ฉันทำอะไรอยู่?

จีฉิงหยานมองดูหลินอี้ด้วยใบหน้างุนงง โดยเธอไม่คาดคิดว่าเขาจะเข้าใจเรื่องนี้ได้อย่างละเอียดถี่ถ้วน

แท้จริงแล้วความจริงก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

เพราะเมื่อดูจากการมาถึงของพวกเขาที่ไม่ได้เร็วหรือช้าเกินไป แต่มาได้ตรงเวลาพอดี ก็สมเหตุสมผลที่จะบอกว่าความสงสัยนี้อาจถูกต้อง

“พ่อหนุ่ม จินตนาการของนายนี่สุดยอดจริง ๆ” ชายผู้นำกล่าวว่า: “แต่ฉันบอกไปแล้วว่าฉันมาเพื่อที่นี่ก็เพื่อมาทวงเงิน และถ้าวันนี้ฉันไม่ได้เงินคืน ฉันจะอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน และก็จะไม่มีใครได้ไปด้วย”

“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าติงก๋วนเจียจ้างคุณมาเท่าไหร่ แต่ฉันบอกคุณได้ว่าตอนนี้ติงก๋วนเจียยักยอกเงินบริษัทไปกว่า 30 ล้านหยวน” หลินอี้กล่าวว่า:

“และก่อนคุณจะเข้ามาในบริษัท คุณก็น่าจะได้เห็นรถสปอร์ตที่จอดอยู่ชั้นล่าง และมันเป็นรถของฉัน ราคาของมันไม่ต่ำกว่า 43 ล้านหยวน พูดตามตรงเงินเพียงเล็กน้อยที่เขายักยอกไปเทียบไม่ได้กับราคารถของฉันเลยด้วยซ้ำ”

“เรื่องนั้นฉันไม่สน ฉันสนอย่างเดียวคือยางอายของพวกแก”

“คุณจะอยู่ที่นี่และสร้างปัญหาต่อไปเรื่อย ๆ แม้ว่าจะไม่ได้เงินไม่ได้คืนงั้นสินะ ก็รอไปเถอะ ฉันก็ไร้ยางอายซะด้วย ยังไงสุดท้ายก็ไม่มีใครหนีรอดไปได้อยู่แล้ว”

“งั้นแกก็คิดเอาว่าถ้าฉันไปประกาศให้คนอื่นรู้ว่าบริษัทนี้โกงเงินฉันไปผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร”

“คาดว่าไม่เพียงแต่คุณเท่านั้น แต่ยังรวมถึงครอบครัวของคุณที่จะไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุข และพวกคุณก็จะไม่มีที่ยืนในสังคมอีกต่อไป และต่อให้คุณไม่ไปประกาศฉันก็จะไปประกาศเอง ก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วว่าจะจบเรื่องนี้ยังไง”

“เอ่อ……”

ผู้คนหลายสิบคนรีบวิ่งกรูเข้ามาด้วยความกระวนกระวายใจ!

พวกเขามาที่นี่เพื่อสร้างความวุ่นวาย และได้ค่าจ้างจากติงก๋วนเจียเพียง 10,000 หยวนเท่านั้น

แต่หากคิดเรื่องที่ว่าครอบครัวจะต้องถูกทำลายเพราะเงินจำนวนเล็กน้อย ผลตอบแทนที่ได้รับก็ไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่เสียไป

อีกทั้งเศรษฐีที่ผู้ร่ำรวยที่สามารถขับรถสปอร์ตได้ก็ล้วนจะเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่และไม่ใช่คนที่จะยั่วยุได้อย่างแน่นอน!

“พี่ชาย เรารู้แล้วว่าพวกเขาคิดผิด คิดซะว่าเราไม่เคยพบเคยเห็นกันมาก่อนนะครับ ให้โอกาสพวกเราด้วย”

“ถ้าอย่างนั้นก็รีบออกไปได้แล้ว!”

“โอเค เราจะรีบออกไปเดี๋ยวนี้แหละ!”

หลังจากที่อันธพาลหลายสิบคนออกมา สำนักงานก็กลับสู่ความสงบอีกครั้ง

ในขณะนี้ โทรศัพท์มือถือของหลินี้ดังขึ้น และเป็นสายของเทียนหยาน

“คุณหลินคะ มีคนขับดีดี้ชื่อหลิว รายงานว่าเขาพบเห็นรถบีเอ็มดับเบิ้ลยูซีรีส์ 7 ที่คุณพูดถึงกำลังจะขับออกเขตเมืองค่ะ”

“โอเค ฝากคุณบอกคนขับดีดี้ทุกคนให้หน่อยว่าช่วยกันจับตาดูรถคนนั้น และใครก็ตามที่ให้ความร่วมมือจะได้รับรางวัลเป็นเงินสด 5,000 หยวน ให้ทุกคนที่มีหลักฐานว่าพบเห็น!”

"รับทราบค่ะคุณหลิน!"

จากข่าวการพบเห็นรถของติงก๋วนเจียทำให้หลินอี้ไม่ได้นิ่งเฉย เขาจับมือของจีฉิงหยานแล้วเดินออกจากสำนักงานอย่างรวดเร็ว

“คุณจะพาฉันไปไหน!” จีฉิงหยานถามด้วยความตื่นตระหนก

“เพื่อยื้อเวลาให้กับตัวเอง ตวก๋วนเจียอาจทำอะไรบางอย่างอีก ผมจะพาคุณไปยังสถานที่ที่ปลอดภัยก่อนเพื่อช่วยให้คุณพ้นจากอันตราย!”

“แล้วคนในบริษัทล่ะ?”

“ผมไม่สามารถจัดการได้มากขนาดนั้น ตอนนี้ต้องให้คุณปลอดภัยก่อน”

พูดจบหลินอี้ก็ดึงเธอไป และทั้งสองคนก็วิ่งออกมาจนถึงประตูบริษัท

ในเวลานี้หัวใจของจีฉิงหยานเต้นเร็วขึ้นเพียงเล็กน้อย อาจเป็นเพราะมีหลินอี้อยู่ข้าง ๆ เธอจึงดูเหมือนมีคนคอยปกป้องและไม่กลัวสิ่งใด ๆ

หลังทั้งสองขึ้นรถบูกัตติเรียบร้อย หลินอี้ก็เหยียบคันเร่งแล้วขับออกไป

ไม่กี่นาทีต่อมา หลินอี้ก็ขับรถมาและมาถึงยังหน้าสถานีตำรวจ

“ฟังนะครับนี่คือสิ่งที่คุณต้องทำ อย่างแรกไปหาตำรวจแล้วขอให้พวกเขาสั่งปิดด่านเก็บเงินขาออกเมือง” หลินอี้พูดต่อ: “อย่างที่สอง บอกไปว่าคุณไม่ต้องการให้เรื่องนี้เปิดเผยต่อสาธารณะ เพราะหากเรื่องนี้เกิดเป็นข่าวขึ้นมูลค่าทางตลาดของเฉาหยางกรุ๊ปจะลดฮวบแน่นอน”

“แล้วคุณจะไปไหนล่ะ?!”

“ผมจะไปไล่ตามพวกเขา!”

“ไม่ได้นะ มันอันตรายเกินไป ฉันไม่ยอมให้คุณไปเด็ดขาด!”

“ฟังแล้วทำตามที่ผมบอก ผมไม่เป็นอะไรหรอกครับ คุณรีบไปเถอะ”

“โอ…โอเค เข้าใจแล้ว ระวังตัวด้วยนะ”

หลังจากได้รับคำเตือนแล้ว ประตูปีกนกนางนวลก็ปิดลงโดยอัตโนมัติ จากนั้นหลินอี้ก็เหยียบคันเร่งและจากไป

ในเวลาเดียวกัน หลินอี้ก็จัดระเบียบความคิดในจิตใจของเขา

สิ่งที่เขากำลังทำอยู่ในขณะนี้คือเป็นประกันขั้นสุดท้าย

ประการแรกคือ หากติงก๋วนเจียยังไม่ออกจากเขตเมือง เขาก็อาจจะถูกจับได้ในเวลาอันสั้น ตราบใดที่ตำรวจปิดกั้นด่านผ่านทางเข้า-ออกเมืองได้ทันเวลา

แต่ในทางกลับกันถ้าเขาออกเมืองได้ทันก็อาจจะจับตัวได้ยากเช่นกัน

ส่วนประการที่สอง ในการยักยอกทรัพย์สินของบริษัทจำนวนกว่า 30 ล้านหยวนนั้นไม่ใช่น้อย ๆ และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องก็จะได้รับผลกระทบด้วย

แม้เฉาหยางกรุ๊ปจะมีขนาดไม่ใหญ่นัก และสำนักงานสาขาในหยางเฉิงก็ไม่แข็งแกร่งเท่าไหร่ซึ่งเป็นการยากที่จะบอกว่าตำรวจให้ความร่วมมือและใช้กำลังพลได้มากเพียงใด

สิ่งสำคัญที่สุดคือถ้าติงก๋วนเจียไม่ใช้ถนนสายหลักและหลีกเลี่ยงด่านผ่านทางเข้า-ออกเมืองก็จะยิ่งจับเขาได้ยากขึ้น

แต่สำหรับหวังเจิ้งอี้ ไม่มีอะไรที่ต้องกังวล

เขาเพิ่งหนีไปได้ไม่นาน และบางทีเขาอาจจะถูกกีดขว้างทางโดยสัญญาณไฟจราจรอยู่

ด้วยความร่วมมือของเทียนหยานและคนขับดีดี้คนอื่น ๆ การจับกุมเขาจึงไม่น่าใช่เรื่องยากเลย

หลังจากจัดระเบียบความคิดเสร็จ หลินอี้ก็เริ่งคันเร่งขึ้นและไล่ตามติงก๋วนเจียด้วยความเร็วสูงสุดตามข้อมูลตำแหน่งที่เขาอยู่แบบเรียลไทม์ที่เทียนหยานส่งให้

“เฮ้ย ๆ นั่นมันบูกัตติไครอน 1 ในงานมอเตอร์โชว์ไม่ใช่หรอ? มีคนซื้อมันด้วยหรอวะเนี่ย”

“รถสปอร์ตราคา 43 ล้าน แตกต่างกับรถสปอร์ตราคาล้านต้น ๆ อย่างเห็นได้ชัด เสียงโคตรเพราะ”

“ก็จริงแหละ แต่จะว่าไปรถราคา 43 ล้านไม่ต้องจอดติดไฟแดงหรอ?”

บูม บูม บูม -

เสียงคำรามขอบูกัตติไครอน 1 เหมือนกันเสียงคำรามของสัตว์ป่า ไม่มีแม้แต่การชะลอความเร็วลงและฝ่าไฟแดงไปอย่างหน้าตาเฉย!

“โคตรเฟี้ยวเลย ใครเป็นขับวะน่ะ ทะลุไฟแดงไปเฉยเลย”

“เดี๋ยวถูกตำรวจจับก็เรียบร้อยแล้ว”

“ประเด็นคือตำรวจจะตามเขาทันหรือเปล่านี่สิ?”

สามสิบนาทีต่อมา หลินอี้ก็ได้ขับรถมาถึงยังเขตชานเมืองของหยางเฉิงแล้ว

ในเวลานี้สายเรียกเข้าจากเทียนหยานก็ได้ดังขึ้นอีกครั้ง

“คุณหลินคะ รถที่คุณหลินกำลังตามหาขับเลี่ยงด่านผ่านทางและกำลังขับออกจากเมืองด้วยทางเลี่ยงออกเมืองค่ะ มันอยู่บนถนนหมายเลข 362 ตอนนี้มีคนขับดีดี้คอยติดตามให้อยู่”

“ให้คนขับดีดี้ติดตามอย่างใกล้ชิด และคุณก็คอยส่งตำแหน่งเรียลไทม์ของเขาให้ผมเรื่อย ๆ ได้เลยครับ และกำชับคนขับดีดี้ว่าอย่าปล่อยให้เขาละสายตา”

“รับทราบค่ะ คุณหลิน!”

เมื่อมองไปที่ถนนข้างหน้า ดวงตาของหลินอี้ก็หรี่ลง

เมื่อได้ตำแหน่งของติงก๋วนเจียแล้ว สิ่งต่อไปที่ฉันต้องทำคือตามให้ทัน!

ในที่สุดทักษะการขับดี่รับดับปรมาจารย์ที่ระบบมอบให้ก็ได้ใช้ประโยชน์ซักที!

เพียงแค่เหยียบคันเร่งมาตรรอบเครื่องยนต์ก็พุ่งไปที่ 5,000 รอบต่อนาที และความเร็วของรถก็เพิ่มขึ้นเป็น 180 อย่างรวดเร็ว!

ขณะนั้นเอง บูกกัตติไครอน 1 ก็พุ่งทะยานออกไปราวกับสัตว์ป่าดุร้ายไล่ล่าเหยื่อในทันที!

บนถนนหมายเลข 362 ติงก๋วนเจียขับรถบีเอ็มดับเบิ้ลยูซีรีส์ 7 ของเขาและมือข้างหนึ่งถือบุรี่อย่างสบาย

“ทำไมถึงสูบบุหรี่ล่ะคะ? แบบนี้จะมีสมาธิกับการขับรถหรอ?” เจิ้งซวงกล่าว

"คุณจะกลัวอะไร? ตอนนี้เราออกนอกเมืองแล้ว และนี่คือถนนชนบท ไม่มีกล้อง และก็ไม่มีใครรู้ว่าเราทำไรที่นี่” ติงก๋วนเจียกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“คุณมั่นใจว่าเรารอดแล้วจริง ๆ ใช่ไหม?”

“แน่นอนสิ” ติงก๋วนเจียกล่าวว่า: "เราหาที่ซ่อนตัวสักสองสามวันก่อน แล้วผมจะพาคุณหนีไปอยู่ต่างประเทศ จากนั้นเราก็เปลี่ยนสัญชาติ เมื่อหมดอายุความ เราก็ค่อยกลับมากันประเทศจีนกันอีกครั้ง สุดท้ายแล้วนางประธานจีนั่นก็ทำอะไรเราไม่ได้ ฮ่า ๆ ๆ"

“หึ พอคุณพูดแบบนี้ฉันก็โล่งใจขึ้นเยอะเลย” เจิ้งซวงวางมือบนหน้าออกของเธอ “ในที่สุด ฉันก็ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป”

"เอาล่ะ ไหน ๆ เราก็รอดกันแล้ว"

ติงก๋วนเจียสะบัดก้นบุหรี่ออกจากมือ จากนั้นก็ปลดเข็มขัดกางเกงออก "ช่วยทำให้ผมผ่อนคลายหน่อยสิ"

"นี่มันในรถนะคะคุณ" เจิ้งซวงกล่าวด้วยความยิ้มแย้ม

“ในรถแล้วมันยังไงล่ะ? ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ในรถเหรอ?” ติงก๋วนเจียกล่าว: "คุณเองก็เป็นคนเริ่มและบอกว่ามันตื่นเต้นมากเลยหนิ"

"พูดมาแบบนี้ ฉันก็ขัดไม่ได้สินะคะ"

เจิ้งซวงรวบผมของเธอจากนั้นก็ก้มศีรษะลง

“อีกอย่างฉันก็เห็นว่ารถคันสีขาวคันนั้นขับตามเรามาตลอด” เจิ้งซวงกล่าวอย่างแผ่วเบา

“ผมก็เห็นมานานแล้วเหมือนกัน” ติงก๋วนเจียพูดอย่างเฉยเมย:“แต่ที่ผมดูที่รถของมีคำว่าดีดี้อยู่ด้วย เขาก็น่าจะแค่คนขับดีดี้แหละ อย่ากลัวเลยขอแค่คุณมีสมาธิกับสิ่งที่คุณกำลังทำก็พอ” "

บูม บูม บูม -

ขณะที่ทั้งสองกำลังเข้าสู่ความตื่นเต้นเร้าใจขั้นสุด จู่ ๆ พวกเขาก็ได้ยินเสียงอันดุดันดังมาจากด้านหลัง

เจิ้งซวงลุกขึ้นด้วยความตกใจ มองในกระจกมองหลังก็พบว่ามีรถสปอร์ตกำลังขับมาทางรถของเธอ

"ผู้จัดการติง ดูนั่นสิ มีรถสปอร์ตอยู่ข้างหลัง!"

“คุณผู้หญิง คุณนี่เห็นรถสปอร์ตไม่ได้เลยนะ” ติงก๋วนเจียกล่าวว่า "ถ้าผมรวยเมื่อไหร่ ผมสัญญาจริง ๆ เลยว่าจะซื้อรถสปอร์ตให้คุณขับ"

ในตอนนี้ผมของเจิ้งซวงยุ่งเหยิง และสีหน้าของเธอก็ดูสับสนเล็กน้อย

“ฉันไม่ได้หมายถึงแบบนั้น แต่รถสปอร์ตขับนั้นเหมือนกับบูกัตติที่แฟนของประธานจีเป็นคนขับ!”



ตอนก่อน

จบบทที่ ฉันทำอะไรอยู่?

ตอนถัดไป