ผมเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทดีดี้จริงๆ
หยูลี่ลี่ตกตะลึง เธอได้ยินผิดไปหรือเปล่า
"ผู้จัดการหวัง คุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร เขาคนนี้เนี่ยนะเป็นเจ้าของโรงแรมเพนนินซูลา?"
“ใช่ เมื่อวันก่อน ประธานหลินได้ซื้อโรงแรมเพนนินซูลาทั้งหมด ฉันไม่คิดเลยว่าเธอจะกล้าพูดจากับประธานหลินแบบนี้ เก็บข้าวของจากที่นี่ให้หมดแล้วออกไปซะ”
เมื่อรู้ถึงตัวตนของหลินอี้ เหล่าคนที่อยู่โดยรอบก็เริ่มส่งเสียงพูดคุย
"พระเจ้า ปรากฏว่าหนุ่มหล่อคนนั้นเป็นเจ้าของโรงแรมเพนนินซูลา ผู้จัดการโรงแรมเป็นคนพูดเองด้วย ดังนั้นมันไม่มีทางผิดพลาดแน่นอน"
“พวกเราเข้าใจผิดกันไปเอง หนุ่มหล่อคนนั้นไม่ใช่แมงดาเกาะผู้หญิง แต่เป็นมหาเศรษฐีตัวจริงเสียงจริง”
"ยัยผู้หญิงคนนั้นกล้ามากที่มาหลอกพวกเรา"
การแสดงออกของคู่รักก็เปลี่ยนไปเช่นกัน
“เห็นหรือเปล่า หนุ่มหล่อคนนั้นเขาเป็นคนดี แต่คุณกลับพูดจาว่าร้ายเขาโดยไม่มีเหตุผล จิตใจของคุณแคบเกินไป ดูเหมือนว่าฉันจะต้องทบทวนความสัมพันธ์ของเราใหม่แล้วล่ะ”
หยูลี่ลี่มองไปที่หลินอี้อย่างเหลือเชื่อ
"หลิน หลินอี้ นายเป็นเจ้าของโรงแรมเพนนินซูล่าจริง ๆ เหรอ"
เสียงของหยูลี่ลี่สั่น เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเธอรู้สึกหวาดกลัว
“เมื่อกี้หวังเทียนหลงก็บอกเกี่ยวกับตัวตนของฉันไปแล้วไม่ใช่หรือไง เธอคิดว่าเขาจะโกหกงั้นหรอ”
"ถ้าคุณมีภูมิหลังแบบนั้นจริงๆ ทำไมคุณถึงต้องมาทำงานที่เฉาหยางกรุ๊ปด้วยล่ะ"
"ฉันก็แค่อยากสัมผัสประสบการณ์ชีวิตใหม่ๆ"
“เอาล่ะ หยุดพูดไร้สาระได้แล้ว” หวังเทียนหลงตอบ: "รีบเก็บของของคุณออกไปและอย่าได้เข้ามาเหยียบที่นี่อีก"
"หลินอี้ ฟังฉันก่อน ฉันรู้ว่าตัวเองทำไม่ถูกต้อง ฉันรู้ถึงความผิดพลาดของตัวเองแล้ว โปรดให้โอกาสฉันอีกครั้งเถอะนะ"
"ฉันสามารถให้โอกาสเธอได้ แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับหวังเทียนหลงว่าจะตัดสินใจยังไง"
หวังเทียนหลงตัวสั่น เขารับรู้ได้ทันทีว่าถ้าเขากล้าให้โอกาสหยูลี่ลี่ ตัวเขาก็จะถูกไล่ออกเหมือนกัน!
“หยุดพูดเรื่องไร้สาระได้แล้ว อย่าขัดขวางเวลาในการรับประทานอาหารของประธานหลิน”
ในที่สุด หวังเทียนหลงก็เรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาจับตัวหยูลี่ลี่ออกไป
"คุณหลิน ฉันต้องขอโทษจริงๆ ที่รบกวนการรับประทานอาหารของคุณ"
“ไม่เป็นไร บอกพวกเขาให้รีบเสิร์ฟอาหารให้ที ฉันหิวแล้ว”
“โอเคครับ ฉันจะรีบไปบอกเชฟด้านหลังให้รีบเสิร์ฟอาหารเดี๋ยวนี้เลย”
หลังจากกินเสร็จ หลินอี้ก็บิดขี้เกียจและเตรียมไปขับดีดี้ต่อ
เหลืออีกสองออเดอร์ ภารกิจที่ระบบมอบให้ก็จะเป็นอันเสร็จสิ้น.
กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง——
ก่อนที่หลินอี้จะเปิดรับออเดอร์ โทรศัพท์ของเขาก็มีหมายเลขที่ไม่คุ้นเคยติดต่อเข้ามา
"ฮัลโหล?"
“สวัสดี คุณหลิน ก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อน ฉันชื่อเทียนหยาน เป็นรองประธานอาวุโสของบริษัทดีดี้”
“โทรมามีอะไรหรอครับ”
“คุณได้ซื้อหุ้น 21 เปอร์เซ็นต์ของเราไปเมื่อวานนี้ ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับสองของบริษัทและในฐานะตัวแทนของบริษัท ฉันต้องการคุยกับคุณ ไม่ทราบว่าคุณพอจะมีเวลาว่างหรือไม่คะ”
หลินอี้ไม่แปลกใจที่เขาได้รับโทรศัพท์จากคนของดีดี้
ท้ายที่สุดแล้ว ระบบก็ได้มอบรางวัลเป็นหุ้น 21 เปอร์เซ็นต์ของดีดี้ให้กับเขา การที่ถูกติดต่อมาแบบนี้จึงเป็นเรื่องสมเหตุสมผล
แต่ตอนนี้ มันไม่ใช่เวลาที่เขาจะไปเจอกับอีกฝ่าย
มีภารกิจที่เขาต้องทำให้เสร็จก่อน
“ตอนนี้ผมมีธุระต้องไปจัดการ ไว้ค่อยว่ากันทีหลังนะครับ”
“โอเค ฉันจะโทรหาคุณใหม่ในภายหลังค่ะ”
เทียนหยานสุภาพมากและไม่เซ้าซี้ให้รำคาญ
ในฐานะชนชั้นสูง เธอรู้ว่าคนอย่างหลินอี้นั้นเวลาเป็นสิ่งที่หายากและมีค่ามาก
การเสียเวลาเพียงเสี้ยววินาทีมีแนวโน้มที่จะสร้างความไม่พอใจให้กับอีกฝ่าย ดังนั้นเธอจึงไม่พูดไร้สาระและวางสายทันที
หลังจากวางสาย โทรศัพท์ของเทียนหยานก็ดังขึ้นอีกครั้ง
สายนี้มาจากประธานเฉิงซวง
“สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง คุณหลินที่จะพบคุณหรือเปล่า”
“ไม่ เขาบอกว่ามีธุระต้องจัดการ ฉันเลยวางสายและตั้งใจจะโทรหาเขาใหม่ในภายหลัง”
อีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์ เฉิงซวงเงียบไปสองสามวินาที
“แล้วคุณจะเอายังไงต่อ”
“ฉันว่าจะไปบริษัทเจริสจำกัด เอเย่นต์รายใหญ่ที่สุดในพื้นที่ชายฝั่งของเราเพื่อตรวจดูว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า”
“ยังไงก็ตาม เรื่องของคุณหลินถือว่าสำคัญที่สุด อย่าชักช้าเด็ดขาด”
“ไม่ต้องห่วง ฉันรู้เรื่องนี้อยู่แก่ใจ”
เมื่อออกมาจากโรงแรมเพนนินซูล่า เทียนหยานก็หยิบโทรศัพท์มือถือของเธอและเตรียมเรียกรถ
ในฐานะผู้บริหารของดีดี้ เทียนหยานมักจะเรียกใช้บริการดีดี้เป็นประจำ เพื่อให้เธอสามารถเข้าใจถึงปัญหาและควรจะปรับแก้อะไร
ในลานจอดรถไม่ไกล หลินอี้ซึ่งเพิ่งเปิดแอปดีดี้ขึ้นมาก็ได้รับแจ้งเตือนออเดอร์
"พร้อมรับออเดอร์จากโรงแรมเพนนินซูล่าถึงบริษัทเจริสจำกัด"
หลินอี้ไม่ลังเลและกดรับออเดอร์นี้เอาไว้ทันที
หลังจากรับออร์เดอร์สำเร็จ หลินอี้ก็ขับรถไปที่ประตูโรงแรม
เมื่อเห็นปากานีสีเงินขับรถตรงมาหาเธอ เทียนหยานก็ถอนหายใจอย่างลับๆ
แม้ว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของหยางเฉิงจะพัฒนาไปมากแล้ว แต่รถระดับอย่างปากานี ซอนดานั้นก็ยังเป็นเรื่องยากที่จะเห็นบนท้องถนน
จงไห่เป็นเมืองที่พิเศษจริงๆ
แถมคนขับก็หล่อมากด้วย
"คุณคือคุณเทียน หมายเลขออเดอร์ลงท้าย 6888 ใช่หรือเปล่าครับ"
"ใช่ฉันเอง." เทียนหยานตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง "ว่าแต่คุณรู้ได้ยังไง?"
“ก็เมื่อกี้คุณกดออเดอร์ไม่ใช่หรอ?”
“ใช่ ฉันเรียกใช้บริการดีดี้”
“ก็ผมนี่แหละคับคนขับดีดี้ เชิญขึ้นรถได้เลย”
เทียนหยานหยุดชะงักชั่วขณะหนึ่ง "คุณ คุณพูดว่าอะไรนะ คุณคือคนขับดีดี้อย่างนั้นหรอ"
“ทำไม ผมดูไม่เหมือนเหรอครับ?”
"ใช่ มันดูไม่เหมือนเลย"
เทียนหยานสับสนมึนงง บริษัทของเธอดีขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
ทำไมคนขับดีดี้ถึงมีรถปากานี?
"แต่ผมเป็นคนขับดีดี้จริงๆ รีบขึ้นรถเร็วเถอะครับ"
"โอเค"
ไม่นาน เทียนหยานก็สามารถปรับตัวเข้ากับตัวตนของหลินอี้ได้
แม้ว่าเธอจะตระหนักถึงความมั่งคั่งได้มานานแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกของที่เธอเลยที่ได้นั่งบนรถหรูหราระดับนี้
มันล้ำหน้ากว่าบีเอ็มดับเบิลยูซีรีส์ 7 ของเธอจนเทียบไม่ติด
"คุณใช้ปากานีมาขับดีดี้เพื่อสัมผัสประสบการณ์ชีวิตใช่หรือเปล่า"
"พูดอย่างนั้นก็ได้ครับ" หลินอี้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
"เดี๋ยวนี้มหาเศรษฐีเข้าใจวิธีเล่นกันจริงๆ เอารถซูเปอร์คาร์มาขับดีดี้เพื่อหลอกล่อผู้หญิง ดูท่าคงจะมีสาวๆ มาขอจีบคุณมากมายเลยสินะ"
หลินอี้พบว่าบรรยากาศรอบตัวของเทียนหยานค่อนข้างคล้ายกับจีฉิงหยานมาก ทั้งคู่มีออร่าของผู้หญิงที่มุ่งมั่นในการทำงานเหมือนกัน
แต่ในอีกด้านหนึ่ง จีฉิงหยานนั้นมีอารมณ์ที่เรียบง่ายกว่าเธอ
"ฟังดูเหมือนผมเป็นคนขี้โกงเลย" หลินอี้พูด "มันมีกฎห้ามนำรถซูเปอร์คาร์มาขับดีดี้อย่างนั้นด้วยหรอครับ"
“ไม่มี แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่าให้ระวังคำพูดและการกระทำของตัวเองให้ดี เพราะถ้าทำเรื่องเสื่อมเสียชื่อเสียงให้กับบริษัทดีดี้ คุณจะถูกพักงานอย่างไม่มีกำหนดการ" เทียนหยานพูดด้วยรอยยิ้ม
“คุณสามารถสั่งพักงานผมได้ด้วยหรอ?”
"แน่นอน." เทียนหบานยิ้มและมองไปที่หลินอี้ "ฉันเป็นรองประธานของบริษัทดีดี้ คุณคิดว่าฉันมีสิทธิ์พอที่จะสั่งพักงานคุณหรือเปล่าล่ะ"
"แค่ลมปากน่ะเชื่ออะไรไม่ได้หรอกนะครับ" หลินอี้พูดต่อ: “ถ้าคุณบอกว่าตัวเองเป็นรองประธานอาวุของบริษัทดีดี้ ผมก็บอกได้เหมือนกันว่าตัวเองเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทดีดี้”
เทียนหยานโน้มตัวไปข้างหน้า จากนั้นเธอก็หยิบใบอนุญาตทำงานในกระเป๋าออกมาและเขย่าให้หลินอี้ดู
“นี่คือใบอนุญาตทำงานของฉัน เห็นหรือเปล่าว่าฉันเป็นรองประธานของบริษัทดีดี้จริงๆ”
“ผมก็ไม่ได้โกหกคุณเหมือนกัน ผมเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทดีดี้จริงๆ” หลินอี้พูดต่อ:
“เมื่อวานนี้ ผมได้เข้าซื้อหุ้นดีดี้มา 21 เปอร์เซ็นต์ และเมื่อไม่กี่นาทีก่อนคุณก็เพิ่งจะโทรหาเพื่อขอพบกับผมด้วย”