ไปเรียกหวังเทียนหลงมา
"ฉันจะนอนเปลือยกายได้ยังไง" จีฉิงหยานพูดอย่างเขินอาย
“มันสบายมากเลยนะ”
จีฉิงหยานพูดไม่ออก: "คุณก็ทำไปเองคนเดียวสิ"
เมื่อทั้งสองมาถึงห้องลองเสื้อผ้าบนชั้นสอง หลินอี้ก็หยิบชุดนอนของเขาเองให้จีฉิงหยาน
"นี่เสื้อใหม่ คุณใส่ได้อย่างสบายใจเลย"
สำหรับชุดนอน จีฉิงหยานไม่ได้สนใจอะไรมากนัก ขอเพียงเธอสามารถสวมใส่ได้ก็เป็นพอ
จีฉิงหยานรับเสื้อผ้ามาและตรงไปอาบน้ำเตรียมเข้านอน
ส่วนหลินอี้ก็เลิกสนใจจีฉิงหยานและกลับไปที่ห้องของตัวเอง
หลังจากอาบน้ำเสร็จ จีฉิงหยานก็ทิ้งตัวลงบนเตียง แต่เนื่องจากมีเรื่องให้คิดมากมาย เธอจึงไม่สามารถหลับลงได้เลย
ภูมิหลังของหลินอี้คืออะไร? ทำไมเขาถึงร่ำรวยมหาศาลขนาดนี้?
ทำไมฉันถึงไม่เคยได้ยินเรื่องของเขามาก่อน?
วันรุ่งขึ้น หลินอี้ตื่นแต่เช้า
หลังจากที่ทั้งสองอาบน้ำเสร็จ หลินอี้ก็ส่งจีฉิงหยานไปที่บริษัท และไม่นานเขาก็ได้รับคะแนนชื่นชระดับห้าดาวจากเธอ
ซึ่งทำให้ตอนนี้ความคืบหน้าภารกิจของเขาดำเนินมาถึง 8/10 แล้ว
ถ้าหากเขาได้รับออเดอร์อีกสองออเดอร์ในวันนี้ ภารกิจของเขาก็จะเสร็จสมบูรณ์!
อยากรู้จริงๆว่าคราวนี้รางวัลที่ระบบจะมอบให้คืออะไร
หลังจากส่งจีฉิงหยานออกไปแล้ว หลินอี้ก็ขับรถไปที่โรงแรมเพนนินซูลาเพื่อหาข้าวกิน
ทันทีที่ขับรถาถึงลานจอด เขาก็บังเอิญเห็นหวังเทียนหลง
"สวัสดีประธานหลิน ไม่ทราบว่าวันนี้คุณมาทำอะไรหรอครับ"
หลินอี้พยักหน้า “ผมมาทานอาหารน่ะ”
“ได้เลย เดี๋ยวผมจะรีบไปบอกให้พ่อครัวจัดเตรียม…..”
“ไม่ต้อง ผมแค่มาหาข้าวเช้ากิน คุณไปทำงานของคุณได้เลย เดี๋ยวเรื่องนี้ผมจะจัดการเอง”
โรงแรมเป็นของเขาแล้ว แน่นอนว่าผู้นำระดับกลางและระดับสูงคงจะรับรู้ถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดี แต่พนักงานธรรมดาน่าจะยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร
ถือว่าใช้โอกาสนี้ในการตรวจดูสถานะการทำงานของพนักงานไปเลย
"เข้าใจแล้วครับ"
หวังเทียนหลงไปจัดการกับธุระของตัวเอง ส่วนหลินอี้ก็ตรงไปที่ชั้นสอง
ชั้นสองของโรงแรมเป็นร้านอาหารซึ่งดูแลโดยเชฟระดับสามดาวมิชลิน และด้วยขนาดของโรงแรมเพนนินซูลาก็เพียงพอที่จะตอบสนองต่อความต้องการของทุกคน
ในตอนเช้ามีคนมาทานอาหารที่นี่ไม่มากนัก โต๊ะนั่งจึงเหลืออยู่อีกมากมาย
หลินอี้พบที่นั่งว่าง ดูเมนู แล้วสั่งอาหารจานเด่นพร้อมชิม
“ดูสิ ผู้ชายคนนั้นหล่อมาก”
เมื่อเห็นหลินอี้ ผู้หญิงหลายคนที่อยู่โต๊ะถัดไปก็ส่งเสียงพูดคุยออกมา
"หล่อจริงๆ อยากขอวีแชทเขาจังเลย"
“ลุยสิ ถ้าไม่เริ่ม รักก็ไม่เกิดหรอกนะ”
การมาถึงของหลินอี้กลายเป็นจุดสนใจของผู้หญิงในร้านอาหารทันที สายตาของพวกเธอจดจ้องไปที่เขาเป็นครั้งคราว
"คุณมองอะไรอยู่หรอ?" ผู้ชายคนหนึ่งพูดกับแฟนสาวของเขา
“ฉันมองผู้ชายที่เดินเข้ามาในร้านน่ะ เขาหล่อมากเลย”
“ระวังไว้เถอะ พวกหล่อๆ น่ะลึกๆ ต่างมีนิสัยต่ำช้ากันทั้งนั้น”
“คุณรู้จักชายคนนั้นรู้หรือไงถึงได้พูดจาว่าร้าย้ขาแบบนี้”
“ผมแค่พูดเล่นๆ”
“หึงก็บอกมาว่าหึงเถอะ”
หลังจากสั่งอาหารแล้ว หลินอี้ก็ยื่นเมนูให้กับพนักงาน
“หลินอี้?”
ขณะที่หลินอี้กำลังรออาหารอยู่นั้น เขาก็ได้ยินเสียงใครบางคนดังขึ้นมา
เมื่อเห็นผู้พูด หลินอี้ก็รู้สึกได้ทันทีว่าโลกใบนี้เล็กเกินไป
เมื่อวันก่อน จีฉิงหยานได้ไล่หยูลี่ลี่ออก โดยไม่คาดคิด เขาได้มาพบเจอกับเธอในโรงแรมเพนนินซูล่าของตัวเองอีกครั้ง
“ช่างบังเอิญจริงๆ ฉันไม่คิดมาก่อนเลยว่าคุณจะมาสมัครงานอยู่ที่นี่”
"เป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ" หยูลี่ลี่กอดหน้าอกและมองไปที่หลินอี้ด้วยสายตาแปลกๆ
"หลินอี้ ฉันประเมินคุณต่ำไป ไม่คิดมาก่อนเลยว่าคุณจะเลียแข้งเลียขาของประธานจีอย่างลับๆและขอให้เธอไล่ฉันออกเพื่อเป็นการแก้แค้น มันน่าทึ่งจริงๆ"
“ไม่เห็นจำเป็นต้องมาพูดถึงเรื่องนี้กับฉันเลย อีกอย่าง ตอนนี้ฉันถือว่าเป็นแขกของโรงแรมเพนนินซูลา และเธอก็ควรจะปฏิบัติต่อฉันให้เหมือนกับพระเจ้าไม่ใช่หรอ”
"คนอย่างคุณไม่คู่ควรกับโรงแรมเพนนินซูล่าด้วยซ้ำ แล้วทำไมฉันจะต้องปฏิบัติกับคุณเหมือนว่าเป็นพระเจ้าด้วย" หยูลี่ลี่พูดอย่างดูถูกเหยียดหยาม
"ฉันเนี่ยนะไม่คู่ควร?"
“อย่าสำคัญตัวผิดไป คุณมันก็แค่แมลงเม่าตัวเล็กที่เกาะติดสตรีผู้ร่ำรวยและเอาอำนาจของเธอมาใช้ คุณคิดว่าตัวเองเป็นคนชั้นสูงจริงๆอย่างนั้นหรอ?”
เมื่อเห็นหยูลี่ลี่และหลินอี้ทะเลาะกัน พนักงานก็วิ่งเหยาะๆเข้ามาและกระซิบข้างหูของเธอ:“ผู้จัดการหยู แขกคนนี้ดูไม่ธรรมดาเอาซะเลย เราพูดคุยกับเขาดีๆ เถอะครับ”
“ไม่มีอะไรต้องห่วง ฉันรู้สถานการณ์ของเขาดี” หยู่ลี่ลี่พูดอย่างเหยียดหยาม:
"ผู้ชายคนนี้เคยเป็นลูกน้องของฉันมาก่อน และเขาอาศัยก็รูปร่างหน้าตาอันหล่อเหลาของตัวเองเกาะติดประธานบริษัท ซึ่งตัวตนของเขานั้นเป็นคนยากจนอย่างมาก ถ้าเขาไม่ได้รับการเลี้ยงดูจากประธาน เขาคงไม่มีทางมาหาอาหารกินที่โรงแรมเพนนินซูล่าได้ตลอดชีวิตแน่นอน”
เมื่อได้ยินสิ่งที่หยูลี่ลี่พูด คนอื่นๆ ในร้านอาหารก็แสดงความดูถูกออกมา
"ที่แท้ผู้ชายคนนี้ก็เป็นพวกแมงดาเกาะผู้หญิงกิน โชคดีจริงๆที่ฉันไม่ได้เข้าไปขอวีแชท "
“นี่สินะที่ว่ารู้หน้าไม่รู้ใจ ภายนอกดูสดใสน่าคบหา แต่ภายในกับเน่าเฟะ คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะเป็นคนแบบนี้”
"ในอนาคตเราคงต้องตรวจเช็กให้ดี"
เมื่อรู้ว่าตัวตนของหลินอี้เป็นยังไง คู่รักที่นั่งอยู่อีกโต๊ะก็ส่งเสียงออกมาเช่นกัน
“เห็นหรือเปล่า ฉันบอกแล้วว่าไอ้พวกหน้าตาหล่อๆ นิสัยมันต่ำช้าทั้งนั้น ตอนนี้คุณเชื่อผมแล้วหรือยัง” ชายคนนั้นพูดอย่างภาคภูมิใจ
“คุณพูดถูก ฉันเกลียดผู้ชายที่เกาะผู้หญิงกินที่สุด ทั้งๆที่ก็มีมือมีเท้าเหมือนกันแท้ๆ แต่กับไม่หาเลี้ยงตัวเอง น่าขยะแขยงชะมัดคนพรรค์นี้”
“ถูกต้อง นอกจากเรื่องรูปร่างหน้าตาของเขาที่ดีกว่าผมเพียงเล็กน้อย ในด้านอื่นๆ เขาแทบจะเทียบอะไรกับผมไม่ได้เลย ผมคือคนที่เหมาะกับคุณที่สุดแล้วที่รัก”
เมื่อได้ยินการสนทนาของคนอื่น หลินอี้ก็พูดด้วยรอยยิ้ม: “ฉันขี้เกียจคุยกับเธอแล้ว ไปโทรหาหวังเทียนหลงให้หน่อย”
"โอ้ ไม่เลวเลย คุณรู้จักชื่อผู้จัดการโรงแรมของเราด้วย แต่ฉันขอบอกไว้ก่อนว่าถึงคุณจะพบกับผู้จัดการหวังมันก็ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะระหว่างเรามีความสัมพันธ์บางอย่าง และเขาจะไม่เข้าข้างลูกค้าปลายแถวอย่างคุณแน่นอน"
“เรียกมาเดี๋ยวก็รู้เอง”
“ได้สอ เห็นแก่ว่าในอดีตเราเป็นเพื่อนร่วมงานกัน ฉันจะสนองความต้องการของคุณและสอนให้รู้ถึงความโหดร้ายของสังคมนี้เอง”
สิ้นสุดคำพูด หยูลี่ลี่ก็หันมองไปที่พนักงานเสิร์ฟข้างๆ เธอ
"ไปเรียกผู้จัดการหวังมา"
“ไม่ต้องเรียก ฉันมาแล้ว”
หวังเทียนหลงส่งเสียงที่เต็มไปด้วยความเย็นชา และเดินตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว
หยูลี่ลี่กล่าวทักทายเขาทันที "พี่หลง ลูกค้าคนนี้ทำตัวไร้ยางอาย เราควรจะให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงแรมมาลากเขาออกไปเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้กระทบต่อสภาพแวดล้อมในการรับประทานอาหารของแขกคนอื่นๆ"
หวังเทียนหลงเต็มไปด้วยความโกรธและชี้ไปที่จมูกของหยูลี่ลี่พร้อมกับสาปแช่ง
"เธอตาบอดหรือไง คนที่นั่งอยู่ข้างหน้าของเธอตอนนี้คือเจ้าของโรงแรมเพนนินซูลา เธอกล้าพูดจาแบบนี้กับประธานได้ไง? เก็บข้าวของแล้วไสหัวออกไปซะ! "