สไตล์มิกซ์แอนด์แมทช์
“ทำไมคุณถึงชอบใส่จังเลยแบบมีซิปเนี่ย”
หลังจากบ่นแล้ว หลินอี้ก็เดินไปหาจีฉิงหยาน
ในตอนนี้จีฉิงหยานแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว เธอสวมชุดสูททรงของผู้หญิงสีขาวซึ่งดูไม่เป็นทางการมากนักและให้ความรู้สึกเป็นกันเองเล็กน้อย
“การช่วยผู้หญิงรูดซิปกระโปรงไม่ใช่สิ่งที่ผู้ชายอย่างคุณชอบหรอ จะทำเป็นบ่นทำไม?” จีฉิงหยานถามอย่างอารมณ์ดี
“ผิดแล้วครับ ผู้ชายชอบถอดกระโปรงต่างหาก เพราะนั่นหมายถึงจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ครั้งใหญ่ แต่ถ้าคุณใส่กระโปรงแบบนี้ก็คือทุกอย่างจบแล้ว”
“ในหัวของคุณคิดเป็นแต่เรื่องพวกนี้สินะ” ทั้งคู่เป็นผู้ใหญ่แล้ว จีฉิงหยานจึงเข้าใจชัดเจนว่าหลินอี้กำลังพูดถึงอะไร
"แต่ที่ผมพูดมันก็เป็นความจริงนะครับ"
ในเวลานี้หลินอี้เดินไปข้างจีฉิงหยาน จับซิปขึ้นมาแล้วดึงขึ้น ทันใดนั้นเขาก็พบว่ามีความผิดปกติบางอย่างเนื่องจากมันไม่ขยับเลย
“รอแป๊บนะครับ ผมจะไปเอากรรไกรก่อน”
“ห๊ะ เอากรรไกรมาทำอะไร? ฉันเอาชุดทำงานมาแค่ตัวเดียว เกิดเสียหายขึ้นมาฉันจะเอาอะไรใส่ล่ะ”
“ไม่ต้องกังวล ผมไม่ได้จะตัดกระโปรงคุณสักหน่อย” หลินอี้กล่าว “ที่ซิปมันรูดไม่ได้ก็เพราะกางเกงในของคุณมีด้ายหลุดออกมาและมันไปติดกับซิป ผมก็แค่จะตัดมันออกให้เฉย ๆ”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ จีฉิงหยานก็รู้สึกเขินอายอย่างมาก เธอไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องน่าอับอายเช่นนี้ขึ้น
“เป็นไปไม่ได้ ฉันเพิ่งซื้อมันมาไม่กี่วันเอง มันจะมีด้ายหลุดออกมาได้ยังไง”
“ก็ที่คุณใส่เป็นแบบมีเชือกผูก ไม่แปลกหรอกที่มันจะหลุดออกมาได้ นี่คือเรื่องพื้นฐานที่น่าจะรู้นะครับ”
“โอเค ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว รีบ ๆ ไปเอากรรไกรมาได้แล้ว” จีฉิงหยานพูดพร้อมกับใบหน้าที่แดงก่ำ
หลังจากตัดด้ายบนกางเกงในเสร็จ หลินอี้ก็ดึงมันอีกสองสามครั้งก่อนที่จะรูดซิปกระโปรงของจีฉิงหยาน
"สไตล์ที่คุณซื้อก็ดูน่ารักดีนะครับ มีลายเฮลโลคิตตี้อยู่ตรงกลาง ผสมผสานกับขอบลูกไม้ สไตล์มิกซ์แอนด์แมทช์นี้ ผมว่าก็เป็นเอกลักษณ์ดีนะ"
“หยุดพูดเดี๋ยวนี้” จีฉิงหยานทำน้ำเสียงดุ: "ลงไปกินข้าวได้แล้ว ฉันหิว"
เมื่อมองไปที่จีฉิงหยานที่กำลังเขินอาย หลินอี้ก็รู้สึกมีความสุขเช่นกัน
ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าประธานบริษัทหญิงที่เย็นชาคนนี้จะมีด้านที่น่ารักขนาดนี้ด้วย
หลังจากเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองก็ไปที่ห้องอาหารของโรงแรมและทานอาหารมื้อเช้าเป็เมนูง่าย ๆ ทั่วไป
จากนั้นพวกเขาก็ขับรถไปที่สาขาหยางเฉิง
…
เฉาหยางกรุ๊ปสาขาหยางเฉิง
"โอเคครับ รับทราบครับ คุณจ้าว"
ภายในสำนักงาน ติงก๋วนเจียผู้จัดการทั่วไปของสาขาวางสายโทรศัพท์ลงด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
จากนั้นเขาก็หยิบบุหรี่ขึ้นมาจุด สูบไปอยู่หลายรอบก่อนจะดับก้นบุหรี่ที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งและทิ้งไป
“เลขาหลี่ โทรหาผู้จัดการเจิ้งฝ่ายการเงินทีสิ”
“เข้าใจแล้วค่ะผู้จัดการติง” มีเสียงจากคนที่อยู่นอกประตูตอบกลับมา
ไม่นานหลังจากนั้นก็มีผู้หญิงอายุประมาณ 30 ปีมาที่มายังที่ห้องสำนักงาน
ผู้หญิงคนนี้ชื่อว่าเจิ้งซวง มีผมยาวคลุมไหล สวมกระโปรงชั้นเดียวสีแดงและมีก้นที่มีความอวบอิ่มสวยงาม
“ผู้จัดการติง คุณมีความต้องการอีกแล้วหรอคะ? เมื่อคืนคุณก็ไม่ออมมือให้ฉันเลยนะ ตอนนี้ฉันยังรู้สึกเจ็บอยู่เลย”
“มีความต้องการอะไรกันล่ะ? ที่เรียกมาเพราะผมมีเรื่องจริงจังจะต้องคุยกับคุณ” ติงก๋วนเจียกล่าวว่า: “งบประมาณที่เบิกมาครั้งก่อนเหลืออยู่เท่าไหร่?”
“เหลือราว ๆ 10 ล้านหยวน แต่ดูเหมือนสำนักงานใหญ่จะไม่จัดสรรงบประมาณมาเพิ่มแล้ว ในอีกหนึ่งสัปดาห์สำนักงานเราคงจะต้องยุติการทำการลง” เจิ้งซวงกล่าวอย่างตรงไปตรงมา: “ถ้าคุณต้องการเงินจะทำอะไรก็รีบ ๆ ทำนะคะ และที่สัญญากันไว้ว่าจะซื้อรถให้ฉัน คุณก็ห้ามผิดสัญญาด้วย”
“เรื่องรถพักไว้ก่อนเถอะ” ติงก๋วนเจียกล่าวว่า: "ตอนนี้ยังเหลือรายการหนี้สูญอยู่เท่าไหร่ที่ยังไม่ได้ปลอมแปลง?"
เมื่อได้ยินคำถามนี้ เจิ้งซวงก็ตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ "ก่อนหน้านี้ฉันได้สร้างรายการปลอมแปลงหนี้สูญไปแล้ว 30 ล้านหยวน แต่ยังเหลืออีกกว่า 20 ล้านหยวนที่ฉันยังทำไม่เสร็จ"
"เวรเอ๊ย!" ติงก๋วนเจียสาปแช่ง
"มีอะไรงั้นหรอ?" เจิ้งซวงกล่าว "คุณไม่ต้องกังวลหรอก ฉันขอเวลาอีกหนึ่งสัปดาห์ แล้วฉันจะรีบจัดการให้เร็วที่สุด และมั่นใจได้เลยว่าจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้นแน่นอน"
“ประเด็นคือมันไม่ทันแล้วล่ะสิ ประธานของเรามาถึงหยางเฉิงแล้วเมื่อสามวันก่อน และมีโอกาสสูงที่เขาจะมาตรวจสอบสาขาของเรา และตราบใดที่เขาตรวจสอบก็จะต้องพบความผิดปกติของการเงินในสาขาของเราอย่างแน่นอน ถ้าถึงเวลานั้นเราทั้งคู่ซวยแน่!”
“ว่าไงนะ มาถึงหยางเฉิงเมื่อสามวันก่อน?” เจิ้งซวงถามอย่างไม่คาดคิด: “ทำไมไม่มีใครแจ้งเรื่องนี้เลยล่ะ”
“คราวนี้คงเป็นตรวจสอบการทำงานแบบเซอร์ไพรส์” เจิ้งซวงกล่าวว่า: "ประธานจี เป็นคนที่น่ากลัวเกินไป ขนาดอยู่ตั้งไกลถึงจงไห่ยังสามารถตรวจจับปัญหาฝั่งเราได้ เธอเป็นคนแข็งแกร่งเกินไป"
“แล้วคุณมั่นใจหรอ? ที่จู่ ๆ ประธานนึกอยากจะมาก็มา คุณได้ข่าวผิดหรือเปล่า?”
“ไม่มีทาง คุณจ้าวจากสำนักงานใหญ่โทรมาหาผมเมื่อกี้แล้วบอกว่าฝ่ายการเงินของบริษัทได้รับใบแจ้งหี้จากสายการบิน คุณจ้าวจึงไปตรวจสอบแล้วพบว่าประธานจีเดินทางมาที่หยางเฉิง”
“แล้วทีนี้เราจะทำยังไงกันดี ตอนนี้ยังเหลือหนี้สูญอีก 20 ล้านหยวนที่ยังไม่ได้ปลอมแปลง” เจิ้งซวงกล่าวอย่างกังวล
“มันสายเกินไปที่จะแก้ไขแล้ว แค่รีบเก็บข้าวของแล้วรีบหนีเดี๋ยวนี้” ติงก๋วนเจียกล่าวอย่างตื่นตระหนก: "รีบไปซะ ก่อนที่ประธานจะมา"
“เราหนีไม่ได้ อย่าลืมสิหวังเจิ้งอี้ก็รู้เรื่องการยักยอกเงินบริษัท ถ้าเราสองคนหนีไป เขาจะโยนความผิดทั้งหมดให้เรา”
“ด้วยความสามารถของประธานจี เธอจะตรวจพบความผิดปกติทางการเงินแน่นอน ยังไงซะเขาก็ไม่รอดเหมือนกัน แม้ว่าเขาจะโยนความผิดให้เราก็เถอะ” ติงก๋วนเจียกล่าวว่า: "หยุดพูดมากแล้วไปเก็บข้าวของซะ อ้อ แล้วก็รีบไปแจ้งคนของคุณให้โอนเงิน 10 ล้านหยวนใส่บัญชีคุณให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่เศษเดียว!"
"โอเค ฉันเข้าใจแล้ว"
สิบนาทีต่อมา ติงก๋วนเจียและเจิ้งซวงต่างก็เก็บข้าวของที่จำเป็นและเดินออกมาจากอาคารสำนักงาน จากนั้นก็เข้าไปในรถบีเอ็มดับเบิ้ลยูซีรีส์ 7 ที่จอดอยู่ด้านนอก
ทันทีที่ทั้งสองขับรถกำลังจะออกไป หลินอี้และจีฉิงหยานก็มาถึงยังบริษัทและลงมาจากรถพอดี
“ดูสิ ผู้จัดการติง ประธานจีลงมาจากรถสปอร์ตแถมยังมีชายหนุ่มเป็นคนขับด้วย”
“งั้นผมก็พอจะรู้แล้วแหละ ประธานจีคงมาหยางเฉิงเพื่อมาเที่ยวกับแฟนหนุ่มและก็เลยใช้โอกาสนี้แวะมาที่บริษัท”
"บ้าชะมัด!"
ติงก๋วนเจียตบพวงมาลัยอย่างแรง "ทำไมถึงไม่มาให้เร็วหรือช้ากว่านี้วะ ถ้ามาช้ากว่านี้อีกสักสองสามวัน เรื่องก็จะคงไม่เป็นแบบนี้"
“ช่างเถอะ คุณไม่ต้องพูดแล้ว รีบขับรถไปสนามบินแล้วหนีออกนอกประเทศกันเถอะค่ะ”
“ไปต่างประเทศคงไม่ได้แล้วแหละ” ติงก๋วนเจียกล่าวว่า: “ตราบใดที่ประธานจีแจ้งความจับเรา เราจะถูกจับทันทีที่ลงจากเครื่องบิน เพราะงั้นตอนนี้คือต้องหนีไปให้ไกลก่อน แล้วค่อยว่ากัน”
“โอเค ฉันเชื่อคุณ”
ในตอนนี้ ที่ชั้นล่างของบริษัท เมื่อเห็นว่าจีฉิงหยานกำลังมา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ประตูก็วิ่งเข้ามาต้อนรับทันที
“สวัสดีครับ ท่านประธานจี!”
จีฉิงหยานพยักหน้าตอบแล้วเดินตรงเข้าไปในอาคารสำนักงาน
ก่อนที่จีฉิงหยานจะขึ้นไปยังชั้นบน เหล่าผู้บริหารที่ทราบข่าวต่างก็พากันออกมาต้อนรับการมาของเธอ
ซึ่งผู้นำของทุกคนคือชายอายุประมาณห้าสิบปี ตัดผมสั้น และสวมชุดสูทและดูสุขุมอย่างมาก
ทันทีที่เห็นหลินอี้เองก็รู้สึกประทับใจกับชายคนนี้อย่างอธิบายไม่ถูก และดูเหมือนว่าชื่อของเขาคือหวังเจิ้งอี้ซึ่งเป็นรองประธานของสาขาหยางเฉิง
“ประธานจี ทำไมจะมาแล้วถึงไม่แจ้งก่อนล่ะ ฉันจะได้ส่งคนไปรับ” หวังเจิ้งอี้กล่าวอย่างสงบ
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ตอนนี้ฝากแจ้งผู้บริหารระดับผู้จัดการขึ้นไปว่าจะมีการประชุม และบอกฝ่ายการเงินให้นำบัญชีปีนี้เข้ารายงายในห้องประชุมด้วย”