ภารกิจขั้นสูงสุด
กริีง กริ๊ง กริ๊ง——
ไม่นานหลังจากที่ขับรถออกมา หลินอี้ก็ได้รับโทรศัพท์จากจีฉิงหยาน
"ไอ้คนนิสัยไม่ดี!"
“คุณเป็นคนจูบผมก่อนนนะครับ ทำไมถึงมาว่าว่าผมนิสัยไม่ดีล่ะ”
"เรื่องนั้นฉันให้เป็นคุณเป็นรางวัล แต่ใครอนุญาตให้คุณแตะมัน!"
“แค่จูบมันน่าเบื่อเกินไปนะครับ ไหน ๆ แล้วก็ทำให้มันครบรสไปเลย”
“พอแล้ว ไม่ต้องพูดอะไรออกมาแล้ว” จีฉิงหยานกล่าวว่า: “พรุ่งนี้มารับฉันด้วย”
“โอเคครับ รอผมได้เลย”
เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อหลินอี้ขับรถไปถึงเขาก็พบว่าจีฉิงหยานพร้อมแล้ว
กระโปรงสีขาวจับคู่กับเสื้อสีฟ้า การแต่งตัวผสมผสานของเธอนี้คงสไตล์ลูกคุณหนูย้อนยุคแบบสุด ๆ
อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ทั้งคู่ไม่ได้พูดถึงมันและแสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“โทรศัพท์พร้อมมั้ย ฉันจะกดออเดอร์ให้” จีฉิงหยานกล่าว
"พร้อมครับ"
หลังจากได้รับออเดอร์แล้ว หลินอี้ก็ขับรถคันเก่าคู่ใจของเขาไปส่งจีฉิงหยานทำงาน
แม้ว่ารถคันนี้จวนจะถึงขีดจำกัดของมันแล้วแต่ก็ยังนั่งได้สบายมาก ซึ่งเมื่อเทียบกับซอนด้าที่มีราคาแพงกว่าแล้ว ในแง่ของความสะดวกสบายก็ต้องยอมรับเลยว่าไม่ดีเท่ารถคันเก่านี้
ถึงจะมีความนวัตกรรมที่ทันสมัยมากเกินพอ แต่ความสบายนั้นยังไม่เพียงพอเท่าที่ควร
หลังจากมาถึงบริษัท จีฉิงหยานก็หยิบกระเป๋าถือของเธอและเตรียมลงจากรถ
“ประธานจีครับ คุณอย่าลืมให้คะแนนผมห้าดาวด้วยนะ”
“ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีเรื่องที่คุณรังแกฉันเมื่อคืนนี้เลยนะ ยังจะกล้ามาขอคะแนนความชื่นชมห้าดาวอีก”
"ขนาดลิปสติกรสสตอเบอรี่ที่มีรสชาติไม่ได้เรื่อง ผมยังไม่วิจารณ์คุณในแง่ลบเลยนะครับ"
“ไม่ หยุดนะ!” จีฉิงหยานพูดด้วยใบหน้าแดงก่ำ “ตั้งแต่นี้ต่อไปอย่าพูดเรื่องนี้กับฉันอีก”
“อืม จะว่าไปคุณจีเคยคิดจะเปลี่ยนมาใช้ลิปสติกรสมะม่วงหรือเปล่านะ?”
หลินอี้เหลือบมอง "จริงสิ ขอผมดูก่อนนะว่ามีขายไหม"
หลังจากนั่งฟังอยู่ไม่นาน จีฉิงหยานก็ลงจากรถพร้อมกระเป๋าถือของเธอและเข้าไปในลิฟต์ในโรงจอดรถ
ไม่กี่วินาทีต่อมา บนโทรศัพท์มือถือของหลินอี้ก็ได้รับข้อความความชื่นชมระดับห้าดาวจากจีฉิงหยาน
ในเวลาเดียวกัน ข้อความแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นในจิตใจของเขา
[ภารกิจ ขับขี่ระยะทาง 5,000 กิโลเมตรอย่างปลอดภัย (ปัจจุบัน 1,089,500 เมตร) รางวัลที่จะได้รับคือคะแนนความชำนาญ 150,000 คะแนน 】
“โอ้โฮ ภารกิจอะไรวะเนี่ย ยากเกินไป!”
เมื่อเห็นความคืบหน้าของภารกิจ หลินอี้จึงได้รู้ว่าในสัปดาห์ก่อนเขาขับไปแล้วเกือบ 1,100 กิโลเมตร และยังเหลืออีกกว่า 3,900 กิโลเมตรที่ต้องทำให้เสร็จ
ซึ่งตามหลักสัจธรรมแล้ว
อย่างน้อยหนึ่งก็ต้องใช้เวลาหนึ่งเดือน กว่าภารกิจนี้จะเสร็จ
หลินอี้คิดอยู่พักหนึ่ง เขาไม่ได้เป็นนักขับรุ่นเก๋าที่มีประสบการณ์ที่ขับดีดี้อย่างมืออาชีพ ซึ่งก็หมายความว่าแม้ว่าเขาจะรับออเดอร์ทั้งกลางวันและกลางคืนก็อาจต้องใช้เวลาครึ่งเดือนจึงจะจบภารกิจนี้ได้
นอกจากนี้อาจจะมีเงือนไขอื่นแอบแฝงอยู่อีก
ซึ่งก็เป็นไปได้มากกว่าระบบจะไม่นับรวมออเดอร์ทั้งหมดให้ แต่รับนับเฉพาะออเดอร์ที่ได้รับความชื่นชมระดับ 5 ดาวเท่านั้น
การจะทำภารกิจให้สำเร็จไม่ใช่เรื่องยาก แต่มันก็แลกกับที่ต้องเสียเวลาไปมากเช่นกัน
อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลากว่าครึ่งเดือน
หากเป็นเช่นนี้ก็ควรพักอาชีพนี้ไปก่อน ยังไงก็ยังไม่สายเกินไปที่จะเริ่มต้นอาชีพใหม่
รอถัดไปอีกสักสัปดาห์พออาชีพนักขับดีดี้หมดสถานะนับเวลาถอยหลังก็ไม่สายเกินไปอีกเช่นกันที่จะกลับมาทำภารกิจนี้
หลินอี้แตะคางและครุ่นคิด เมื่อลองเทียบน้ำหนักกับภารกิจปัจจุบันทุกอย่างก่อนหน้านี้แทบจะไม่ยากเลย
แต่หลินอี้พอเข้าใจได้
เพราะสิ่งที่ได้ตอบแทนกลับมาคือคะแนนความชำนาญที่มากถึง 150,000 คะแนน
ซึ่งด้วยคะแนนความชำนาญที่มากขนาดนี้ ระดับความสำเร็จในวิชาชีพจะถึง 100% และจะทำให้เขาได้รับรางวัลสูงสุด
และแน่นอนว่ารางวัลสูงสุดจะดีกว่ารางวัลอื่น ๆ และก็เป็นเรื่องธรรมดามันจะมีความยากจะเพิ่มขึ้น
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ หลินอี้ก็รู้สึกโล่งใจ
เขาสตาร์ทรถและตัดสินใจเริ่มต้นอาชีพใหม่อย่างลับ ๆ แต่ที่เขาไม่รู้คือระบบจะมอบหมายให้เขาเป็นอาจารย์ที่ไหน
ในตอนนี้ หลินอี้ยิ้มมุมปากและพูดกับตัวเองว่า:
“ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า วันนึงฉันจะมาเป็นอาจารย์ได้ น่าตื่นเต้นจัง”
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หลินอี้จึงเหยียบคันเร่งและเตรียมจะออกไป
แต่ทันใดนั้น เขาก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่ามีรถตำรวจจอดอยู่ในลานจอดรถโซนซี!
หลินอี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย หากไม่มีอะไรเหนือความคาดหมายตำรวจน่าจะมาที่นี่เพื่อจับใครบางคน
และเป้าหมายที่ต้องการจับกุมน่าจะเป็นรองประธานปิงอย่างไม่ต้องสงสัย
ในขณะนั้นเอง หลินอี้จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดหมายเลขของจีฉิงหยานทันที
“ผมเห็นรถตำรวจเข้ามาจอด คุณน่าจะเป็นคนเรียกมาใช่ไหมครับ”
“ใช่แล้ว เขาคือเจ้าหน้าที่จากกองปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ตอนนี้เขาอยู่กับฉัน หลังจากอธิบายปัญหาแล้ว ฉันจะให้เขาดำเนินการทันที”
“โอเคครับ งั้นผมไม่กวนคุณแล้วกัน คุณจัดการเรื่องของคุณต่อเลยครับ”
หลังจากพูดคุยกับสั้น ๆ หลินอี้ก็พอจะเข้าใจสถานการณ์แล้ววางสายไป
ต้องชื่นชมเลยว่าจีฉิงหยานสาวน้อยคนนี้ทำงานได้เด็ดขาดมาก
เขาไม่เคยคิดเลยว่าจีฉิงหยานจะทำงานได้รวดเร็วขนาดนี้
หลังจากนั้น หลินอีก็เตรียมจะออกไปอีกครั้ง
แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ได้ยินเสียงดังของรองเท้าส้นสูง
เมื่อเหลือบมองกระจกมองหลังก็เห็นผู้หญิงร่างอวบคนหนึ่งเดินมาจากด้านหลัง
เธอสวมชุดทำงานสีเทา ถุงน้องสีครีมและของเท้าส้นสูงซึ่งดูสะดุดตาเป็นอย่างมาก
ซึ่งบุคคลนี้ก็คือหวางหยิงอดีตเพื่อนรวมงานของหลินอี้
ในเวลาเดียวกันหวางหยิงก็เห็นรถคันเก่าใกล้พังอยู่ตรงหน้าเธอ และจำได้ทันทีว่าเป็นรถของหลินอี้
ทันใดนั้นเองสีหน้าของเธอก็ดูมีความสุขและเธอได้เร่งฝีเท้าโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเห็นหวางหยิงกำลังมา หลินอี้ก็ปลดเข็มขัดนิรภัยและลงจากรถ
“เสี่ยวอี้ มาทำอะไรที่บริษัทหรอ?”
“พนักงานในบริษัทกดออเดอร์ให้ผมมาส่ง ผมเลยเข้ามาได้น่ะครับ”
หลินอี้ไม่ได้โกหก จีฉิงหยานเป็นประธานบริษัทและแน่นอนว่าเธอก็คือพนักงานของบริษัทจริง ๆ
เพียงแต่ว่าระดับของพนักงานคนี้ค่อนข้างสูงไปหน่อย
“พี่หยิง แล้วนี่พี่กำลังจะออกไปข้างนอกหรอ?”
หวางหยิงส่ายกระเป๋าเอกสารในมือของเธอ
“บ้านในเฟสที่ 3 ของคังจิงโฮมส์พร้อมขายแล้ว ฉันจะไปพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานที่นั่นเพื่อกำหนดแผนการขายในอนาคตแล้วนำมาเสนอต่อประธาน”
“สุดยอดเลยพี่หยิง งานนี้น่าจะเป็นงานของผู้จัดการฝ่ายการขายเท่านั้น ดูแล้วพี่คงได้รับการแต่งตั้งล่วงหน้าแล้วล่ะสิ แล้วเอกสารทางการจะออกเมื่อไหร่?”
เมื่อหลินอี้พูดเช่นนี้หวางหยิงก็หัวเราด้วยความเขินอาย
“อย่ามาทำเป็นพูดเยินยอฉันจะคุณน้อง ที่ฉันมีวันนี้ได้ไม่ใช่เพราะนายหรอ ถ้านายไม่มีความเกี่ยวข้องกับประธาน ฉันคงไม่ได้เลื่อนตำแหน่งนี้หรอกนะ ส่วนเรื่องเอกสารแต่งตั้งอย่างเป็นทางการน่าจะออกเร็ว ๆ นี้ แต่ไม่รู้วันแน่ชัด"
“คงไม่สำคัญแล้วมั้งครับ เพราะก็ได้ทำงานแล้ว”
"จะพูดแบบนั้นก็ใช่แหละ" หวางหยิงมองไปที่หลินอี้แล้วพูดว่า:
“แล้วนายจะว่างเมื่อไหร่ล่ะ? พี่ว่าจะชวนไปทานอาหารเย็นด้วยกันซักหน่อย ถือเป็นคำขอบคุณที่นายให้ช่วยเหลือพี่”
“ช่วงนี้ผมมีเวลาเหลือเฟือ เพราะงั้นก็ตามที่พี่หยิงสะดวกเลยครับ” หลินอี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม
อีกไม่นานเขาจะใช้เวลาแบบอาจารย์มหาวิทยาลัยที่ทำงานตั้งแต่ 9 โมงเช้าจนถึง 5 โมงเย็น
ซึ่งเวลาว่างของเขาก็จะเหมือนกับเวลาของคนทำงานปกติทั่วไป ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาเรื่องเวลาแน่นอน
หวางหยิงขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วพูดว่า:
“งั้นก็คงไม่ใช่ช่วงนี้นะ พอดีสามีพี่กลับมาจากไปทำธุระ และเดี๋ยวอีกไม่กี่วันเขาะไปทำธุระต่อ คงจะยังไม่กลับมาอีกกว่าครึ่งเดือน ถึงตอนนั้นไว้เราไปเที่ยวด้วยกันสิ”