ไขข้อข้องใจ

“เวรเอ๊ย ตามมาได้ยังไงวะ!”

เมื่อติงก๋วนเจียหันไปมองด้านหลัง เขาก็เห็นว่ารถของหลินอี้อยู่ไกล ๆ

ฉันส่งอันธพาลไปยื้อเวลาไว้ไม่ใช่หรือ ทำไมถึงยังโดนตามทัน!

“อย่ากังวลไปเลย รีบ ๆ ขับหนีเถอะค่ะ!” เจิ้งซวนเร่งเร้า

"ผมไม่ได้กังวล ถึงเขาจะขับรถสปอร์ต แต่ทักษะการขับรถของผมก็ไม่เคยเป็นรองใคร เดี๋ยวผมจะแสดงให้ดูเลยว่าเด็กเมื่อวานซืนอย่างเขายังอยู่ห่างกับผมอีกไกล!"

พูดจบ ติงก๋วนเจียก็กระทืบคันเร่งอย่างแรง และทันใดนั้นความเร็วรถก็พุ่งไปถึง 190 กิโลเมตร/ชั่วโมง!

“หึ ๆ ฉันเป็นนักขับรุ่นเก๋าที่มีประสบการณ์ขับรถมา 23 ปีเลยนะเว้ย ฉันไม่ยอมให้เด็กอย่างแกมาขับทันฉันหรอก!”

“ผู้จัดการคะ เร็วกว่านี้ได้มั้ย ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ แล้ว”

“เชี่ย!”

ติงก๋วนเจียสาปแช่ง "ผมขับ 190 ก็แทบจะคุมรถไม่อยู่แล้วนะ ถ้าเขาขับตามผมทันได้แสดงว่าเขาต้องขับเร็วกว่านั้นอีกนะ!"

ในตอนนี้ติงก๋วนเจียรู้สึกสั่นกลัวมากจนฉี่เกือบราด

อีกฝ่ายต้องอายุเท่าไหร่ทักษะการขับถึงได้ดีกว่าฉันมากขนาดนี้?

ขณะเดียวกัน เมื่อเห็นบูกัตติไครอน1 และบีเอ็มดับเบิ้ลยูซีรี่ส์ 7 กำลังไล่ตามกันอย่างดุเดือด ภายในรถดีดี้ที่ขับตามอยู่ด้านหลังก็ตกตะลึงอย่างสมบูรณ์

“แม้แต่ฟาสต์แอนด์ฟิวเรียสก็ยังไม่กล้าเล่นใหญ่กันขนาดนี้เลย น่าตื่นเต้นจริง ๆ!”

“เร็วสิคะคุณ ฉันอยากอัดวีดีโอไว้”

“ที่รัก รถของเรามันเหยียบได้มากสุดก็แค่ 170 กิโลเมตร/ชั่วโมงเองนะ ตามให้ตายก็ไม่ทันหรอก!”

ภายในเวลาไม่ถึงห้านาที หลินอี้ก็ตามติงก๋วนเจียได้ทันและบีบแตรไล่หลังเพื่อบังคับให้อีกฝ่ายหยุด

เจิ้งซวงซึ่งอยู่ตรงที่นั่งข้างคนขับตัวสั่นเทาแล้วพูดว่า "ผู้จัดการติง เอาไงดีคะ เขาตามเราทันแล้ว"

“อย่าเพิ่งใจเสีย ข้างหน้ามีทางแยกและเป็นถนนลูกรัง แม้ว่าบูกัตติเขาจะเจ๋งมากแค่ไหนเขาก็ไม่กล้าขับตามเรามาแน่นอน”

“อย่าคิดแบบนั้นสิคะ ฉันคิดว่าชายคนนั้นน่าจะเป็นคนที่บ้าระห่ำพอสมควร เขาอาจจะกล้าตามเรามาก็ได้”

"เป็นไปไม่ได้หรอก!"

ติงก๋วนเจียกล่าวอย่างมั่นใจ: “ถ้าผมจำไม่ผิด รถที่เขาขับน่าจะเป็นบูกัตติรุ่นไครอน1 และมูลค่าน่าจะมากกว่า 40 ล้านหยวน ถ้าเขายังฝืนที่จะตามเราต่อไป ตัวถังของรถได้เป็นรอยแน่ ทีนี้ถ้ารถของเขาเสียหายละก็ เขาได้เป็นทุกข์แน่นอน”

“ที่คุณพูดมาก็ฟังดูสมเหตุสมผล” เจิ้งซวงถอนหายใจด้วยความโล่งอก

เป็นความจริงที่จะบอกว่ารถซุปเปอร์คาร์นั้นไม่ได้ดีไปกว่าบีเอ็มดับเบิ้ลยูเลย เพราะพวกมันจำกัดเฉพาะพื้นที่บางพื้นที่หรือบนถนนในเมืองเท่านั้น

เมื่อมาอยู่บนถนนลูกรังที่เป็นหลุมเป็นบ่อ ตัวถังจะขูดกับพื้นและเป็นรอยในที่สุด

แต่สำหรับบีเอ็มดับเบิ้ลยูนั้นแตกต่างออกไป เพราะไม่ว่าถนนจะเป็นลูกรังและขรุขระมากแค่ไหนมันก็แทบไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ เลย!

“พร้อมหรือยัง ผมจะลุยแล้ว” ติงก๋วนเจียกล่าว

“โอเค ฉันพร้อมแล้ว ซิ่งเลยค่ะ”

ติงก๋วนเจียกระทืบคันเร่งอีกครั้งแล้วรถของเขาก็พุ่งไปด้านหน้าด้วยความเร็ว

เมื่อเห็นฉากนี้ คนขับดีดี้ที่อยู่ข้างหลังก็ถอนหายใจทันที

“จบเลย แบบนี้จะตามต่อไปยังไงล่ะเนี่ย”

“คนขับบีเอ็มดับเบิ้ลยูฉลาดจริง ๆ เขารู้ว่าซุปเปอร์คาร์คันนั้นต้องไปกล้าตามเข้าไป”

“แน่นอน เพราะมันคือบูกัตติยังไงล่ะ เขาจะยอมฝ่าเข้าไปในถนนลูกรังได้ยังไง?”

“โอ้ สามีดูสิ บูกัตติลุยเข้าไปแล้ว!”

เหลือเชื่อ!

คู่รักที่เป็นคนขับดีดี้ต่างตกตะลึง

เขาลืมไปแล้วหรือว่าตนเองขับบูกัตติ!

ไม่กลัวว่าตัวถังจะเป็นรอยหรือ?

ในรถบูกัตติ หลินอี้หรี่ตาลงแล้วพูดกับตัวเอง: “ในเมื่อยังไม่ยอมหยุด แบบนี้ฉันก็คงต้องเล่นใหญ่แล้วแหละ”

เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ หลินอี้ก็เพิ่มคันเร่งเช่นกัน!

ทันใดนั้นเอง ใบหน้าของติงก๋วนเจียก็เปลี่ยนเป็นซีดเซียวทันทีเมื่อเขาเห็นว่าหลินยังคงไล่ตามเขามา

“เขาบ้าไปแล้วเหรอ? เขาไม่กลัวรถพังหรือไง? นั่นรถมูลค่า 40 ล้านเลยนะ!”

“นี่ไม่ใช่เวลาพูดเรื่องนี้นะคะ เขาจี้เรามาอีกครั้งแล้ว!”

“กลัวอะไรล่ะ ผมเพิ่งเติมน้ำมันมาเต็มถังยังวิ่งได้อีกหลายร้อยกิโล แต่บูกัตติของเขากินน้ำมัน เดี๋ยวขับไปสักพักน้ำมันก็หมด เว้นแต่ว่าเขาจะกล้าชนผม ถ้าเขากล้าชนอะนะ"

บูม!

ขณะนั้นเอง ติงก๋วนเจียที่กำลังคุยโม้อยู่ก็ได้ยินเสียงดังจากด้านหลัง และบีเอ็มดับเบิ้ลยูซีรี่ส์ 7 ก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับว่าเขาไม่สามารถควบคุมมันได้

พวงมาลัยยังคงหมุนไปมาและถึงแม้เขาจะใช้พลังกำลังทั้งหมด เขาก็ยังไม่สามารถประคองไว้ได้

ติงก๋วนเจียจ้องตาเขม็งและสาปแช่ง

“ไอ้เด็กนี่มันบ้าไปแล้วจริง ๆ ยอมใช้รถราคากว่า 40 ล้านชนรถฉัน มันคุ้มเสียมั้ยเนี่ย!”

บูม!

มีเสียงดังเกิดขึ้นและก็เป็นหลินอี้ที่ชนเขาอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ในครั้งนี้การชนมีความรุนแรงยิ่งขึ้นกว่าเดิม ทำให้รถบีเอ็มดับเบิ้ลยูซีรี่ส์ 7 ของติงก๋วนเจียเสียหลักในทันทีและชนต้นไม้ข้างทางก่อนที่จะหยุดนิ่ง

จากเหตุการณ์นี้ทำให้คู่นักที่ขับดี้สามารถขับตามพวกเขาได้ทัน

เดิมทีพวกเขาคิดว่าบูกัตติและบีเอ็มดับเบิ้ลยูซีรี่ส์ 7 ที่อยู่ข้างหน้าได้ขับออกไปไกลแล้ว และเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะได้ชื่นชมความตื่นเต้นอีก

แต่จู่ ๆ ในตอนนี้รถทั้งสองคันก็ได้มาจอดอยู่ข้างหน้า

“คุณคะ ถ้าฉันเข้าใจไม่ผิด นั่นคือเจ้าของบูกัตติที่ไปชนบีเอ็มดับเบิ้ลยูซีรี่ส์ 7 ใช่ไหม?”

“มีความเป็นไปได้นะ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่น่าหยุดหรอก”

“พวกเศรษฐีนี้บ้าระห่ำจริง ๆ เลย รถสปอร์ตหลายสิบล้านตอนนี้ก็ไม่ต่างจากเศษเหล็กเลย”

หลินอี้ปลดเข็มขัดนิรภัย และเดินลงจากรถ

เมื่อไปถึงหน้ารถบีเอ็มดับเบิ้ลยู เขาก็เปิดประตูข้างหน้าและมองไปที่ติงก๋วนเจียและเจิ้งซวงที่มีสภาพยับเยิน

"พวกคุณสองคนเดินทางมาไกลมากแล้ว ได้เวลาพักผ่อนแล้วนะ"

ในตอนนี้ศีรษะของติวก๋วนเจียได้รับบาดเจ็บ ใบหน้าของเขาอาบไปด้วยเลือด แต่อาการบาดเจ็บยังดูไม่ร้ายแรงมากนักและเขายังคงมีสติอยู่

“แกนี่มันบ้าไปแล้วจริง ๆ เงินที่ฉันเอาไปยังไม่เท่ากับรถที่แกใช้ชนฉันเลยมันคุ้มหรอวะ?”

หลินอี้ยักไหล่อย่างเฉยเมย "มันคุ้มอยู่แล้วสิ ก่อนอื่นเลยฉันได้เงินที่คุณเอาไปคืน นอกจากนี้มันก็เป็นแค่รถสปอร์ต และฉันก็ยังมีอยู่อีกหลายคันต่อให้คันนี้พังฉันก็ยังขับคันอื่นแทนได้"

เมื่อได้ยินประโยคนี้ ติงก๋วนเจียและเจิ้งซวงก็ดูละอายใจ

มีรถสปอร์ตอีกหลายคัน?

คุณเป็นใครกันแน่?

“ประธานจีเป็นที่รู้จักในนามเทพีแห่งความเย็นชา และคนที่ไล่ตามเธอก็ถูกปัดตกกันทุกคน ไม่น่าแปลกใจเลยที่นายสามารถเอาชนะใจเธอได้ ดูเหมือนนายจะเป็นคนที่มีความสามารถที่แท้จริงสินะ” ติงก๋วนเจียกล่าวหดหู่:

“ฉันยอมรับผิดทุกอย่าง อยากทำอะไรก็ทำเถอะ”

“คนเราก็ย่อมผิดพลาดกันได้”

“แม้ว่าฉันจะยอมรับผิด แต่มีสิ่งหนึ่งที่ฉันข้องใจ” ติงก๋วนเจียกล่าว

“ถ้าข้องใจอะไรก็พูดมาตรง ๆ เลย ฉันจะอธิบายให้คุณฟังอย่างละเอียด”

“ฉันหนีออกมานานแล้ว และตามถนนก็ไม่มีกล้อง นายตามฉันมาได้ยังไง”

“ถ้าเรื่องนี้จะให้อธิบายก็ค่อนข้างยากนิดหน่อย เอาเป็นว่าคุณเห็นรถสีขาวที่มีคำว่าดีดี้ตรงนั้นไหม?”

“เห็นสิ ฉันเห็นมันมานานแล้ว อย่าบอกนะว่าพวกเขาเป็นคนบอกตำแหน่งของฉัน?” ติงก๋วนเจียพูดด้วยความไม่เชื่อ: “เป็นไปได้ยังไง พวกเขาจะทำตามที่นายสั่งได้ยังไง”

“เพราะฉันถือหุ้น 20 % ของบริษัทดีดี้ และก็เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับสอง พอฉันพูดอะไรสักคำ คนขับดีดี้ทุกคนในหยางเฉิงก็เลยทำตามที่ฉันพูด เท่านี้ก็น่าจะพอไขข้อข้องใจของคุณได้แล้วนะ”



ตอนก่อน

จบบทที่ ไขข้อข้องใจ

ตอนถัดไป