ตำนานไร้พ่าย
ความโกลาหลในห้องโถงทำให้เมนเทอร์ทั้งห้าคนอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมอง
พวกเขาไม่แปลกใจกับปรากฏการณ์นี้
ตอนนี้บางบริษัทจงใจชี้นำแฟนคลับเพื่อยั่วยุให้เกิดความขัดแย้ง การทำแบบนี้เป็นเหมือนการสร้างกระแสให้ผู้คนหันมาสนใจ
ในความเป็นจริง ซูฉู่จิงและคนอื่น ๆ ก็ต้องการเห็นเช่นกัน เธออยากเห็นว่าท่ามกลางผู้ชมหลายคนที่ตะโกนว่า "หลัวโม่" และ "ทีมนิรนาม" ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เซินหมิงหลิวและคนอื่น ๆ จะยังแสดงออกมาอย่างมั่นคงได้รึเปล่า?
แต่ผลที่ได้ทำให้เธอผิดหวังอย่างมาก
การแสดงของเซินหมิงหลิวนั้นค่อนข้างอยู่ในมาตรฐาน แต่ก็มีท่าเต้นบางท่าที่ยังไม่แม่นยำ ซึ่งคุณภาพในตอนนี้ยังไม่ดีเท่ากับตอนซ้อมเลยด้วยซ้ำ
ยิ่งจีคังดงและเหมิงหยางกวงนั้นแย่ยิ่งกว่า โดยเฉพาะเหมิงหยางกวงที่เร่งรีบและร้อนรน บางท่าเขาเต้นเร็วเกินไปและทำให้การแสดงออกมาไม่ดี
โชคดีที่เด็กฝึกที่ร้องเพลงอยู่ข้างหลังของเหมิงหยางกวงค่อนข้างมีประสบการณ์ ดังนั้นเขาจึงปรับตัวให้เข้ากับเหมิงหยางกวงได้
สำหรับคนอื่นที่ไม่ได้เก่งเท่ากับเด็กฝึกจากไลอ้อน แดนซ์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาแสดงออกมาได้ไม่ดีเลย
"จื้อหลิง" ระเบิดพลังมากเกินไป แถมความวุ่นวายจากกลุ่มผู้ชมก็รบกวนจิตใจของพวกเขา หากบวกกับการเดิมพันที่ทำไว้กับหลัวโม่ด้วยแล้ว ความกดดันที่พวกเขาแบกรับนั้นใหญ่มาก
หลังจบการแสดง การประเมินของเมนเทอร์ทั้ง 5 คนอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยทั้งหมด
ทีมที่ได้รับความนิยมอย่างสูงเช่นนี้ไม่สามารถแสดงผลงานออกมาได้ตามความคาดหวังของพวกเขา
หลังเวที ผู้กำกับหนิงตันขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างช่วยไม่ได้
เด็กฝึกทุกคนในทีมนี้อยู่ในอันดับต้นๆ ของ[รายชื่อโหวตยอดนิยม]
การแสดงของพวกเขาบ่งบอกถึงระดับของรายการ "สร้างไอดอล" ได้ในระดับหนึ่ง
หากผู้เข้าแข่งขันในอันดับต้นๆ แสดงออกมาได้ไม่ดี ทุกคนก็จินตนาการถึงระดับโดยรวมของรายการนี้ได้เลย
โชคดีที่ "จื้อหลิง" นั้นดีจนเกินพอ ไม่อย่างนั้นผู้อำนวยการหนิงตันอาจจะอยู่ในอารมณ์ไม่ดี และเด็กฝึกเหล่านี้อาจจะต้องทนทุกข์ทรมานในอนาคต
คนที่ทำให้เธอสบายใจที่สุดก็คือหลัวโม่
จนถึงตอนนี้ ทั้ง 9 ได้ทำการแสดงครบแล้ว จากนั้นผู้เข้าแข่งขันทั้ง 100 คนขึ้นมาบนเวทีพร้อมกัน
ผู้กำกับหนิงตันปรากฏตัวบนเวทีด้วยตนเองและประกาศจำนวนโหวตและอันดับของการแสดงครั้งที่สอง
เด็กฝึกหลายคนรู้สึกประหม่าจนไม่กล้ามองหน้าผู้กำกับหนิงตัน
หลัวโม่นั้นสงบและไม่ได้รู้สึกประหม่าเลย
ผู้กำกับหนิงตันเริ่มรายงานจากอันดับที่ 9 ไปจนถึงอันดับที่ 3 จากนั้นก็หยุด
ในขณะนี้ มีเพียงทีมของเซินหมิงหลิวและทีมนิรนามของหลัวโม่เท่านั้นที่เธอยังไม่ได้พูดชื่อออกมา
ต้องบอกว่าทีมที่มีเด็กฝึกยอดนิยมอยู่นั้นมีประสิทธิภาพสูงมาก แม้ว่าครั้งนี้พวกเขาจะแสดงผิดพลาดออกมาบ่อยๆ แต่พวกเขาก็ยังได้คะแนนโหวตสูง
นี้คือความโหดร้ายของธุรกิจนี้
แม้ว่าความสามารถทางของคุณแข็งแกร่ง แต่บางครั้งมันก็ไร้ประโยชน์
ในความเห็นของหลัวโม่ ทีมที่ออกมาแสดงในอันดับสี่ที่เต้นกันอย่างพร้อมเพรียงนั้นแสดงได้ดีมาก เขารู้สึกได้เลยว่าเด็กฝึกพวกนั้นพยายามกันหนักมาก แต่ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็ได้แค่อันดับสี่เท่านั้น
หนิงตันถือไมโครโฟนไว้ในมือพร้อมกับเม้มริมฝีปากสีแดงเล็กน้อย หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีเธอก็เปิดปากพูดขึ้น "ในการแสดงครั้งนี้ ทีมที่ชนะเป็นอันดับหนึ่งก็คือ—ทีมนิรนาม! มันคือเพลง ‘จื้อหลิง’!"
ฉับพลันนั้นเสียงปรบมือก็ดังกึกก้องไปทั่ว
เซินหมิงหลิวและคนอื่นๆ แสดงอาการซึมเศร้าออกมาราวกับว่าพวกเขาทั้งหมดกำลังจะแตกสลาย
เด็กฝึกของบริษัทใหญ่เหล่านี้เปิดตัวมาได้สวยตลอดทาง
บางคนอาจมีพื้นฐานมาจากครอบครัวที่ร่ำรวย ตั้งแต่ยังเด็กพวกเขามีสิ่งที่ใครหลายคนไม่เคยแม้แต่จะฝันถึงในชีวิต
ในสายตาของพวกเขา การต้องเสียเหงื่อเพราะฝึกเต้นและต้องเสียงแหบเพราะฝึกร้องเพลงเป็นความทุกข์ในชีวิต
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือทุกคนในไลอ้อน แดนซ์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์จำได้อย่างชัดเจนว่าผู้บริหารระดับสูงของบริษัทบอกกับพวกเขาไว้อย่างชัดเจนในตอนก่อนเข้าร่วมการแข่งขันว่าพวกเขาจะต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อคว้าชัยชนะมาให้ได้
ด้วยการที่มีพื้นฐานความนิยมอยู่แล้ว เพราะอย่างนั้นพวกเขาจึงสามารถอยู่ในรายชื่ออันดับต้นๆ ได้ตั้งแต่เริ่มรายการ
พวกเขาต้องทำทุกทางให้ชนะเพื่อบริษัทจะได้สามารถทำการตลาดและใช้จ่ายเงินเพื่อพวกเขาต่อไปได้
เมื่อเวลานั้นมาถึงมันก็จะทำให้เกิดช่องว่างความนิยมจำนวนมากกับเด็กฝึกคนอื่น
ความต้องการของไลอ้อน แดนซ์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์คือ: ไม่ใช่แค่ต้องได้เปิดตัวเท่านั้น แต่ยังต้องชนะด้วยคะแนนโหวตอย่างถล่มถลายอีกด้วย
หากเปิดตัวได้แต่ไม่ได้รับความนิยมก็เท่านั้น!
ในกรณีที่กลุ่มถูกยุบ บริษัทจะใช้เขาทำเงินได้อย่างไร?
ตอนนี้ตำนานไร้พ่ายของหลัวโม่ยังคงดำเนินต่อไป
จนถึงตอนนี้เขายังไม่เคยแพ้
ไม่มีใครสู้เขาได้
จนถึงตอนนี้ การแสดงครั้งที่ 2 ได้ดำเนินมาถึงบทสรุปแล้ว
หลัวโม่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนและมองไปยังสีหน้าของผู้เข้าแข่งขันแต่ละคน
เขาเห็นเด็กฝึกที่รับผิดชอบเป็น [นักเต้นหลัก] และ [นักออกแบบท่าเต้น] ในทีมที่ได้อันดับที่สี่น้ำตาไหลอาบใบหน้า
เห็นได้ชัดว่าการแสดงของทีมเขาดีเป็นที่สองรองจากเพลง "จื้อหลิง" แต่เขาก็ยังได้แค่อันดับที่สี่เท่านั้น
แม้ว่าจะเป็นเช่นนั้นเขาก็ยังรู้สึกตื่นเต้นพลางคิดว่าการพยายามอย่างหนักของเขาได้รับผลตอบแทนแล้วและโค้งคำนับผู้ชมไปทั่วทุกทิศ
บางทีเขาอาจจะมีประสบการณ์หรือเข้าใจกฎและความโหดร้ายของธุรกิจนี้แล้ว
เขาเลยไม่คาดหวังมากเกินไปตราบใดที่ยังมีผู้ชมโหวตให้เขา
เขาขอแค่สิ่งที่เขาทำไม่ได้ถูกมองข้าม ขอแค่มีคนปรบมือให้เขาบ้างก็เพียงพอแล้ว
ด้วยเหตุผลบางอย่าง หลัวโม่นึกไปถึงช่วงเวลาหนึ่งบนโลกเก่าของเขา
เขารู้สึกขอบคุณตัวเองเป็นอย่างมากในเวลานั้นที่ไม่เคยยอมแพ้ในตัวเอง
การร้อง การรำ การแสดงงิ้ว ชีวิตนี้ล้วนต้องฝึกฝนและฝึกฝนอยู่เสมอ
แม้ว่าคุณจะมีพรสวรรค์ แต่ถ้าคุณปล่อยมันไว้โดยไม่ใช้งานเป็นเวลานาน ทักษะของคุณก็จะหายไป
เหตุผลที่สมาชิกในทีมนิรนามทนการฝึกของอาจารย์หลัวได้ก็เป็นเพราะพวกเขารู้ดีว่าอาจารย์หลัวทำงานหนักกว่าพวกเขา
คนๆ นี้เป็นเครื่องจักรบนเวทีที่ไร้อารมณ์!
เด็กฝึกคนนั้นเหมือนจะสัมผัสได้ว่าหลัวโม่จ้องมองมาที่เขา หลังจากที่เขามองกลับไปยังหลัวโม่ เขาก็เช็ดน้ำมูกและน้ำตาด้วยความเขินอาย
หลัวโม่ยิ้มและไม่พูดอะไร เขาเพียงแค่ยกมือขึ้นและปรบมือ
กล่าวอีกนัยหนึ่ง นี่ไม่ใช่แค่การปรบมือให้กับเด็กฝึกคนนั้น แต่ยังปรบมือให้ตัวเองในอดีต
……..
……..
การบันทึกรายการจบลงแล้วและเมนเทอร์ทั้ง 5 คนก็จากไปพร้อมกัน
ก่อนออกจากห้องโถง ผู้ช่วยของซูฉู่จิงได้ไปพูดคุยกับหนิงตันอยู่พักหนึ่ง ราวกับจะถามเกี่ยวกับการเตรียมงานครั้งต่อไป แต่มีอยู่หลายช่วงที่สายตาของผู้ช่วยหันมองมายังหลัวโม่
วันนี้ไม่มีการถ่ายอะไรอีก ผู้เข้าแข่งขันสามารถกลับไปพักผ่อนและนอนหลับฝันดีได้
พรุ่งนี้เป็นชั้นเรียนปกติที่จะมีครูฝึกมืออาชีพมาชี้แนะและทบทวนข้อผิดพลาดของการแสดงให้กับทุกคน
ส่วนอีกสองวันจะเป็นการตั้งทีมสำหรับการแสดงครั้งที่สามและอาจมีการสอบ
ในเวลาเดียวกัน กลุ่มของเด็กฝึกก็จะถูกคัดออกในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ผู้เข้าแข่งขันที่เหลือจะถูกจัดประเภทใหม่ด้วย
วันรุ่งขึ้นตงชูจะมีวันพักผ่อนของตัวเอง
เพราะตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปถึง 7 วันเต็ม เขาจะไม่ต้องล้างจานให้หลัวโม่แล้ว
สิ่งนี้ทำให้ตงชูรู้สึกไม่สบายใจอยู่พักหนึ่ง
แน่นอนว่าระหว่างนี้เขามีโยเกิร์ตให้ดื่มด้วย
เมื่อมองไปที่ตงชูที่มีสีหน้าเฉื่อยชา หลัวโม่จึงพูดขึ้น "เป็นอะไร? นายไม่ชินกับการไม่ได้ล้างจานหรอไง? หมายความว่านายจะมาที่บ้านฉันเพื่อเป็นคนล้างจานหลังจากรายการจบด้วย?”
“อ่า?” ตงชูมองไปที่หลัวโม่ด้วยใบหน้าประหลาดใจและพูดว่า “ผมไปได้หรอ?”
หลัวโม่: "ห้ะ...เดี๋ยวก่อน นายกำลังถามเรื่องไร้สาระอะไรอยู่เนี่ย"
ตงชูอายเล็กน้อยและพูดว่า: "พี่โม่ หลังจากรายการจบลงแล้ว หลังจากที่ผมถูกคัดออก ผมยังติดตามพี่ได้อยู่ไหม?"
ตอนนี้หลัวโม่เข้าใจความหมายของเด็กคนนี้แล้ว
ตงชูอยู่ในรายการ "สร้างไอดอล" มาสักพักหนึ่งแล้ว ในตอนแรกเขาถูกเลือกให้ไปอยู่คลาส C และมีหลายคนอาศัยอยู่ร่วมในห้องพักเดียวกับเขา
เพราะอย่างนั้นจึงมีการพูดคุยระหว่างเพื่อนร่วมห้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สิ่งนี้ทำให้ตงชูซึ่งเป็นมือใหม่ในวงการบันเทิงเริ่มเข้าใจอุตสาหกรรมนี้ขึ้นมาเล็กน้อย
เขาและหลัวโม่ต่างก็เป็นเด็กฝึกไร้สักกัด ไม่มีบริษัทใดอยู่เบื้องหลังของพวกเขา
ตงชูไม่รู้ว่าตัวเองควรเลือกบริษัทอย่างไร เขาจึงได้แต่คิดจะติดตามพี่โม่ของตัวเองต่อไป
คงจะดีมากหากบริษัทที่พี่โม่ไปเซ็นสัญญาในอนาคตนั้นต้องการตัวเขาด้วย
หลัวโม่ชำเลืองมองตงชูที่มีท่าทีกระวนกระวายใจ แต่เขาไม่ได้เร่งรีบที่จะให้คำตอบ
เขาเพียงแค่ยิ้มและพูดว่า "ฉันจะพูดถึงเรื่องนี้ในภายหลัง"
ตงชูตอบรับอย่างเชื่อฟัง เมื่อเห็นว่าหลัวโม่กำลังเลียฝาโยเกิร์ต เขาก็ทำตามด้วยการเลียฝาโยเกิร์ตในลักษณะเดียวกัน
หลัวโม่ชำเลืองมองเด็กฝึกคนหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปและพูดว่า "ตงชู หลี่จุนยี่คนนี้อยู่หอพักเดียวกับนายใช่ไหม?"
ตงชูพยักหน้า
หลี่จุนยี่เป็นนักเต้นหลักและเป็นนักออกแบบท่าเต้นของทีมที่ได้อันดับสี่ครั้งล่าสุด
“เขาเป็นคนยังไง?” หลัวโม่ถาม
การที่ต้องนอนอยู่ห้องเดียวกันทุกวันก็ต้องรู้จักกันบ้าง
ตงชูตอบ: "ดีมาก ตอนที่ผมฝึกทักษะพื้นฐานอยู่ในห้องพัก เขายังมาสอนผมด้วย พี่โม่ มีอะไรหรอ?"
"ไม่มีอะไร ฉันแค่คิดว่าการเต้นในการแสดงทั้งสองเวทีก่อนหน้านี้ของเรายังน้อยเกินไป การแสดงบนเวทีที่สามจะต้องมีความก้าวหน้ามากกว่านี้" หลัวโม่ยิ้มและไม่พูดอะไรอีก
ในเวลาสองทุ่ม ตอนที่สองของรายการ "สร้างไอดอล" ของเทปที่สองจะออกอากาศทาง
ปัวหลัวทีวีและฉีเอ๋อฟิล์ม
"ปลาใหญ่" กำลังมา