การปลูกดอกไม้คืออะไร?
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา หลัวโม่ยุ่งอยู่กับการเตรียมเพลงแข่งขันในรายการ "ราชาเพลงรัก"
นอกจากนี้ยังอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกของเขาจะถูกอัปโหลดลงบนแพลตฟอร์มหลักทั้งหมดบนอินเทอร์เน็ตในวันจันทร์หน้า แน่นอนว่าเป็นวันเดียวกันกับราชาแห่งสวรรค์ จ้าวเสวี่ยฉิน
ในวันอังคารหน้า หลัวโม่และราชาสวรรค์จ้าวจะไปพบกันที่สถานที่ถ่ายรายการ "ราชาเพลงรัก" จากนั้นก็จะมีการเผชิญหน้ากันบนเวที
วันนี้หลัวโม่ตื่นแต่เช้า จากนั้นเขาก็เตรียมตัวไปสนามบินเพื่อรับติงเซียวหยู น้องสาวแห่งชาติ ก่อนที่จะไปยังสตูดิโอของเหอหยวนกวงด้วยกัน
หลัวโม่ไม่ได้เดินไปรับติงเซียวหยูจากเครื่องบินโดยตรงเพราะกลัวปัญหา เขาเลือกที่จะรออยู่ในรถแล้วก็รอเธอแทน
เมื่อมองผ่านหน้าต่างรถออกไป เขาก็เห็นติงเซียวหยูที่ใส่เสื้อผ้าปกปิดมิดชิดและก็ลูกพี่ลูกน้องของเธอได้อย่างรวดเร็ว
ทีมงานส่วนตัวของติงเซียวหยูก็เป็นเช่นเดียวกับดาราเด็กส่วนใหญ่ คนพวกนี้จะคอยทำหน้าที่จัดเส้นทางและประชุมเชิงปฏิบัติการกับครอบครัวของฝ่ายดารา
สมาชิกในทีมอย่างน้อย 60% จะเกี่ยวข้องกันทางสายเลือดกับเธอ
ตอนที่เธอถ่ายทำฉากในหนังเรื่อง "ปีศาจแมว" ลูกพี่ลูกน้องคนนี้คอยช่วยเหลือเธอตลอด
พูดกันตรงๆ ยุคหลังดาราเด็กหลายคนเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ แถมยังมีความสัมพันธ์ไม่ดีกับหลายๆ แพลตฟอร์ม เหตุส่วนใหญ่เกิดเพราะทีมงานไม่เป็นมืออาชีพพอ
หากดาราเด็กต้องการพัฒนาต่อไปอย่างราบรื่น ทีมงานที่อยู่เบื้องหลังนั้นมีความสำคัญมาก
แต่หากมองจากมุมมองอื่น ทีมงานครอบครัวแบบนี้นั้นปลอดภัยและเชื่อถือได้มากกว่าสำหรับดาราเด็กๆ แล้ว
โดยเฉพาะสำหรับผู้หญิง
ดังนั้นจึงสามารถพูดได้ว่าทีมงานครอบครัวมีทั้งข้อดีและข้อเสีย
หลัวโม่ลดกระจกรถลงและโบกมือให้พวกเธอ
ติงเซียวหยูเริ่มเร่งฝีเท้าของตัวเองทันที แต่หลังจากก้าวไปสองสามก้าว เธอก็เริ่มช้าลงอีกครั้ง
ลูกพี่ลูกน้องของเธอกระซิบข้างๆ เธอ: "ทำไมไม่รีบไปละ?"
ติงเซียวหยูลดศีรษะลงเล็กน้อย เธอยกมือขึ้นเพื่อดันหมวกบนศีรษะและไม่ตอบอะไร
หลังจากขึ้นรถแล้ว หลัวโม่ก็ทักทายทั้งสองคน
ผลก็คือ ทันทีที่เธอขึ้นรถคำพูดของ ติงเซียวหยูก็ส่งเสียงออกมาเบาๆ ราวกับจะร้องไห้ แต่เนื่องจากเธอสวมหมวกแก๊ปปิดศีรษะและสวมหน้ากากอนามัย หลัวโม่จึงไม่สามารถมองเห็นการแสดงออกของเธอได้อย่างชัดเจน
มุมปากของหญิงสาวยกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะพูดด้วยเสียงที่สั่นเครือว่า "ทำไมคุณไม่มารับฉันที่ทางออกตรงทางเดิน!"
หลัวโม่เหลือบมองเธอแล้วแสร้งทำเป็นเหม่อลอยพลางพูดว่า "อา! ฉัน... ฉันไม่ได้คิดไปถึงขนาดนั้น"
"เอาล่ะ หยุดแสดงได้แล้ว ฉันขอให้เธอมาพากย์เสียง เธอจะต้องแสดงทักษะทั้งหมดของเธอออกมา" ในที่สุดหลัวโม่ก็เปิดเผยเธออย่างไร้ความปราณี
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ติงเซียวหยูก็เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความประหลาดใจ เพราะก่อนหน้านี้เธอตั้งใจจะแกล้งหลัวโม่และแสดงออกไปอย่างนั้น
"ศิษย์เอ๋ย เจ้าต้องฝึกฝนให้หนักขึ้นนะ" หลัวโม่พูดด้วยรอยยิ้ม
ลูกพี่ลูกน้องที่อยู่ข้างๆ มองติงเซียวหยูด้วยความประหลาดใจ พูดตามตรง ติงเซียวหยูไม่เคยแสดงด้านนี้ต่อหน้าครอบครัวของเธอ
ในความเป็นจริง ติงเซียวหยูค่อนข้างเป็นคนเก็บกดตัวเมื่ออยู่ต่อหน้าครอบครัว
ติงเซียวหยูเมินหลัวโม่และมองออกไปนอกหน้าต่าง เธอกัดฟันอยู่ภายใต้หน้ากากและตัดสินใจที่จะมีเล่นใหญ่ในครั้งต่อไปที่พบกัน!
ถนนในเซี่ยงไฮ้รถติดมาก แต่โชคดีที่สตูดิโอของเหอหยวนกวงอยู่ไม่ไกลจากสนามบินมากนัก
หลังจากมาถึงสตูดิโอ หลัวโม่ก็เห็นเหอหยวนกวงมารออยู่ที่ประตูพร้อมกับผู้ช่วยของเขาแล้ว
นอกจากนี้ยังมีนักพากย์ระดับสัตว์ประหลาดสองคนที่กำลังวอร์มเสียงอยู่ในห้องพากย์รอหลัวโม่และติงเซียวหยู
เหอหยวนกวงทักทายกลุ่มของหลัวโม่ด้วยท่าทีที่อบอุ่น
ถ้าติงเซียวหยูเหมาะสมกับบทจริงๆ เขาก็ย่อมเห็นด้วยเช่นกัน
น้องสาวแห่งชาติได้รับความนิยมอย่างมากจากผู้ชมและคาดว่าจะสามารถดึงดูดกระแสของผู้ชมได้
หลังจากที่เสิ่นเฉาชิวอ่านร่างของบทแรกอย่างละเอียดด้วยดวงตาสีแดง เขาก็โบกมือและจัดการเพิ่มงบประมาณการผลิตของ "กระต่ายในปีนั้น" ไปอีกระดับหนึ่ง
ทัศนคติของหลัวโม่เองก็ชัดเจนเหมือนกัน ไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน แค่ทำออกมาให้ดี
หลัวโม่จะทำหน้าในฐานะหนึ่งในผู้ผลิตอนิเมชันเรื่องนี้โดยตรง
"เซียวหยู ทำไมเธอไม่ไปพักก่อนล่ะ" หลัวโม่มองไปที่ติงเซียวหยูและถาม
ติงเซียวหยูเพิ่งมาถึงที่นี่หลังจากการเดินทางที่ยาวนาน แม้ว่าเธอจะไม่เหนื่อย แต่ก็เป็นเรื่องปกติที่จะพักผ่อนก่อนเล็กน้อย
ติงเซียวหยูส่ายหัวปฏิเสธ เธอมีความกระตือรือร้นที่จะลองพากย์เสียงแล้ว
เมื่อเธอได้ยินว่าเป็นอนิเมชันที่ผลิตโดยหลัวโม่และเขาเป็นคนเขียนบทเอง ติงเซียวหยูก็ตั้งตารออนิเมชันเรื่องนี้อยู่เช่นกัน
ความรู้สึกคาดหวังของเธอมากกว่าบทจากผู้กำกับที่มีชื่อเสียงเหล่านั้นมอบให้เธอซะอีก
ในเวลาว่าง ติงเซียวหยูนั้นจะค่อนข้างเก็บตัว มันเลยทำให้เธอมีเพื่อนในวัยเดียวกันไม่มากนัก แน่นอนว่ามันเป็นเพราะเธอไม่สะดวกที่จะออกไปเล่นในวันธรรมดา เพราะงั้นเธอจึงมักจะใช้เวลาอยู่ที่บ้านเพื่อฟังเพลงและดูอนิเมะ
เมื่อเห็นว่าเธอต้องการเริ่มทำงานทันที หลัวโม่ก็พยักหน้าและพูดขึ้น "ลุงเหอ ไปที่ห้องพากย์กันเลย นักพากย์อีกสองคนพร้อมหรือเปล่า?"
"คนที่มาถึงอุ่นเครื่องรอกันหมดแล้ว" เหอหยวนกวงพูดด้วยรอยยิ้ม "ทั้งหมดเป็นไปตามข้อกำหนดของคุณ พวกเขาล้วนเป็นสัตว์ประหลาด"
"สัตว์ประหลาด?" ติงเซียวหยูผงะไปเล็กน้อย
หน้าตาของพวกเขาน่ากลัวงั้นหรอ?
เหอหยวนกวงชำเลืองมองติงเซียวหยูซึ่งอายุไล่เลี่ยกับลูกสาวของเขาและอธิบายด้วยรอยยิ้ม: "มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด แต่เป็นเพราะหลัวโม่พูดบางอย่างกับฉันในวันนั้น ฉันคิดว่ามันค่อนข้างถูก เขาพูดว่านักพากย์ล้วนเป็นสัตว์ประหลาด”
ติงเซียวหยูพยักหน้า
เธอไม่รู้ว่าเธอเป็นสัตว์ประหลาดหรือเปล่า แต่เธอต้องการลองดู
หากการทดลองพากย์ล้มเหลว เธอก็จะอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ได้มากที่สุดคือหนึ่งคืน แต่หากการทดลองพากย์สำเร็จ แม้ว่าภาระงานในการพากย์จะไม่มากนัก แต่เธอก็มีเหตุผลที่จะมาเซี่ยงไฮ้เพื่อเล่นกับอาจารย์ของเธอบ่อยขึ้น
เมื่ออยู่เคียงข้างหลัวโม่ เธอสามารถเพลิดเพลินไปกับการพักผ่อนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนได้
หากนเธอกลับไปที่ปักกิ่ง เธอก็จะได้อยู่คนเดียวในห้องอีกครั้ง ขังตัวอยู่ในห้องและฟังการทะเลาะของพ่อกับแม่เกี่ยวกับการจัดการงานต่อไปที่มาจากภายนอก
เมื่อเขามาถึงห้องพากย์ หลัวโม่ก็เห็นชายหญิงคู่หนึ่งอยู่ในห้องก่อนแล้ว
อันที่จริงแล้วงานพากย์เสียงของ "กระต่ายเมื่อปีนั้น" ส่วนใหญ่จะพากย์โดยนักพากย์หญิง
ในความเป็นจริง อนิเมะหลายๆ เรื่องก็เป็นแบบนี้ ตัวละครชายบางตัวจะใช้เสียงผู้หญิงในการพากย์
เมื่อนักพากย์สองคนเห็นหลัวโม่และติงเสี่ยวหยู ดวงตาของพวกเขาก็สว่างขึ้นทันที
ชาวเน็ตพูดคุยกันว่าหลัวโม่เป็นเทพแห่งชาติ นอกจากนี้เขายังหล่อจริงๆ!
สำหรับติงเซียวหยู ในฐานะน้องสาวแห่งชาติ เธอเป็นคนประเภทที่ให้ความรู้สึกสบายใจเมื่อมองเห็น ผู้คนจะรู้สึกชอบเธออย่างอดไม่ได้
หลังจากการทักทายสั้น ๆ งานพากย์ก็เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ
เหอหยวนกวางถามขึ้น "เราจะใช้ตอนไหนดีครับ?"
นักพากย์ทั้งสองชำเลืองมองกันและกัน เหอหยวนกวางถือได้ว่าเป็นบุคคลระดับเทพของวงการนี้ แต่จากมุมมองปัจจุบัน จะเห็นได้ชัดว่าเหอหยวนกวงให้ความสำคัญกับหลัวโม่มาก
"ขอฉันคิดดูก่อน" หลัวโม่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและพูดว่า "ฉันยังไม่ได้อ่านบทของเซียวหยูด้วยสิ ดังนั้นฉันใช้ตอนแรกเป็นบททดสอบ”
“การต่ายในปีนั้น” ตอนแรกของอนิเมชันเรื่องนี้มีชื่อว่า "การเติบโตของดอกไม้"
ตามขั้นตอนแล้ว ก่อนอื่นทางหลัวโม่จะฉายอนิเมชันเวอร์ชันที่เปิดในสตูดิโอของเหอหยวนกวงเพื่อให้นักพากย์ทุกคนเข้าใจโครงเรื่องก่อน
ติงเซียวหยูดูอย่างคาดหวัง เธอมองไปที่หน้าจอขนาดใหญ่ด้วยความอยากรู้ว่ามันเกี่ยวกับอะไร
“ดูจากชื่อแล้ว มันน่าจะเป็นอนิเมชันน่ารักๆ ที่มุ่งเป้าไปที่ผู้ชมผู้หญิงหรือเปล่า?” ติงเซียวหยูคาดเดา
ทันทีที่บทพูดเริ่มดังออกมา เธอก็ผงะไป
เธออ่านตัวหนังสือบนหน้าจอ:
"[ในปีนั้น มีดาวสีฟ้าสวยงามอยู่ที่ด้านหนึ่งของจักรวาล]"
"[มีสถานที่หนึ่งในดาวดวงสีฟ้าที่เรียกว่า ประเทศดอกไม้]"
“[ที่นั่น คุณหยานและคุณหวงรวมพื้นดินทั้งหมดให้เป็นปึกแผ่น]”
“[ดังนั้น ชาวเมืองดอกไม้จึงเรียกตัวเองว่าหยานหวง]”
สองสามประโยคแรก แม้อาจฟังดูคลุมเครือ แต่จริงๆ แล้วพวกมันชัดเจนและทำให้ทุกคนเข้าใจได้อย่างสมบูรณ์
หลังจากนั้นไม่นานก็มีคำอธิบายสั้น ๆ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ เรื่องราวต่อไปนี้เริ่มจากยุคที่รุ่งเรืองแล้วจมสู่ความเสื่อมโทรม
ทุกอย่างมันเริ่มต้นจากเสียงปืน
ตัวละครที่ปรากฏตัวออกมาทำให้ติงเซียวหยูรู้สึกขบขันอย่างควบคุมไม่ได้อีกครั้ง
“ทำไมมันถึงเป็นสัตว์หมดเลย!”
มีทั้งไก่ วัวและสัตว์ทุกชนิด
สัตว์พวกนี้กำลังดูแผนที่และโต้เถียงกันถึงอาณาเขต ทุกตัวต่างอ้างว่าอาณาเขตเหล่านี้เป็นของตัวเองราวกับอยู่ในตลาด
แม้ว่าติงเซียวหยูจะยังเด็ก แต่เธอก็สามารถเข้าใจได้ว่าภาพสัตว์เหล่านี้เป็นตัวแทนของประเทศต่างๆ
นี่คือประวัติศาสตร์ที่อัปยศอดสู
สิ่งนี้ทำให้เธอมึนงงเล็กน้อย เธอไม่คิดว่าอนิเมะเรื่องนี้จะเป็นแนวนี้
ในฐานะแฟนอนิเมะ เธอจำได้ว่าไม่เคยเห็นแนวอนิเมะประเภทนี้มาก่อน
ในที่สุดกระต่ายก็ปรากฏตัวขึ้น
ติงเซียวหยูคิดว่ากระต่ายตัวนี้น่ารักมาก!
สไตล์การวาดภาพนั้นเรียบง่ายมาก กระต่ายหูยาวที่สวมหมวกสีเขียวที่มีดาวห้าแฉกสีแดง แถมยังมีดาวห้าแฉกสีแดงดวงใหญ่บนหน้าอกของมัน เธอคิดว่ามันน่ารักมาก
ในตอนท้ายของตอนแรก มีกระต่ายสองตัวยืนอยู่ที่ไหนสักแห่งในเมือง
กระต่ายตัวหนึ่งถามอีกตัว: "สหาย นายพร้อมหรือยัง?"
กระต่ายทั้งสองตัวยกมือขึ้นทำความเคารพกัน
กระต่ายตัวหนึ่งพูดขึ้นอีกครั้ง: "แม้ว่าตอนนี้เราจะถือครองอำนาจ แต่เราต้องไม่ลืมข้อตกลงเดิม"
กระต่ายสองตัวหันหลังกลับและเริ่มเดินไปที่ประตูสีแดง
ประเทศนี้ถูกเรียกว่าประเทศดอกไม้ ดูเหมือนว่าเผ่านี้จะเป็นเผ่าที่แปลกที่สุดในดาวสีน้ำเงินดวงนี้
แม้สวรรค์และพื้นดินจะถูกผ่าด้วยขวานและการต่อสู้ แต่ไม่มีใครที่ต้องการเป็นทาส!
——มุ่งมั่นพัฒนาตนอย่างต่อเนื่อง!
กระต่ายสองตัวผลักประตูเปิดออกและก็มีเสียงดังขึ้น
"ใช้มือของเราเองสร้างอาหารที่ดี เสื้อผ้าที่อบอุ่น ไม่ดูถูกผู้ใด….แล้วปลูกดอกไม้!"
เบื้องหลังของประตู ลานกว้างใต้กำแพงสูงเต็มไปด้วยผู้คนและธงปลิวว่อน
นี่คือการเริ่มต้นใหม่
นี่คือตอนจบของตอนแรกและเพลง "ไล่ตามความฝันด้วยหัวใจที่ไร้เดียงสา" ของหลัวโม่ก็เริ่มดังขึ้นมา
ผู้ที่ได้สัมผัสถึงเสน่ห์ของ "กระต่ายในปีนั้น" เป็นครั้งแรกในห้องพากย์ต่างก็เบิกตากว้าง
พวกเขาส่วนใหญ่เคยได้ยินหลัวโม่ร้องเพลงนี้ในรอบชิงชนะเลิศจากรายการ “สร้างไอดอล”
แต่พอมาฟังอีกครั้ง คราวนี้พวกเขากลับรู้สึกได้ถึงเสน่ห์ที่ต่างออกไป มันดูเหมือนว่าพวกเขาจะเข้าใจเนื้อร้องได้ดียิ่งขึ้น
"ไล่ตามความฝันด้วยหัวใจที่ไร้เดียงสา"
ความไร้เดียงสาคืออะไร?
ใช่การปลูกดอกไม้รึเปล่า?
หรือความไร้เดียงสาคือดอกไม้?
หรือจะเป็นการใช้มือของเราเองสร้างอาหารที่ดี เสื้อผ้าที่อบอุ่น ไม่ดูถูกผู้ใด?
เสียงร้องเพลงเริ่มดังขึ้น
“[โลกที่เต็มไปด้วยดอกไม้อยู่แห่งไหนกัน?
ถ้ามันมีอยู่จริง ผมจะต้องไปหาแน่นอน
ผมอยากอยู่ตรงนั้น ตรงจุดสูงสุดของยอดเขาที่ตั้งตระหง่าน
ไม่สนแม้มันจะเป็นหน้าผาสูงชัน!]”.......