เงินบริจาค 1 พันล้านของคุณจะมาถึงเมื่อไหร่?
อึก!
หวังเทาเกือบจะสำลักน้ำลายออกมา
“ว่าไงนะ จะบริจาค 100 ล้านหยวน?”
ไม่เพียงแต่หวังเทาเท่านั้น แต่ทุกคนที่ได้ยินสิ่งนี้ก็คิดว่าพวกเขาได้ยินผิด
ถ้าบอกแค่ว่า 1 ล้าน บางคนก็อาจเชื่อ
แต่มันเกินจริงไปหรือเปล่าที่บอกว่าจะบริจาค 100 ล้าน?
“ใช่ ทำไมล่ะ? เงินจำนวนนี้มันมากเกินไปที่จะบริจาคหรอ?”
"ฮ่าๆ..."
หวังเทาหัวเราไปน้ำตาของเขาก็ไหลไป
“อย่าพูดไร้สาระ? แม้แต่ฉันที่เริ่มต้นทำธุรกิจของตัวเองมาหลายปียังไม่มีเงินเก็บมากขนาดนั้น แต่กลับนายที่เป็นแค่คนขับดีดี้จะมีเงินมากมายขนาดนั้นได้ยังไง? คิดว่าตัวฝันอยู่หรือเปล่า?”
“เอาล่ะ เสี่ยวอี้ ไหน ๆ ลูกก็มาแล้ว ไว้ค่อยคุยกันทีหลัง พ่อครัวเตรียมอาหารพร้อมแล้วเข้าไปกินเข้าเร็ว ด้วยอาหารจะเย็นเสียก่อน”
หวางฉุยฉิงรู้ดีว่าหลินอี้มีไม่ชอบให้ใครมาดูถูก จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอพูดแบบนั้น
“ป้าหวาง เรื่องกินค่อยว่ากันทีหลัง เรายังคุยเรื่องบริจาคเงินกันไม่จบเลย ผมยังอยากเห็นว่าเขาจะบริจาคเงิน 100 ล้านหยวนได้ยังไง”
“ฟังจากน้ำเสียงแล้ว ดูเหมือนคุณจะไม่เชื่อนะว่าฉันจะมีเงินมากขนาดนั้น?” หลินอี้กล่าวด้วยรอยยิ้มจาง ๆ
“ฮ่าฮ่า จะให้ฉันเชื่อได้ยังไง” หวังเทาหัวเราะอย่างดูถูก "ถ้านายที่ขับดีดี้กล้าพูดว่าจะบริจาคเงินจำนวนมากขนาดนั้น ฉันก็กล้าพูดเหมือนกันว่าฉันจะบริจาคหนึ่งพันล้านหยวน ยังไงซะฉันก็เป็นเจ้าของธุรกิจและมีรายได้มากกว่านาย ทำไมฉันจะบริจาคเพิ่มไม่ได้ล่ะ"
หวังเทาพูดด้วยความมั่นใจเกินร้อย
ถ้าเขาบอกว่าจะบริจาค 10,000 หยวนก็พอจะเชื่อได้
แต่นี่ดันมาบอกว่าจะบริจาค 100 ล้านหยวน
กับไอ้แค่พนักงานขับดีดี้จะไปมีเงินมากมายขนาดนั้นได้ยังไง?
คงจะพยายามเสแสร้งและพูดไร้สาระเพื่อไม่ให้เสียหน้าต่อหน้าแฟนสาวมากกว่า!
“ฉันก็ขอบคุณแทนสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าด้วยนะ”
พูดจบ หลินอี้ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและโทรหาผู้จัดการฝ่ายจัดการบัญชีของลูกค้าทันที
“โอเค เดี๋ยวผมจะถ่ายรูปสมุดบัญชีส่งไปให้และช่วยโอนเงิน 100 ล้านหยวนเข้าให้ด้วยนะครับ”
หลังจากวางสายโทรศัพท์ หลินอี้ก็ค้นหารูปสมุดบัญชีธนาคารของหวางฉุยฉิงในอัลบั้นรูปและส่งให้ผู้จัดการบัญชี
จากนั้นก็แค่รอ
ขณะนั้นเอง ทั้งหวางฉุยฉิงและจ้าวฉวนฝู่ต่างก็รู้สึกเหลือเชื่อเล็กน้อย
เท่าที่พวกเขารู้จักหลินอี้ หลินนี้ไม่ใช่คนพูดโกหกเลย ดังนั้นหมายความว่าเขาจะโอนเงิน 100 ล้านหยวนจริง ๆ เหรอ?
แต่ไม่กี่นาทีต่อมา หวางฉุยฉิงก็พบว่าหัวใจของเธอเต้นเร็วขึ้น
ติ๊ง–
โทรศัพท์มือถือของหวางฉุยฉิงดังขึ้น และเมื่อเธอหยิบมันขึ้นมาก็พบว่ามันเป็นข้อความที่ถูกส่งมาจากธนาคาร
เมื่อมองดูเธอก็พบว่ามีเลขศูนย์จำนวนมากปรากฎขึ้นเป็นแทบที่หน้าจอ จากนั้นเธอก็ไม่สามารถอยู่นิ่งได้อีกต่อไป
“เสี่ยวอี้ ลูกโอนเงินให้เรา 100 ล้านจริงหรอ?”
“จุดประสงค์ที่ผมกลับมาในคราวนี้ก็เพื่อสิ่งนี้แหละครับ”
"มัน มันเป็นไม่ได้!"
หวังเทาอุทาน: "เขาจะมีเงินมากมายขนาดนี้ได้ยังไง เขาเป็นแค่คนขับดีดี้นะ!"
หลินอี้หยิบโทรศัพท์มือถือของหวางฉุยฉิงแล้วพูดว่า "SMS ถูกส่งมาจากธนาคาร แหกตาดูสิ"
เมื่อมองไปที่แถบเลขศูนย์บนหน้าจอ ร่างกายของหวังเทาก็อ่อนแรงลงทันที
ไปดีดี้ประเทศไหนถึงได้มีเงินบริจาค 100 ล้านในรวดเดียว?
“ฉันได้ทำตามที่ฉันพูดแล้ว คุณหวังเงินบริจาคหนึ่งพันล้านหยวนของคุณอยู่ไหนล่ะ?”
จีฉิงหยานอดไม่ได้ที่จะปิดปากของเธอและหัวเราะเบา ๆ
"เอ่อ คือ……"
หวังเทารู้สึกอับอายจนมีความปรารถนาที่จะตาย โรงงานเล็กๆ ของเขามีรายได้เพียงไม่กี่ล้านต่อปี แล้วเขาจะไปหาเงินพันล้านหยวนมาได้ยังไง?
“ทำไมล่ะ ไม่มีเงินหรอ?” หลินอี้พูดต่อ “เมื่อกี้ยังทำเป็นรวยและวางท่าใหญ่โตอยู่เลยไม่ใช่หรือ?”
ในเวลานี้ร่างกายของหวังเทาถูกปกคลุมไปด้วยเหงื่อทีเย็นเยียบ และเขารู้สึกว่าต้องการจะหนีไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด
“คือว่า ฉันมีธุระต้องทำ ฉันขอตัวก่อนนะ”
หลังจากทิ้งคำพูดไว้หวังเทาก็รีบวิ่งขึ้นรถแล้วขับออกไปด้วยความสิ้นหวัง
“หวังเทา!” กัวหนิงเยว่ตะโกน!
“ปล่อยเขาไปเถอะ อยู่กับคนแบบนี้ต่อไปอนาคตก็มีแต่จะทุกข์ใจเปล่า” หลินอี้กล่าว
"ค่ะ พี่หลิน"
เมื่อหลินอี้พูด กัวหนิงเยว่ก็ไม่กล้าเถียงและเลิกสนใจเรื่องของหวังเทา
“เสี่ยวอี้ บอกความจริงกับแม่มาว่าลูกไปทำอะไรมา? ลูกไปอยู่จงไห่ได้ไม่กี่ปีเอง ลูกไปเอาเงินมากมายขนาดนี้มาจากไหน?”
หวางฉิงฉุยรู้สึกว่ามือของเธอกำลังสั่นขณะถือโทรศัพท์
“ผมเปิดธุรกิจเล็ก ๆ และก็ลงทุนไปด้วยน่ะครับ ก็เลยพอมีเงินจากปันผลนิดหน่อยครับแม่”
“แล้วหนึ่งร้อยล้านหยวนนี้ไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ เลยนะ ลูกให้แม่มาทั้งหมดแล้วลูกจะเอาเงินไหนใช้” หวางฉุยฉิงพูดต่อ: “แม่ไม่กล้ารับเงินจำนวนนี้ได้หรอกลูก เดี๋ยวแม่จะโอนคืนให้ลูก”
“ไม่เป็นไรครับแม่ แม่เอาไปเถอะ ผมยังพอมีใช้”
หลินอี้กอดไหล่หวางฉุยฉิง “ไปกินข้าวกันเถอะ ผมหิวไส้จะแตกแล้ว”
“ก็ได้ ๆ ไปกินข้าวกัน แม่ให้พ่อครัวตุ๋นเนื้อของโปรดลูกไว้ให้แล้ว”
“แม่จำเมนูโปรดผมได้ด้วย”
หลังจากรับประทานอาหารแล้ว จีฉิงหยานและกัวหนิงเยว่ก็มาสนุกกับเด็ก ๆ ในสนามเด็กเล่น
ซึ่งสิ่งที่หลินอี้ไม่คาดคิดก็คือคนอย่างจีฉิงหยานจะกระโดดยางเป็นกับเขาด้วย
นี่คือเรื่องที่น่าอัศจรรย์มาก
“เสี่ยวอี้ นาน ๆ ทีกว่าจะกลับมา อยู่ต่อที่นี่อีกสักสองสามวันสิลูก” หวางฉุยฉิงเดินมาจากด้านหลังและพูด
“ได้ครับ ผมก็ว่าจะอยู่ที่นี่อีกสักสองสามวันแล้วค่อยกลับ”
หลินอี้ยังมีสิ่งที่อยากทำก่อนจะกลับไปยังจงไห่
"โอเคลูก เดี๋ยวแม่จะได้ทำความสะอาดห้องนอนให้นะ ลูกกับหนิวเยว่นอนที่นี่กันก็ได้นะ"
“ของผมไม่ต้องก็ได้ครับแม่ พอดีผมจองโรงแรมไว้แล้วครับ”
อันที่จริงหลินอี้ไม่ได้มีปัญหาเรื่องสถานที่ในการนอน แต่เป็นเพราะเขากลัวว่าจีฉิงหยานจะไม่ชินกับมัน
ท้ายที่สุดแล้วเธอก็มากับเขา และเขาก็ต้องดูแลความเป็นอยู่ของเธอให้ดี
“โอเค ตอนนี้ลูกดูแลตัวเองได้แล้ว แม่จะไม่บังคับลูกแล้วกัน”
หลังจากพูดคุยกันสักพักหลินอี้ก็พาจีฉิงหยานออกไปและหาโรงแรมห้าดาวที่จะเข้าพัก
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากที่จีฉิงหยานอาบน้ำเสร็จ และขณะรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม เธอก็ถามว่า:
“วันนี้คุณจะทำอะไร?”
“เมื่อวานผมดูข่าว และได้ยินว่ามีงานมอเตอร์โชว์มาจัดที่หยางเฉิง ผมเลยคิดว่าจะไปเดินดูหน่อย”
“แล้วรถปากานีของคุณล่ะ? จะซื้อรถคันใหม่หรอ?” จี้ฉิงหยานถามอย่างสงสัย
“จริง ๆ แล้วผมอยากจะซื้อรถคันใหม่ให้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าน่ะเผื่อเด็ก ๆ จะได้ไปเที่ยวข้างนอกบ้าง”
จี้ฉิงหยานพยักหน้า “เข้าใจแล้ว”
“แล้วคุณบอกว่าจะไปสำนักงานสาขาไม่ใช่หรอครับ? จะไปตอนไหน?”
“เรื่องนั้นมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ไม่ต้องสนใจ เดี๋ยวฉันไปกับคุณก่อนก็ได้”
หลังจากรับประทานอาหารแล้ว ทั้งสองก็ขึ้นแท็กซี่และไปที่ศูนย์การประชุมนานาชาติหยางเฉิงด้วยกัน
ในฐานะหนึ่งในสี่เมืองชั้นหนึ่งอันดับต้น ๆ ของจีน แม้ว่าระดับความเจริญรุ่งเรืองของหยางเฉิงจะยังตามหลังจงไห่เล็กน้อย แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของจีนเช่นกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานหยางเฉิงมอเตอร์โชว์ที่โด่งดังทั้งในจีนและดังไปทั่วโลก
ด้วยเหตุนี้งานจัดแสดงรถยนต์ประจำปีจึงได้ดึงดูดเหล่าเศรษฐีในท้องถิ่นให้เข้ามาชม
อย่างไรก็ตาม คุณสามารถมองเห็นแบรนด์รถยนต์หรูจากทั่วทุกมุมโลกที่มาจัดแสดงได้ผ่านป้ายโฆษณาด้านนอก
ตราบใดที่คุณมีเงินและปรารถนาที่จะซื้อรถที่คุณชื่นชอบรับรองเลยว่าที่นี่สามารถสนองความต้องการของคุณได้อย่างแน่นอน
ทันทีที่ทั้งสองลงจากรถ หลินอี้ก็ได้ยินว่ามีคนเรียกตัวเองอยู่ข้างหลังเขา
“เฮ้ หลินอี้ คุณมาเยี่ยมชมงานมอเตอร์โชว์เหมือนกันหรอ?”