“บทกวีหลานถิง”

บนอินเทอร์เน็ตมีการพูดคุยกันมากมายเกี่ยวกับตัวอย่างเพลงใหม่ของหลัวโม่

⁠⁠⁠⁠⁠⁠⁠

หวงซีชานและจ้าวเสวี่ยฉินเองก็ให้ความสนใจเช่นกัน



พวกเขากำลังกลัวอะไรบางอย่าง



แม้ว่าดูจากสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว เพลงที่หลัวโม่ออกใหม่น่าจะเป็นเพลงที่มีองค์ประกอบของงิ้ว



แต่ในทางกลับกันแล้ว พวกเขากลับกลัวเพลงสไตล์จีนของหลัวโม่มากกว่าอีก



อย่างน้อยนี่ก็ไม่ใช่สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดไม่ใช่หรอ?



....



....



อีกด้านหนึ่ง



ฉีเอ๋อมิวสิกกำลังติดต่อกับหลัวโม่สตูดิโอ



ในวันจันทร์ พวกเขาจะโปรโมตเพลงใหม่ของหลัวโม่ให้อย่างทั่วถึง คราวนี้พวกเขาจะเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมเพลงใหม่โดยตรงและจะให้การสนับสนุนหลัวโม่จากหน้าจอหลักและหน้าต่างป๊อปอัป



ฉีเอ๋อมิวสิกจึงอยากถามความคิดเห็นของหลัวโม่ว่าจะสปอยล์เพิ่มตอนโปรโมทมั้ย เช่น เป็นเพลงแนวไหน!



ในมุมมองของฉีเอ๋อ นี่คือจุดในการดึงดูดที่ใหญ่ที่สุด



หากเพลง "สายลมร้าวรานแห่งตะวันออก" เป็นผลงานบุกเบิกสไตล์จีน งั้นเพลงใหม่ถัดไปของ หลัวโม่ อาจกล่าวได้ว่ามีพื้นฐานมาจากงานบุกเบิก



ใช่แล้ว นี่คือเพลงสไตล์จีนที่มีองค์ประกอบของงิ้ว!



นอกจากนั้นยังมีองค์ประกอบของอักษรประดิษฐ์อีกด้วย!



อัลบั้มนี้มีชื่อว่า "สีแดง" ชื่อหมายถึง "สีแดงของประเทศจีน" ความสมบูรณ์ของอัลบั้มนี้สูงมาก แถมสไตล์และแนวเพลงยังเป็นหนึ่งเดียวกันมากอีกด้วย



ผู้ประสานงานของสตูดิโอถามหลัวโม่เพื่อขอความเห็น หลังจากคิดถึงเรื่องนี้หลัวโม่ก็เห็นด้วยโดยคิดว่าจะมีปัญหาใหญ่อะไร



“ในวงการดนตรีมักมีนักยิงปืนเร็วอยู่ไม่ขาด ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เพลงสไตล์จีนปลอมๆ ได้ปรากฏขึ้นทีละเพลง” หลัวโม่พูดในใจ



เพลงที่มีคุณภาพต่ำบางเพลงต้องการอาศัยร่มธงของสไตล์จีนเพื่อเรียกกระแส



แน่นอนว่าเรื่องนี้นั้นไม่เพียงแต่ไม่ส่งผลกระทบต่อความนิยมของหลัวโม่ แต่มันยังทำให้ผู้ชมรู้สึกว่า "หากมาฟังเพลงสไตล์จีน เราต้องฟังเพลงบรรพบุรุษ!"



เพราะงั้นตลาดจึงมีความคาดหวังสูงสำหรับเพลงสไตล์จีนใหม่ของหลัวโม่



“ถ้าอย่างนั้นเรามาเปลี่ยนแนวคิดของทุกคนอีกครั้งกัน” หลัวโม่พูดในใจ



"เพื่อให้โลกดนตรีในโลกนี้รู้ว่ามีสิ่งต่าง ๆ มากมายที่สามารถรวมเข้ากับแนวเพลงสไตล์จีนได้"



"เราสามารถผสมผสานและสร้างสรรค์แนวคิดต่างๆ ในแนวเพลงนี้ได้"



อาจารย์หลัวกลับมาทำงานอีกครั้ง ตอนนี้ถึงเวลาฝึกทหารแล้ว



....



....



เช้าตรู่ของเช้าวันจันทร์ ฉีเอ๋อมิวสิกได้เปลี่ยนรูปโปสเตอร์ใหญ่ในหน้าแรกตรงเวลา



ครั้งที่แล้ว หลัวโม่และจ้าวเสวี่ยฉินอยู่ในโปสเตอร์เดียวกัน แต่คราวนี้มันมีเพียงแค่หลัวโม่คนเดียว



แน่นอนว่าเพลงของราชาสวรรค์จ้าวเองก็ต้องได้รับการโปรโมตด้วย แต่จะถูกโปรโมตในโปสเตอร์แบบเลื่อนที่อยู่ถัดจากหลัวโม่



ในความเป็นจริง ทางฝั่งของหลานเซียนั้นเอนเอียงยิ่งกว่า ทางแพลตฟอร์มหลานเซียมีการโปรโมตให้หลัวโม่น้อยมาก ในทางกลับกันกลับโปรโมตให้จ้าวเสวี่ยฉินและหวงซีชานอย่างล้นหลาม



เมื่อตัวอักษรที่เป็นคำว่า [การประดิษฐ์ตัวอักษรงิ้วสไตล์จีน] ปรากฏบนโปสเตอร์ ชาวเน็ตที่ไม่ได้นอนมาตั้งแต่เมื่อคืนก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที!



“เมื่อวานฉันวางเดิมพันว่าเพลงใหม่ของหลัวโม่นั้นไม่เป็นเพลงเกี่ยวกับงิ้วและก็ต้องเป็นเพลงที่เกี่ยวกับการประดิษฐ์ตัวอักษร ฉันไม่คิดเลยว่าเกมการพนันบนอินเทอร์เน็ตนั้นจะไม่มีใครตอบถูกเลย”



“คงไม่มีใครคิดว่าจะไม่มีผลลัพธ์ในเกมการพนันนี้!"



"ไม่มีผลลัพธ์ อ่า ไม่มีตัวเลือกไหนถูกเลย!"



"สไตล์จีนพร้อมกับงิ้วหรอ ฮ่าๆ มันทำให้ฉันรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันทีเลย!"



“ได้โปรดออกเพลงเร็วๆ เถอะ ฉันอยากให้เพลงสไตล์จีนมาล้างหูแล้ว ช่วงนี้มีแต่เพลงอะไรก็ไม่รู้ ฟังแล้วปวดหู”



“ถูกเลย มันน่าปวดหูและปวดหัวจริงๆ ฉันทนฟังเพลงที่ต้องการตามกระแสเหล่านั้นไม่ไหวแล้ว”



หากมองไปที่หวงซีชาน เมื่อเขารู้ว่าหลัวโม่ได้รวมเพลงทั้งสองประเภทที่พวกเขากลัวที่สุดเข้าด้วยกัน พวกเขาจะรู้สึกยังไงในใจ?



แต่ด้วยการที่เพลง "มงคลสมรส" และ "รักของสตรี" เป็นเพลงเก่าและความนิยมจะต่ำกว่ามาก คาดทั้งสองเพลงนี้คงจะไม่สามารถแข่งขันกับเพลงใหม่ของจ้าวเสวี่ยฉินในชาร์ตเพลงยอดนิยมได้



ทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่าเพลงจีนของหลัวโม่ ว่าจะสามารถกำจัดทั้งสามเพลงของราชาสวรรค์ได้หรือไม่



มันเป็นคืนที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายอีกคืน ไม่ว่าจะเป็นคนวงในหรือผู้คนในอินเทอร์เน็ต สายตาของผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนก็หันไปมองที่หลัวโม่โดยไม่ได้ตั้งใจอีกครั้ง



วันรุ่งขึ้น นักวิจารณ์เพลงชื่อดังอย่าง [ป้าเล่อเซิน] ตื่นแต่เช้า



เธอเรียนเครื่องดนตรีจีนมามากมายตั้งแต่ยังเด็กและเชี่ยวชาญทฤษฎีดนตรีด้วย เธอเป็นนักวิจารณ์เพลงตัวจริง ไม่เหมือนกับคนบางคนที่หาเงินได้จากการถูกจ้างให้เขียนในสิ่งที่ไม่เป็นความจริง



สิ่งที่น่าเสียใจที่สุดอย่างหนึ่งของป้าเล่อเซินเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็คือ: "ฉันคงเสียสติไปแล้ว ฉันเพิ่งปฏิเสธคำเชิญของรายการ ‘ราชาเพลงรัก’ ”



ใช่แล้ว ทีมงานรายการ “ราชาเพลงรัก” ก็เชิญเธอเข้าร่วมไปเป็นคณะกรรมการมืออาชีพด้วย



ตอนนั้นเธอปฏิเสธกลับไปโดยตรงเพราะเธอไม่ต้องการแสดงหน้าให้ใครเห็น



แต่พอมาตอนนี้ เมื่อเธอคิดว่าหลัวโม่เองก็ได้เข้าร่วมในรายการ "ราชาเพลงรัก" เธอก็แอบเสียใจ



เพราะตอนนี้เธอมีแนวโน้มจะเป็นแฟนคลับของหลัวโม่เข้าแล้ว



“ฉันเคยหัวเราะเยาะผู้ที่ไล่ตามศิลปินหรือดารา แต่ก็น่าหัวเราะนิดหน่อยนะ ก็มันเป็นเพราะพวกเขานั้นไล่ตามผิดคน” เล่อเซินคิดในใจ



พอใกล้เที่ยง เธอก็เป็นเหมือนกับสุนัขเฝ้าบ้านที่รอคอยเพลงใหม่ที่จะอัปโหลดอย่างใจจดใจจ่อ



ในที่สุดก็ถึงเวลา 12.00 น. และเพลงใหม่ในอัลบั้มใหม่ของหลัวโม่ก็ถูกอัปโหลดลงบนแพลตฟอร์มหลักทั้งหมดพร้อมกัน



เล่อเซินคลิกผ่านแบนเนอร์หน้าแรกของฉีเอ๋อมิวสิกและเห็นเพลงสามเพลงของหลัวโม่ได้อย่างรวดเร็ว



เธอเคยได้ฟังเพลง "มงคลสมรส" และ "รักของสตรี" มาก่อน เพลงเดียวที่เธอยังไม่เคยได้ฟังก็คือ "บทกวีหลานถิง"



"บทกวีหลานถิง?" เล่อเซินมองไปที่ชื่อและรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย



“คนดี มันเกี่ยวกับการประดิษฐ์ตัวอักษรจริงๆ ด้วย!” เล่อเซินรู้สึกว่าหลัวโม่กล้าที่จะเล่นจริงๆ



คนอื่นๆ ยังคลำอยู่ในแนว [สไตล์จีน] อยู่เลย แต่คนที่เป็นต้นกำเนิดกลับกำลังขยายภูเขาออกไปแล้ว



พูดตามตรงถ้าเป็นคนที่คิดเพลงชื่อนี้ออกมา หลายๆ คนคงจะสนใจมันน้อยลงนิดหน่อย



แต่เนื่องจากเป็นหลัวโม่ มันจึงแตกต่างออกไป



เล่อเซินถูมือที่ขาวและเรียบเนียนของเธอและก่อนที่จะสวมหูฟัง เธอก็คลิกดาวน์โหลดก่อนและหลังจากการดาวน์โหลดเสร็จสิ้นเธอก็เริ่มฟังเพลง



ทันทีที่เสียงดนตรีนำดังขึ้น เธอก็รู้สึกว่าตัวเธอได้เข้าถึงอารมณ์ของเพลงทันที



"มันฟังดูไม่เศร้าเท่าเพลง ‘สายลมร้าวรานแห่งตะวันออก’ แต่การผสานเสียงระหว่างเครื่องดนตรีจีนและคลาสสิกนั้นดีมาก!"



เธอรู้สึกเสมอว่าเพลงที่หลัวโม่แต่งออกมาเหล่านี้นั้นยอดเยี่ยมมาก!



หลังจากดนตรีนำขึ้นมาแล้ว เสียงร้องเพลงก็ดังขึ้น



"[คัดบทกวีหลานถิง บรรจงเขียนดั่งเมฆลอยสายน้ำไหล



ผลักประตูไปใต้แสงจันทร์ คล้ายเรียวเท้าบอบบางของเจ้ายามก้าวเดิน



แม้จะเร่งตวัดพู่กันให้สวยแค่ไหน



แต่กลับยากที่จะทาบความงามของเจ้าออกมา



กระประดิษฐ์ตัวอักษรได้สูญหายไปตามกาล ความจริงใจของข้านี้จะมอบให้ใครได้]"



หลังเล่อเซินฟังเพลงท่อนนี้จบ เธอคิดว่าเพลงนี้เองก็ติดหูเธอมาก แถมมันยังมีเรื่องราวและให้ความรู้สึกที่แข็งแกร่ง



เพลงคลาสสิกผสานกับเพลงสไตล์จีนได้จริงๆ นอกจากนี้ยังเป็นการเขียนเนื้อซึ่งเป็นเรื่องราวเบื้องหลังของเพลงด้วย



แก่นเรื่องและเนื้อหาของ "บทกวีหลานถิง" นี้ชัดเจนมาก



ในขณะเดียวกัน จังหวะของเพลงตอนเริ่มต้นก็เร็วกว่าเพลง "สายลมร้าวรานแห่งตะวันออก"



“บางทีอาจเป็นการเร่งจังหวะเพื่อว่าในตอนที่องค์ประกอบของงิ้วปรากฏขึ้นในภายหลัง ทั้งสองจะสามารถรวมเข้าด้วยกันได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น” เล่อเซินคาดเดาในใจของเธอ



เพลงยังคงดำเนินต่อไป



"[บรรเลงขลุ่ยผิว ร่ำสุขาและกับแกล้มหลายจาน



แสงตะวันใกล้ลาฟ้า คล้ายกับใบหน้าของเจ้าที่เขินอายยามเมามาย



อักษรคัดลอกได้ง่าย กลิ่นหอมของน้ำหมึกไม่คลายกับกลิ่นหอมของเจ้าที่ยังคงตราตรึง



เส้นหมึกสีชาด ตกลงแล้ววาดไว้ให้ผู้ใดกัน]"



เมื่อเล่อเซินได้ยินท่อนนี้ แววตาของเธอก็สว่างขึ้น



ท่วงทำนองในเพลงก็สูงขึ้นเรื่อยๆ



ในทางตรงกันข้าม เพลง "สายลมร้าวรานแห่งตะวันออก" ไม่ได้ใช้เสียงแหลมสูงมาก



แต่ก็ไม่ใช่ว่า "สายลมร้าวรานแห่งตะวันออก" ไม่ดี แต่มันเป็นเพียงการพิสูจน์ว่าทั้งสองเพลงนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งในแง่ของสไตล์การร้องและช่วงเสียงร้องก็มีความแตกต่างกันชัดเจน



"อัจฉริยะก็คืออัจฉริยะ" นี่คือการประเมินหลัวโม่โดยส่วนตัวของเล่อเซิน



“ใกล้จุดไคลแม็กซ์ของเพลงแล้ว ถึงเวลาที่องค์ประกอบของงิ้วจะต้องมา!” เล่อเซินคาดเดาแบบนี้



อย่างไรก็ตาม สถานการณ์จริงแตกต่างไปจากที่เธอจินตนาการ



เสียงเพลงดังขึ้นอีกครั้ง



"[ข้าเขียนบทนำที่ไร้ซึ่งความรัก เพื่อรอให้เจ้าหวนกลับมา



ตวัดพู่กันจนจบ คลื่นนับพันถาโถมเข้าใส่ใจ



จะเข้าใจคำว่ารักได้อย่างไร จรดพู่กันลงไปก็ล้วนแต่เขียนไม่ถูก



สิ่งที่ข้าขาดไป คือความเข้าใจในชีวิตของเจ้า]”



ความเห็นส่วนตัวของเล่อเซิน เธอชอบประโยคที่ว่า [ จะเข้าใจคำว่ารักได้อย่างไร จรดพู่กันลงไปก็ล้วนแต่เขียนไม่ถูก ] ที่สุด



80,000 คำบนโลก แต่คำว่ารักกลับเป็นคำที่เจ็บที่สุด



จู่ๆ ก็มีภาพผุดขึ้นมาในใจของเธอ ชายคนหนึ่งยืนถือพู่กันอยู่ในศาลากว้าง ในเวลานี้เขาหันหลังและจะทำให้ผู้คนมองเห็นได้แค่เพียงแผ่นหลังเท่านั้น



แน่นอนว่าภายใต้สถานการณ์ปกติ หากเปิดฟังเพลงงิ้ว เสียงร้องจะไปทางเสียงสูง ทำนองของเพลงจะดังขึ้นต่อไปเรื่อย ยิ่งร้องก็ยิ่งสูง เพลงแบบนี้จะกระทบหูของทุกคนโดยตรง



เล่อเซินที่สวมหูฟังเริ่มขนลุกไปทั่วทั้งร่างกายโดยไม่มีเหตุผล!



"มีความรู้สึกของการเขียนด้วยพู่กันและหมึกในเพลงจริงๆ ด้ว!" เล่อเซินกล่าวในใจ



โดยส่วนตัวแล้วนี่คือส่วนที่เธอชอบที่สุดในเพลง



“สุดยอด! หลัวโม่สุดยอดเกินไปแล้ว!”



“เขายังสามารถสร้างเพลงแบบนี้ออกมาได้อีก!”



เมื่อท่อนงิ้วจบลง มันก็ไม่มีการหยุดกลางคันและเนื้อหาของเพลงส่วนหลังก็ตามมาทันที มันเป็นการร้องเพลงตามปกติ



เนื้อหาและเนื้อเพลงของส่วนหลังแตกต่างจากส่วนแรกมาก



หลังจากเพลง "บทกวีหลานถิง" ทั้งเพลงจบลง เล่อเซินก็ถอดหูฟังออกแล้วถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก



“แค่ได้ฟังมันแค่ครั้งเดียว ฉันก็คิดหาวิธีเขียนรีวิวเพลงได้แล้ว” เธอพูดในใจ



เล่อเซินนั้นมีความต้องการที่จะเขียนเรื่องราวสำหรับเพลงนี้อีกด้วย!



เธอคิดว่าเรื่องราวความรักในเพลงนี้จะต้องถูกเขียนออกมาได้ดีมากแน่!



เล่อเซินถึงกับพึมพำอยู่ในใจ: "ทำไมหลัวโม่ไม่ถ่ายเอ็มวีล่ะ?"



เธอรู้สึกว่าด้วยรูปลักษณ์และอารมณ์ของหลัวโม่ ถ้าเขาสวมชุดยาวพลางยืนอยู่ในศาลากว้าง ในมือของเขาจับพู่กัน ภาพนี้มันจะต้องระเบิดแน่น!



“แฟนๆ ของเขาคงอดไม่ได้ที่จะเลียหน้าจอเลยมั้ง?” เล่อเซินยิ้มและเช็ดน้ำลายจากมุมปากของตัวเอง



เธอสวมหูฟังอีกครั้งและฟัง “บทกวีหลานถิง” ซ้ำอีกครั้งสองครั้ง



จากนั้น ด้วยความเป็นมืออาชีพของเธอเอง เธอจึงต่อต้านความอยากที่จะฟังต่อและคลิกไปที่เพลง "ผีเสื้อ" ของราชาจ้าวเสวี่ยฉิน



เพลงของจ้าวเสวี่ยฉินเพลงนี้เองก็มีองค์ประกอบของงิ้ว ถ้าฟังทั้งสองเพลงแล้ว คนฟังจะสามารถตัดสินได้



หลังจากฟังครั้งหนึ่ง เล่อเซิน ก็ถอดหูฟังออกโดยตรง



"ถ้าฉันฟังเพลง ‘ผีเสื้อ’ ก่อน ฉันคงคิดว่ามันเป็นเพลงที่ดีและสามารถเอาชนะเพลงส่วนใหญ่ในตลาดที่มีองค์ประกอบของงิ้วด้วยได้"



"เสียงของราชาจ้าวนั้นพิเศษมาก เพลงรักของเขาสุดยอดเสมอ ฉันสามารถสัมผัสได้ถึงความรู้สึกเจ็บปวดในเสียงของเขาตอนที่เขาร้องเพลงเลย”



"อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเราจะไม่ได้เปรียบเทียบทักษะงิ้วของทั้งสองก็ตาม แต่จากมุมมองของการสร้างสรรค์เพลง มันยังด้อยกว่า ‘บทกวีหลานถิง’ มาก!”



หากคุณต้องการฟังเพลงที่มีองค์ประกอบงิ้ว คุณต้องฟังเพลงของหลัวโม่ซึ่งเป็นผู้สืบทอดที่แท้จริง



อยากฟังเพลงสไตล์จีนก็ต้องฟังหลัวโม่ผู้ให้กำเนิด



——หลัวโม่ จงเป็นเทพตลอดไป!



เมื่อเพลงสไตล์จีนเพลงที่สองของหลัวโม่ออกมา ผลงานที่ออกมาอย่างลวกๆ ในตลาดก็ถูกฆ่าหมด



เพลงนี้จับเพลงอื่นๆ แขวนคอและทุบตีอย่างบ้าคลั่ง มันเหมือนกับฉากฝึกทหารขนาดใหญ่ของอาจารย์หลัวหลังจากที่เขากลับมาทำงานอีกครั้ง!



เพลงเดียวก็อยู่ยงคงกระพัน!



ปรมาจารย์วัย 24 ปีผู้บุกเบิกสไตล์จีนคนนี้ได้สอนบทเรียนที่ดีให้กับวงการดนตรี





ตอนก่อน

จบบทที่ “บทกวีหลานถิง”

ตอนถัดไป