ความทะเยอทะยานของหลินอี้!

"ขอบคุณมากพี่เหมา เรามาเพิ่มวีแชทไว้ติดต่อในอนาคตกันเถอะ"

"ได้สิ"

หลังจากเพิ่มเพื่อนในวีแชทแล้ว เหมาฉางหยูก็ตบก้นของหญิงสาวอีกครั้ง "ถ้ามีปัญหาในท่าเทียบเรือหวังเจียงอีก พี่ชายคนนี้จะช่วยเธอจัดการเอง”

“เข้าใจแล้วพี่เหมา”

“เธอทำของที่ท่าเทียบเรือพัง แล้วทำไมคุณถึงคิดจะปล่อยเธอไปล่ะ” หลินอี้พูดขึ้นมา

ทั้งสองคนที่กำลังจะจากไปมองหลินอี้อย่างลำบากใจ

“เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับคุณด้วยอย่างงั้นหรอ” ผู้หญิงตัวสูงพูดอย่างเหยียดหยาม

"ฉันไม่ได้คุยกับเธอ"

เหมาฉางหยูเป็นผู้ดูแล และเขาต้องรับผิดชอบเรื่องนี้

“น้องชาย ฉันเป็นผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการของท่าเทียบเรือหวังเจียง ดังนั้นจะเก็บค่าเสียหายหรือไม่เก็บมันก็ขึ้นอยู่กับฉัน เรื่องนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับนายเลย”

“โอ้ คุณก็ยังรู้ตัวอยู่นี่ว่าตัวเองเป็นใคร” หลินอี้พูด "ถ้าเธอไม่จ่าย คุณก็ต้องเป็นคนจ่ายแทน"

"นี่พูดไม่เข้าใจหรือไง" เหมาฉางหยูเสียงแข็ง: "นี่เป็นเรื่องภายในของเรา และมันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคุณทั้งสิ้น”

ในขณะนั้นเอง ผู้หญิงอีกคนก็เดินเข้ามา ซึ่งเป็นคนคนเดียวกันกับที่เข้าไปขอวีแชทของหลินอี้ก่อนหน้านี้

“เจียเจีย มีอะไรหรือเปล่า”

“ดูเหมือนว่าฉันจะเจอผู้ป่วยทางจิตน่ะสิ ฉันกับพี่เหมาตกลงเรื่องที่เรือเสียหายเรียบร้อยแล้ว แต่เขากลับเข้ามายุ่งและตั้งใจจะทำให้เราต้องเสียค่าใช้จ่าย เธอคิดว่าเขาป่วยหรือเปล่าล่ะ”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ หญิงสาวในชุดบิกินี่ก็แสดงใบหน้าแห่งความรังเกียจออกมาทันที

เพราะเธอเองก็เป็นหนึ่งในคนบนเรือและมีส่วนต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน

“นายป่วยหรือเปล่า? คิดว่าตัวเองหล่อแล้วจะเข้าไปยุ่งกับเรื่องของคนอื่นได้อย่างงั้นหรือไง?”

หลินอี้ยักไหล่และมองไปที่เหมาฉางหยู "ฉันไม่มีเวลาว่างพอจะมาทะเลาะกับพวกคุณด้วยหรอกนะ ถ้าคุณไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ได้ดี คุณก็เตรียมรับผลที่ตามมาได้เลย"

“ไอ้เด็กเวรนี่อวดดีชะมัดยาด ทำมาเป็นวางท่าใหญ่โต นายคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน ฉันจะไม่จ่ายค่าเสียหายอะไรทั้งนั้น”

"งั้นก็รอดูได้เลย"

หลินอี้หยุดพูดเรื่องไร้สาระและเดินไปที่อาคารสำนักงานของท่าเทียบเรือหวังเจียง

เมื่อหลินอี้มาถึงอาคารสำนักงาน เขาก็พบว่าทั่วทุกส่วนถูกทำความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย และแม้แต่กระเบื้องใต้เท้าของเขาก็ใช้เป็นกระจก

“คุณผู้ชายมีธุระอะไรอย่างนั้นหรือคะ?”

"ผมชื่อหลินอี้ มาหาผู้จัดการของคุณ ไป่ซงเจียง"

“หลินอี้?”

พนักงานต้อนรับหญิงตกตะลึง "คุณคือคุณหลินที่เพิ่งซื้อท่าเทียบเรือวังเจียงของเราไปใช่หรือเปล่าคะ"

"ใช่." หลินอี้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

"สวัสดีค่ะประธานหลิน"

พนักงานต้อนรับหญิงที่เต็มไปด้วยงุนงงรีบโค้งคำนับหลินอี้ทันที

เธอคิดว่าเจ้านายใหม่น่าจะเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างอ้วนตามภาษามหาเศรษฐีมีอันจะกิน และเป็นพวกที่มีความคิดโรคจิตวิตถาร ดังนั้นเธอจึงตั้งใจสวมกางเกงมา

แต่มันกลับตรงกันข้ามเลย ถ้าเธอรู้ว่าเจ้านายใหม่จะหล่อมากขนาดนี้ เธอคงสวมกระโปรงสั้นและใส่ถุงน่องสีดำมาแล้ว!

"พาผมไปหาไป่ซงเจียงที"

"ค่ะ เชิญทางนี้ได้เลยประธานหลิน ผู้จัดการไป่รอคุณอยู่ในห้องประชุมแล้ว"

ภายใต้การนำของพนักงานต้อนรับหญิง ทั้งสองคนก็ขึ้นไปถึงห้องประชุมบนชั้นสาม

เมื่อเห็นหลินอี้เดินเข้ามา ไป่ซงเจียงก็รีบกล่าวทักทายเขาทันที

"สวัสดีประธานหลิน พวกเรารอคุณมานานแล้ว"

ในตอนที่ระบบได้มอบรางวัลท่าเทียบเรือหวังเจียง ระบบก็ได้ส่งรูปของหลินอี้ไปให้ไป่ซงเจียง ดังนั้นอีกฝ่ายจึงจำเขาได้ในทันที

"พอดีมีเรื่องนิดหน่อย ผมก็เลยมาช้ากว่าที่ควรจะเป็น"

"ไ่ม่เป็นไรเลยครับ ไม่เป็นไรเลย" ไป่ซงเจียงพูด: "ต่อให้คุณมาช้ากว่านี้พวกเราก็รอได้"

หลินอี้พยักหน้า "ถ้างั้นเรามาคุยเรื่องธุรกิจกันเถอะ"

"เชิญคุณหลินเข้ามานั่งตรงนี้ได้เลยครับ"

ไป่ซงเจียงต้อนรับหลินอี้สู่ที่นั่งหลัก

ดวงตาของหลินอี้กวาดมองไปที่ผู้บริหารทีละคนและพูดเบา ๆ :"ดูเหมือนจะยังมากันไม่ครบสินะ"

หลินอี้ไม่รู้ว่าท่าเทียบเรือหวังเจียงมีผู้จัดการกี่คน แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่เห็นคนที่ทะเลาะด้วยเมื่อกี้

"ประธานหลิน ในห้องประชุมของเราขาดแค่ผู้จัดการแผนกปฏิบัติการคนเดียวเท่านั้น เนื่องจากวันนี้มีคนมากเกินไป เขาจึงน่าจะยุ่งอยู่กับงาน แต่เกรงว่าอีกไม่นานก็คงจะมาถึงแล้วล่ะครับ"

หลินอี้พิงพนักเก้าอี้และเอนศีรษะอย่างผ่อนคลาย

“งั้นรอให้ทุกคนมาก่อนแล้วเราค่อยเริ่มการประชุมแล้วกันนะ”

“โอเคครับ ฉันจะรีบเร่งเขาให้มาประชุมโดยเร็วที่สุด”

หลังจากพูดจบ ไป่ซงเจียงก็มองไปที่เลขานุการหญิงที่อยู่ข้างๆเขา "เสี่ยวหลิว เธอไปบอกผู้จัดการเหมาว่าให้รีบมาเข้าห้องประชุมที"

"เข้าใจแล้วค่ะ"

เมื่อเห็นว่าสีหน้าของหลินอี้ไม่ค่อยดี ทุกคนในห้องประชุมจึงต่างอยู่ในความเงียบสงบ

ท้ายที่สุดแล้ว ชะตากรรมของพวกเขาก็ขึ้นอยู่กับชายหนุ่มคนนี้เพียงคนเดียว!

ภายในไม่กี่นาทีต่อมา เสียงฝีเท้าและเสียงหายใจหอบก็ดังขึ้นจากด้านนอก

“ผู้จัดการเหมา ประธานหลินของเรามารอประชุมอยู่สักพักแล้ว ตอนนี้เหลือแค่คุณคนเดียว” เลขาหญิงพูด

“บัดซบจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้สมองป่วยนั่นเข้ามายุ่งละก็ ฉันคงจะมาถึงนานแล้ว”

"เรารีบไกันเถอะค่ะ"

"อืม"

ประตูห้องประชุมถูกเปิดออก จากนั้นเหมาฉางหยูและเลขาหญิงก็เดินเข้ามาทีละคน

“ผู้จัดการเหมา คุณมาประชุมช้าจังเลยนะ!”

เหาฉางหยูเงยหน้าขึ้นมองและขาของเขาก็ถึงกับอ่อนแรงทันที

"คุณ…คุณคือประธานหลิน!"

“โอ้ จำฉันได้ด้วยสินะ”

ใบหน้าของเหมาฉางหยูเปลี่ยนเป็นสีเทาราวกับคนที่ตายไปแล้วเป็นเวลานาน ถ้าเขาไม่ยึดกำแพงเอาไว้ เขาก็คงจะไม่สามารถยืนได้อย่างมั่นคง

“ประธานหลิน ผมตระหนักถึงความผิดของตัวเองเป็นอย่างดีและยินยอมที่จะจ่ายค่าปรับ ได้โปรดให้โอกาสผมอีกครั้งเถอะนะครับ!”

"ฉันได้มอบโอกาสให้คุณไปแล้ว แต่คุณไม่รับมันไว้เอง ทุกอย่างล้วนมีเหตุผลของมัน เก็บข้าวของแล้วออกไปจากท่าเทียบเรือหวังเจียงของฉันซะ"

"คุณหลิน ได้โปรด ถ้าผมไม่มีงานทำชีวิตผมคง..."

“ฉันไม่ต้องการฟังคำอธิบายอื่น” หลินอี้กระซิบ: "ผู้จัดการไป่ บอกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้มาลากตัวเขาออกไปที"

“เข้าใจแล้วครับประธานหลิน”

เหล่าผู้บริหารไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

แต่ประธานหลินไล่เหมาฉางหยูออกทันทีที่เขาเข้ารับตำแหน่ง นี่ไม่ใช่สัญญาณที่ดีเลย

เหมาฉางหยูถูดพาตัวออกไป และห้องประชุมก็กลับมาอยู่ในความเงียบอีกครั้ง เหล่าผู้บริหารต่างรอฟังคำพูดต่อไปของหลินอี้อย่างกระวนกระวาย

"ผมได้ไปได้ตรวจสอบรอบๆ ท่าเทียบเรือและพบว่าอุปกรณ์บางอย่างล้าสมัยเกินไป ผมต้องการจะปรับเปลี่ยนแก้ไข และผมหวังว่าพวกคุณจะให้ความร่วมมือในการพัฒนาอย่างเต็มที่”

"คุณหลิน ในบรรดาท่าเทียบเรือทั้งหมดในประเทศจีน ท่าเทียบเรือของเราอยู่ในอันดับที่สอง และอุปกรณ์ก็ถือว่าค่อนข้างดีมาก ดังนั้นผมคิดว่ามันยังไม่มีความจำเป็นที่เราจะต้องอัปเกรดนะครับ"

ไป่ซงเจียงพูดตามที่คิด ในปัจจุบัน อุปกรณ์ของท่าเทียบเรือหวังเจียงนั้นเพียงพอแล้วต่อการบริการ

"ผมเข้าใจดีว่าคุณหมายถึงอะไร แต่อย่าลืมไปว่าตอนนี้ท่าเทียบเรือของเราอยู่ในอันดับที่สอง"

เน้ำเสียงของหลินอี้หยุดชั่วคราว "พวกคุณชอบที่ตัวเองด้อยกว่าคนอื่นอย่างนั้นหรอ"

เมื่อคำพูดเหล่านี้ออกมา ผู้บริหารที่ต่างก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น และในเวลานั้นไป่ซ่งเจียงก็ถามว่า:"ประธานหลิน คุณต้องการจะทำให้ท่าเทียบเรือหวังเจียงเป็นท่าเทียบเรือที่ใหญ่ที่สุดในจีนใช่หรือเปล่าครับ"

หลินอี้ส่ายหัว "ไม่ใช่"

“ถ้าอย่างนั้นความหมายของคุณคืออะไร?”

ผู้บริหารต่างรู้สึกงุนงงเล็กน้อย ประธานหลินต้องการจะทำอะไรกันแน่?

เขาไม่สามารถเข้าใจได้เลย!

"ผมต้องการสร้างท่าเทียบเรือหวังเจียงให้เป็นท่าเทียบที่ใหญ่ที่สุดในโลก และต้องเป็นท่าเทียบเรือที่เหนือกว่าใครๆ เพื่อที่คนอื่นจะได้ไม่มีโอกาสไล่ตามทัน!"



ตอนก่อน

จบบทที่ ความทะเยอทะยานของหลินอี้!

ตอนถัดไป