รถที่แอร์ไม่เย็น
“เอ่อ พี่หยิง สิ่งที่พี่พูดอาจทำให้เข้าใจผิดได้ง่ายนะครับ”
“นี่คุณน้อง นายยังจะกลัวอะไรอีก? พี่เองก็มีสามีแล้วนะ ส่วนนายก็ยังหนุ่มอยู่เลย” หวางหยิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม: “อืม จะว่าไปก่อนหน้านี้นายไม่ได้ขับรถสปอร์ตหรอกหรอ? ทำไมถึงกลับมาขับรถคันนี้ล่ะ?”
"ปากานีคันนั้นมันเป็นรอยน่ะครับ ผมเลยส่งซ่อม ช่วงนี้ผมเลยต้องพึ่งเจ้ารถคันนี้ไปก่อน"
“แบบนี้นี่เอง แล้วนายมีไปรับออร์เดอร์ที่ไหนมั้ย? พี่ขอนั่งรถนายได้รถเปล่า?”
“งั้นก็ขึ้นรถเลยครับ ผมว่างพอดี”
ตึก ตึก ตึก–
ในระหว่างที่หลินอี้และหวางหยิงกำลังขึ้นรถ พวกเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง
เมื่อมองย้อนกลับไปโดยไม่รู้ตัว หลินอี้ก็รู้สึกว่าคุ้นเคยและจำได้คร่าว ๆ ว่าเป็นฟู่หมินเจีย ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์
“เฮ้ หวางหยิงหนิ” เมื่อเห็นหวางหยิง ฟู่หมินเจียก็เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม
“อ๋อ สวัสดีค่ะผู้จัดการฟู่” หวางหยิงก็ทักทายกลับให้รอยยิ้มเช่นกัน
ต้องรู้ว่า ตำแหน่งของหวางหยิงนั้นได้รับการพิจารณาแต่งตั้งแล้ว แต่แค่ยังไม่มีเอกสารอย่างเป็นทางการมารองรับ ดังนั้นตำแหน่งในปัจจุบันของเธอจึงยังคงเป็นพนักงานธรรมดาในฝ่ายการขายอยู่
นอกจากนี้ฟู่หมินเจียก็มีอายุมากกว่าเธอในระดับหนึ่ง และเมื่อพบกันเธอจึงยังคงทักทายอย่างมีมารยาท
“บังเอิญจัง หลินอี้ก็อยู่ด้วย”
ในอดีตหวางหยิงเป็นที่รู้จักในฐานะหญิงสาวที่สวยที่สุดในเฉาหยางกรุ๊ป ส่วนหลินอี้ก็ได้รับการยอมรับว่าเป็นชายหนุ่มที่หล่อเหลาที่สุด
ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ฟู่หมินเจียซึ่งอยู่แผนกอื่นจะรู้จักตัวตนของหลินอี้
หลินอี้ยิ้มและพยักหน้าแทนคำทักทาย
“หวางหยิงแล้วเธอกำลังจะไปไหนหรอ?” ฟู่หมินเจียถาม
“โครงการบ้านเฟสที่สามของคังจิงโฮมดำเนินการเสร็จแล้ว วันนี้ฉันและเพื่อนร่วมงานมีนัดพูดคุยกันเกี่ยวกับแผนการขายที่นั่น”
“บังเอิญอีกแล้ว ฉันก็จะไปคังจิงโฮมพอดีเลย ถ้างั้นเธอไม่จำเป็นต้องไปก็ได้ กลับไปทำงานในส่วนของเธอได้เลย”
“หือ? ไม่ต้องไปเหรอ?”
ทั้งหลินอี้และหวางหยิงต่างก็ประหลาดใจ
นี่ไม่ใช่งานขายธรรมดาทั่วไป
แต่มันคืองานที่ผู้จัดการเท่านั้นที่ต้องเป็นคนทำ
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ใครก็ตามที่ได้มาทำหน้าที่นี้จะต้องเป็นผู้จัดการฝ่ายขายเท่านั้น
แต่ตอนนี้ฟู่หมินเจียกลับเสนอตัวว่าจะไป มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
“ใช่แล้ว เธอไม่จำเป็นต้องไปแล้วแหละ กลับไปทำงานในบริษัทได้เลย” ฟู่หมินเจียกล่าวว่า: “เพราะในอนาคตอันใกล้ ฉันจะได้รับตำแหน่งเป็นผู้จัดการฝ่ายการขาย และต่อจากนี้ไปเราจะเป็นเพื่อนร่วมงานในแผนกเดียวกัน”
“เอ่อ งั้นขอโทษที่เสียมารยาทนะคะ”
หวางหยิงซึ่งแต่เดิมสีหน้ามีความสุข จู่ ๆ สีหน้าเช่นนั้นของเธอก็หายไปและพร้อมที่จะกลับเข้าไปในบริษัท
แต่ทว่า
"เดี๋ยวก่อนสิครับพี่" หลินอี้หยุดหวางหยิงทันที จากนั้นมองไปที่ฟู่หมินเจียแล้วพูดว่า:
“ใครเป็นคนบอกคุณว่าคุณจะได้เป็นผู้จัดการฝ่ายการขาย”
“ก็คุณจ้าวยังไงล่ะเป็นคนบอก ไม่งั้นฉันจะกล้าวางมาดขนาดนี้ได้ยังไง?” ฟู่หมินเจียพูดด้วยรอยยิ้ม: "ถ้าคุณไม่เชื่อที่ฉันพูด ฉันสามารถขอให้คุณจ้าวบอกกับคุณเองก็ได้นะ"
ทันใดนั้นเอง หวางหยิงก็เข้ามากระซิบข้างหูหลินอี้: “เสี่ยวอี้ มีบางสิ่งที่นายไม่รู้ ฟู่หมินเจียเป็นคนของคุณจ้าวและอำนาจในบริษัทของเธอก็ยิ่งใหญ่พอสมควรเลยนะ”
ต้องรู้ก่อนว่า แม้บริษัทนี้จะเป็นของจีฉิงหยาน แต่ก็ยังมีผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมคนอื่น ๆ บริหารร่วมด้วย ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเฉาหยางกรุ๊ปไม่ใช่บริษัทที่ปกครองโดยระบบบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
เพราะไม่เช่นนั้น เอกสารแต่งตั้งของหวางหยิงคงได้รับการรับรองไปนานแล้ว
“คนที่พี่กำลังพูดถึงอยู่ หมายถึงรองประธานปิงน่ะหรอ” หลินอี้พูดด้วยรอยยิ้ม: “เขายังเอาตัวเองไม่รอดเลยด้วยซ้ำ จะไปกลัวทำไม”
“หลินอี้ นี่นายพูดไร้สาระอะไรของนาย!” ฟู่หมินเจียกล่าวว่า “กล้าใส่ร้ายรองประธานบริษัทอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะ ระวังฉันจะขอให้ใครสักคนมาไล่คุณออกไปนะ!”
“เสี่ยวอี้ พอเถอะ อย่างโต้เถียงกับเธอเลย เธอเป็นถึงผู้จัดการฉันเลยนะ และมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย” หวางหยิงกระซิบ
“มันจะเป็นแบบนั้นได้ยังไงล่ะพี่ ตอนนี้ผมกำลังช่วยให้พี่ได้รับความเป็นธรรมอยู่นะ”
“ฮิฮิ หลินอี้ คุณนี่เก่งจังเลย ขนาดตัวเองยังไม่มีงานทำเลย ยังจะเสนอตัวมาช่วยเหลือคนอื่นอีก ฉันชื่นชมคุณจากใจจริง ๆ” ฟู่หมินเจียกอดอกของเธอแล้วมองหลินอี้ด้วยใบหน้าดูถูก:
“คุณคงอยากกลับเข้ามาทำงานฝ่ายการข่ายผ่านความสัมพันธ์ของหวางหยิงล่ะสิ? แต่ฉันขอบอกไว้เลยนะ ตราบใดที่ฉันอยู่ในบริษัท คุณจะไม่มีวันได้กลับมา!”
หลินอี้ทิ้งตัวพิงรถแล้วถามกลับไปว่า: “คุณเป็นแค่ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์มีอำนาจมากขนาดนั้นเลยหรอ?”
“ฉันไม่มีอำนาจมากมายอะไรหรอก แต่ก็แค่ตราบใดที่ฉันยังอยู่เฉาหยางกรุ๊ป โอกาสที่นายจะกลับเข้ามาทำงานที่นี่ก็เป็นศูนย์!”
“งั้นก็ไม่จำเป็นต้องปกปิดมันแล้วแหละ เท่านี้ผมก็รู้แล้ว คนที่ขอให้ท้ายคุณคือจ้าวปิงหนาน” หลินอี้กล่าวว่า: “แต่ผมย้ำอีกครั้งนะ เขายังเอาตัวเองไม่รอดเลย คุณจะพูดหรือกระทำอะไรก็ระวังหน่อยแล้วกัน”
ใบหน้าของฟู่หมินเจียซีดลง "นี่นายยังจะกล้าใส่ร้ายคุณจ้าวอีกนะ ฉันจะโทรหาเขาตอนนี้แล้วนายได้เจอดีแน่!"
“โอเค เอาตามที่คุณสบายใจเลย ผมจะรอดูว่าเขาจะมีอำนาจพอที่จะทำอะไรผมหรือเปล่า?”
"เดินไปเร็ว ๆ สิ!"
ก่อนที่ฟู่หมินเจียจะกดโทรออก เธอก็ได้ยินเสียงออกคำสั่งดังมาจากลิฟต์
ในขณะเดียวกันหวางหยิงและฟู่หมินเจียก็ตกใจโดยไม่รู้ว่า ก่อนที่พวกเธอจะมองย้อนกลับไป
ในขณะนี้พวกเธอพบว่ามีตำรวจสองคนเดินมาพร้อมกับจ้าวปิงที่ถูกสวมกุญแจมือ
“คุณ คุณจ้าว นี่มันอะไรกันคะ!”
ฟู่หมินเจียจ้องมองด้วยความตื่นตระหนก เธอไม่จะอยากเชื่อว่าจ้าวปิงจะโดนจับกุม
เมื่อเห็นฟู่หมินเจีย เขาถอนหายใจแล้วกล่าวตัดพ้อ “ฉันไม่อยู่แล้ว ดูแลตัวเองด้วยนะ”
“เฮ้ หยุดพูดไร้สาระได้แล้ว รีบเร็วเข้า”
เมื่อเห็นจ้าวปิงถูกตำรวจนำตัวไป ฟู่หมินเจียก็ตัวแข็งทื่อ
ตำแหน่งเธอก็ยังไม่ได้ หนำซ้ำจ้าวปิงก็มาถูกจับก่อนอีก
หากเป็นเช่นนี้ก็ถือว่าเป็นเธอนั้นเสียหายอย่างมาก เพราะในตอนเช้าที่ห้องทำงานเธอก็เพิ่งจะโดนเขาทารุณอย่างหนักเพื่อแลกกับตำแหน่งนี้
“เห็นยังล่ะ ผมบอกแล้วขนาดเขายังเอาตัวเองไม่รอดเลย คุณไม่เชื่อเอง” หลินอี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ฉัน ฉันขอตัวก่อนนะ ส่วนเรื่องคังจิงโฮมเธอจัดการเลย”
ฟู่หมินเจียฉลาดมาก เมื่อรู้ว่าหนทางข้างหน้าไม่สามารถไปต่อได้ เธอก็ยอมถอยและกลับในทำหน้าที่เป็นผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ต่อไป
“เสี่ยวอี้ นายแน่ใจหรือว่าทั้งหมดนี่ไม่ใช่เพราะนายเป็นคนทำ?” หวางหยิงพูดอย่างไม่เชื่อ
ในตอนนั้นหยู่ลี่ลี่และหลี่เจียงตงก็ถูกไล่ออกไปแล้วทีนึง ส่วนตอนนี้แม้แต่รองประธานก็ยังมาถูกไล่ออกไปอีก
ความสัมพันธ์ระหว่างหลินอี้และประธานคืออะไรกันแน่?
และนี่ก็ต้องไม่ใช่แค่สิ่งที่สามารถทำได้เพราะการมีความสัมพันธ์ที่ดีเท่านั้น
“ผมไม่ได้มีอำนาจขนาดนั้นนะครับ รองประธานปิงเองก็ทำผิดจริง ๆ นี่ การที่เขาจะถูกประธานจีจัดการก็ไม่ใช่เรื่องปกติหรอ?”
"ถูกของนาย" หวางหยิงกล่าวว่า "แค่มีความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมกับลูกน้องก็เพียงพอแล้วที่ประธานจีจะจัดการเขา"
“เอาล่ะ ผมว่าอย่าพูดถึงเรื่องนี้เลยดีกว่า ไปเถอะ ผมจะพาพี่ไปส่งที่คังจิงโฮมเอง”
"โอเค"
ทั้งสองขึ้นรถด้วยกัน และหวางหยิงก็หยิบมือถือของเธอขึ้นมาแล้วพูดว่า: “เสี่ยวอี้ พี่กดออเดอร์แล้ว นายรีบรับด้วยล่ะ”
“พี่หยิง ไม่ต้องครับ ผมให้ฟรีนั่งฟรี”
"ทุกสิ่งมีราคาของตัวเอง ถ้านายให้พี่เป็นข้อยกเว้นแบบนี้ นายก็ไม่ได้สัมผัสกับชีวิตคนธรรมดาสิ มันจะเหมือนกับการช่วยเหลือคนจนมากกว่า "
“โอเค ถ้าพี่จะพูดขนาดนี้ล่ะก็นะ”
หลินอี้ไม่ปฎิเสธอะไรมากนัก อย่างไรก็ตามการรับออเดอร์เพิ่มอีกครั้งก็จะทำให้เขาก้าวเข้าใกล้รางวัลสูงสุดไปอีกก้าวหนึ่ง
กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง——
หลังจากขับรถออกมาได้ไม่นาน โทรศัพท์ของหลินอี้ก็ดังขึ้น และพบว่ามันเป็นหมายเลขที่ไม่คุ้นเคย
“พี่หยิง ฝากหยิบโทรศัพท์ให้ผมหน่อยสิ ผมขับรถอยู่”
“พวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์รึเปล่า” หวางหยิงพึมพำแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา และเพื่อให้หลินอี้รับสายได้ง่ายขึ้นเธอจึงปิดสปีกเกอร์โฟนให้
“หลินอี้ ฉันฟู่หมินเจียนะ โปรดให้โอกาสฉันเถอะ อย่าไล่ฉันออกเลย”
“อย่าไล่คุณออก?” หลินอี้ถามออกไปโดยไม่รู้ตัว: "คุณถูกไล่ออกเหรอ?"
“ทันทีที่ฉันกลับเข้ามาในบริษัท ฉันได้รับแจ้งจากฝ่ายบุคคลว่าฉันถูกไล่ออก ให้โอกาสฉันเถอะนะ ฉันขอร้อง” ฟู่หมินเจียร้องไห้:
“ถ้าคุณให้โอกาสฉันสักครั้ง ฉันจะยอมคุณทุกอย่าง จะให้ฉันเป็นผู้หญิงของคุณก็ได้ คุณอยากจะทำอะไรกับฉันฉันก็ยอม แต่อย่าไล่ฉันออกเลยนะ”
“คุณคิดมากเกินไปแล้ว การที่คุณถูกไล่ออกมันไม่เกี่ยวอะไรกับผมเลย และผมก็รู้เอาไว้ด้วยนะว่าผมไม่มีนิสัยพูดจาดูถูกใส่ร้ายคนอื่น พี่หยิงวางสายแล้วบล็อคเบอร์เธอทิ้งให้ผมด้วย”
"เข้าใจแล้ว"
หวางหยิงวางสายโทรศัพท์อย่างเชื่อฟังแล้วบล็อคสายของฟู่หมินเจียทันที
“ฟู่หมินเจียคนนี้ดูเป็นคนค่อนข้างเรียบร้อยใสซื่อ ฉันไม่คิดเลยว่าจะได้ยินเธอพูดออกมาแบบนี้”
“คนเรารู้หน้าแต่ไม่รู้ใจ” หลินอี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม
หวางหหยิงพยักหน้า จากนั้นก็ถอดเสื้อคลุมของเธอออก
ในระหว่างที่ใส่ชุดทำงานเธอดูไม่ได้พิเศษเท่าไรนัก แต่พอถอะเสื้อคลุมออกก็ทำให้รู้สึกแตกต่างออกไปทันที
มันอวบอิ่มราวกับจะทะลักออกมา และสามารถเห็นร่องรอยของชุดชั้นในข้างในได้อย่างชัดเจน
“มีอะไรเหรอครับ? ทำไมพี่ถึงถอดเสื้อคลุมออก?”
“ใส่แล้วมันอึดอัดแล้วก็ร้อนด้วย แค่ถอดออกให้รู้สึกคลายร้อยหน่อยน่ะ”
“พี่หยิงพูดเป็นเล่นไปได้ ผมว่าผมก็ปรับแอร์สุดแล้วนะ?”
“แล้วแอร์รถนายมันเย็นซะที่ไหนกันล่ะ”
หยางหยิงพูดติดตลกแล้วดึงเข็มขัดนิรภัยออก