บทเพลงแห่งความฝัน: "ไล่ตามความฝันด้วยหัวใจที่ไร้เดียงสา"

เมื่อเพลง "ชื่อเสียง" จบลง ผู้ชมก็ส่งเสียงกรี๊ดไม่หยุด



เป็นความจริงที่หลายคนไม่ชอบการแรปและไม่คุ้นเคยกับเพลงแรป แต่เนื้อเพลงของเพลงนี้เข้ากับสถานการณ์ของหลัวโม่เกือบ 100%



เพราะงั้นผู้ชมถึงได้ตอบรับในเชิงบวกแบบนี้ ยิ่งคนที่ดูการถ่ายทอดสดก็ยิ่งถูกกระตุ้นอารมณ์จากเสียงเหล่านี้ด้วย



แม้จะเป็นมุมมองจากมืออาชีพหรือจะด้วยมุมมองจากความนิยม เพลง "ชื่อเสียง" นี้จะเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมน้อยที่สุดของหลัวโม่หากไม่มีอะไรพิเศษเกิดขึ้น



บางทีหลังจากดูรายการจบแล้ว ผู้ชมอาจไม่จำเป็นต้องเปิดเพลงนี้ฟังรอบสองด้วยซ้ำ



แต่ด้วยความรู้สึกทางอารมณ์และเสียงตะโกนที่ดังสนั่น ทั้งสองทำให้เวทีนี้ระเบิด



ที่ที่นั่งของเมนเทอร์ ทั้งเหว่ยหรานและหลี่เกอรู้สึกว่าหลัวโม่จงใจให้มันออกมาแบบนี้



เพราะตามระบบการแข่งขันของรายการแล้ว การโชว์ครั้งสุดท้ายจะไม่ใช่แค่โชว์ แต่มันเป็นคอนเสิร์ตขนาดใหญ่



ไม่มีขั้นตอนการโหวตในงานนี้ มีเพียงแค่การที่ทำให้ทุกคนเข้าถึงอารมณ์ของเพลง เพราะสุดท้ายแล้วทางรายการจะประกาศรายชื่อของเด็กฝึกตามการจัดอันดับใน [รายการโหวตยอดนิยม]



ตอนนั้นเองเหว่ยหรานและหลี่เกอ เพื่อนสนิททั้งสองพบว่าหลัวโม่อาจเจอกับสถานการณ์ที่เลวร้ายกว่าที่พวกเขาคิด



ในฐานะที่เมนเทอร์ พวกเขาจะไม่รู้ระบบการแข่งขันของรอบชิงชนะเลิศได้อย่างไร?



ตามกฎที่กำหนดโดยหนิงตันก่อนหน้านี้ ผู้เล่นที่ได้อันดับหนึ่งใน [รายการโหวตยอดนิยม] ควรจะเปิดตัวที่ตำแหน่งเซ็นเตอร์



เนื่องจากเป็นตำแหน่งเซ็นเตอร์ ทางรายการจะให้การบริการที่ดีที่สุดกับเขา แต่กฏและขั้นตอนที่เหลือไม่ได้ถูกประกาศให้โลกภายนอกรับรู้



นั่นก็คือผู้ที่ได้ที่หนึ่งจะได้ร้องเพลงอีกหนึ่งเพลง!



กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือเขาจะมีเวทีเดี่ยวอีก 1 เวที ในตอนท้ายของรายการ เขาจะได้โชว์อีกหนึ่งเพลง!



เป็นเรื่องที่ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าหลัวโม่ไม่ได้ลงนามในสัญญากลุ่ม ดังนั้นเขาจึงไม่ได้เปิดตัวในตำแหน่งเซ็นเตอร์ เพราะงั้นเซินหมิงหลิวจะเลื่อนขึ้นมาเป็นที่หนึ่งโดยตรง เขาจะได้เปิดตัวในตำแหน่งเซ็นเตอร์ด้วยอันดับที่สอง



แต่หนิงตันจะมอบเวทีอันเต็มไปด้วยแสงสีของหลัวโม่ให้กับผู้อื่นได้อย่างไร?



"เด็กน้อย หรือนี่จะเป็นแค่อาหารเรียกน้ำย่อยก่อนเสิร์ฟจานหลัก!" หลี่เกอพูดในใจ "นี่คือเพลงที่สร้างขึ้นมาเพื่อวิจารณ์บริษัทของตัวเองโดยตรง"



เหว่ยหรานเองคิดบางอย่างอยู่ในใจ เขารู้สไตล์ของหลัวโม่ดี ภายใต้สถานการณ์ปกติ หลัวโม่จะไม่เลือกเพลงแบบนี้แน่ สุดท้ายนี้แม้จะอยากระบายความในใจก็ไม่ควรเลือกเพลงนี้ เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ เหว่ยหรานก็แสดงสีหน้าตกตะลึงออกมา



เขาพูดในใจ: "หลัวโม่ หลัวโม่ นายมีความมั่นใจอย่างมากในการจัดอันดับของตัวเอง เพราะงั้นนายจึงกล้าสร้างปัญหาแบบนี้!"



ซูฉู่จิงจะมองความคิดของหลัวโม่ไม่ออกได้ยังไง?



เธอชำเลืองมองชายในชุดสีดำบนเวทีด้วยความสนใจ แม้ชายผู้นี้มักจะมีรอยยิ้มขี้เล่นอยู่บนหน้าเสมอ แต่เขาก็ยังคงมีความดื้อรั้นอยู่



สำหรับเจียงหนิงซีและเสิ่นอี้นั่ว ในตอนนี้พวกเธอไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกเธอยังคงตกอยู่ในความบ้าคลั่งของเพลง "ชื่อเสียง"



เพลงนี้เรียกได้ว่าเป็นเพลงที่ตอบโต้ต่อ [แรงระเบิด] ได้เป็นอย่างดี!



สำหรับคนในห้องวีไอพี สีหน้าของหวางซิซ่งกลายเป็นจริงจัง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชา



ไม่ใช่เพียงแค่เขาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงหลี่เฟิงซานและคนอื่นๆ อีกด้วย



บางครั้งผู้คนก็แปลก สำหรับคนระดับสูงหลายคน มันเป็นเรื่องหากพวกเขาฉีกหน้าผู้อื่นได้สำเร็จ แต่พอโดนผู้อื่นฉีกหน้าบ้าง พวกเขากลับทนไม่ได้!



เสิ่นเฉาชิว คนพิการที่อยู่ท่ามกลางกลุ่มคน ตอนนี้ความรู้สึกกดดันภายในใจของเขาหายไปแล้ว



ด้วยเหตุผลบางอย่าง เขารู้สึกมีความสุขมาก!



แม้แต่รองประธานของฉีเอ๋อฟิล์มก็ยิ้มขึ้นมาเช่นกัน



เพราะเขาเพิ่งได้รับวีแชทจากทีมข้อมูลว่าการถ่ายทอดสดครั้งนี้ได้ทำลายสถิติในรายการวาไรตี้โชว์ความสามารถพิเศษไปแล้ว!



และการทำลายสถิตินี้ยังไม่ใช่แค่นิดๆ แต่เป็นการทำลายสถิติอย่างท่วมท้น!



หวางซิซ่งหันศีรษะของเขามองไปยังเสิ่นเฉาชิวที่อยู่ข้างๆ ก่อนจะพูดขึ้น "เฉาชิว ฉันได้ยินมาว่า บริษัทของนายต้องการเซ็นสัญญากับชายหนุ่มคนนี้”



"ดูสิ การควบคุมบริษัทนั้นยากขึ้นเรื่อยๆ คนหนุ่มสาวสมัยนี้ไม่เชื่อฟังกันเลย"หวางซิซ่งพูดด้วยความจริง



เสิ่นเฉาชิวพยักหน้าก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมาและพูดว่า: "นิสัยของคนหนุ่มสาวเป็นเรื่องปกติ ฉันจะสอนเขาเพิ่มเติมหลังจากที่เขาเซ็นสัญญากับบริษัทแล้ว"



เมื่อเสิ่นเฉาชิวกล่าวจบประโยคนี้ สายตาของผู้คนก็จับจ้องมาที่เขา



ความหมายของคำพูดนี้ชัดเจนเกินไป



——หลัวโม่ พวกเราซินหยูจะเซ็นสัญญากับนาย!



………………



.



"หลัวโม่!"



"หลัวโม่!!!"



ภายในงาน เสียงปรบมือดังไม่หยุด



หลัวโม่พยักหน้าให้ผู้ชมและหลังจากโค้งคำนับ เขาก็ยืนนิ่งไม่ขยับ



แม้ขั้นตอนที่ทุกคนรู้ก็คือหลังจากจบการแสดง เขาควรจะก้าวลงจากเวที



แต่หลัวโม่ยังยืนอยู่ที่นั่นราวกับกำลังรออะไรบางอย่าง



ตอนนั้นเองพิธีกรที่รออยู่ข้างเวทีรีบขึ้นไปบนเวทีพร้อมกับถือกระดาษแผ่นหนึ่งไว้ในมือ



"หลัวโม่ หยุดก่อน" พิธีกรสาวผู้มีเสน่ห์พูดกับหลัวโม่



จากนั้นเธอมองลงไปยังกระดาษในมือและทำตามคำแนะนำที่ได้รับจากหูฟังที่พูดโดยหนิงตัน เธออ่านว่า: "ณ ตอนนี้ ช่องทางโหวตสำหรับรายการ ‘สร้างไอดอล’ ถูกปิดแล้ว"



"ฉันขอประกาศอย่างเป็นทางการว่า [รายการสนับสนุนยอดนิยม เด็กฝึกที่ชนะเป็นอันดับหนึ่งในรายการก็คือ..."



"——หลัวโม่!!!"



เสียงปรบมือดังกึกก้องขึ้นในฉับพลัน แสงสีขาวนับพันด้านหน้าเวทียังคงส่องแสงจ้า



พิธีกรสาวมองไปยังผู้ชมและพูดต่อ "ต่อไปเราจะให้เด็กฝึกที่เป็นแชมป์ของรายการ ‘สร้างไอดอล’ ร้องเพลงสุดท้ายในระหว่างการออกอากาศสด!"



"ตอนนี้ เวทีนี้เป็นของหลัวโม่แล้ว!"



หลังจากพูดจบ พิธีกรสาวก็รีบก้าวเท้าที่ใส่ส้นสูงลงจากเวที



บนเวทีเหลือเพียงแค่หลัวโม่คนเดียว



ในห้องรอ สีหน้าของเซินหมิงหลิวกลายเป็นสีเทาราวกับคนตาย



ในบรรดาเด็กฝึกที่เหลืออีก 20 คน มีเพียงแค่เขาและหลัวโม่เท่านั้นที่เตรียมเพลงที่สองไว้



เนื่องจากเด็กฝึกคนอื่นไม่มีสิทธิ์ในการเข้าชิงมงกุฎอันนี้



ในตอนนี้เซินหมิงหลิวทำได้เพียงเผชิญกับความจริงอันโหดร้ายอย่างช่วยไม่ได้ แม้จะใช้อำนาจของบริษัทเบื้องหลังของเขา แม้จะมีบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างปัวหลัวเข้ามาช่วย แต่เขาก็ยังแพ้!



จีคังดงตบไหล่ของเขาเพื่อปลอบใจ



เพราะไม่ว่ายังไงจีคังดงก็ไม่ได้เดบิวต์ไปในตำแหน่งเซ็นเตอร์ ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องอับอายอะไร



สำหรับหลัวโม่ที่อยู่บนเวที เขาถอดไมโครโฟนบนขาตั้งไมโครโฟนออกมาถือ



เพลงต่อไปนี้มีความยากสูงมาก



แม้ด้วยทักษะการร้องเพลงของเขา เขาก็ยังต้องระมัดระวังเป็นอย่างดี



แทนที่หลัวโม่จะวางไมโครโฟนไว้บนขาตั้งไมโครโฟน เขาเปลี่ยนมายืนตรงแล้วร้องเพลงอย่างสบายใจ



ครั้งนี้ หลัวโม่ไม่ได้มองไปยังห้องวีไอพีอีกต่อไป



เพราะเพลงต่อไปนี้ไม่ได้ร้องให้กับคนพวกนั้น



หลัวโม่เหลือบมองผู้ชมก่อนจะมองกล้องที่หันมาที่เขาบนเวทีอีกครั้ง



หลัวโม่ที่ใส่ชุดสูทสีดำกล่าว "รายการสร้างไอดอลเป็นเวทีแห่งการไล่ล่าความฝัน"



“ผมมีเพื่อนที่มาด้วยกันในรอบชิงชนะเลิศ และก็มีเพื่อนบางคนที่ได้จากไปแล้ว"



“เพลงสุดท้ายอุทิศให้กับทุกคนที่มีความฝัน"



“ขอส่งถึงทุกคนที่ยังคงไล่ตามความฝัน"



ประโยคสุดท้ายหลัวโม่พูดในใจ "แล้วก็ส่งถึงตัวเราเองที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อโลก"



เขากวาดตามองผู้ชมและพูดเสียงดัง: "ขอส่งเพลง ‘ไล่ตามความฝันด้วยหัวใจที่ไร้เดียงสา’ ให้ถึงทุกคน!"



......



ตอนก่อน

จบบทที่ บทเพลงแห่งความฝัน: "ไล่ตามความฝันด้วยหัวใจที่ไร้เดียงสา"

ตอนถัดไป