จุดเริ่มต้นของแผนการ

คำพูดของหลินอี้ราวกับพายุฝนฟ้าคะนองซึ่งทำให้เหล่าผู้บริหารของท่าเทียบเรือหวังเจียงตกใจอย่างมาก!

หลังจากที่รู้เรื่องการเปลี่ยนมือผู้ถือครองกิจการ พวกเขาต่างก็คิดว่าเจ้านายคนใหม่น่าจะเป็นมหาเศรษฐีท้องถิ่นวัยกลางคน

แต่อีกฝ่ายกลับเป็นชายหนุ่ม และไม่มีใครคิดมาก่อนเลยว่าเจ้านายคนใหม่จะมีความทะเยอทะยานที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้!

อย่างไรก็ตาม เขาไม่รู้ว่านี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนการที่หลินอี้วางไว้เท่านั้น

นี่เป็นเพียงการเริ่มต้น

"ผมมีเรื่องที่อยากจะพูดอยู่สองอย่าง" หลินอี้พูด:"อย่างแรก วางแผนการอัปเกรดให้เร็วที่สุด หากคุณมั่นใจ คุณสามารถออกแบบได้เอง แต่ถ้าไม่มั่นใจ คุณสามารถไปติดต่อบริษัทออกแบบมืออาชีพได้เลย คุณไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงงบประมาณ คำนึงถึงการสร้างท่าเทียบเรือหวังเจียงออกมาให้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกก็พอ!"

"รับทราบครับประธานหลิน!" ผู้บริหารพูดอย่างตื่นเต้น

“อย่างที่สอง ผมจะเพิ่มเงินเดือนของพนักงานระดับพื้นฐานในท่าเทียบเรือขึ้น 20 % และเพิ่มเงินเดือนให้ผู้บริหารทุกคน 10 % อย่ามองว่ามันไม่ยุติธรรม เพราะหากปราศจากความพยายามของเหล่าพลักงานแล้ว พวกเราก็คงไม่สามารถประสบความสำเร็จได้แน่นอน"

“เข้าใจแล้วครบประธานหลิน!”

“ผมพูดทุกอย่างที่ควรพูดหมดแล้ว ที่เหลือฝากจัดการตามหน้าที่ของตัวเอง ถ้ามีปัญหาอะไรให้รายงานผมมาได้เลย”

“รับทราบครับประธานหลิน”

หลังจากพูดคุยเรื่องธุรกิจเสร็จ หลินอี้ก็เดินออกไปจากห้องประชุม

ตอนนี้มีสามอุตสาหกรรมภายใต้การดูแลของเขา

โรงแรมเพนนินซูล่า สนามแข่งรถจงไห่ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต และท่าเทียบเรือหวังเจียงแห่งนี้

สำหรับจิ่วโจวพาวิลเลียนนั้นเป็นที่เขาอาศัยอยู่ ดังนั้นจึงไม่ถูกนับรวม

เมื่อเทียบกับโรงแรมเพนนินซูลาและสนามแข่งรถจงไห่ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ท่าเทียบเรือหวังเจียงนั้นถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด

ดังนั้นโครงการอัปเกรดและปรับปรุงจึงมุ่งเน้นไปที่ท่าเทียบเรือวังเจียงโดยเฉพาะ

แม้ว่านี่จะเป็นโครงการที่ผลาญเงินอย่างมาก แต่อุตสาหกรรมทั้งสามภายใต้การดูแลของเขาล้วนสามารถทำเงินได้มากมาย เรื่องการอัปเกรดและปรับปรุงให้เสร็จสมบูรณ์จึงไม่ใช่ปัญหาเลย

นอกจากนี้ เขายังถือหุ้น 20 หุ้นของบริษัทดีดี้ ซึ่งเป็นเงินจำนวนมากพอที่จะรองรับสถานการณ์ปัจจุบัน

ยังไงก็ไม่มีทางผิดพลาดแน่นอน

หลังจากเคลียร์ความคิดในใจแล้ว หลินอี้ก็เดินไปยังลานจอดรถและพร้อมที่จะจากไป

แต่ทันทีที่มาถึง เขาก็พบว่ามีคนมากมายกำลังยืนถ่ายรูปอยู่หน้ารถปากานีของเขาเอง

เมื่อกวาดสายตามอง หลินอี้ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว

เพราะเขาพบว่ามีผู้หญิงสองคนที่เพิ่งเผชิญหน้าเมื่อกี้อยู่ในหมู่กลุ่มคนเหล่้านี้ด้วย

"เสร็จหรือยัง"

ผู้หญิงสองคนที่กำลังถ่ายเซลฟี่เห็นว่าคนที่พูดคือหลินอี้ และใบหน้าของพวกเธอก็เปลี่ยนเป็นน่าเกลียดทันที

“นายอีกแล้วหรอ ทำไมนายต้องมาอยู่ที่นี่ด้วย น่ารำคาญจริงๆ เลย!”

หลินอี้พูดอย่างเงียบ ๆ : "นี่คือสถานที่สาธารณะ และฉันจะอยู่ที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น"

“แล้วการที่เราถ่ายเซลฟี่กันอยู่มันเกี่ยวอะไรกับนายด้วยหรือไง” หญิงสาวชื่อเจียเจียพูด

"นี่รถคุณหรอถึงได้มายืนถ่ายเซลฟี่ใกล้ชิดแบบนี้?

“แน่นอนสิ”

ผู้หญิงที่ชื่อเจียเจียพูดหน้าตาเฉย "เราถ่ายรูปกับรถของเราเอง คุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?

เมื่อได้ยินเช่นนี้ หญิงสาวที่ขอวีแชทหลินอี้ก่อนหน้านี้ก็รู้สึกกระวนกระวายเล็กน้อยและกระซิบเบาๆ: "เจียเจีย โกหกแบบนี้มันจะดีหรอ ถ้าความแตกขึ้นมาเราจะเสียหน้ายกใหญ่เลยนะ"

“จะกลัวอะไร เจ้าของรถไม่อยู่ที่นี่หรอก”

"นั่นสินะ"

หลินอี้หัวเราะออกมา "คุณบอกว่านี่คือรถของคุณอย่างนั้นหรอ"

หญิงสาวชื่อเจียเจียจับเอวของเธอแล้วพูดอย่างดูถูก: “ใช่ เปิดตาแล้วก็มองให้ดีๆ รถคันนี้ชื่อปากานี ซอนดา เป็นซูเปอร์คามูลค่าหลายสิบล้าน อย่างคุณน่ะไม่มีโอกาสได้จับพวงมาลัยของรถประเภทนี้ทั่วทั้งชีวิตแน่นอน”

“ชายคนนี้เป็นบ้าหรือเปล่า? ทำไมถึงต้องเข้ามาขัดขวางการถ่ายรูปของคนอื่นด้วย ? หรือว่าเขาจะมีแผลฝังใจกับผู้หญิงก็เลยเข้ามาหาเรื่อง”

"นี่น่าจะเป็นโรคทางจิตชนิดหนึ่ง"

“น่าเสียดายจัง หน้าตาอุตส่าห์หล่อเหลามากแท้ๆ แต่นิสัยกลับเน่าสนิท”

หญิงสาวชื่อเจียเจียจับเอวของเธอและมองไปที่หลินอี้อย่างดูถูก

“ฮึ่ม นายมีอะไรจะพูดอีกไหม? ถ้าไม่มีละก็รีบๆ ออกไปจากที่นี่ได้แล้ว มันรกหูรกตาฉันน่ะ”

"ฉันรู้สึกว่ารถคันนี้ไม่น่าจะใช่ของคุณนะ" หลินอี้พูด

"พวกคนโง่นี่เข้าใจยากจริงๆ" ผู้หญิงที่ชื่อเจียเจียเอามือโอบหน้าอก "ถ้านี่ไม่ใช่รถของฉัน แล้วมันจะเป็นรถของใคร เป็นของคุณอย่างนั้นหรอ"

"ใช่ รถคันนี้เป็นของฉันเอง"

หลินอี้หยิบกุญแจรถในกระเป๋าของเขาออกมาพร้อมกับกดปุ่มที่กุญแจ และประตูรถก็เปิดออก ในทันใด

ฉากนี้ทำให้สองสาวต่างตกตะลึง

ขณะเดียวกันก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นโดยรอบ

“ดูสิ รถปากานีเป็นของชายหนุ่มจริงๆ”

"ฮ่าฮ่า ผู้หญิงสองคนนั้นหน้าแตกไปเลย!"

“หลอกเจ้าของรถปากานีว่าปากานีเป็นของตัวเอง น่าอายชะมัดเลย!”

"สงสัยวันนี้หมอคงได้รับเคสศัลยกรรมเพิ่มอีกสองคนแน่นอน"

หญิงสาวสองคนอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี

เธออยากจะทำให้เขาอับอาย แต่กลับกลายเป็นว่าฝ่ายที่เสียหน้าคือพวกเธอเอง!

ไม่มีหน้าให้อยู่อีกต่อไป

ท่ามกลางสายตาอิจฉาริษยาของผู้คนนับไม่ถ้วน หลินอี้เข้าไปในรถและกำลังจะขับออกไป

กริ๊ง กริ๊ง——

ในขณะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของหลินอี้ก็ดังขึ้น โดยสายนี้มาจากหวังเทียนหลง

"ว่าไง?"

"คุณหลิน ภาพวาดที่คุณต้องการส่งมาถึงแล้วครับ"

"เข้าใจแล้ว แค่นี้นะครับ"

【ภารกิจของระบบ รับคำชมระดับห้าดาว 20 รายการ รางวัลคะแนนความเชี่ยวนาญ 200,000 คะแนน (11/20) 】

เมื่อเห็นภารกิจของระบบ หลินอี้ก็เผยรอยยิ้มออกมา

ด้วยคะแนนความเชี่ยวนาญ 200,000 คะแนน ระดับการสำเร็จอาชีพจะสูงถึง 85 % ซึ่งหมายความว่าเขาใกล้จะได้รับอาชีชีพใหม่!

อย่างไรก็ตาม หลินอี้ไม่รีบร้อนที่จะรับออเดอร์ ยังมีเวลาอีกพอสมควรที่จะทำภารกิจให้สำเร็จ เขายังไม่มีความจำเป็นต้องรีบร้อนแต่อย่างใด

ท้ายที่สุดแล้ว มันไม่ง่ายเลยที่จะได้รับคะแนนชื่นชมระดับ 5 ดาว

ไปโรงแรมเพนนินซูล่าก่อน รับของขวัญไป แล้วกินข้าวเที่ยงระหว่างทาง

ขณะขับรถกลับไปที่โรงแรมเพนนินซูลา หวังเทียนหลงก็กำลังเตรียมรอการต้อนรับอย่างกระตือรือร้น

"คุณหลิน ผมจะเอารูปมาให้เดี๋ยวนี้"

หลินอี้พยักหน้า "ส่งไปที่ชั้นสอง ผมจะขึ้นไปหาอะไรกิน"

"เข้าใจแล้วครับ"

เมื่อเขามาถึงชั้นสองของโรงแรม หลินอี้ก็สั่งอาหารและลงมือกิน

ไม่นานนัก หวังเทียนหลงก็เข้ามาพร้อมกับกล่องผ้าที่ยาวกว่าหนึ่งเมตร

"คุณหลิน ภาพวาดมาแล้วครับ"

“เปิดให้ผมดูหน่อยสิ”

"รับทราบครับ"

หวังเทียนหลงเรียกคนมาช่วยและคลี่ภาพวาดในกล่องผ้าออก

หลินอี้ไม่สามารถเข้าใจความสุดยอดเกี่ยวกับ "ภาพวาดเถาหยวน" ได้ แต่ท้ายที่สุดแล้ว ภาพนี้ก็เป็นผลงานต้นฉบับของจางต้าเฉียน ถ้าเอาไปเป็นของขวัญไม่มีทางเสียหน้าแน่นอน

“โอเค เก็บเข้าไปเหมือนเดิมได้เลย”

ทันใดนั้น โทรศัพท์ของหลินอี้ก็ดังขึ้น โดยเป็นสายจากจีฉิงหยาน

"ตอนนี้คุณทำอะไรอยู่?"

“ผมกำลังกินข้าวครับ?”

“คุณจำได้ไหมว่าชุดที่ฉันซื้อมีผ้าคลุมไหล่สีฟ้าด้วย”

“จำได้สิ ทำไมหรอ”

"ดูเหมือนว่าฉันจะลืมมันไว้ที่บ้านของคุณ" จีฉิงหยานพูด: “มารับฉันกลับไปเอาผ้าคลุมไหล่ที่บ้านของคุณก่อน จากนั้นค่อยตรงไปร่วมงานวันเกิดของคุณปู่”

ตอนก่อน

จบบทที่ จุดเริ่มต้นของแผนการ

ตอนถัดไป