แสดงความรักที่หน้าโรงพัก
"เชี่ย!"
เมื่อรู้ความจริงของเรื่องนี้ติงก๋วนเจียและเจิ้งซวงก็น้ำตาคลอและมีความปรารถนาที่จะตาย
ที่แท้อีกฝ่ายก็คือผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับสองของบริษัทดีดี้ชูซิง!
ชาติที่แล้วเขาเคยทำชั่วอะไรถึงต้องมากลายเป็นศัตรูกับบุคคล้เช่นนี้
หลินอี้โบกมือให้รถดีดี้ซึ่งหยุดอยู่ไม่ไกล และหลังจากเห็นสัญญาณแล้วเขาก็ขับรถเข้ามาหาหลินอี้
“ขอบคุณสำหรับเรื่องในวันนี้นะครับ” หลินอี้ชี้ไปที่บูกัตติของเขา
“แต่ว่ารถของผมพัง เลยต้องรบกวนคุณพาผมกลับหน่อยนะ แต่แน่นอนว่าผมไม่นั่งฟรีหรอก”
“ผมพาคุณกลับได้ครับ แต่เรื่องรถของคุณล่ะ? ให้ผมช่วยเรียกรถลากมาให้มั้ย?”
“ไม่จำเป็น มันพังไปแล้ว จะให้ซ่อมก็ค่อนข้างลำบาก ปล่อยมันไว้แบบนี้แหละ”
…
คนขับดีดี้ตกตะลึง
“ฉันเห็นว่ารถของคุณยังเป็นป้ายแดงอยู่เลย คงจะเป็นรถคันใหม่ล่ะสิ?”
“ผมเพิ่งซื้อมันมาจากงานมอเตอร์โชว์เมื่อวานนี้น่ะ ทีแรกว่าจะขับมันกลับจงไห่ แต่วันนี้ไม่คิดว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น ก็แอบเสียดายนิดหน่อย”
เมื่อเห็นใบหน้าที่ยิ้มแย้มของหลินอี้ ใบหน้าของคู่รักนักขับดีดี้ก็เต็มไปด้วยเส้นสีดำ
ฉันไม่เห็นว่าจะมีความเสียดายบนใบหน้าของคุณเลย!
หลังจากพูดคุยกันสั้น ๆ หลินอี้ก็พาติงก๋วนเจียและเจิ้งซวงขึ้นรถดีดี้ด้วยกัน
“ขอบคุณอีกครั้งสำหรับเรื่องในวันนี้ ผมไม่ได้ติดเงินสดมาด้วย แต่เดี๋ยวผมจะบอกทางดีดี้ให้มอบรางวัลให้คุณภายหลัง”
“ไม่ต้องให้รางวัลพวกเขาหรอกค่ะ ครอบครัวเขานับถือศาสนาพุทธ เราก็ถือว่านี้คือการทำความดี” ภรรยาคนขับกล่าว
“โอเค ถ้าคุณไม่ต้องการมัน ก็เอารางวัล 500,000 หยวนที่ผมจะให้ ไปบริจาคต่อก็ได้ครับ”
“เดี๋ยวนะ คุณพูดว่ารางวัล 500,000 หยวน” ภรรยาคนขับถึงกับตกใจ
“ครับ ผมตั้งใจจะให้รางวัลเยอะขนาดนี้เพื่อตอบแทนการให้ความร่วมมือของพวกคุณ”
“คุณคะ อย่าล้อกันเล่นสิ แค่ให้สัก 5,000 พวกเราก็ว่ามันเยอะมากแล้ว ถ้าคุณให้มากขนาดนั้นเราคงไม่สบายใจจริง ๆ”
"อันที่จริงผมเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของดีดี้ และคนที่จะตัดสินใจว่าสุดท้ายแล้วจะให้รางวัลกับพวกคุณเท่าไหร่ก็คือผม"
อึก!
เมื่อรู้ตัวตนที่แท้จริงของหลินอี้ ทั้งคู่ก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย
“คุณเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของดีดี้จริง ๆ เหรอ? นี่ก็แสดงว่าเป็นหัวหน้าของสามีฉันน่ะสิ?”
“ก็ถ้าจะพูดแบบนั้นก็ได้ครับ”
“เอ่อ งั้นฉันขอคืนสิ่งที่เพิ่งพูดไปได้ไหม” ภรรยาคนขับกล่าวว่า “ถึงแม้เราจะนับถือศาสนาพุทธ แต่เราก็มีปากท้องที่ต้องกิน”
“ไม่มีปัญหา เดี๋ยวผมจะบอกคนจากบริษัท และเร่งให้พวกเขาโอนเงินรางวัลให้คุณอย่างเร็วที่สุด”
"ขอบคุณค่ะ"
เมื่อหลินอี้มาถึงที่สถานีตำรวจพร้อมกับติงก๋วนเจียและเจิ้งซวง เขาก็เห็นว่าจีฉิงหยานกำลังนั่งรออยู่บนม้านั่งด้านหน้า
“หลินอี้ คุณกลับมาแล้ว เป็นไงบ้างเจ็บตรงไหนมั้ย?”
"ฉันหรอจะเป็นอะไร?" หลินยี่กล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า: “ดูสิ ผมจับพวกเขาได้แล้ว ที่เหลือจะส่งให้ตำรวจหรือไม่ก็แล้วแต่คุณเลย”
“ประธานจี ผมสำนึกผิดแล้ว อย่าเอาผิดผมเลย ผมจะหาทางเงินมาคืนให้คุณทั้งหมด โปรดรับฟังผมด้วย ”
“จะมาพูดแบบนี้ตอนนี้เพื่ออะไร?” จี้ฉิงหยานกล่าวว่า: “ตำรวจเพิ่งแจ้งมาว่าจับหวังเจิ้งอี้ได้แล้ว คุณรอเข้ากระบวนการทางกฎหมายได้เลย!”
ในเวลานี้ ติงก๋วนเจียและเจิ้งซวงได้แต่ก้มหน้าก้มตา
พวกเขาทั้งหมดเป็นพนักงานเก่าของเฉาหยางกรุ๊ป และรู้ตัวตนของจีฉิงหยานดี
เหตุการณ์มาถึงจุดนี้แล้วแน่นอนว่าเธอคงไม่ผ่อนปรนอะไรให้พวกเขา
และนอกเหนือจากการยอมรับการลงโทษตามกระบวนการทางกฎหมาย พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น
หลินอี้ส่งมอบทั้งสองให้ตำรวจ และทำการลงบันทึกก่อนออกจากสถานีตำรวจพร้อมกับจีฉิงหยาน
“หือ? แล้วรถคุณล่ะ?”
จีฉิงหยานถามหลังจากเดินออกจากประตู
"พังยับเยินไปแล้วครับ"
“พังหรอ? แล้วมันพังได้ยังไง?”
หลินอี้ยักไหล่ "ตอนที่ผมกำลังขับตามพวกเขา ติงก๋วนเจียไม่ยอมหยุดผมก็เลยขับไปชนรถของเขาเลย และสภาพของมันหลังจากนั้นก็ดูไม่ได้เลย ผมเลยขี้เกียจเกินกว่าจะเรียกรถลากให้เอากลับมาซ่อมก็เลยตัดสินใจปล่อยมันไว้แบบนั้น"
“ทำไมคุณถึงตัดสินใจอะไรบ้า ๆ แบบนั้น เงินที่ฉันเสียไปยังเพียงพอที่จะซื้อรถคุณเลยด้วยซ้ำ”
“ก็เพราะว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องของเงินยังไงล่ะครับ” หลินอี้กล่าวว่า: “คุณเป็นประธานนะ และคุณก็เสียหน้าไปมากแล้ว ผมต้องช่วยคุณจับตัวเขากลับมารับผิดให้ได้ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ส่วนนั่นมันก็แค่รถ"
ดวงตาของจีฉิงหยานเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา กระแสแห่งความอบอุ่นไหลเวียนในหัวใจของเธอ
แม้ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเธอไม่เคยขาดแคลนเรื่องความรัก แต่หลินอี้นั้นก็เป็นคนแรกที่ปฏิบัติต่อเธอเช่นนี้
“ที่ฉันจะพูดก็ไม่ได้ถึงเรื่องเงินเหมือนกัน แต่การที่คุณขับรถไปชนคนอื่น คุณไม่รู้หรอว่ามันอันตรายแค่ไหน แล้วถ้าคุณได้รับบาดเจ็บล่ะ”
“แม้ว่าผมจะได้รับบาดเจ็บแค่ไหน ผมก็ต้องช่วยคุณจับพวกเขากลับมา” หลินอี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม
"คุณก็..."
“พวกคุณสองคนช่วยเกรงใจกันหน่อยนะครับ ที่นี่คือสถานีตำรวจ และตรงข้ามก็คือโรงเรียนประถม ถ้าจะจีบกันก็อย่าจีบกันตรงนี้ เดี๋ยวเด็ก ๆ เห็นมันจะดูไม่ดี” ยามเฝ้าประตูกล่าว
…
ขณะนั้นเอง ใบหน้าของจีฉิงหยานก็รู้สึกร้อนผ่าว
นี่มันน่าละอายเกินไป
หลังจากนั้น ทั้งสองจึงรีบพากันออกจากสถานีตำรวจแล้วกลับไปยังโรงแรมทันที
“ฉันจัดการธุระเสร็จแล้ว คุณมีอะไรต้องอีกมั้ย? หรือจะกลับจงไห่เลย?”
“งั้นก็กลับเลยก็ได้ครับ” หลินอี้กล่าว
“โอเค งั้นฉันจองตั๋วเครื่องบินเลยนะ”
หลังจากจองตั๋วแล้ว หลินอี้ก็รอจีฉิงหยานก็เก็บข้าวของแล้วนั่งแท็กซี่ไปที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า และหลังจากกล่าวคำอำลากับหวังฉุยฉิงแล้ว พวกเขารีบไปยังสนามบิน
“คุณรู้จักรองประธานจ้าวใช่ไหม?” ก่อนขึ้นเครื่องบินหลินอี้ถาม
“ยกเว้นฉัน ก็เขาคนนี้แหละที่มีตำแหน่งใหญ่สุด ฉันจะไม่รู้จักเขาได้ยังไง คุณมีอะไรหรอ?”
“ตอนที่ผมจับติงก๋วนเจียและสอบปากคำเขา ติงก๋วนเจียบอกว่าเขารู้ล่วงหน้าว่าคุณจะมาหยางเฉิง เขาเลยหนีไปก่อนที่คุณจะมาถึง ”
“เดี๋ยวนะ แล้วเขาจะรู้ได้ยังไง? ไม่มีใครรู้เลยนะว่าฉันมาหยางเฉิงนอกจากคุณ”
“เพราะคุณซื้อตั๋ว สายการบินเลยส่งใบแจ้งหนี้ไปที่ฝ่ายการเงินของบริษัท แล้วรองประธานจ้าวก็บังเอิญไปเห็น เดาง่ายมากเลย”
“โอ๊ย ฉันลืมเรื่องนี้ไปสนิทเลย”
จีฉิงหยานกล่าวว่า "แต่จะว่าไปฉันก็ไม่คาดคิดเลยว่าสาขานี้จะมีปัญหาใหญ่ขนาดนี้เกิดขึ้น"
“เอาน่าครับ อย่างไรก็ตามเราก็ได้แก้ไขมันแล้ว”
“แต่นายจ้าวนี่เลี้ยงเสียข้าวสุกจริง ๆ ถ้าปีที่แล้วฉันไม่เสนอให้เขาเป็นรองธานบริษัท เขาก็คงไม่ได้ดำรงตำแหน่งแบบทุกวันนี้ ฉันนี่คิดผิดจริง ๆ!”
“รู้หน้าไม่รู้ใจแหละครับ คนเรามันเปลี่ยนกันได้ตราบใดที่มีความโลภ” หลินอี้กล่าว
“ฉันจะจัดการเขาเดี๋ยวนี้แหละ คนแบบนี้ต้องไม่ยอมให้อยู่ในบริษัทเด็ดขาด!”
"อย่าเพิ่งรีบร้อนเลยครับ" หลินอี้กล่าวว่า: “ตลอดระยะเวลาที่เขาทำงานเป็นรองประธาน เขาก็คงทำเรื่องชั่ว ๆ อีกไม่น้อย จะดีกว่าไหมถ้าคุณใช้เวลาตรวจสอบเรื่องสกปรกทั้งหมดที่เขาทำไว้?”
“เหตุผลฟังดูเข้าท่าดีนะ”
ทันใดนั้น จีฉิงหยานก็ค้นพบว่าหลินอี้เป็นที่ปรึกษาที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ
เพราะเมื่ออยู่ในช่วงเวลาวิกฤตทีไร เขาก็มันจะให้คำแนะนำที่มีประสิทธิภาพสูงสุดกับเธอได้เสมอ
ทำไมฉันถึงเพิ่งมารู้จักตัวตนของคุณเอาป่านนี้?
ไม่งั้นฉันคงเลื่อนตำแหน่งให้คุณมาอยู่เคียงข้างฉันไปนานแล้ว
หลังจากได้ที่นั่งบนเครื่องบินแล้ว จีฉิงหยานก็เริ่มมีงานยุ่ง
ขณะนี้เธอใช้วีแชทเพื่อส่งข้อความถึงบุคคลต่าง ๆ และได้เริ่มเตรียมการสอบสวนเรื่องของรองประธานติง
สองชั่วโมงต่อมา ทั้งสองคนลงจากเครื่องบิน และก็เป็นเวลาบ่ายห้าโมงเย็นแล้ว
“คืนนี้ไปบ้านฉันสิ ฉันจะทำอาหารให้คุณ” จี้ฉิงหยานกล่าว