เด็กต้องการสารอาหาร
หลินอี้:? ? ?
ผมบอกตอนไหนว่าอยากพาคุณมาที่นี่?
ไม่ใช่ว่าคุณเป็นคนอยากมาเองเหรอ? !
แม่จิ้งจอกสาว คุณทำให้ผมดูแย่
"ป้าก็ดีใจที่ได้เจอหนูนะจ๊ะ" หวางฉุยฉิงยิ้มกว้าง “ต่อจากนี้ไปเราก็คงจะได้ครอบครัวเดียวกันแล้ว อีกไม่ช้าก็เร็วก็ต้องได้เจอกันอยู่ดีแหละ”
“อย่างนั้นหรอคะ เขาก็บอกกับหนูแบบนั้นเหมือนกัน” จี้ฉิงหยานพูดพร้อมกับใบหน้าที่แดงก่ำ
หลินอี้:...
ฉันไปพูดแบบนั้นตอนไหนนะ!
“ยังไงก็ขอบคุณพวกลูก ๆ มากจริงเลยนะ แต่ทีหลังไม่ต้องซื้อของมาเยอะขนาดนี้ก็ได้ มันเปลืองเงินโดยใช่เหตุ” หวางฉุยฉิงกล่าวขอบคุณ
“แค่นี้ไม่เป็นไหร่หรอกค่ะ หนูก็ไม่รู้ว่าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าขาดอะไรบ้างก็เลยซื้อมาเผื่อ”
หวางฉุยฉิงมองดูจีฉิงหยาน ยิ่งมองมากเท่าไหร่ เธอก็รู้สึกชอบมากขึ้นเท่านั้น
แม่สาวคนนี้ไม่ดูถูกภูมิหลังของหลินอี้ แถมยังใจกว้างอีก
ผู้หญิงดี ๆ แบบนี้หายากนะ
“ตาจ้าวงั้นช่วยดูเด็ก ๆ เอาของลงจากรถทีนะ ฉันจะพาพวกเขาเข้าไปข้างใน”
“เข้าไปเถอะ เดี๋ยวฉันคอยดูพวกเด็ก ๆ เอง”
ไม่กี่นาทีต่อมา หลินอี้และจีฉิงหยานก็ถูกพามายังชั้นสามของอาคาร
แต่พอขึ้นมาก็ได้ยินเสียงร้องไห้ดังลั่น
“แม่ครับ ทำไมยังมีเสียงเด็กร้องไห้อยู่ล่ะ? ไม่ใช่เด็กที่อยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหรอ?” หลินอี้ถามอย่างสงสัย
“ไม่รู้ว่าคนใจไม้ไส้ระกำที่ไหน พอคลอดลูกมาก็เอามาทิ้งไว้ที่หน้าประตูรั้ว แม่เลยไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเอากลับมาเลี้ยง”
“เด็กถูกทิ้งตั้งแต่เกิด?”
“ใช่สิ แม่เดาว่าอายุเด็กยังไม่ถึงปีเลยมั้ง”
เมื่อได้ยินทั้งสองคุยกันจีฉิงหยานก็รู้สึกมือไม้สั่นขึ้นมาทันที
เดิมทีเธอเป็นคนที่รักเด็กมาก ดังนั้นเธอจึงรับไม่ได้กับเรื่องนี้
และได้ยินเรื่องราวเช่นนี้ เธอจึงรู้สึกเจ็บปวดอย่างอธิบายไม่ถูก
“ป้าหวางคะ หนูของลองเข้าไปดูได้ไหมคะ พอดียินเสียงเด็กร้องไห้แล้วหนูรู้สึกไม่สบายใจ”
“ได้สิจ๊ะ เข้าไปดูก่อนก็ได้” หวางฉุยฉิงพูดอย่างช่วยไม่ได้: "แต่ปกติเด็กคนนี้ก็จะร้องไห้แบบนี้ทุกวัน แม่ก็แอบกลัวว่าคอเขาจะแตก"
เมื่อเดินตามต้นกำเนิดของเสียงก็พบว่ามีหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งอยู่ข้างใน ซึ่งดูอ่อนกว่าหวางฉุยฉิงไม่กี่ปี
ผู้หญิงคนนั้นชื่อหลิวฮวน เธอเป็นพยาบาลในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า และแม้ว่าเธอจะไม่ได้สมัครใจเท่าไหร่นัก แต่รายได้ของเธอก็เพียงแค่ 1,000 หยวนต่อเดือนเท่านั้นซึ่งไม่สอดคล้องกับความทุ่มเทในการทำงานของเธอเลย
“ว้าว เสี่ยวอี้กลับมาแล้ว”
หลิวฮวนที่แต่เดิมทีมีความกังวลใจ แค่เมื่อเห็นหลินอี้เธอก็ยิ้มแป้นออกมาทันที “ถูกรางวัลหรือไงถึงได้กลับมา แถมคราวนี้มีแฟนสาวมาด้วยแฮะ”
“ช่วงนี้งานผมไม่ค่อยยุ่งน่ะครับ เลยกลับมาเยี่ยมที่บ้านบ้าง”
“อย่าลืมที่ป้าบอกล่ะ ใส่ใจสุขภาพด้วยและอย่าหักโหม”
“เข้าใจแล้วครับป้าหลิว”
“ยายหวาง มาผลัดฉันทีสิ ฉันเหนื่อยมากเลยกับเด็กคนนี้ นมที่ฉันชงยื่นให้ดูดก็ไม่ยอมดูดสักที” หลิวฮวนกล่าว
"มา ๆ เดี๋ยวฉันดูให้"
ในเวลานี้ หวางฉุยฉิงเข้าไปอุ้มทารกที่นอนอยู่ในเปลเล็ก ๆ ซึ่งมีใบหน้าอมชมพู ผิวพรรณราวกับหยก และมีดวงตากลมโตที่เปรียบเสมือนดวงดาวบนท้องฟ้า
“ไหนลองอุ้มดูสิ เผื่อวิธีนี้จะได้ผล”
จินตนาการนั้นเต็มไปด้วยความหรูหรา แต่ความจริงนั้นซับซ้อนและยากลำบาก
ในมือของหวางฉุยฉิง ทารถตัวน้อยยังคงร้องไห้และไม่ตั้งใจดูดนม
ท้ายที่สุด หวางฉุยฉิงที่ทั้งอุ้มและพยายามเกลี้ยกล่อมจนแขนปวดก็ยังไม่ได้ผล
“ป้าหวางคะ หนูขอลองไหม?” จีฉิงหยานถามอย่างไม่ค่อยมั่นใจ
"เดี๋ยวสิ คุณเลี้ยงเด็กเป็นหรอ?" หลินอี้ถามอย่างสงสัย
“ฉันไม่เคยมี แปลว่าฉันจะเลี้ยงไม่เป็นหรือไง?” จีฉิงหยานกล่าว "ฉันก็เคยดูคนอื่นเลี้ยงลูกเหมือนกัน และก็อยากให้ไปหวางไปพักด้วย"
เมื่อเห็นว่าจีฉิงหยานอยากช่วยเหลือ หวางฉุยฉิงจึงไม่ปฏิบัติต่อเธอในฐานะคนนอก และมอบทารกตัวน้อยให้กับเธอ
ที่น่าแปลกคือเมื่อจีฉิงหยานรับทารกไว้ในอ้อมแขน และเด็กคนนั้นก็หยุดร้องไห้ราวกับปาฏิหาริย์!
แม้แต่จีฉิงหยานก็ไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะมีพลังวิเศษอันยิ่งใหญ่เช่นนี้
“เห็นไหม? เด็กคนนี้หยุดร้องแล้ว” จี้ฉิงหยานกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
“หยุดร้องไห้ไม่ใช่สิ่งสำคัญหรอกครับ สิ่งสำคัญคือต้องให้เด็กคนนี้กินนมให้ได้”
“ฉันทำให้เด็กน้อยคนนี้หยุดร้องได้ เรื่องนั้นก็คงไม่ใช่ปัญหาอะไร”
ในเวลานี้ความมั่นใจในตนเองของจีฉิงหยานนั้นล้นหลาม ในเมื่อเด็กชอบตัวเธอก็คงไม่ใช่ปัญหาที่จะยอมกินนมที่เธอป้อน
ในขณะนี้จีฉิงหยานขอขวดน้ำจากหวางฉุยฉิงและเตรียมที่จะป้อนใส่ปากของทารก
แต่เมื่อจุกนมกำลังจะเข้าปาก ทารกตัวน้อยก็เริ่มร้องไห้อีกครั้ง หนำซ้ำดูเหมือนว่าจะร้องไห้หนักกว่าเดิมอีกด้วย
เมื่อเห็นว่าสถาการณ์ไม่ค่อยดี จีฉิงหยานจึงวางขวดนมลง และเตรียมที่จะปลอบเด็กทารกก่อน
แต่ความมหัศจรรย์ก็คือทันทีที่นำขวดนำออกไป ทารกตัวน้อยก็หยุดร้องไห้อย่างน่าอัศจรรย์
เหมือนกับว่าทารกน้อยคนนี้จะถูกจริตต่อจีฉิงหยานอย่างไงอย่างงั้น
“ถ้าอย่างงั้นลูกก็ช่วยกอดเธอไว้ซักพักนะ แม่คิดว่าคงต้องรอเธอหิวถึงจะยอมกินนม” หวางฉุยฉิงกล่าว
จีฉิงหยานรู้สึกว่าความเป็นแม่ของเธอนั้นเหลือล้น เธอจึงพูดไปว่า "ค่ะ ป้าหวาง ป้าไปพักก่อนก็ได้นะคะ เดี๋ยวหนูจะอุ้มเขาไว้ให้ก่อน"
“ไม่เป็นไรจ๊ะ เดี๋ยวแม่ไปเอารินน้ำมาให้แล้วจะรีบกลับมา ตั้งแต่หนูมายังไม่ได้ดื่มน้ำกันเลย”
“ขอบคุณค่ะป้าหวาง”
เมื่อหวางฉุยฉิงจากไป จีฉิงหยานก็กล่อมทารกตัวน้อยในอ้อมแขนราวกับเธอนั้นเป็นแม่จริง ๆ
"นะ นม……"
เด็กคนนี้อายุไม่ถึงหนึ่งปีแต่กลับสามารถพูดคำง่าย ๆ ได้แล้ว
เมื่อได้ยินสิ่งที่เด็กพูด จีฉิงหยานก็รีบเอื้อมมือหยิบขวดนมทันที
แต่ในขณะที่จีฉิงหยานหยิบขวดนมขึ้นมาและกำลังจะป้อนใส่ปากของเธอ ทันใดนั้นเธอก็เห็นเด็กอยู่ในอ้อมแขนของเธอกำลังคว้าลูกภูเขาบนตัวของเธอด้วยมืออย่างไร้เดียงสา
"นะ นม..."
จีฉิงหยานรู้สึกงุนงง เธอไม่คาดคิดเลยว่าทารถน้อยคนนี้จะต้องการกินมันจากเธอ…
"ไม่เจ้าตัวเล็ก พี่สาวไม่มีสิ่งที่หนูต้องการนะ..."
จีฉิงหยานต้องการที่หยุด แต่ด้วยความกลัวว่าจะไปทำร้ายเด็ก เธอจึงกังวลไปชั่วขณะและทำอะไรไม่ถูก
ขณะเดียวกันหลินอี้ก็ดูสถานการณ์นี้อย่างสงบ ฉากดังกล่าวค่อนข้างน่าตื่นเต้นจริง ๆ
“หันหลังไปเดี๋ยวนี้เลยนะ และอย่าแอบมองด้วย!”
“ครับ ผมรู้ว่าคุณรู้สึกเขิน เดี๋ยวผมออกไปข้างนอกก็ได้” หลินอี้พูดต่อ "แต่ทารกน้อยต้องการสารอาหารนะครับ และต้องได้สารอาหารที่เพียงพอด้วย"
“ฉันจะให้เขาได้ยังไงล่ะ ก็ฉันไม่มี!”
“เอาน่าครับ ผมเชื่อคุณ คุณทำได้”
“ไม่สำคัญเลยว่าคุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อ”
จีฉิงหยานรู้สึกเขินอายและเป็นกังวล เธอยังเป็นสาวแต่ถูกเด็กทารกขอนมก็เป็นสิ่งที่น่าอายพอแล้ว ไม่ต้องพูดถึงการที่หลินอี้เห็นเลยว่าจะหน้าอายแค่ไหน!
…
“ป้าหวางคะ ป้าหลิวคะ”
จีฉิงหยานไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องหาตัวช่วย
เพราะแม้ว่าเจ้าทารกตัวน้อยคนนี้ดูเหมือนจะไม่เป็นพิษเป็นภัยเท่าไหร่นัก แต่ความโหดเหี้ยมนั้นก็ไม่ใช่ย่อย ๆ
อย่างน้อยก็ทำให้จีฉิงหยานเจ็บจนเหมือนตกนรกไปช่วงเวลาหนึ่ง
เมื่อได้ยินเสียงเรียกของจีฉิงหยาน หวางฉุยฉิงและหลิวฮวนก็เดินเข้ามา
และเมื่อเห็นว่าเสื้อผ้าของจีฉิงหยานยับยู่ยี่ไปหมด พวกเธอก็เข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
พวกเธอเคยผ่านช่วงเวลานั้นมาก่อน และก็พอจะเดาได้ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร
ในตอนนี้จีฉิงหยานหน้าแดงและรู้สึกว่าอยากจะแทรกแผ่นดินหนีโดยเร็ว
เพราะมันน่าละอายเกินไปที่เธอจะสบตาผู้คนในเวลานี้
“โอเค ๆ ทุกคนออกไปก่อน ฉันกลับมาแล้ว เดี๋ยวฉันจัดการเอง” หลิวฮวนกล่าว
จากนั้นทั้งสามคนก็ถอยออกมาอย่างช่วยไม่ได้
หลังจากเข้าไปในห้องทำงานของหวางฉุยฉิงและปิดประตู เสียงทุกอย่างก็เงียบลงอย่างมาก
“เสี่ยวจีลูก ไม่ต้องคิดมากนะ” หวางฉุยฉิงปลอบใจ: “ลูกไม่เคยเป็นแม่คน ยังมีบางสิ่งที่ลูกไม่เข้าใจ และนั่นมันคือสัญชาตญาณของเด็กเห็นอะไรใหญ่ ๆ หน่อยก็อดไม่ได้ที่จะคว้า”