การวางแผนในอนาคต

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลัวโม่อยู่บ้านมาสามวันแล้ว



ในช่วงสามวันที่ผ่านมา พ่อและแม่หลัวโม่เลี้ยงเขาราวกับหมู ทั้งสองปรุงอาหารรสเลิศด้วยวิธีที่แตกต่างกันทุกวัน ซึ่งอาหารพวกนี้ส่งผลต่อการจัดการร่างกายของหลัวโม่เป็นอย่างมาก



นอกจากนี้ หลัวโม่ยังรู้สึกเหนื่อยยิ่งกว่าตอนอยู่ในรายการ "สร้างไอดอล" ซะอีก เพราะเขาต้องทนกับศิษย์พี่หกที่ทำตัวเหมือนกับคนบ้า แถมยังต้องเล่นหมากรุกกับอาจารย์อีก



ความคิดหนึ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวของหลัวโม่ทำให้เขาสงสัยว่าตัวเองกำลังป่วยอยู่หรือเปล่า เพราะความคิดดังกล่าวที่แวบเข้ามาในหัวของเขาก็คือ - ฉันอยากไปทำงาน!



ในตอนกลางคืน โทรศัพท์มือถือของหลัวโม่ดังขึ้นสองสามครั้ง มันเป็นข้อความเตือนจากแชทกลุ่ม



เสิ่นอี้นั่วดึงเขาเข้ากลุ่มสามคนรวมถึงเจียงหนิงซีด้วย



ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทั้งสองสาวได้อัดท่อนร้องของเพลง "แคว้นอิตถี" ทุกวันแล้วส่งให้หลัวโม่เพื่อให้เขาประเมินและตรวจสอบ



เนื้อหาของวิดีโอที่ส่งไปโดยเจียงหนิงซีนั้นมีการโชว์หน้า แต่ของเสิ่นอี้นั่วนั้นแตกต่าง ไม่เพียง แต่เธอจะโชว์ใบหน้าเท่านั้น แต่เธอยังแสดงท่าทางตลกอีกด้วย



หลังจากที่หลัวโม่ใส่หูฟังและฟังดูแล้ว เขาก็พยักหน้าเล็กน้อย



"เกือบจะได้แล้ว แบบนี้แหละ" หลัวโม่ตอบไปในกลุ่ม



แม้ว่าจะไม่สามารถพูดได้ว่า [ออโรร่าเกิร์ล] เป็นวงเกิร์ลกรุ๊ปอันดับต้น ๆ ของจีน แต่อย่างน้อยกระแสและแนวโน้มในปัจจุบันก็ค่อนข้างดี



เพียงแต่ว่านักร้องต้นฉบับของเพลงนี้นั้นร้องออกมาได้ดีมาก ดังนั้นมาตรฐานของหลัวโม่สำหรับพวกเธอจึงเข้มงวดและสูงเป็นพิเศษ



เมื่อพูดกันตรงๆ ทางด้านของซูฉู่จิง ราชินีผู้ทรงพลังนั้นไม่ต้องเป็นห่วงเลย



เพลง "รักของสตรี" เวอร์ชันผู้หญิงที่เธอซื้อไปอาจใช้เวลาไม่นานในการอัดเสียงที่สมบูรณ์



อย่างไรก็ตาม ซูฉู่จิงนั้นได้เชิญหลัวโม่มาเล่นบทรับเชิญในหนังเรื่อง "ปีศาจแมว" แต่เพราะเธอรู้ดีว่าเมื่อเร็วๆ นี้หลัวโม่กำลังจะใช้เวลากับครอบครัวของเขาและยุ่งกับการสร้างสตูดิโอ ดังนั้นเธอจึงไม่เร่งรีบมากนัก



เพราะยังไงซะมันก็เป็นแค่บทรับเชิญซึ้งไม่มีฉากอะไรมากมาย



ในเวลานี้ เสิ่นอี้นั่วถามขึ้นมาในกลุ่ม: "หลัวโม่ นายจะมาเซี่ยงไฮ้เมื่อไหร่?"



เจียงหนิงซีอ่านข้อความในกลุ่มอย่างเงียบ ๆ แม้เธอจะไม่ได้ถามคำถามอะไร แต่ในใจของเธอตอนนี้เป็นกังวลอย่างมากเกี่ยวกับเนื้อหาในแชท



เธอเป็นพวกชอบแอบอ่านทุกอย่างในกลุ่มแชทแต่ไม่ค่อยชอบพิมพ์



“พรุ่งนี้” หลัวโม่ตอบ



เสิ่นอี้นั่วส่งรูปภาพโอเคมา จากนั้นก็กล่าวต่อ: "บริษัทได้ดึงทีมงานชั่วคราวมาช่วยเรื่องสตูดิโอของนายแล้ว พวกเขาทั้งหมดจะถูกดึงมาจากบริษัทเพื่อนาย"



"ทีมประชาสัมพันธ์ ทีมการตลาด ทีมงานสาธารณชน ทีมสัมพันธ์... พวกเขาทั้งหมดถูกส่งมาให้นายแล้ว แถมแต่ละคนยังมีความน่าเชื่อถือและมีความรับผิดชอบ"



"นายสามารถใช้ทีมนี้ก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนเป็นทีมของตัวเองภายหลัง"



"เป็นไง เรื่องนี้น่าสนใจพอไหม?” เสิ่นอี้นั่วโพสต์อีโมจิอนิเมชั่นอีกอันที่สร้างของจากรูปเธอเอง



"ขอบคุณประธานเสิ่นให้ฉันด้วย" หลัวโม่ตอบ



ต้องบอกว่าบริษัทซินหยูแสดงความจริงใจที่จะให้ความร่วมมือในทุกด้านจริงๆ เพราตอนที่สตูดิโอก่อตั้งขึ้นแรกๆ หลัวโม่คงไม่สามารถสร้างทีมที่มีคุณภาพได้ในระยะเวลาอันสั้น



ดังนั้นซินหยูจึงส่งคนมาให้ยืมก่อน จากนั้นค่อยเปลี่ยนเป็นทีมที่สร้างโดยหลัวโม่ทีหลัง มันจะไม่กระทบต่อสิทธิและผลประโยชน์ของหลัวโม่ด้วย



แน่นอนว่าค่าจ้างของคนเหล่านี้หลัวโม่ต้องเป็นคนจ่าย



"เรายังต้องทำเงินอยู่" หลัวโม่ยิ้ม



แพลตฟอร์มเพลงหลักทั้งหมดในโลกนั้นมีการเก็บค่าธรรมเนียม



การฟังเพลงมีค่าใช้จ่าย 1 เหรียญและผู้ฟังสามารถฟังซ้ำได้ 3 รอบ แถมยังต้องเสียเงินเล็กน้อยเพื่อดาวน์โหลดอีก



ด้วยระดับความร่วมมือกับนักร้องที่แตกต่างกัน ส่วนแบ่งที่ได้ก็จะแตกต่างด้วยเช่นกัน



สำหรับผู้ที่อยู่ในระดับซูฉู่จิง หากเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะตัว แพลตฟอร์มเพลงนั้นก็แทบจะไม่ได้รับค่าคอมมิชชั่นเลย แถมยังถูกเรียกเก็บค่าดำเนินการและค่าบำรุงรักษาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น



ลิขสิทธิ์เพลงของทีมนิรนามที่แสดงในรายการ "สร้างไอดอล" อยู่ในมือของหลัวโม่ทั้งหมด เขาสามารถเผยแพร่เวอร์ชันเป็นทางการไปบนแพลตฟอร์มเหล่านี้ได้



ในโลกนี้ยังมี [อัลบั้มดิจิทัล] เช่นเดียวกับในโลกเก่า ราคาเรียกเก็บประมาณ 2 หยวนต่อเพลง เมื่อแฟนๆ ซื้ออัลบั้มดิจิทัล พวกเขาจะได้รับแผ่นป้ายชื่อและอื่นๆ แถมผู้ฟังยังสามารถซื้อซ้ำได้มากเท่าที่ต้องการอีกด้วย



นอกจากนี้ยังเป็นไปได้ที่แฟน ๆ จะซื้ออัลบั้มดิจิทัลเป็นร้อยเป็นพันชุด



หลัวโม่ยังไม่คิดไปถึงจุดนี้



ตอนนี้ยังไม่ต้องพูดถึงระดับของพวกเขาเลย



เพราะทุกคนยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ถึงกระแสจะสูง แต่ผลงานก็ยังมีน้อย



หากออกอัลบั้มดิจิทัลก็เท่ากับการสร้างคุกให้ตัวเอง แถมยังเป็นการลดจำนวนผู้ฟังลงและไม่เอื้ออำนวยต่อการผลิตผลงาน



ที่จริงถ้าผลงานนั้นได้รับความนิยมมากพอและคุณภาพสูงจริงๆ แล้วยังสอดคล้องกับตลาด มันย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการขายปริมาณ



ในตอนนี้เอง หลัวโม่ก็จำเรื่องบางอย่างได้



เขาพิมพืถามเสิ่นอี้นั่วไปในกลุ่มว่า: "ซินหยูมีการติดต่ออะไรกับอุตสาหกรรมอนิเมชั่นรึเปล่า?"



เสิ่นอี้นั่วตอบกลับมาในไม่กี่วินาที: "ว้าว หลัวโม่ นายรู้เรื่องนี้ได้ยังไง นายรู้ได้อย่างไรว่าบริษัทเพิ่งขยายไปยังอุตสาหกรรมอนิเมชั่นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา"



“ดี เรามาพูดคุยถึงเรื่องนี้กันเถอะ" หลัวโม่พิมพ์ต่อ



จากนั้นเสิ่นอี้นั่วก็ส่งข้อความเสียงมา: "จริง ๆ แล้วฉันเพิ่งซื้อสตูดิโอหนึ่งมา สตูดิโอนี้สร้างการ์ตูนสำหรับเด็กมาโดยตลอด แต่ฉันต้องการสร้างการ์ตูนให้เหมาะกับทุกเพศทุกวัย เพราะเมื่อเร็วๆ นี้ตลาดอนิเมชั่นกำลังเฟื่องฟู"



หลัวโม่พยักหน้าเบาๆ ขณะที่เขาฟัง



แน่นอนว่าอนิเมะในโลกจะต้องเป็นที่นิยมเหมือนกับในโลกก่อน



แต่แม้จะเหมือนว่าอุตสาหกรรมนี้กำลังเฟื่องฟู แต่ผลงานยอดฮิตก็ยังไม่ได้ปรากฏออกมา



อย่างไรก็ตาม มีคนจำนวนหนึ่งที่ได้เห็นแนวทางของอุตสาหกรรมนี้และเล็งที่จะลงทุนแล้ว



มันก็เหมือนกันกับโลกเก่า ตอนนี้ ถ้าไปบอกคนอื่นว่างานอนิเมชั่นในประเทศสามารถกวาดรายได้จากบ็อกซ์ออฟฟิศในโรงภาพยนตร์ไปหลายร้อยล้านหรือพันล้านคงไม่มีใครเชื่อ



ไม่กี่ร้อยล้านอาจยังพอที่จะคิดได้ แต่สองสามพันล้านนั่นเป็นเพียงจินตนาการ!



สำหรับเสิ่นเฉาชิวที่เล็งเห็นถึงอุตสาหกรรมนี้ หลัวโม่คิดว่าบุคคลนี้มีสายตาที่เฉียบคมมาก ไม่แปลกใจเลยที่ชายพิการคนนี้จะผันตัวจากเด็กยากจนและกลายมาเป็นหัวหน้าใหญ่ในวงการบันเทิงอย่างทุกวันนี้



เมื่อเห็นว่าหลัวโม่ได้สอบถามเกี่ยวกับเรื่องนี้เสร็จแล้ว เสิ่นอี้นั่วลังเลที่จะถามก่อนที่จะทนไม่ไหวและถามออกไป: "หลัวโม่ หลัวโม่! ตอบด้วย! ทำไมนายถึงถามเรื่องนี้?"



หลัวโม่ไม่ได้ปิดบังและตอบกลับไป"อันที่จริงเพลง ‘ไล่ตามความฝันด้วยหัวใจที่ไร้เดียงสา’ เดิมทีตั้งใจจะให้เป็นเพลงสำหรับอนิเมชั่น"



“หือ? มีคนรอบตัวนายที่จะสร้างอนิเมชั่น แล้วนายก็เลยแต่งเพลงสำหรับอนิเมชั่นนี้ขึ้นมาใช่ไหม?" เสิ่นอี้นั่วถาม



"ไม่ ฉันจะเป็นคนสร้างเอง" หลัวโม่กล่าว



เสิ่นอี้นั่วและเจียงหนิงซีตอบกลับด้วยจุดไข่ปลา: "..."



"นายจริงจังใช่ไหม?" เสิ่นอี้นั่วเป็นแฟนอนิเมชั่น แต่เธอก็ยังคิดว่าหลัวโม่กำลังพูดล้อเล่นอยู่



"ฉันจริงจัง" หลัวโม่ถามต่อ: "เธอส่งชื่อสตูดิโอที่บริษัทพูดคุยด้วยมาให้ฉัน ฉันต้องการดูผลงานก่อนหน้านี้ของพวกเขา"



"มันชื่อว่าตงกวง" เสิ่นอี้นั่วถามอีกครั้ง: "ถ้ามันเป็นอนิเมชั่นสำหรับเพลง ‘ไล่ตามความฝันด้วยหัวใจที่ไร้เดียงสา’ จริง งั้นตัวอนิเมชันก็ควรเสริมแรงบันดาลใจและก็เติมไฟให้กับผู้คนใช่ไหม?"



หลัวโม่นึกถึงผลงานที่ไม่เหมือนใครนี้ก่อนจะยิ้มและตอบกลับ: "แน่นอน มันจะออกมาร้อนแรงมาก"



ในความคิดของเขา ไม่มีผลงานอะไรในโลกนี้ที่จะเร่าร้อนและน่าหลงใหลมากไปกว่ามันแล้ว



แต่อนิเมชันเรื่องนี้ก็มีเรื่องที่ค่อนข้างแปลกในบางฉาก



"มันมีชื่อเรื่องว่าอะไร" เสิ่นอี้นั่วถาม



หลัวโม่ตอบ: "[กระต่ายในปีนั้น]"



เสิ่นอี้นั่วและเจียงหนิงซีซึ่งได้อ่านข้อความแล้วอดไม่ได้ที่จะตอบกลับไปด้วยเครื่องหมายคำถามสามอัน: "???"



นายแน่ใจหรอว่าจะใช้ชื่อนี้?



กระต่าย ชื่อของเรื่องเกี่ยวกับกระต่าย!



พวกเธอทั้งสองคนยิ่งรู้สึกว่าหลัวโม่กำลังพูดล้อเล่นมากขึ้นเรื่อยๆ



แต่หลัวโม่นั้นจริงจังอย่างมาก ในสายตาของเขา มีผลงานแนวนี้ไม่มากนักที่สามารถสร้างความนิยมได้เท่าเรื่องนี้



แต่เนื่องจากว่าในโลกนี้กับโลกเก่ามีความแตกต่างกันอยู่เล็กน้อย ทั้งภูมิหลังทางประวัติศาสตร์และสถานที่บางแห่งที่ต้องแก้ไข แต่มันก็มีสิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก



สำหรับคำถามที่ว่าเขาจะบรรลุผลที่คาดหวังได้หรือไม่? หลัวโม่ไม่รู้เลยจริงๆ



เขาไม่ได้หวังที่จะทำเงินให้ได้เยอะๆ จากมัน แต่เขาจะยอมเสียเงินเพื่อสร้างมัน



เมื่อเริ่มต้นก้าวนี้แล้ว การพัฒนาของอุตสาหกรรมนี้ในอนาคตจะต้องดีขึ้นมากแน่



.....



.....



หลังจากจบหัวข้อเรื่องอนิเมชั่น เสิ่นอี้นั่วก็ยังคงไม่สามารถยับยั้งความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองได้ เธออดไม่ได้ที่จะถามคำถามที่ตัวเองสนใจมากที่สุด



"หลัวโม่ ฉันไม่มีปัญหากับการที่นายอยากทำงานเสริมหรอกนะ แต่นายอย่ามุ่งความสนใจไปที่งานเสริมมากจนไม่ได้คิดจริงจังเกี่ยวกับการเดบิวต์!"



เจียงหนิงซีเองก็ต้องการถามคำถามนี้อยู่นานแล้ว



ด้วยสถานะปัจจุบันของหลัวโม่ ก็คือเขายังไม่ได้เดบิวต์อย่างเป็นทางการ



เขาจะเปิดตัวในรูปแบบใดและจัดงานประเภทใด นี่คือไฮไลท์!



เสิ่นอี้นั่วส่งข้อความมาต่อ: "ฉันได้ยินมาว่าบริษัทปัวหลัวกำลังจะมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่"



"การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่งั้นหรอ? มันก็แค่อัลบั้มเปิดตัวของวงบอยกรุ๊ป ไนน์-ที ไม่ใช่หรอ?" หลัวโม่ถามเกี่ยวกับเรื่องนี้



เสิ่นอี้นั่วส่ายหัวและตอบกลับ "มันเป็นมากกว่านั้น"



"ปัวหลัวได้เชิญดาราขั้นเทพกึ่งเกษียณมาด้วย ไม่เพียงแต่จะสร้างเพลงไตเติ้ลสำหรับอัลบั้มแรกของวง ไนน์-ที เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเปิดตัวอัลบั้มใหม่ที่จะถูกแต่งโดยเทพคนนั้นเช่นกัน" เสิ่นอี้นั่วกล่าว



เจียงหนิงซี อดไม่ได้ที่จะพูดในขณะนี้: "เสี่ยวเสิ่น ดาราขั้นเทพที่เธอพูดถึงก็คือหวงซีชานใช่ไหม?"



"นอกจากนี้ยังมีจ้าวเสวี่ยฉินที่จะมามีส่วนร่วมด้วย!" เสิ่นอี้นั่วกล่าว



“หวงซีชาน?” หลัวโม่เองก็รู้จักเขาเช่นกัน ชายคนนี้อยู่ในระดับแนวหน้าของสายนักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์



สำหรับจ้าวเสวี่ยฉิน เขาอยู่ในระดับเดียวกับซูฉู่จิงในแวดวงดนตรี



นี่เป็นการเคลื่อนไหวครั้งยิ่งใหญ่มาก



หลัวโม่ที่เฝ้าดูการสนทนาของสองสาวก็ลุกขึ้นและเดินเข้าไปในห้องของตัวเอง จากนั้นเขาก็ปิดประตูแล้วโทรหาตงชูทันที.....



ตอนก่อน

จบบทที่ การวางแผนในอนาคต

ตอนถัดไป