สายสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับแมว
ซูฉู่จิงอยู่ในเซี่ยงไฮ้ เธอมีสถานที่สำหรับอัดเพลงโดยเฉพาะในสตูดิโอของเธอเอง
ในขณะนี้ เธอกำลังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นเพื่อท่องบทของหนังเรื่อง "ปีศาจแมว"
การแสดงออกของเธอก็จะเปลี่ยนไปตามบท หรือก็คือเธอเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นตัวละครภายในบท
แมวอ้วนที่ซูฉู่จิงนำมายังสถานที่ถ่ายทำรายการ "สร้างไอดอล" นอนคว่ำอยู่ไกลๆ บางครั้งมันก็จะกระดิกปลายหางช้าๆ
ตอนนี้มันถูกควบคุมโดยซูฉู่จิงอย่างสมบูรณ์
เมื่อซูฉู่จิงบอกให้มันมาและมันก็จะมา เมื่อเธอไม่เรียกมันก็ไม่กล้าเข้าใกล้
อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ ราชินีองค์นี้มีอาการแพ้ขนแมวเล็กน้อย ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถสัมผัสกับแมวเป็นเวลานานได้
พูดตามตรงสำหรับเธอในตอนนี้ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้สถานะแมวแบบเมื่อก่อนแล้ว
ตั้งแต่คืนนั้น เธอรู้สึกว่าตัวเองได้กลายเป็นแมวอย่างสมบูรณ์
เธอถึงกับ….สนุกกับการเป็นแมว
เพราะในวันธรรมดาเธอจะต้องเป็นคน แต่เมื่ออยู่ในกองถ่ายเธอสามารถเป็นแมวได้อย่างสบายใจ
มันเหมือนกับว่าเธอมีอีกบุคลิกหนึ่งซ่อนอยู่ ไม่สิ มันเป็นแมวที่อยู่ภายในตัวเธอ
ในวันนี้ซูฉู่จิงสวมเสื้อแขนสั้นสีขาวเรียบง่ายพร้อมกับกางเกงขายาวสีดำ
เธอวางสคริปต์ลงและมองไปที่ขาเรียวยาวของตัวเองที่อยู่ภายใต้กางเกง
ตั้งแต่ฝันคืนนั้น ส่วนที่เธอพอใจมากที่สุดเกี่ยวกับรูปร่างของตัวเองก็คือขายาวคู่นี้
เหตุผลก็ง่ายๆ เพราะแมวที่ชื่อไป๋ไป๋ไป๋ในฝันนั้นเป็นแมวขาสั้น
มันคือแมวที่มีขาสั้นเหมือนกับหมาพันธุ์คอร์กี้ มันชอบกระโดดไปมาทั้งวันด้วยขาสั้นๆ นั้น
ในตอนนั้นเองเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
“เข้ามาได้” ซูฉู่จิงกล่าว
ผู้ช่วยหลิวจิงจิงเปิดประตูนำหลัวโม่เข้ามาและพูดว่า "พี่สาวจิง ฉันพาหลัวโม่มาแล้ว"
ซูฉู่จิงวางสคริปต์และเงยหน้าขึ้นมองหลัวโม่ ด้วยเหตุผลบางอย่าง เธอรู้สึกคุ้นเคยอย่างอธิบายไม่ได้เมื่อมองเขาจากมุมนี้ ราวกับว่าเธอเคยเงยหน้ามองเขาแบบนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
ซูฉู่จิงสลัดความคิดที่ทำให้เสียสมาธิเหล่านี้และพูดขึ้น "นายควรพักก่อน ดื่มน้ำสักหน่อยแล้วค่อยไปวอร์มเสียง"
หลัวโม่พยักหน้า เขาจำเป็นต้องวอร์มเสียงของเขาจริงๆ
หลิวจิงจิงไปหยิบขวดน้ำแร่และมอบให้หลัวโม่จากนั้นก็ออกจากห้องรับรองไป
ซูฉู่จิงชี้ไปที่โซฟาตัวเล็กๆ ข้างเธอและพูดกับหลัวโม่ "นั่งลงสิ"
หลัวโม่นั่งลงอย่างสบายใจ เขาคลายเกลียวฝาของขวดก่อนจะยกน้ำขึ้นมาจิบเบาๆ
ในตอนนั้นเองที่สายตาของเขาหันไปเห็นแมวอ้วนที่อยู่ไม่ไกล
พอดีกับที่แมวอ้วนเองก็เห็นหลัวโม่ มันจำชายคนนี้ได้ทันที มันจำวิธีการลูบอันน่าอัศจรรย์ของเขาได้
แมวอ้วนชำเลืองมองไปยังซูฉู่จิงและเห็นว่าซูฉู่จิงเพิกเฉยต่อมัน เมื่อเป็นแบบนั้นมันก็เดินไปหาหลัวโม่อย่างไม่แน่ใจ
"ดูเหมือนว่ามันจะกลัวคุณมาก"
หลัวโม่มองไปที่แมวอ้วนและพูดกับซูฉู่จิง
ซูฉู่จิงพยักหน้าโดยไม่ปฏิเสธ ออร่าของเธอเต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง
หลัวโม่โบกมือให้แมวอ้วนแล้วพูดขึ้น "มาสิ มานี่"
ขณะที่เขาพูด เขาก็เหลือบมองเห็นไม้แหย่แมวที่อยู่บนโต๊ะน้ำชาแล้วหยิบมันขึ้นมา
แมวหลายตัวไม่สามารถปฏิเสธไม้แหย่แมวได้ พวกมันเกิดมาเพื่อโดนแมวข่วนและก็กัด
จากนั้นฉากมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น เขาเพียงแค่สะบัดไม้แหย่แมวออกไป ช่วงเวลาก่อนที่เจ้าแมวอ้วนจะทันได้ขยับ มือสีขาวนวลข้างหนึ่งก็เหยียดออกมแล้วตบไปที่ไม้แหย่แมว
มือนี้คือมือของซูฉู่จิง
หลังจากที่เธอตบออกไปเบาๆ เธอก็ได้สติกลับมาในทันทีและคว้าไม้แหย่แมวเอาไว้
หลัวโม่หันศีรษะไปมองเธอ ตอนนี้ทั้งสองมองหน้ากันไม่ขยับ
หลังจากนั้นสองวินาที ซูฉู่จิงก็พูดขึ้น: "หยุดเล่นได้แล้ว เราจะไปที่สตูดิโอเพื่อบันทึกเสียงและเตรียมตัว"
หลัวโม่: "???"
ตูดของฉันยังร้อนอยู่
ฉันเพิ่งหยิบไม้แหย่แมวขึ้นมาเล่น แต่เธอกลับขยับเข้ามาตบมันแม้ว่าเธอจะอยู่ไกลออกไป?
อะไรกัน เธอเองก็ชอบแกล้งแมวด้วย?
.........
แมวอ้วนผู้น่าสงสาร สุดท้ายแล้วหลัวโม่ก็ไม่ได้เล่นกับมัน
ซูฉู่จิงหันไปมองมันแค่ทีเดียว แมวอ้วนก็ไม่กล้าเข้ามาใกล้อีกเลย ทั้งสองไม่ได้อยู่ในห้องรับรองนานนักและไปยังสตูดิโอบันทึกเสียง
หลัวโม่จิบน้ำอีกครั้งแล้วเริ่มวอร์มเสียง
ในห้องรับรอง ทั้งสองแบ่งเนื้อเพลงกันอย่างง่ายๆ และพูดคุยกันถึงท่อนร้องประสาน ในแง่ของการร้องแบบงิ้ว ซูฉู่จิงจะลองดู แต่หลัวโม่ก็ยังคงเป็นผู้รับหน้าที่หลัก
หลัวโม่ชำเลืองมองซูฉู่จิงอยากรู้เกี่ยวกับความแข็งแกร่งของราชินีแห่งดนตรีคนนี้
พูดง่ายๆ เขาแค่อยากรู้ว่าเธอจะร้องออกมาแบบไหนก่อนจะมีการปรับแต่งเสียง การอัดเพลงร่วมกับซูฉู่จิงก็เท่ากับการได้ฟังเธอร้องแบบสด ๆ โดยไม่ต้องซื้อตั๋ว
อย่างน้อยหลัวโม่ก็เคยได้ยินเวอร์ชันเพลง "จื้อหลิง" โดยถันจิงมาแล้ว ผู้หญิงคนนี้ร้องบนเวทีของรายการวาไรตี้ "นักร้อง"
ดังนั้นหลัวโม่จึงมีความคิดที่จะเปรียบเทียบทักษะการร้องเพลงของทั้งสอง
เมื่อซูฉู่จิงเปล่งเสียงของเธอออกมา ดวงตาของหลัวโม่ก็สว่างขึ้นทันที
สไตล์การร้องของผู้หญิงคนนี้ไม่เหมือนกับของถันจิง แต่เธอเองก็ร้องเพลงเก่งมากเช่นกัน!
แม้ว่าท่อนที่ซูฉู่จิงกำลังร้องอยู่นั้นจะไม่ใช้เสียงสูง แต่หลัวโม่สัมผัสได้ถึงความหนักแน่นในน้ำเสียง ดังนั้นเขาจึงเดาว่าช่วงเสียงของผู้หญิงคนนี้จะต้องกว้างมาก
การแสดงสดของเธอก็ควรจะดังมากเช่นกัน ถ้าเธออยู่บนเวทีอย่าง "นักร้อง" เธอควรจะสามารถดึงดูดผู้ชมได้
ด้วยเหตุผลบางอย่าง เพลงหลายเพลงที่เหมาะกับซูฉู่จิงก็แวบเข้ามาในหัวของหลัวโม่ไม่หยุด
“แปลก นี่ฉันกำลังคิดอะไรอยู่” หลัวโม่ส่ายหัว
มันอาจจะเป็นเพราะเขารู้สึกว่าเสียงของซูฉู่จิงเหมาะกับเพลงเหล่านี้
แต่แน่นอนว่าหลัวโม่ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะทำอะไร
หลังจากที่ซูฉู่จิงร้องเพลงได้ไม่กี่บรรทัด เธอก็มองไปยังหลัวโม่ด้วยท่าทางราวกับกำลังรอการประเมินของเขาในฐานะนักแต่งเพลง
หากมองจากมุมมองของคุณสมบัติ เขาไม่มีคุณสมบัติอะไรที่จะไปประเมินราชินี
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ทั้งสองยังมีความสัมพันธ์แบบครูกับนักเรียน เพราะซูฉู่จิงนั้นเป็นเมนเทอร์ของรายการ "สร้างไอดอล"
แต่ซูฉู่จิงก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตารอการประเมินของหลัวโม่
หลัวโม่มองดูเธอและพูดเพียงสองคำ: "สมบูรณ์แบบ"
ไม่มีอะไรผิดพลาด ไม่ต้องแก้ไขตรงไหนเลย
เมื่อซูฉู่จิงได้ยินเช่นนี้ รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของเธอ
ต่อไปหลัวโม่จะเข้าไปร้องเพลงในห้องบันทึกเสียง
ด้วยเหตุผลบางอย่าง ความปรารถนาที่อยากจะชนะเกิดขึ้นในใจของหลัวโม่
ในรายการ "สร้างไอดอล" เขาไม่เคยแสดงความปรารถนาที่จะชนะออกมามากเกินไป แน่นอนว่าเขาไม่ได้ต้องการชัยชนะ เขาแค่เกลียดการพ่ายแพ้
แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าซูฉู่จิง เขาแค่รู้สึกอยากจะอวด
การแข่งขันประเภทนี้นั้นค่อนข้างคล้ายกับการแย่งชิงสถานะในครอบครัว
สถานะของเจ้าของและสุนัขโดยทั่วไปนั้นค่อนข้างชัดเจน แต่สถานะของคนกับแมวนั้นยังเป็นที่สับสนกันอยู่
ทั้งซูฉู่จิงและหลัวโม่ไม่อาจเข้าใจได้เลยว่าเหตุใดความคิดของพวกเขาจึงเป็นเช่นนี้ แต่อย่างน้อยวันนี้ทั้งสองก็สนุกกับมัน
หลัวโม่กระแอมและเริ่มร้องทดสอบจากท่อนคอรัส
เช่นเดียวกับบนเวทีการแสดง แม้ว่าท่อนแรกของเพลงจะถูกแจกจ่ายให้กับเพื่อนร่วมทีม แต่หลัวโม่ก็ยังคงร้องคลอเบาๆ เพื่อให้ท่อนคอรัสสามารถผ่านไปได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น
ซูฉู่จิงชำเลืองมองเขาก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อยและไม่พูดอะไร
ผู้หญิงคนนี้มีออร่าอันรุนแรงเช่นเคย โดยส่วนตัวเธอก็ไม่ค่อยพูดอยู่แล้ว แม้ว่าเธอจะไม่เคยแสดงท่าทางเย่อหยิ่ง แต่ด้วยออร่าและบุคลิกของเธอก็มักจะทำให้คนอื่นรู้สึกถึงความเย็นชา
ในความเห็นของซูฉู่จิง ทักษะการร้องงิ้วและการร้องเพลงของหลัวโม่นั้นคงที่มาก เขาเป็นนักร้องประเภทที่ไม่ยอมสูญเสียมาตรฐานเลยแม้แต่น้อย
การอัดเสียงอย่างเป็นทางการเริ่มขึ้นแล้ว
ซูฉู่จิงไม่ได้จ้างโปรดิวเซอร์มืออาชีพใดๆ เพราะเธอเป็นตัวของตัวเอง
กระบวนการอัดเสียงทั้งหมดเต็มไปด้วยประสิทธิภาพและไม่มีการเสียเวลาเลย
หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง ทั้งสองก็พอใจกับเพลงที่ออกมามาก
"จื้อหลิง" เวอร์ชันนี้ ในมุมมองของผู้ฟังย่อมดีกว่าเวอร์ชั่นแสดงสดแน่นอน
“หลังปรับแต่งเล็กน้อยก็น่าจะพร้อมแล้ว” ซูฉู่จิงกล่าวหลังจากฟังจบ
การปรับแต่งเพลงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ มันก็เหมือนกับไอซิ่งที่ใช้ตกแต่งหน้าเค้ก ตัวอย่างที่ต้องใช้ก็เช่นบางท่อนที่ต้องร้องประสานกัน ตรงจุดนี้จะต้องปรับระดับเสียงของคนสองคนนิดหน่อย นอกจากนี้ยังมีเสียงหายใจและทำนองอื่น ๆ อีก
สำหรับนักปรับแต่งเสียงที่ต้องทำงานกับนักร้องที่ไม่ได้เก่งมากนัก พวกเขาจะต้องฝีมือและแสดงพลังของเทคโนโลยีที่แท้จริงออกมา!
แต่หากงานของนักร้องบางคนนั้นดีอยู่แล้ว งานที่พวกนักปรับแต่งเสียงจะทำได้ก็มีไม่มาก
แน่นอนว่าไม่มีความจำเป็นสำหรับพวกเขาทั้งสองคนที่จะทำงานประเภทนี้ จนถึงตอนนี้ งานที่ทั้งสองสามารถทำได้นั้นเสร็จสมบูรณ์แล้ว
หลังจากที่ซูฉู่จิงจิบน้ำแร่ เธอก็พูดกับหลัวโม่ว่า "หลัวโม่ คาดว่าเพลงนี้จะเผยแพร่บนฉีเอ๋อมิวสิกในอีกห้าวัน"
"เร็วขนาดนี้เลย?" หลัวโม่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
ซูฉู่จิงพยักหน้าและกล่าวต่อ: "ฉันได้พูดคุยกับทางนั้นแล้ว ทรัพยากรและอย่างอื่นนั้นได้รับการจัดเตรียมแล้ว การโปรโมตจะเริ่มในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ดังนั้นความนิยมของเพลงคงจะสูงมาก"
หลัวโม่พยักหน้า นี่เป็นประโยชน์อย่างหนึ่งของการร่วมมือกับคนดัง ไม่อย่างนั้นหากเขาต้องการโปรโมตเพลงในแพลตฟอร์มแบบนี้ เขาอาจจะต้องรอคิว
ในขณะเดียวกัน สำหรับราชินีอย่างซูฉู่จิงที่ต้องการจะปล่อยเพลงใหม่ เธอไม่จำเป็นต้องเลือกวันและช่วงเวลาเลย เธอไม่ต้องหลบเลี่ยงการแข่งขันเหมือนเฉินซานฉีจากบริษัทซินหยู
เธอสามารถปล่อยเพลงได้ทุกเมื่อ และเมื่อไหร่ก็ตามที่เธอปล่อยเพลงออกมา คนอื่น ๆ จะถูกฆ่า!
เมื่อหลัวโม่กำลังจะกลับ ซูฉู่จิงก็พาเขาไปที่ประตู
ก่อนแยกจากกัน ซูฉู่จิงเป็นคนที่ยื่นมือออกไปพูดว่า "ยินดีที่ได้ร่วมมือด้วย"
หลัวโม่มองไปที่เธอก่อนจะจับมือและพูดว่า "เป็นการร่วมมือที่มีความสุขจริงๆ"
เงาของทั้งสองทับซ้อนกันภายใต้แสงแดด
หากฉากนี้ปรากฏในอนิเมะบางเรื่อง มันอาจกลายเป็นเงาของผู้ชายที่กำลังจับอุ้งเท้าเล็กๆ ของลูกแมวอยู่
กาลครั้งหนึ่งในฤดูร้อน
แมวขาวของเพื่อนของหลัวโม่คลอดลูกแมวออกมา 1 ตัวและเขาก็เป็นคนตั้งชื่อให้มัน ซึ่งเขาตั้งชื่อมันว่า–ไป๋ไป๋ไป๋
ในบรรดาสรรพสัตว์ทั้งหลาย มนุษย์นั้นมีอายุยืนยาวมาก
มีคนหลายคนที่เลี้ยงแมวและสุนัข สำหรับพวกเขา สัตว์เลี้ยงเหล่านี้อยู่กับพวกเขาได้เพียงแค่สิบกว่าปีหรือน้อยกว่านั้น
แต่สำหรับสัตว์เลี้ยง เจ้านายคือทั้งชีวิตของมัน
หลายๆ คนน่าจะเคยดูภาพยนตร์เรื่อง "ฮาจิโกะ สุนัขผู้ซื่อสัตย์" กันมาบ้างแล้ว
กล่าวได้ว่าสัตว์ส่วนใหญ่ไม่มีแนวคิดเรื่องเวลา พวกมันไม่รู้ว่าการพรากจากกันคืออะไร
หลังจากแยกทางกัน สิ่งที่ทั้งสองรู้คือต้องรอ รอการกลับมาของกันและกัน
ไม่รู้ว่าไป๋ไป๋ไป๋จะยังรออยู่หรือเปล่า?
ซูฉู่จิงยืนอยู่ที่ประตูพลางเฝ้าดูหลัวโม่เข้าไปในรถผู้ช่วยที่ขับออกไป ด้วยเหตุผลบางอย่าง เธอรู้สึกเหม่อลอยนิดหน่อย
หลังจากกลับมาที่ห้องรับรอง เธอหยิบไม้แหย่แมวขึ้นมาด้วยมือข้างขวาและใช้มือซ้ายตบมันเบา ๆ เป็นการเล่นกับตัวเอง
"แปะ แปะ แปะ"
...