3 เพลง

การแสดงออกบนใบหน้าของเสิ่นเฉาชิวทำให้เหอหยวนกวงที่ดวงตาแดงก่ำอยู่ในตอนนี้เข้าใจบางอย่างในทันที



“ประธานเสิ่นไม่ได้อ่านบทร่างแรกใช่ไหมครับ?” เหอหยวนกวงถาม



เสิ่นเฉาชิวพยักหน้าและพูดขึ้น "ฉันเพิ่งได้บทร่างเมื่อตอนเช้านี้ จากนั้นฉันก็ยุ่งอยู่กับเรื่องอื่นจนนไม่มีเวลาดูมันเลย"



เรื่องที่เสิ่นเฉาชิวพูดมานับว่ามีเหตุผล ในฐานะผู้ถือหางเสือของบริษัทซินหยู มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาเพียงคนเดียวจะตรวจสอบรายงานทั้งหมดได้



เขาพร้อมที่จะเข้าสู่อุตสาหกรรมอนิเมชั่นแล้ว สิ่งที่เขาต้องทำในตอนนี้ก็คือการก้าวไปข้างหน้าและทดสอบตลาด



เหอหยวนกวงพยักหน้า "ประธานเสิ่น ผมมีความมั่นใจที่จะทำโครงการนี้ออกมาให้ดีได้"



"ดีมาก ขอเพียงแค่มีความมั่นใจแบบนั้นแหละ" เสิ่นเฉาชิวกล่าว



ความคิดดั้งเดิมของเสิ่นเสาชิวคือเอาบทร่างของเรื่องนี้มาให้เหอหยวนกวงดู ถ้าบทของเรื่องยังไม่ผ่าน เขาก็ตั้งใจจะให้หลัวโม่พักงานในด้านนี้ไปก่อน



แต่ใครจะคิดว่าเหอหยวนกวงกลับตื่นเต้นมากหลังจากที่ได้อ่านบทร่างนั้น แถมเหอหยวนกวงยังบอกอีกว่ารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ทำอนิเมชั่นแบบนี้



ภายใต้ความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ ก้าวแรกของซินหยูในการเข้าสู่อุตสาหกรรมอนิเมชั่นนั้นเป็นเช่นนี้?



เหอหยวนกวงมองไปที่ชายพิการและพูดขึ้น "ประธานเสิ่น ผมอยากจะถามว่าคุณว่าใครกันที่เป็นคนเขียนบทเรื่องนี้"



"อะแฮ่ม..." เสิ่นเฉาชิวกระแอมเบาๆ ก่อนจะพูด "ถ้าฉันบอกว่าสคริปต์นี้ถูกเขียนโดยนักร้องหน้าใหม่ที่ยังไม่ได้เดบิวต์อย่างเป็นทางการ แต่เขากลับปล่อยเพลงใหม่และที่ตัวเองแต่งเองมาหลายเพลงแล้วล่ะนายจะเชื่อไหม?"



"อะไรนะ?" ประโยคที่เหอหยวนกวงได้ฟังทำให้เขารู้สึกมึนงง



ทำไมสคริปต์เรื่องนี้ถึงไปเกี่ยวข้องกับนักร้องหน้าใหม่ แถมเขาคนนั้นยังไม่ได้เดบิวต์แต่กลับมีเพลงใหม่แล้ว?



“ชื่อของเขาคือหลัวโม่ ช่วงนี้นายคงยุ่งมากจนไม่ได้ยินข่าวเกี่ยวกับเขา” เสิ่นเฉาชิวกล่าว



เหอหยวนกวงพยักหน้า เขาไม่รู้จักว่าหลัวโม่เป็นใครเลยจริง ๆ แต่ชื่อนี้มันก็ทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยอยู่นิดหน่อย



เขาไม่ได้สนใจเรื่องรายการ "สร้างไอดอล" เลย แต่ว่า...



"เพลง ‘ไล่ตามความฝันด้วยหัวใจที่ไร้เดียงสา’? " จู่ๆ เหอหยวนกวงก็นึกถึงเพลงหนึ่งที่เขาชอบมากขึ้นมา



"ใช่แล้ว เขาคนนั้นแหละ" เสิ่นเฉาชิวยิ้มและพูดต่อ: "ที่ฉันพูดไปก่อนหน้านี้ก็คือเพลงนี้ เขาวางแผนที่จะใช้เพลงนี้เป็นเพลงจบของ ‘กระต่ายในปีนั้น’ ”



เมื่อได้ยินแบบนี้ เหอหยวนกวงก็ตกอยู่ในความสับสน



"หัวใจที่ร้อนแรง ..." ทันใดนั้นเหอหยวนกวงก็ยิ้มและพูดขึ้น "ฉันเข้าใจแล้ว"



ในบ่ายวันเสิ่นเฉาชิวตกตะลึงอยู่หลายครั้ง เขาถึงกับต้องพูดพูดในใจ: "นายเข้าใจอะไร?"



หลังจากที่ชายมีอายุทั้งสองคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง เหอหยวนกวงก็จากไปอย่างมีความสุข



เขาบอกว่าต้องการวาดภาพกระต่ายและนกอินทรีตามบทร่างแรก จากนั้นเขาค่อยไปพบหลัวโม่และแสดงความปรารถนาที่จะสร้างผลงานนี้ด้วยความจริงใจ



เมื่อพิจารณาจากทัศนคติของเหอหยวนกวงแล้ว จะเห็นได้เลยว่าเขาให้ความสำคัญกับงานนี้มากจริงๆ



เสิ่นเฉาชิวมองไปยังร่างที่กำลังเดินจากไปและพึมพำขึ้นในใจ: "บทนั่นมีพลังมากขนาดนั้นเลยหรอ?"



หลังจากคิดอยู่พักหนึ่ง เสิ่นเฉาชิวก็ใจใช้เวลาสิบนาทีเพื่ออ่านบทร่างแรกของสคริปต์



ครึ่งชั่วโมงต่อมา เสิ่นเฉาชิวยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม่ลุกไปไหน เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองเพดานของสำนักงาน เขาอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นมากดดั้งจมูก



เขาไม่เคยคิดว่าเลยว่าเรื่องนี้จะสร้างผลกระทบแบบนี้ให้กับเขา!



“ร้อยปีแห่งการเปลี่ยนแปลง” เสิ่นเฉาชิวแสดงอารมณ์ออกมาอย่างช่วยไม่ได้



"กระต่ายทุกตัวมีความฝันที่ยิ่งใหญ่" เมื่อเสิ่นเฉาชิวเห็นประโยคนี้ เขาก็รู้สึกตื้นตันใจ



ก่อนหน้านี้ เสิ่นเฉาชิวนั้นค่อนข้างอยากที่จะต่อต้านความปรารถนาของหลัวโม่ที่จะเริ่มทำงานเสริม



จากมุมมองของประธานบริษัท เขารู้สึกว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดที่หลัวโม่ต้องทำตอนนี้ก็คือการเปิดตัวที่ดีและทำอัลบั้มแรกของตัวเองให้ดี



หากต้องการข้ามไปยังวงการอื่นจริง ๆ ก็ต้องรอจนกว่ากระแสความนิยมจะคงที่ซะก่อน



ภายใต้สถานการณ์ปกติ การข้ามไปยังอีกวงการก็ควรจะเป็นแบบซูฉู่จิงที่ก้าวเข้าไปเป็นนักแสดง



แต่วงการอนิเมชั่นแบบนี้ไม่ควรเป็นงานเสริม



เพียงเพราะเพลงไล่ตามความฝันด้วยหัวใจที่ไร้เดียงสา?



ตอนนี้เสิ่นเฉาชิวเข้าใจหมดแล้ว



“ความคิดของเด็กคนนี้ใหญ่กว่าที่ฉันคิดไว้!” เสิ่นเฉาชิวชื่นชมชายหนุ่มคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ



เขานึกถึงเพลง "จื้อหลิง" จากนั้นก็คิดถึงการร้องงิ้ว คิดถึงซั่วน่า คิดถึงการเต้นรำโบราณ.....เขาจำได้ว่าเด็กคนนี้ยังเป็นผู้สืบทอดของวัฒนธรรมงิ้วดั้งเดิมด้วย



"ถ้าเขาเพิ่มอนิเมชั่นแบบนี้เข้าไปด้วละก็..." เสิ่นเฉาชิวจินตนาการอนาคตไม่ออกเลย



หลัวโม่จะสร้างร่างทองคำให้กับตัวเอง!



จะมีพายุความคิดเห็นของประชาชนจำนวนมากเป็นเกราะป้องกันเขา



บุคคลเช่นนี้ไม่สามารถถูกทำร้ายได้



เมื่อสิ่งเหล่านี้อยู่ในมือของหลัวโม่ เขาก็ติดต่อกับทรัพยากรมากมายนับไม่ถ้วนได้



"ถ้า ‘กระต่ายในปีนั้น’ ได้ผลตามที่คิดจริงๆ พวกเราทุกคนในซินหยูจะได้ความโปรดปรานจากเขาและจะติดตามเขาขึ้นไปบนเรือลำใหญ่!" เสิ่นเฉาชิวรู้สึกตื่นเต้น



"หวางซิซ่งเอ๋ย หวางซิซ่ง นายคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่านายได้พลาดอะไรไป!" เสิ่นเฉาชิวถึงกับอยากจะหัวเราะ



สัญญาระดับ S เพื่อแลกกับชายที่มีความสามารถยอดเยี่ยมแบบนี้ มันคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม!



"ต้องสร้าง! อนิเมชั่นนี้ไม่เพียงแต่ต้องสร้างให้เสร็จเท่านั้น แต่ต้องทำให้ดีด้วย!" เสิ่นเฉาชิวตัดสินใจแน่วแน่



เขาจะใช้ทรัพยากรทั้งหมด ทั้งค่าใช้จ่ายและเวลาเพื่อให้อนิเมชั่นนี้ออกมาดีที่สุด!



ถ้าจะเสียเงินก็ยินดีเสียเงิน



"เป็นการดีที่สุดที่จะทำให้มัยยิ่งใหญ่ไปเลย ใช่แล้ว ทำให้มันยิ่งใหญ่ที่สุด! ให้มันออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ ไม่ใช่แค่ทางอินเทอร์เน็ต!" เสิ่นเฉาชิวคิด



เขารู้ว่ามันเป็นไปได้ยาก แต่เขาก็อยากจะลอง



.....



....



อีกด้านหนึ่ง หลัวโม่และคนอื่นๆ สิ้นสุดการอัดเสียงของวันนี้แล้ว



การอัดเสียงส่วนใหญ่ของเพลง "แคว้นอิตถี" เสร็จสิ้นแล้ว ส่วนที่เหลือจะดำเนินการในวันพรุ่งนี้



นี่เป็นการเยือนสตูดิโอบันทึกเสียงครั้งแรกของตงชู หลัวโม่พาเขามาทำความคุ้นเคยกับอุปกรณ์และให้เขาลองร้องเพลง "ปลาใหญ่" สองสามท่อน



เจียงหนิงซีและเสิ่นอี้นั่วตกใจมากเมื่อรู้ว่าหลัวโม่ต้องการให้ตงชูต่อสู้กับ ไนน์-ที



หลังจากตกใจแล้ว ปฏิกิริยาของสองสาวก็แตกต่างกันไป



เจียงหนิงซีที่มีเหตุผลมากกว่าได้วิเคราะห์ข้อดีและข้อเสีย หลังจากคิดอย่างรอบคอบแล้ว เธอก็รู้สึกว่าวิธีการของหลัวโม่นั้นถูกต้อง



ให้ตงชูได้รับเกียรติในการต่อสู้ในครั้งนี้



เสิ่นอี้นั่วไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ หญิงสาวผู้กระตือรือร้นตะโกนขึ้นอย่างตื่นเต้น: "นายเจ๋งมาก!"



"นั่นแหละคือสิ่งที่เราต้องการ!" หญิงสาวที่มีหน้าอกใหญ่พูดอย่างร่าเริง



เจียงหนิงซีดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างได้และถามขึ้น "หลัวโม่ นายจะออกอัลบั้มแรกของตัวเองเมื่อไหร่?"



"คงหลังจากที่อัลบั้มของตงชูออกไปสักพัก" หลัวโม่กล่าวอย่างสบายๆ



สำหรับอัลบั้มแรกของเขา เขาเลือกเพลงไปแล้วครึ่งหนึ่ง แต่เขายังเลือกเพลงไม่เสร็จทั้งหมด



อย่างไรก็ตาม เพลงครึ่งเดียวที่เขาเลือกก็นับว่าน่ากลัวมากแล้ว เขาถึงขนาดไม่รู้จะเลือกเพลงไหนเป็นเพลงไตเติ้ลด้วยซ้ำ....



เจียงหนิงซีมองไปที่เขาและพูดต่อ "แต่เมื่อพิจารณาจากเวลาแล้ว นายน่าจะบังเอิญเจอกับจ้าวเสวี่ยฉินพอดี"



"จริงๆ เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอก ฉันจะหาวันดีๆ แล้วลงเพลงก็แค่นั้น" หลัวโม่ปิดแล็ปท็อปของตัวเอง



เจียงหนิงซีและเสิ่นอี้นั่วมองหน้ากัน ทั้งคู่เห็นอารมณ์เดียวกันในแววตาของกันและกัน



——นี่มันบ้าไปแล้ว!



มือใหม่ที่ยังไม่ได้เดบิวต์ อัลบั้มเปิดตัวของเขาคือการต่อสู้กับราชาแห่งวงการเพลง!?



ความกล้าบ้าบิ่นแบบนี้นั้นจะพบเห็นได้น้อยครั้งนักในวงการดนตรีสมัยก่อน แต่ในยุคที่ทุนครอบงำทุกสิ่ง ความกล้าแบบนี้ได้หายไปหมดแล้ว



"หลัวโม่ ตอนนี้ฉันคิดว่านายดูหล่อขึ้นมานิดหน่อยนะ" เสิ่นอี้นัวพูดกับหลัวโม่พร้อมยกนิ้วโป้งให้เขา



หลัวโม่มองเธอด้วยท่าทางไม่ชอบใจ เขาเสยผมของตัวเองและพูด "เธอคิดว่าหน้าตาของฉันควรได้กี่คะแนนกัน?"



เจียงหนิงซีมองฉากนี้จากด้านข้าง ตอนนั้นเส้นเลือดของเธอก็แทบจะปูดขึ้นมา



เสิ่นอี้นั่วพูดแนะนำ: "ได้เวลาพักแล้ว วันนี้ฉันไม่มีอะไรทำต่อ ทำไมนายไม่ ... ไม่ไปที่บ้านของเราเพื่อกินหม้อไฟล่ะ!"



หลัวโม่และคนอื่น ๆ อาศัยอยู่ในซีเฉิง แต่ไม่ได้อยู่ในตึกเดียวกัน



ตงชูพักอยู่ที่บ้านของหลัวโม่ชั่วคราวในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา และเมื่อหลี่จุนยี่มาถึงเซี่ยงไฮ้ ตงชูก็จะออกไปหาบ้านร่วมกับหลี่จุนยี่



ทั้งเขาและหลี่จุนยี่ยังคงกลัวอาจารย์หลัวอยู่เล็กน้อย ยิ่งตอนนี้หลัวโม่เป็นเจ้านายของพวกเขาแล้ว พวกเขาจึงไม่กล้าอยู่กับหลัวโม่



"ไปสิ" หลัวโม่โบกมือ



รถผู้ช่วยของหญิงสาวทั้งสองคนเป็นรถเจ็ดที่นั่ง ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาที่จะเพิ่มหลัวโม่และตงชูเข้าไป



หลังจากขึ้นรถ เสิ่นอี้นั่วก็ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น: "หลัวโม่ นายทำเพลงเดโมในอัลบั้มของตงชูเสร็จแล้วใช่ไหม เปิดให้เราฟังด้วยสิ!"



“ยังไงเราก็เป็นคนกันเองอยู่แล้ว ไม่ต้องปิดเป็นความลับหรอกหน่า" เสิ่นอี้นั่วพูด



"ได้สิ ฉันจะให้เธอฟังเพลง ‘ปลาใหญ่’ ดีรึเปล่า?" หลัวโม่แกล้งเธอ



"อะไรนะ มันต้องเป็นเพลงอื่นที่ไม่ใช่เพลงปลาใหญ่สิ!" ตอนนี้เสิ่นอี้นั่วอยากจะชกหลัวโม่จริงๆ



เธอรู้สึกว่าหลัวโม่แกล้งเธอมากเกินไป เขาไม่ถือว่าเธอเป็นเมนเทอร์เลย!



หลัวโม่ยิ้มพลางพูด: "ก็ได้ ฉันจะเชื่อมต่อบลูทูธในรถแล้วกัน"



หลังจากเชื่อมต่อบลูทูธเสร็จ เขาก็พูดกับตงชู: "ตงชู ภายใต้สถานการณ์ปกติ เพลงภายในอัลบั้มจะต้องมีความเชื่อมโยงกัน"



“แม้ว่ามันจะไม่น่าเป็นไปได้ที่ทุกเพลงในอัลบั้มนั้นจะมีความเชื่อมโยงกัน แต่เนื่องมันเป็นอัลบั้ม เราก็ควรสร้างความเชื่อมโยงกันสักนิดหน่อย"



"อัลบั้มแรกนี้ฉันเตรียมไว้ให้นายทั้งหมดสามเพลง จริงๆ แล้วมันสามารถถือว่าเป็นซีรีส์เพลงได้"



“เพลง ‘สายลมผันผวน’ และ ‘ปลาใหญ่’ นั้นค่อนข้างเชื่อมถึงกัน นายน่าจะสัมผัสได้ถึงสายสัมพันธ์ระหว่างสองเพลงนี้ใช่ไหม?" หลัวโม่กล่าว



ตงชูพยักหน้า



"ปลาใหญ่" เป็นเรื่องเกี่ยวกับปลาที่บินได้ ดังนั้นจึงเข้าใจได้ง่ายว่ามันเชื่อมโยงกับลม



เสิ่นอี้นั่วที่สงสัยก็ถามขึ้น: "สายลมผันผวน ทำไมสายลมถึงต้องผันผวนด้วย?"



หลัวโม่ไม่สนใจเธอและพูดต่อ: "ในใจของฉัน สามเพลงนี้จะเรียงลำดับกันคือ: ปลาใหญ่ — สายลมผันผวน — ฝ่าคลื่นลม มันเป็นการเชื่อมโยงกันแบบนี้”



“เอาล่ะ ถ้าอยากฟังเพลงเดโม่ ฉันจะให้ฟังเพลงปลาวาฬซึ่งเป็นเพลงแรกของอัลบั้มนี้"



เมื่อหลัวโม่คลิกเล่นเพลง จากนั้นเสียงเพลงก็ดังไปทั่วรถของผู้ช่วย



เมื่อเสียงดนตรีโหมโรงดังขึ้น หลัวโม่ก็พูดขึ้น: "เมื่อวาฬตายในมหาสมุทร ซากของมันจะจมลงสู่ก้นทะเล นักชีววิทยาให้ชื่อกระบวนการนี้ว่า การตกของวาฬ"



"ซากวาฬสามารถเลี้ยงสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลได้นับร้อยปี นี่คือความอ่อนโยนสุดท้ายที่มันทิ้งลงทะเล"



เมื่อฟังคำพูดของหลัวโม่แล้ว ตงชูก็เริ่มเข้าใจความโรแมนติกของซีรีส์เพลงนี้



ใช่แล้ว ปลาวาฬจะบินไปตามลมได้อย่างไร?



มีเพียงวิญญาณของมันเท่านั้นที่ทำได้



เพลงนี้มีชื่อว่า "วาฬผู้กลายเป็นเกาะอันเดียวดาย"



……



……



ในตอนกลางคืน เซินหมิงหลิวและอีกเก้าคนรอเพลงไตเติ้ลที่เขียนโดยหวงซีชาน



ผู้จัดการวงเดินเข้าไปในห้องอย่างตื่นเต้น



ผู้จัดการชายพูดขึ้น: "พวกนายต้องเตรียมตัวให้ดีสำหรับเพลงนี้ นายไม่รู้หรอกว่าเพื่อแต่งเพลงไตเติ้ลให้ทุกคนแล้ว คุณหวงต้องเสียสละเวลาไปมากขนาดไหน”



"ฉันเพิ่งได้ฟังเพลงเดโม แล้วมันก็วิเศษมาก!"



"ฉันไม่คิดเลยว่า หวงซีชานที่เป็นที่รู้จักในเรื่องความละเอียดอ่อนและนักเขียนเพลงรักจะสามารถแต่งเพลงให้เข้ากับวงบอยกรุ๊ปได้ดีขนาดนี้"



"ชื่อเพลงคือ - "ฉลามยักษ์"!"



"ลองฟังดู!" ผู้จัดการมองไปที่วงบอยกรุ๊ปทั้งเก้าคนแล้วพูดขึ้น



ชายหนุ่มทั้งเก้าคนฟังเพลงเดโมอย่างตั้งใจ ตอนแรกพวกเขาก็นั่งฟังกันอย่างดี แต่หลังจากได้ยินท่อนคอรัสของเพลง พวกเขาก็ลุกขึ้นยืนอย่างตื่นเต้น ร่างกายของพวกเขาเริ่มขยับตามเป็นจังหวะ



"บูม บูม เพลงนี้ร้อนแรงมาก!" ดวงตาของจีคังดงเป็นประกาย



เซินหมิงหลิวอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าและพูดขึ้น: "ตามที่คาดไว้สำหรับตัวตนอย่างหวงซีชาน!"



เมื่อเพลงจบลง ผู้จัดการก็เรียกทุกคนมาใกล้ๆ และพูดขึ้น "เอาล่ะ คราวนี้พวกนายน่าจะมั่นใจขึ้นแล้วใช่ไหม?"



ผู้จัดการมองเห็นถึงจิตใจของพวกเขาทั้งเก้าว่าได้ถูกร่างเงาของหลัวโม่เข้าปกคลุม ดังนั้นขวัญกำลังใจของเด็กหนุ่มทั้งเก้าจึงอยู่ในเกณฑ์ต่ำ



ความกลัวเป็นสิ่งต้องห้ามในสงคราม!



“ครับ!” ทั้งเก้าคนพูดพร้อมกัน



ผู้จัดการยิ้มด้วยความพึงพอใจและหยิบตะเกียบแบบใช้แล้วทิ้งคู่หนึ่งออกมาจากกระเป๋าของเขา



"ฮ่าฮ่า แม้ว่ามันจะเชยมาก แต่ฉันก็ยังอยากจะโชว์ให้พวกนายทั้งเก้าดู เห็นมั้ยว่าตะเกียบนี้สามารถหักได้...หักได้... ฟู่ คุณภาพของตะเกียบในปัจจุบันค่อนข้างดีเลย อา!”



ผู้จัดการชายซึ่งมีร่างกายอ่อนแอนิดหน่อยในที่สุดก็หักตะเกียบด้วยความพยายามอย่างมากและร่างเกือบจะทรุดลง



หลังจากหักตะเกียบแล้ว เขาก็หยิบตะเกียบอีก 9 อันออกมาและพูดว่า "แล้วดูนี่ หากตะเกียบพวกนี้รวมกัน ใครจะสามารถหักมันได้!"



ด้วยการพูดปลุกใจของผู้จัดการ ในที่สุดจิตใจของวง ไนน์-ที ก็ดีขึ้น



อีกด้านหนึ่ง หลัวโม่ที่กินหม้อไฟเสร็จแล้วก็ตบไหล่ของตงชูอย่างแรง จากนั้นเขาก็หยิบไม้จิ้มฟันจากที่ใส่ไม้จิ้มฟันออกมาสิบอันและโชว์ต่อหน้าทุกคน



"ดูสิ ไม้จิ้มฟันสิบอันนี้... แค่ออกแรงเบาๆ" หลัวโม่พูด



“ไม้จิ้มฟันทั้งหมด… ก็หักแล้ว!” หลัวโม่จัดไม้จิ้มฟันเก้าอันเรียงกัน



“คนเยอะไปก็ไร้ประโยชน์ เข้าใจไหม? ไม่ต้องกังวล พี่โม่จะให้พลังที่สามารถหักไม้จิ้มฟันทั้งเก้ากับนายเอง”



“เพียงแค่ร้องเพลงให้ดีก็พอแล้ว!”



ตงชูมองไปยังไม้จิ้มฟันที่ถูกหักแล้วพยักหน้าอย่างแรง



.....



ณ เวลา 9 โมงเย็น ปัวหลัวได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าอัลบั้มแรกของวงบอยกรุ๊ป ไนน์-ที กำลังอยู่ในระหว่างการเตรียมการ นอกจากนี้ยังได้เชิญหวงซีชาน นักแต่งเพลงชั้นนำมาร่วมโปรดิวซ์เพลงไตเติ้ลด้วย!



ในทางกลับกัน หลัวโม่สตูดิโอก็ได้โพสต์ลงเว่ยป๋อเวลาเก้านาฬิกา โดยประกาศว่าสตูดิโอกำลังเตรียมการสำหรับสองอัลบั้มใหม่!



.....



ตอนก่อน

จบบทที่ 3 เพลง

ตอนถัดไป