วัยรุ่นสร้างกระแสชอบอวดดี

ภายในวิลล่าหมายเลข 1 ของจิ่วโจวพาวิลเลียน

หลินอี้ออกจากเกมแล้วพูดกับตัวเอง:

“คนพวกนี้ไร้ยางอายจริง ๆ ยอมทำได้ทุกอย่างแค่เพื่อให้ได้แรงค์!”

เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากที่หลินอี้ลุกจากเตียง เขาก็จัดเตรียมข้าวของและขับรถไปสนามบิน

ซึ่งตามกำหนดเวลาที่ใช้ในการเดินทาง เขาคาดว่าจะไปถึงหยางเฉิงในช่วงเที่ยงและไปถึงสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าภายในเวลาไม่เกินบ่ายโมงตรง

หลังจากแลกตั๋วแล้ว หลินอี้ก็ตรวจสอบแล้วพบว่าตั๋วที่จีฉิงหยานจองให้เขานั้นเป็นตั๋วเครื่องบินในชั้นเฟิร์สคลาส

เป็นพระคุณอย่างยิ่งเลย

รับตั๋ว เข้าแถว จากนั้นก็ขึ้นเครื่องบิน

เมื่อหลินอี้พบตำแหน่งที่นั่งของเขาแล้ว เขาก็สังเกตเห็นว่าข้าง ๆ ยังมีสัญลักษณ์ wifi ซึ่งบ่งบอกว่าเขาไม่จำเป็นต้องปิดโทรศัพท์เพียงแค่เปิดโหมดเครื่องบินก็พอ

ซึ่งด้วยวิธีนี้ก็จะทำให้เขาสามารถเล่นเกมโดยใช้การเชื่อมต่อจาก wifi ได้อย่างไม่มีปัญหา

กริ๊ง กริ๊ง——

ในขณะที่หลินอี้กำลังจะเปิดโหมดเครื่องบิน ทันใดนั้นเองโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น และเป็นจีฉิงหยานที่โทรมา

“คุณได้ขึ้นเครื่องหรือยัง?”

“ได้แล้วครับ ผมได้ที่นั่งแล้ว” หลินอี้กล่าว "เป็นพระคุณอย่างยิ่งเลยนะครับ ถึงกับซื้อตั๋วชั้นเฟริสคลาสให้ผมแบบนี้"

“พอใจกับสิ่งที่ฉันเลือกให้ใช่ไหมล่ะ?”

"ก็มีไม่พอใจนิดหน่อยครับ"

“ทำไมล่ะ?”

“เพราะมันไม่ใช่ริมหน้าต่าง” หลินอี้กล่าวเสริมว่า: "ผมเป็นคนชอบนั่งริมหน้าต่าง"

“ที่นั่งริมหน้าต่างเอาไว้ให้ผู้หญิงสวย ๆ นั่งเถอะ เวลามองซ้ายมองขวาคุณจะได้ไม่รู้สึกเหงา”

“ผมก็ขอให้เป็นอย่างที่คุณจีพูดนะครับ”

“อ้อ คือว่าฉันมีอะไรอยากถามคุณหน่อยน่ะ”

"ว่ามาเลยครับ?"

“สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่คุณเคยอยู่ชื่ออะไรหรอ?”

“สถานสงเคราะห์หลานเถียน” หลินอี้ตอบโดยไม่คิดมาก “ทำไมหรอครับ?”

“เปล่าหรอก ฉันต้องไปประชุมแล้ว เดี๋ยวขอวางสายก่อนนะ”




เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณยุติการโทรในโทรศัพท์ หลินอี้ก็รู้สึกสับสนและไม่เข้าใจเล็กน้อย

ตัดสายไปดื้อ ๆ แบบนี้ เป็นอะไรหรือเปล่านะ?

เมื่อถูกจีฉิงหยานตัดสายแบบงง ๆ หลินอี้ที่รู้สึกเบื่อหน่ายเกินไปจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและเตรียมเล่นเกมเพื่อฆ่าเวลา

“หยางหยาง ดูนั่นสิ ผู้ชายคนที่นั่งตรงนั้นหล่อมากเลย” หญิงสาวในกางเกงขาสั้นกล่าว

ผู้หญิงที่กำลังพูด เธอมีชื่อว่าเฟิงซิงหยิง ซึ่งเธอกำลังเดินทางไปยังหยางเฉิงกับหลี่ยู่หยางเพื่อนสนิทของเธอและเฟิงห่าวหยูน้องชายของเธอ

"ตรงไหนหรอ?." หลี่ยู่หยางถาม

“แถวเดียวกับเรา มองไปข้าง ๆ สิ”

“โอ้มายก๊อด หล่อจริง ๆ ด้วย” หลี่ยู่หยางกล่าว:

“ฉันเคยขึ้นชั้นเฟิร์สคลาสมาหลายครั้งแล้ว และทั้งหมดที่ฉันเจอก็จะมีแต่ชายอ้วนวัยกลางคน นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันได้เห็นชายหนุ่มรูปหล่อขนาดนี้”

“พี่สองคนเป็นอะไรกัน? พอเห็นผู้ชายหล่อ ๆ ทีไรก็จะพากันเป็นบ้าไปทุกเลยหรือไง?” เฟิงห่าวหยูกล่าวอย่างไม่แยแส

“ก็เขาหล่อจริง ๆ นี่หน่า” หลี่ยู่หยางกล่าว

“คุณน้องคะ อิจฉาเขาล่ะสิ? ถึงได้พูดออกมาแบบนั้น” เฟิงซินหยิงกล่าว: "ถ้าเป็นกรณีนั้น เดี๋ยวพวกฉันแอบคุยกันเพื่อรักษาหน้านายไว้ให้ก็ได้นะ"

“มีอะไรที่ฉันต้องอิจฉาด้วยล่ะ?” เฟิงห่าวหยูนั่งไขว่ห้างและพูดโดยไม่จงใจลดเสียงลง:

“ไม่อ้างถึงครอบครัวของเราก็ได้ แค่บริษัทที่ฉันก่อตั้งด้วยตัวเองก็มีมูลค่าเกิน 100 ล้านหยวนแล้ว เพียงเท่านี้ก็น่าจะรู้แล้วนะว่าต้นทุนของฉันเหนือกว่าของเขามากแล้ว ฉันจะอิจฉาเขาไปทำไมกัน?” เฟิงห่าวหยู่กล่าว:

“ดูเขาสิ แค่จะขึ้นบินเฟิร์สคลาส เขายังต้องมีคนซื้อตั๋วให้อยู่เลย นอกจากเรื่องหน้าตาแล้ว ไม่มีอะไรที่เขาจะเทียบฉันได้เลยด้วยซ้ำ”

เมื่อได้ยินคำพูดของเฟิงห่าวหยู่ หลินอี้ก็หันศีรษะไปมองเขา แต่ไม่ได้พูดอะไร และหันกลับมาสนใจโทรศัพท์ขอเขาต่อ

วัยรุ่นที่เสแสร้งเช่นนี้มีอยู่ทั่วไป และหลินอี้ก็ไม่คิดที่จะสนใจพวกเขาเลย

“นี่ นายพูดเบา ๆ หน่อยได้ไหม? คนหันมามองนายหมดแล้ว” เฟิงซินหยิงกระซิบบ่น

“ก็ฉันอยากพูดให้ทุกคนได้ยิน นอกจากนี้สิ่งที่ฉันพูดไปมันก็เป็นความจริง ทำไมฉันต้องพูดเบา ๆ ด้วยล่ะ?” เฟิงห่าวหยูพูดอย่างอวดดี:

“หรือพี่จะบอกว่าที่ผมพูดมามันไม่ใช่ความจริงงั้หรอ?”

“เสี่ยวหยู ฉันไม่ได้บอกว่าที่นายพูดไม่จริง แต่การกระทำของนายตอนนี้มันไม่เหมาะสม” หลี่หยูหยางกล่าวเตือน

“ใช่ เรื่องแบบนี้ฉันว่าไม่ควรเอามาพูดนะ นายก็คงแค่อิจฉาที่เขามีหน้าตาที่หล่อกว่านายมากกว่า นายเลยเอาเรื่องเงินทองมาอ้าง”

“พวกพี่สองคนจะไปรู้อะไร” ใบหน้าของเฟิงห่าวหยูดูทนไม่ได้เล็กน้อย "ที่ผมพูดมามันคือสัจธรรมของโลกในยุคนี้ หน้าตาดีก็มีข้อดีก็จริง แต่ยังไงซะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเงิน!"

เฟิงห่าวหยู่พับแขนเสื้อขึ้นและเผยให้เห็นนาฬิกาโรเล็กซ์บนข้อมือของเขา

“มีแต่พวกพี่นั่นแหละที่มีความคิดแบบไม่รู้จักโตซักที จำไว้เลยว่าวันนึง พวกพี่จะรู้ว่ามีหน้าตาดีแบบไอ้หมอนั่นไปก็เท่านั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้คือมหาเศรษฐีที่มีเงิน”

“อะแฮ่ม พี่ชาย ถ้าอยากจะอวดก็อวดไปเถอะฉันไม่ว่า แต่อย่ามาพาลถึงฉันสิ” หลินอี้กล่าว

“ขออภัยแล้วกัน พี่สาวของฉันกับเพื่อนของเธอเป็นพวกบ้าผู้ชายน่ะ ฉันแค่กำลังให้ความรู้พวกเขา อย่าถือโทษโกรธฉันเลยนะ” เฟิงห่าวหยูพูดด้วยรอยยิ้ม “แต่ที่ฉันพูดก็ไม่เกินจริงไปใช่ไหมล่ะ ฉันแค่แสดงข้อเท็จจริงให้เห็นว่าเงินสำคัญกว่าหน้าตาจริง ๆ”

หลินอี้ยิ้มมุมปาก

ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนถ้าตรงนั้นมีวัยรุ่นสร้างกระแสที่ชอบอวดดีเมื่อไหร่ก็มักมีสิ่งที่น่าสนใจให้ทำเสมอ

"คุณแน่ใจหรอ?"

“แน่นอน คุณไม่เชื่อหรอ?” เฟิงห่าวหยูไขว้ขากลับแล้วพูดว่า

“งั้นเราลองแข่งกันขอวีแชทแอร์โฮสเตสมั้ยล่ะ? แล้วมาดูกันว่าเธอจะเลือกมอบให้ใคร”

หลินอี้ยักไหล่ หรี่ตาลงแล้วพูดว่า:

“เอางั้นก็ได้ ฉันก็อยากหาอะไรทำฆ่าเวลาพอดี”

เมื่อได้ยินว่าคนสองคนกำลังจะแข่งกัน ผู้โดยสารให้ห้องโดยสารเฟิร์สคลาสต่างก็พากันเฝ้าดูด้วยความตื่นเต้น

“วันนี้ฉันคงได้เห็นหนุ่มหล่อคนนั้นเสียหน้าแน่ๆ ” ชายในวัยสามสิบกล่าว

"ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ?" เพื่อนผู้หญิงที่อยู่ข้างๆเธอพูด

"ก็เพราะว่าแอร์โฮสเตสในห้องโดยสารชั้นเฟิร์สคลาสล้วนแต่เป็นคนที่ได้เห็นโลกมากเยอะและมีสายตาที่เฉียบคมมาก พวกเธอแค่มองแว๊บเดียวก็รู้แล้วว่าผู้โดยสารคนไหนสมควรแก่การใส่ใจ ดังนั้นโดยปกติแล้วพวกเธอจะไม่เลือกเด็กหนุ่มที่มีความแข็งแกร่งแค่ภายนอกแต่ภายในนั้นอ่อนแอ ดังนั้นเขาจะต้องแพ้แน่นอน"

“คงไม่ใช่แบบนั้นหรอกมั้ง บางทีผลลัพธ์อาจจะกลับกันเลยก็ได้”

ชายคนนั้นส่ายหัว "มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ผลลัพธ์จะกลับกัน แม้ว่าแอร์โฮสเตสเหล่านี้จะเลือกปฏิบัติ แต่หากคน ๆ หนึ่งไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อตั๋วเฟิรสคลาส ใครที่ไหนจะเลือก? "

“คุณพูดถูกครับ ยังไงซะ ตั๋วชั้นเฟิร์สคลาสของเขาก็มีคนอื่นซื้อให้”

ความคิดเห็นของชายคนนั้นทำให้คนอื่นเห็นด้วยกับเขา

ในสังคมนี้ ความหล่อเลี้ยงชีพไม่ได้ แต่เงินทำได้

ใครบ้างล่ะจะไม่ชอบมหาเศรษฐี?

“คุณน้อง คุณทำเกินไปแล้ว” เฟิงซินหยิงกล่าว

"งั้นเหรอ?" เฟิงห่าวหยูยักไหล่และพูดอย่างไร้เดียงสา:

“เขาไม่ยอมรับความจริงเอง โทษฉันไม่ได้หรอกนะ”

หลังจากพูดจบ เฟิงห่าวหยูก็มองย้อนกลับไปและบังเอิญเห็นแอร์โฮสเตสสาวสวยพอดี เขาจึงพูดว่า:

"แอร์คนสวย มาตรงนี้หน่อยสิ"

เมื่อได้ยินใครบางคนเรียก แอร์โฮสเตสก็วางสิ่งที่เธอทำอยู่ของเธอลงและเดินไปอย่างสง่างาม

“สวัสดีค่ะท่าน มีอะไรให้ช่วยหรอคะ?”

เฟิงห่าวหยูขยับข้อมือของเขา เผยให้เห็นนาฬิกาโรเล็กซ์บนข้อมือของเขา และชี้ไปที่หลินอี้ก่อนจะพูดว่า:

“ก็แค่ ฉันกับพ่อหนุ่มคนนี้ต้องการเพิ่มบัญชีวีแชทของคุณ แต่คุณสามารถเลือกให้ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น”

ใบหน้าของแอร์โฮสเตสดูร้อนผ่าว เธอเพิ่งถูกย้ายมาทำงานที่ชั้นเฟิร์สคลาสได้ไม่นาน แต่เธอไม่คาดคิดเลยว่าอยู่ ๆ จะสองหนุ่มคุณภาพสูงจะมาขอวีแชทเธอพร้อมกัน?

หรือว่าโชคกำลังจะหล่นทับฉันแล้ว?

"ท่านคะ ดิฉันขอโทษด้วย สายการบินของเรามีข้อบังคับ ดิฉันไม่สามารถให้วีแชทแก่ผู้โดยสารได้"

“เรื่องนั้นมันไม่สำคัญ เราเป็นฝ่ายขอคุณเอง คุณเพียงแค่ต้องเลือกให้ใครสักคนก็พอ” เฟิงห่าวหยูกล่าว: "และตามกฎของสายการบิน คำขอของผู้โดยสารคุณไม่สามารถปฏิเสธได้"

ในเวลานี้ เมื่อมองไปที่นาฬิกาโรเล็กของเฟิงห่าวหยู แอร์โฮสเตสก็เริ่มเวียนหัวเล็กน้อย

คนนึงก็รวย อีกคนนึงก็หล่อ เป็นการเลือกที่ยากมาก!

แต่ไม่นาน แอร์โฮสเตสก็ได้ตัดสินใจเลือก

แม้ชายหนุ่มด้านขวาจะมีรูปลักษณ์ที่ดูดีแต่ก็ใช่ว่าจะกินได้ และบางทีอาจเป็นพวกผู้ชายเจ้าชู้

ส่วนซ้ายมือก็คือคนรวย เหมาะสมกับการพัฒนาความสัมพันธ์และการเลือกเป็นที่สุด

นอกจากนี้ถ้าฉันโชคดีพอและสามารถจุดประกายไฟกับเขาได้ ชีวิตต่อจากนี้ของฉันก็ไม่ต้องกังวลไปตลอดชีวิต

อีกทั้ง ไม่จำเป็นต้องมาเป็นแอร์โฮสเตสเหมือนทุกวันนี้อีกด้วย

ในขณะที่กำลังจะตัดสินใจออกไป แอร์โฮสเตสก็บังเอิญพบว่ามีนาฬิกาแวววาวอยู่ในข้อมือของหลินอี้พอดี!

มันดูคุ้นตาเหมือนเคยเห็นในโฆษณา

หลังจากนึกอยู่ครู่หนึ่ง แอร์โฮสเตสก็นึกออกทันที

นี่หรือจะเป็นปาเต็ก ฟิลิปป์รุ่นที่ระลึกครบรอบ 175 ปีใช่ไหมนะ?

ดูเหมือนราคาจะสูงถึง 17.5 ล้านหยวนอีกด้วย! "



ตอนก่อน

จบบทที่ วัยรุ่นสร้างกระแสชอบอวดดี

ตอนถัดไป