ผมเป็นคนขับรถของดีดี้เอง

หยางเทียนซินอยู่ในความงุนงง

เธอไม่เคยคิดฝันว่าหลินอี้จะรู้เรื่องนี้ด้วย!

“อย่ามาพูดอะไรไร้สาระนะ!”

ร่างกายของหยางเทียนซินสั่นและน้ำเสียงก็เต็มไปด้วยความวิตกกังวล

"อ๋อ งั้นหรอ แต่ถ้าผมพูดไร้สาระจริงๆ ทำไมคุณถึงได้ประหม่าแบบนั้นล่ะครับ" หลินอี้พูดด้วยรอยยิ้ม:

"เกี่ยวกับเรื่องหยางเทียนซินและคนผิวดำสองคนที่นัดเจอกันในห้องโรงแรม ผมว่ามันชัดเจนทุกอย่างแล้ว ดังนั้นผมคงไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีกต่อไป"

สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่หยางเทียนซินอย่างไม่ลดละ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือจีหยงฉิง สายตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความโกรธอย่างเห็นได้ชัด

"ไอ้หลานสำส่อน ทำไมตระกูลจีของเราถึงได้ให้กำเนิดคนไร้ยางอายอย่างแกออกมา!"

“คุณปู่ฟังหนูก่อนนะคะ สิ่งต่างๆ ที่ผู้ชายคนนี้พูดมันไม่ใช่เรื่องจริงเลย เขากำลังใส่ร้ายหนูเฉยๆ!” หยางเทียนซินคุกเข่าต่อหน้าจีหยงฉิงและร้องไห้ออกมา

"ไร้สาระ หลินอี้จะไปทำแบบนั้นได้ยังไง"

จีหยงฉิงตะคอกอย่างเย็นชา: "เพื่อเป็นการยืนยันเรื่องนี้ หลินอี้ นายช่วยแสดงหลักฐานให้ดูหน่อยได้หรือเปล่า!"

"แน่นอนครับ ผมมีวิดีโออยู่ในโทรศัพท์ของผม เดี๋ยวจะส่งไปให้จีฉิงหยาน และความจริงทุกอย่างก็จะถูกเปิดเผยเอง" หลินอี้พูดเบา ๆ :

“ที่เหลือคือเรื่องของตระกูลคุณ ผมไม่สามารถมีส่วนร่วมต่อได้ ดังนั้นคงต้องขอตัวก่อนนะครับ”

จีฉิงหยานเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นอยากมาก เพราะเดิมทีแล้วข้อมูลผู้ใช้ของโรงแรมนั้นถือว่าเป็นความลับขั้นสุดยอด หลินอี้ไปเอามันออกมาได้อย่างไร?

“คุณปู่ หนูยอมรับว่าหนูไปโรงแรมกับเพื่อนผิวดำสองคน แต่เราไม่ได้ทำอะไรเลย แค่คุยเรื่องธุรกิจเฉยๆเท่านั้น”

“เมื่อกี้แกบอกไปเล่นไพ่กับเพื่อน แต่ตอนนี้แกกลับกลอกบอกว่าคุยเรื่องธุรกิจกับคนผิวดำ แค่นี้มันก็ชัดเจนมากพอแล้ว!”

จีหยงฉิงตะคอกอย่างเย็นชา: "อันไถ ช่วยพาฉันกลับเข้าไปข้างในห้องที"

“เข้าใจแล้วครับพ่อ”

“คุณปู่ต้องเชื่อหนูนะ...”

แป๊ะ!

ก่อนที่หยางเทียนซินจะพูดจบ ฝูเจิ้งผิงก็ลุกขึ้นมาและง้างมือตบเข้าที่หน้าเธออย่างจัง

"หยางเทียนซิน ฉันดีกับเธอมาก ฉันซื้อของให้เธอได้ทุกอย่างที่เธอต้องการ แต่เธอกับนอกใจฉัน ฉันจะฆ่าเธอ!"

“ฝูเจิ้งผิง ไอ้สารเลวเอ้ย แกกล้าตบฉันได้ยังไง!” หยางเทียนซินด่า "ถ้าไม่ใช่เพราะขนาดของแกเล็กเท่าหนอนชาเขียว ฉันก็คงไม่ไปหาผู้ชายคนอื่นหรอก!"

ทั้งสองตะลุมบอนกันอย่างดุเดือด หลินอี้ไม่สนใจฉากนี้แต่อย่างใด เขาหันหลังกลับและเดินออกไปทันที

จีฉิงหยานเดินตามหลังมาติดๆ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่สำหรับตระกูลจี เธอจึงไม่สามารถเดินทางกลับไปพร้อมเขาได้ ทำได้เพียงแค่เดินไปส่งเท่านั้น

"หลินอี้ ขอบคุณมากเลยนะ" จีฉิงหยานยืนอยู่ข้างรถพูดเบา ๆ

“ขอบคุณผมเรื่องอะไรงั้นหรอครับ?”

"คุณขอให้ฉันแยกแขกออกไปรวมที่ลานบ้านเพื่อปกป้องใบหน้าของตระกูลจี ไม่อย่างนั้นพวกเราคงต้องอยู่อย่างอับอาย"

“นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย” หลินอี้พูดอย่างเฉยเมย: "คุณเองก็ระวังอย่าไปพูดคุยกับคนแบบนั้นบ่อยนักล่ะ เพราะเดี๋ยวจะติดเชื้อแปลกๆมา"

“ไม่ต้องห่วง ฉันจะไม่เป็นแบบนั้นแน่นอน” จีฉิงหยานพูด: "อีกอย่าง ขอบคุณสำหรับของขวัญที่เตรียมไว้ให้ปู่ของฉันด้วยนะ ทั้งๆที่คุณถูกบังคับให้มาแท้ๆ แต่คุณก็ยังเตรียมของมูลค่าสูงเอาไว้อีก"

"ไม่ต้องกังวลหรอก เงินจำนวนแค่นั้นผมใช้เวลาไม่กี่วันก็คือทุนแล้วล่ะ"

หลังจากหลินอี้เข้าไปในรถ จีฉิงหยานก็โบกมือและยืนมองเขาขับออกไป

เมื่อปากานี ซอนดาหายไปจากขอบเขตการมองเห็น จีฉิงหยานรู้สึกสับสนเล็กน้อย

โดยปกติแล้ว ด้วยนิสัยของชายคนนี้ เขาควรจะขอให้เธอเต้นยั่วยวนหรือใส่ชุดวาบหวิวเพื่อเป็นอาหารตาให้กับเขา

แต่คราวนี้กลับไม่มีการเรียกร้องใดๆ?

ผู้ชายคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ!

หลังจากขับออกมาแล้ว หลินอี้ก็เปิดแอปและเตรียมรับออเดอร์

ตอนนี้ภารกิจคือ (11/20)

มีคนรู้จักมากมายและหลายคนก็มักจะนั่งรถรับส่ง ตราบใดที่เขาใช้เวลามากขึ้นและได้รับคำชมระดับห้าดาวอีกเก้าครั้ง ภารกิจก็จะเป็นอันเสร็จสมบูรณ์

แต่งานที่ระบบมอบให้ตัวเขาคือการสัมผัสประสบการณ์ชีวิต และหลินอี้ก็ไม่ต้องการสำเร็จภารกิจโดยการหวังพึ่งแต่คนรู้จักเพียงอย่างเดียว

"มาเริ่มทำงานกันเถอะ"

เมื่อเห็นออเดอร์เด้งเข้ามา หลินอี้ก็กดรับอย่างรวดเร็ว

หลังจากดูตำแหน่งของสถานที่แล้ว เขาก็ขับรถไปยังชุมชนหัวยี่ที่อยู่ใกล้เคียง

...

ในเวลานี้ ที่ชุมชนหัวยี่ มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งสะพายกระเป๋าเป้และกระเป๋าเดินทางอยู่ในมือ

ไว้ผมหางม้า ใบหน้ากลม เธอดูน่ารักอย่างมาก

ผู้หญิงคนนี้ชื่อเถาหยวน เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยการเงินและเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศจีน และเธอกำลังจะเรียกรถกลับไปที่มหาวิทยาลัย

“หยวนหยวน!”

เถาหยวนซึ่งกำลังเดินไปที่ประตูหันศีรษะกลับมาเมื่อได้ยินเสียงคนเรียกชื่อของตัวเอง

และเธอก็เห็นผู้ชายในชุดลำลองสีดำกำลังวิ่งเข้ามา

“หม่าหลุย ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่”

เถาหยวนไม่คาดคิดว่าจะเจอกับเขาที่นี่ และเธอก็ไม่ได้รู้สึกมีความสุขมากนัก

“ฉันได้ยินเสี่ยวจิ้งพูดว่าวันนี้เธอจะเดินทางกลับมหาวิทยาลัย ฉันก็เลยออกมารอรับเธอ”

หลังจากหม่าหลุยพูดจบ เขาก็เอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าเดินทางของเถาหยวน

“ไม่ต้อง ฉันเรียกรถแล้ว”

ทั้งคู่เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยการเงินและเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศจีน และทั้งคู่ก็อยู่ในวิชาเอกเดียวกัน

เถาหยวนยังรู้ว่าหม่าหลุยกำลังไล่จีบเธออยู่

แต่ลูกมหาเศรษฐีอย่างเขาก็ไม่เคยตกอยู่ในสายตาของเธอเลย

แม้ว่าหม่าหลุยจะไล่ล่าเธอมานานกว่าครึ่งปี แต่เถาหยวนก็ไม่ให้โอกาสให้เขาแต่อย่างใด

“หยวนหยวน พ่อฉันซื้อออดี้ เอ 6 คันใหม่ให้ฉัน และนอกจากฉันแล้วก็ยังไม่เคยมีใครได้นั่งรถคันนี้เลย เธอเป็นคนแรก” หม่าหลุยพูดอย่างโอ้อวด

“ฉันไม่สนใจหรอก นายไปก่อนเถอะ รถที่ฉันเรียกไว้จะมาถึงแล้ว”

"หยวนหยวน เธอเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยการเงินและเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศจีน การนั่งรถดีดี้มันไม่เหมาะสมกับตัวตนของเธอเลย เป็นการดีกว่าที่จะนั่งในออดี้ เอ6 ของฉัน ซึ่งถือว่าดีกว่านั่งรถบ้านขยะพวกนั้นหลายเท่า"

“ฉันไม่สนหรอกนะว่ารถที่นั่งจะเป็นรถอะไร” เถาหยวน กล่าว

"อย่าพูดแบบนั้นสิ" หม่าหลุยพูด "รถผมเป็นออดี้ เอ6 นำเข้าเลยนะ ไม่ใช่รถในประเทศ เบาะเป็นหนังทั้งหมด นั่งสบายมาก เทียบไม่ได้กับรถในประเทศแน่นอน"

เมื่อได้ยินการสนทนาระหว่างทั้งสอง ผู้คนที่เดินผ่านไปมาก็อดไม่ได้ที่จะพูดถึงเรื่องนี้

“ผู้หญิงคนนี้แปลกจริงๆ ทั้งๆที่มีผู้ชายขับรถหรูมารับแท้ๆ แต่กลับจะขึ้นรถดี้ดี้ซะงั้น”

“เฮ้อ ถ้ารถออดี้มารับฉันละก็ ฉันคงไม่รอช้ารีบขึ้นไปแน่นอน”

“น้องเถาหมายเลข 4389 คือใครหรอครับ”

ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่นั้น จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดังมาจากทางหน้าประตู

และเมื่อมองออกไปก็พบกับรถซูเปอร์คาร์สีเงิน!

ซึ่งคนที่พูดก็คือคนที่นั่งยู่ในรถซูเปอร์คาร์นั่นเอง!

เถาหยวนตกตะลึงเมื่อได้ยินหลินอี้เรียกชื่อของเธอ

ผู้ชายคนนี้รู้ชื่อของเธอได้อย่างไร

ท่ามกลางฝูงชนที่มุงดูอยู่ เถาหยวนก็เดินเข้าไปหาหลินอี้และพูดอย่างไม่มั่นใจ:

"สวัสดีค่ะ หมายเลขท้ายโทรศัพท์มือถือ 4389 คือฉันเอง"

“งั้นก็ขึ้นรถมาเลยครับ”

"ฮะ? ขึ้นรถ?" เถาหยวนตกตะลึง

หลินอี้พยักหน้า "คุณไม่ได้เรียกใช้บริการดีดี้หรอครับ ผมเป็นคนขับรถของดีดี้เอง และก็มาที่นี่เพื่อรับคุณ"



ตอนก่อน

จบบทที่ ผมเป็นคนขับรถของดีดี้เอง

ตอนถัดไป