่มีคุณค่าหาเทียบไม่ได้

“พี่อี้อย่าไปฟังเขา ซื้อ 7140จี-001 นั่นแหละดีแล้ว” เซี่ยซินหยูพูด

"ดังคำพูดที่ว่า คุณจะได้รับในสิ่งที่คุณจ่ายไป ผมว่านาฬิการะลึกครบรอบ 175 ปีที่มีราคาแพงเช่นนี้คงต้องมีเหตุผลในตัวของมันเอง"

"นั่นก็ใช่ แต่นาฬิกาเรือนนี้มีราคา 17.5 ล้านหยวนเลยนะ"

"ราคาค่อนข้างแพงไปหน่อย"

เมื่อเห็นหลินอี้ถอดใจ มะนาวคุงก็ระดมโจมตีด้วยคำพูดเย้ยหยันทันที:

“ถ้าไม่มีเงินก็อย่าสะเออะทำตัวเหมือนมีสิ น่าสมเพชจริงๆ”

"ซื้อโทรศัพท์และแมคของแอปเปิลเป็นจำนวนเงินเกือบสามแสนหยวนได้แล้วคิดว่าฉันจะยอมรับคุณเป็นมหาเศรษฐีตัวจริงหรือไง คุณคิดง่ายเกินไปแล้ว"

"อย่าคิดว่ามีปากานี ซอนดาขับแล้วจะรู้สึกได้ว่าโลกใบนี้เป็นของคุณ ในโลกนี้ยังมีสิ่งที่คุณจ่ายซื้อไม่ได้อยู่อีกเยอะแยะ"

“พี่อี้ อย่าสนใจเลยนะ ฉันจะไล่เขาออกจากห้องถ่ายทอดสดเดี๋ยวนี้”

“ผมไม่ได้สนใจอยู่แล้วล่ะ”หลินอี้พูดด้วยรอยยิ้ม: "แม้ว่าราคาจะแพงไปหน่อย แต่ผมก็สามารถซื้อได้"

ขณะที่พูด หลินอี้ก็เดินไปข้างหน้าหน้าต่างและมองดูอย่างตั้งใจ

สวยงาม คู่ควรแก่การนำมาครอบครอง

"คุณช่วยแพ็กนาฬิกาครบรอบ 175 ปีเรือนนั้นให้ผมหน่อยได้ไหมครับ"

พนักงานขายหญิงตกใจเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนี้

เธอจ้องมองด้วยสายตาประหลาดใจและไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่หูของตัวเองได้ยิน

"ว่าไงนะคะ คุณลูกค้าต้องการซื้อรุ่นที่ระลึกครบรอบ 175 ปีอย่างนั้นหรอ"

หลินอี้พยักหน้า “ไม่ได้หรอครับ?”



ตอนก่อน

จบบทที่ แพงไปหน่อย

ตอนถัดไป