อย่าล้อเล่นแบบนี้สิ

หลินอี้ซ่อนตัวอยู่ในมุมหนึ่งของทางเดิน และทำเป็นนิ่งเงียบ

ไม่นานหลังจากนั้น เขาก็ได้ยินเสียงปิดประตูพร้อมกับเสียงล็อกกลอน

หลินอี้เดินออกมาจากมุม จากนั้นกลับไปยังสวิตช์ไฟอีกครั้ง ทำเช่นเดิมซ้ำไปซ้ำมาอยู่สองสามครั้งพร้อมกับทำเสียงเท้า

ตื๊ด ตื๊ด–

ในไม่ช้า เสียงข้อความเข้าจากโทรศัพท์ของหลินอี้ก็ดังขึ้น และเขาก็พบว่าเป็นข้อความเสียงจากจีฉิงหยาน

"หลินอี้ ตอนนี้คุณอยู่ไหน ฉันอยู่ในบริษัท ช่วยมารับฉันหน่อยได้ไหม?"

หลินอี้ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย? แม่สาวคนนี้ไม่กลัวว่าจะถูกลักพาตัวหรือขู่ฆ่าเลยหรือไง? ในเวลาแบบนี้ยังจะมาส่งข้อความเสียงอีก?

เธอไม่รู้จักฟังก์ชั่นโทรออกเหรอ?

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่หลินอี้จะทันได้ตอบกลับ จีฉิงหยานก็โทรมาพอดี

เพื่อป้องกันไม่ให้ความแตกเสียก่อน หลินอี้จึงรีบตัดสายทิ้งอย่างรวดเร็ว

"ฉันไม่ว่าง ตอนนี้กำลังไปรับลูกค้าอยู่"

หลินอี้ตอบกลับด้วยการส่งเป็นข้อความธรรมดา

"ยกเลิกออเดอร์ก่อนได้หรือเปล่า? ฉันรู้สึกเหมือนมีคนไม่ดีบุกเข้ามาในบริษัท ฉัน อยู่คนเดียวและกลัวมากเลย"

มีเสียงร้องไห้ดังมาจากข้อความเสียงของจีฉิงหยาน ในตอนนี้เธอไม่ได้มีแค่ความหวาดกลัวอีกต่อไปแล้ว

เมื่อนึกถึงจิตใจของจีฉิงหยาน หลินอี้ก็ไม่ต้องการที่จะหยอกล้อเธออีกต่อไป เพียงแค่ทำให้เธอตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์นี้ก็พอ

หลินอี้ถือถุงข้าวผัดไข่ในมือ และเดินไปยังห้องสำนักงาน

ก๊อก ก๊อก ก๊อก——

"ใครน่ะ!"

จีฉิงหยานตะโกนเสียงดัง:

"ฉันเตือนไว้ก่อนเลยนะว่าอีกไม่นานแฟนของฉันกำลังจะมา อย่าคิดว่าแค่นี้จะทำให้ฉันกลัว ถ้าไม่อยากมีปัญหารีบออกไปเลยนะ!"

หลินอี้อดหัวเราะไม่ได้

ในเวลาปกติเธอดูเหมือนผู้หญิงที่แข็งแกร่ง แต่ไม่คาดคิดเลยว่าเธอเองก็มีมุมของผู้หญิงที่อ่อนแอเหมือนหญิงสาวทั่วไป

"แฟนของคุณมาถึงพอดีเลยแฮะ ผมขอตัวก่อนนะ"

ฮะ?

เมื่อได้ยินที่ดังมาจากด้านหลังของประตู จีฉิงหยานก็รู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างดีและรู้ได้ทันทีเลยว่าเป็นเสียงของหลินอี้!

เธอรีบไปเปิดประตูอย่างเร่งรีบ และพบว่าคนข้างนอกไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหลินอี้จริง ๆ

ทันทีหลังจากนั้น จีฉิงหยานก็ทิ้งตัวของตัวเองเข้าไปในอ้อมแขนของหลินอี้

"ฮือ ๆ... ในที่สุดคุณก็มาซักที เมื่อกี้มีคนแอบเข้ามาในบริษัท ดูเหมือนว่าจะเป็นคนร้าย ฉันกลัวแทบตาย"

แต่ในไม่ช้า จีฉิงหยานก็ค้นพบว่ามีบางอย่างผิดปกติ

เธอปล่อยมือจากหลินอี้ และมองเขาด้วยความสงสัย

"เมื่อกี้คุณเพิ่งพิมบอกฉันว่าไม่ว่าง ทำไมคุณถึงมาถึงเร็วจัง"

"เพราะคนข้างนอกนั่นก็คือฉันยังไงล่ะ"

การแสดงออกของจีฉิงหยานเปลี่ยนจากความเศร้าเป็นความโกรธทันที

"คุณคือคนที่อยู่ข้างนอก! คุณรู้ไหมว่าฉันกลัวแทบตายก็เพราะคุณ!"

หลินอี้ยกโทรศัพท์มือถือของเขาขึ้นมา

"ดูสินี่กี่โมงแล้ว หนึ่งทุ่มกว่าแล้ว คนในบริษัทก็กลับบ้านกันหมดแล้ว ถ้าหากว่าคนข้างนอกไม่ใช่ฉัน แต่เกิดเป็นคนอื่นล่ะ คุณจะทำยังไง? "

หลังจากถูกหลินอี้ดุ จีฉิงหยานก็ค้นพบว่าส่งที่หลินอี้กระทำนั้นก็เพื่อเป็นผลดีให้กับตัวเธอเอง

"อาจไม่ใช่คนร้ายเสมอไปก็ได้ อาจเป็นพนักงานคนอื่น ๆ ก็ได้หนิ"

"ยกเว้นประธานบริษัท พนักงานคนไหนจะขึ้นมาชั้นบนสุดนี้บ้างล่ะ?"

"งั้นก็บอกฉันดี ๆ ก็ได้หนิ ไม่เห็นจะต้องทำให้ฉันกลัวแบบนี้เลย ฉันกลัวแทบตายเลย "

ขณะพูด จีฉิงหยานก็เช็ดน้ำตาออกจากหางตาของเธอ

ในตอนแรกเธอรู้สึกโกรธเขาเล็กน้อย แต่หลังจากรู้ว่าหลินอี้ทำในสิ่งที่เป็นผลดีต่อตัวเธอเอง เธอจึงหยุดโกรธเขา

"คนบ้างานแบบคุณ ไม่ยอมฟังคำแนะนำของคนอื่นง่าย ๆ หรอก ถ้าไม่เจอเข้ากับตัวเอง" หลินอี้ กล่าว: "ดังนั้นฉันเลยต้องปรับเปลี่ยนความคิดคุณด้วยวิธีนี้"

"ฉันแค่อยากจัดการเอกสารทั้งหมดนี้ให้เสร็จทีเดียว เพราะพรุ่งฉันจะได้ไม่ต้องวุ่นวายกับมันอีก" จีฉิงหยานพูดด้วยความรู้สึกผิด:

"ว่าแต่คุณถืออะไรอยู่หรอ?"

"ข้าวผัดไข่น่ะ"

เมื่อเห็นว่าหลินอี้ซื้ออาหารมื้อค่ำมาให้ หัวใจของจีฉิงหยานก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข

มันค่อนข้างโรแมนติกมากเลยทีเดียว ที่มีคนรู้ว่าเธอทำงานล่วงเวลาจนดึกดื่นโดยที่ยังไม่ได้กินอะไรเลย และเขาก็ได้ซื้ออาหารมื้อค่ำมาให้แก่เธอ

ในขณะนี้ บนโต๊ะรับแขกในสำนักงาน หลินอี้ได้เปิดกล่องข้าวผัดอันหอมกรุ่นออก ทำให้ความอยากอาหารของเธอยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

จากนั้นเขาก็คีบมันขึ้นมาและยัดเข้าปากอย่างไม่ลังเล

มีความสุขจังเลย

"หะ…หา?"

จีฉิงหยานจ้องมองไปที่โต๊ะรับแขกอย่างว่างเปล่า

เขาไม่ได้ซื้อมาให้ฉันหรอ?

เขาไม่รู้หรอว่าฉันยังไม่ได้กินอะไรเลย?

เขาจะกินมันคนเดียวเลยจริง ๆ หรอ?

"แอ่ก แอ่ก..."

จีฉิงหยานส่งเสียงไอเบา ๆ

"เจ็บคอหรอ? ดื่มน้ำร้อนสิ ช่วยได้นะ"

"ทุ่มหนึ่งแล้ว และฉันก็ยุ่งกับงานมาทั้งวันจนถึงตอนนี้"

"ฉันรู้"

"และฉันก็ยังไม่ได้กินอะไรเลย…" จีฉิงหยานพูดไม่ทันจบ

"คุณไม่กินคุกกี้ของคุณไปล่ะ? ฉันซื้อมาแค่กล่องเดียว อย่าแย่งของฉันเลย"

"แค่คุกกี้มันไม่อิ่มท้องหรอกนะ"

จีฉิงหยานเดินไปใกล้ ๆ "ฉันขอคำเดียวก็ได้"

"คุณเป็นถึงประธานบริษัทเลยนะ จะกินข้าวผัดไข่จากแผงลอยได้หรอ?"

"ฉันก็เป็นมนุษย์คนนึงเหมือนกับคุณ ทำไมฉันจะกินข้าวผัดไข่ไม่ได้"

จีฉิงหยานพูดต่อ:"ซอยเล็ก ๆ ข้างบริษัท มีแผงลอยของคู่สามีภรรยาอยู่ข้างใน พวกเขาทำข้าวผัดไข่ได้อร่อยมาก ๆ และฉันก็ชอบไปซื้อที่ร้านนั้นเป็นประจำ"

หลินอี้แปลกใจเล็กน้อยเขาไม่ได้คาดหวังว่าจีฉิงหยานก็ชอบกินข้าวผัดไข่ที่นั่น

"นี่ก็มาจากร้านป้าหลิวและลุงฉง ร้านที่คุณพูดถึงนั่นแหละ"

"จริงหรอ" การแสดงออกของจีฉิงหยานสดใสขึ้น "ขอชิมหน่อยสิ"

เมื่อเห็นรูปลักษณ์ที่น่ารักของจีฉิงหยาน หลินอี้จึงส่งตะเกียบให้

แต่ทว่าจีฉิงหยานไม่ยอมรับมัน

"ทำไมล่ะ ไม่อยากกินแล้วหรอ?"

"ป้อนฉัน"

"จะให้ฉันป้อนคุณหรอ?"

"ใช่น่ะสิ ก็เมื่อกี้คุณทำให้ฉันกลัว ดังนั้นคุณต้องปลอบโยนฉันด้วยการป้อนฉัน"

"โตเป็นผู้ใหญ่ขนาดนี้แล้ว ยังทำตัวเหมือนเด็กน้อยอยู่อีก ไม่อยากจะเชื่อคุณเลยจริง ๆ"

หลินอี้ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากใช้ตะเกียบคีบข้าวผัดไข่คำเล็ก ๆ และป้อนให้กับจีฉิงหยาน

"ยังคงเป็นข้าวผัดไข่ของครอบครัวฉันที่อร่อยกว่าอยู่ดี" จีฉิงหยานพูดอย่างคลุมเครือ: "ขอแฮมด้วยสิ"

"และก็ตามด้วยข้าวผัดไข่"

"ให้คนอื่นป้อนแท้ ๆ แต่ก็ยังเรื่องมากอีก" หลินอี้บ่น แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ยังคีบแฮมและข้าวผัดมาป้อนให้จีฉิงหยาน

"โอเค ฉันอิ่มแล้ว เชิญคุณกินได้เลย"

"กินแค่สองคำก็อิ่มแล้วหรอ?"

"ทำงานหนักมาทั้งวันคุณก็คงหิวไม่แพ้กัน เดี๋ยวฉันกินคุกกี้เอาก็ได้"

"กินอีกก็ได้ ฉันไม่ได้หิวอย่างที่คุณคิดขนาดนั้นหรอก"

"อันที่จริง ฉันแค่ไม่อยากกินแล้วเฉย ๆ" จีฉิงหยานส่ายหัว "มันดึกเกินไปที่จะใส่อะไรเข้าไปในปากแล้ว ไม่เช่นนั้นการฝึกโยคะครั้งล่าสุดของฉันจะไร้ประโยชน์ไปเลย"

"ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่าคุณควรพักได้แล้ว รีบเก็บของกลับบ้านเถอะ"

"เหลือเอกสารอีกฉบับเดียว ถ้าเสร็จแล้วฉันจะรีบเก็บของเลย"

"คุณอยากทำอะไรก็ได้ตามที่คุณต้องการ ยังไงก็ตาม ถ้าฉันกินหมดเมื่อไหร่ฉันจะไปทันที แล้วแต่คุณเลย"

"ชิ ผู้ชายอะไรน่าหงุดหงิดชะมัด"

หลังจากบ่นเล็กน้อย จีฉิงหยานก็กลับไปที่โต๊ะทํางานพร้อมกับใช้เวลาที่เหลืออยู่จากการทานอาหารของหลินอี้ในการจัดการเอกสารฉบับสุดท้าย

แต่จนกระทั่งหลินอี้อาหารหมดเรียบร้อย เธอก็ยังไม่ได้แม้แต่จะแตะเอกสารฉบับสุดท้ายเลย

เพราะเธออดไม่ได้ที่จะมองไปที่หลินอี้

และเธอก็ช้าเกินไป

"ฉันกินหมดแล้ว กลับละนะ"

"เดี๋ยวสิ ฉันกลับด้วย"

ท้ายที่สุดจีฉิงหยานก็ไม่ได้จัดการกับเอกสารของเธอ

ถึงยังไงพรุ่งนี้ก็ยังมีเวลาอยู่

หลังจากปิดคอมพิวเตอร์ จีฉิงหยานก็จัดระเบียบสิ่งต่าง ๆ บนโต๊ะ ไปที่ห้องแต่งตัว เปลี่ยนชุด เพื่อกลับบ้าน

กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง——

โทรศัพท์มือถือของหลินอี้ดังขึ้น และพบว่าปลายสายคือฉินฮั่น

"ฉันได้จัดการไอ้เวรนั่นให้แล้ว หวังว่านายจะไม่โกรธแล้วนะ"

"ในเมื่อนายน้อยซินให้เกียรติฉันอย่างนี้ ฉันจะโกรธได้ยังไงล่ะ?"

"ฮ่า ฮ่า พูดแบบนี้คงไม่โกรธแล้วจริง ๆ สินะ" ฉินฮั่นพูดด้วยเสียงหัวเราะ:

"ตอนนี้นายกำลังทำอะไรอยู่ล่ะเพื่อน? ฉันมีเน็ตไอดอลระดับแนวหน้าคนหนึ่งมาแนะนำให้ ทั้งหุ่นและหน้าต่ก็สุดยอดเลย มาเอ็นจอยด้วยกันไหม? เดี๋ยวฉันยกให้นายเลย"

หลินอี้เงยหน้าขึ้นมองไปที่จีฉิงหยานและพูดด้วยรอยยิ้ม:

"ตอนนี้ฉันว่าฉันมีคนที่ดีกว่าอยู่ข้าง ๆ แล้ว ลืมสาวที่นายเรียกว่าเน็ตไอดอลระดับแนวหน้าไปได้เลย"



ตอนก่อน

จบบทที่ อย่าล้อเล่นแบบนี้สิ

ตอนถัดไป