โลกดนตรี: ถูกคุกคาม
สำหรับหวงซีชานและจ้าวเสวี่ยฉิน เพลงแนวงิ้วและสไตล์จีนถือเป็นผลลัพธ์ที่แย่ที่สุดทั้งสองอย่าง
แต่ใครจะคิดละว่าหลัวโม่จะรวมทั้งสองไว้ในเพลงเดียว
ไม่เพียงแต่เป็นเพลงเดียวเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับองค์ประกอบของการประดิษฐ์ตัวอักษรอีกด้วย
หลังจากที่เพลง "บทกวีหลานถิง" ถูกปล่อยออกมา วงการเพลงก็ได้สั่นสะเทือนอีกครั้ง
นักร้องและนักแต่งเพลงหลายคนอยากรู้ว่าหลัวโม่ได้แต่งเพลงสไตล์จีนแบบไหนออกมาอีก
หลังจากฟัง พวกเขาก็ได้เปิดตาอีกครั้ง
เพราะเรื่องราวในเพลง "สายลมร้าวรานแห่งตะวันออก" นั้นค่อนข้างปกติ
แต่ "บทกวีหลานถิง" เป็นเพลงที่เกี่ยวกับการประดิษฐ์ตัวอักษรโดยตรง การในมุมมองนี้เป็นเรื่องใหม่
หลายๆ คนรู้สึกว่ารูปแบบการคิดของตนเองได้กว้างขึ้นกว่าเดิมหลังจากฟังเพลงนี้
"แม้แต่เพลงที่เกี่ยวกับการประดิษฐ์ตัวอักษรก็ยังสามารถทำออกได้ งั้นเพลงที่เกี่ยวกับวาดภาพก็สามารถทำได้เช่นกัน"
"ประเทศจีนมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เพราะงั้นจึงมีสิ่งต่างๆ มากมายที่เราเขียนได้!"
"ในรากเหง้าของเรา มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นของเราเท่านั้น!”
นักแต่งเพลงหลายคนรู้สึกว่าตนเองได้รับการศึกษาราวกับได้บทเรียนจากมัน
การกำเนิดขึ้นของเพลง “บทกวีหลานถิง” นั้นสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคนได้
ด้วยคำสอนนี้ ผู้คนจำนวนมากจะไม่ถูกจำกัดอยู่แค่ในพื้นที่เล็กๆ อีกต่อไป พวกเขาจะขยายขอบเขตออกไปจนอันไกลโพ้นและกล้าที่จะลองอะไรใหม่
หลังจากนี้อาจมีเพลงสไตล์จีนดีๆ ปรากฏอยู่ในโลกนี้ทีละเพลง!
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือสัตว์ประหลาดที่มีอายุเพียง 24 ปีนั้นส่งอิทธิพลต่อคนหนึ่งรุ่น!
เขาทำลายความคิดโดยรวมของทุกคน!
แม้หลัวโม่จะยังเด็กและมีคุณสมบัติไม่เพียงพอ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะเป็นคนแก่ที่มีคุณสมบัติเพียงพอ แต่คุณก็ยังไม่มีคุณสมบัติที่จะยืนหยัดต่อหน้าเขา
สถานะของหลัวโม่ในโลกดนตรีกำลังเพิ่มขึ้นตามกระแสไม่หยุด —— การเดบิวต์สู่จุดสุดยอด!
หลังจากฟังเพลง "ผีเสื้อ" แล้ว ป้าเล่อเซินก็กลับไปฟังเพลง "บทกวีหลานถิง" ซ้ำถึงสามครั้ง
หลังจากจัดการความคิดของตัวเองแล้ว เธอก็ตัดสินใจเขียนบทวิจารณ์เพลงในขณะที่ยังเข้าถึงอารมณ์ของเพลงอยู่
“หลัวโม่ ผู้หญิงคนนี้จะคุกเข่าและเลียคุณ!” เล่อเซินพูดในใจ
……..
……..
การต่อสู้ครั้งที่สองระหว่างราชาสวรรค์และราชาหน้าใหม่ยังคงเต็มไปด้วยความดุเดือด
มีผู้ชมและนักวิจารณ์เพลงจำนวนมากที่ติดตามเรื่องนี้
นักวิจารณ์เพลงบางคนถึงกับรับเงินจากปัวหลัวและมีความสุขที่ได้เลียแข้งเลียขาของจ้าวเสวี่ยฉิน
แต่เมื่อพิจารณาถึงภาพรวมแล้ว ก็มีนักวิจารณ์เพลงหลายคนที่ปฏิเสธที่จะทำเช่นกัน
ด้วยคลื่นที่รุนแรงของ "บทกวีหลานถิง" แม้ว่าพวกเขาจะต้องการหาเงิน แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ต้องทำมันอย่างชาญฉลาด
หลัวโม่ได้รับการสอนโดยอาจารย์ที่มีชื่อเสียง อาจารย์ของเขาคือตงชิงหลิน ไท่ชานเป่ยโต่ว*(1)นโลกงิ้ว
ทักษะการแสดงงิ้วที่หลัวโม่ฝึกฝนมาสิบเก้าปี ในโลกของงิ้วตอนนี้ ไม่มีใครกล้าวิพากษ์วิจารณ์หลัวโม่ แล้วเราจะกล้าวิจารณ์เขาได้อย่างไร?
หากยังอยากมีชีวิตอยู่ ใครจะกล้าพูดออกไป?
อีกทั้งหลัวโม่คนนี้ก็เป็นอัจฉริยะจริงๆ เพลงของเขาก้าวไปอีกขั้นแล้ว
เพราะงั้นเลยมีเพียงนักวิจารณ์บางคนที่วิจารณ์อย่างไร้สาระเพื่อหาเงิน แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้สร้างกระแสในโลกออนไลน์มากนัก
ส่วนแฟนคลับของหลัวโม่ก็เริ่มจัดงานกันอีกครั้ง
"หลัวโม่ นายมาทำงานแล้ว ฮ่าฮาฮา!"
"เพลงนี้เพราะมาก! หากอยากฟังเพลงแนวสไตล์จีนก็ต้องมาฟังเพลงของหลัวโม่จริงๆ!"
"เพลงนี้ไม่ล้ำสมัยเกินไปแล้วหรอ?"
"มันเป็นเพลงที่ทำให้ผมรู้สึกแปลกใหม่มาก"
"ฉันฟังเพลงนี้ซ้ำมา 10 รอบแล้ว วันนี้ฉันจะฟังมันทั้งหมด!"
"สไตล์จีนและงิ้วของหลัวโม่ ไม่มีใครสู้เขาได้จริงๆ!”
การต่อสู้เพื่อชิงอันดับในชาร์ตเพลงครั้งนี้อาจถูกตัดสินในวันแรก
เมื่อเวลาผ่านมาจนถึงบ่ายสองโมง ชาร์ตเพลงใหม่และชาร์ตเพลงยอดนิยมก็ได้รับการอัปเดต เพลง "ผีเสื้อ" ของจ้าวเสวี่ยฉินพุ่งไปอยู่ในอันดับที่สี่ในชาร์ตเพลงใหม่
ส่วน "บทกวีหลานถิง" ได้ขึ้นมาอยู่ที่อันดับสามชั่วคราว
อันดับที่หนึ่งและสองคือเพลงใหม่อีกสองเพลงของจ้าวเสวี่ยฉิน
กล่าวอีกนัยหนึ่ง การต่อสู้ระหว่างเพลงแนวเดียวกันได้จบลงแล้วภายในสองชั่วโมง
ทีมข้อมูลของฉีเอ๋อมิวสิกได้ติดต่อไปยังหลัวโม่สตูดิโอเป็นการส่วนตัว พวกเขาบอกว่าช่องว่างระหว่าง "บทกวีหลานถิง" กับเพลงอันดับที่สองอย่าง "ฤดูใบไม้ร่วง" กับอันดับที่หนึ่งอย่าง "ถ้วยที่สอง" นั้นน้อยมากจริงๆ
แต่ฉีเอ๋อมิวสิกไม่ได้บอกตัวเลขเฉพาะเจาะจง พวกเขาทำได้เพียงบอกเป็นนัย
เมื่อเวลาบ่ายสามโมงมาถึง เมื่อมีการอัปเดตรายการอีกครั้ง "บทกวีหลานถิง" ก็พุ่งไปยังอันดับที่สอง
ทีมงานที่สตูดิโอของหลัวโม่ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง
"แม้ว่าฉีเอ๋อจะบอกว่าช่องว่างนั้นน้อยมาก แต่ฉันก็ไม่คิดเลยว่ามันจะน้อยขนาดนี้ ... "
ในความเป็นจริง การเพิ่มขึ้นของยอดคนฟังในเพลง "บทกวีหลานถิง" นั้นมากเกินไป!
ช่วงนี้ตลาดโหยหาเพลงสไตล์จีนที่มีคุณภาพสูงแบบนี้
เพราะงั้นทันทีที่เพลง "บทกวีหลานถิง" ถูกปล่อยออกมา ความนิยมของมันก็พุ่งทะยานในทันที
หลังจากที่ผู้คนได้ฟังเพลงที่ราวกับยาพิษมานาน ในที่สุดพวกเขาก็ได้เวลาลิ้มรสน้ำแห่งความสุขกันไม่ใช่หรอ?
——ความสุขที่ได้จากอาจารย์หลัวกลับมาแล้ว!
“บทกวีหลานถิง” ขึ้นไปยังอันดับ 2 อย่างรวดเร็ว
เรื่องนี้ทำให้ผู้มีอำนาจในวงการบันเทิงบางคนแสดงสีหน้าน่าเกลียดออกมา
หลี่เฟิงซานจากไลอ้อน แดนซ์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ผู้ซึ่งมีความแค้นกับหลัวโม่มายาวนานและเลขาทั้งสองของเขาอาจจะต้องใช้เวลาในการฉีกถุงน่องอีกครั้ง
หวางซิซ่งที่เสียหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ ได้แต่จะระบายอารมณ์ไม่ดีออกมาด้วยวิธีที่น่ากลัวมากขึ้นเท่านั้น
เมื่อถึงเวลาหนึ่งทุ่ม "บทกวีหลานถิง" ไม่เพียงแต่จะไปถึงจุดสูงสุดในแพลตฟอร์มฉีเอ๋อมิวสิกเท่านั้น แต่เพลงนี้ยังแซงหน้าเพลง "ถ้วยที่สอง" ในแพลตฟอร์มหลานเซียมิวสิกและนั่งอยู่บนบัลลังก์ด้วย!
สิ่งนี้สร้างความตกใจให้กับวงการบันเทิงทั้งหมด
“ตอนแรกที่เขากำลังออกอัลบั้มเดบิวต์ พวกเราคิดว่าเขาจะต้องเป็นหน้าใหม่ที่แข็งแกร่งที่สุดในปีนี้”
“แต่ตอนนี้เรารู้แล้วว่าเขากับอัลบั้ม ‘สีแดง’ กำลังจะคว้าอันดับ 1 ของปี!"
เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะมีงานประกาศผลรางวัลเพลง เพราะงั้นผลงานเพลงต่างๆ จะเริ่มถูกเลือกทีละเพลง
อัลบั้ม "สีแดง" ของหลัวโม่นั้นได้รับความนิยมและเปิดโหมดฆ่าไม่เลือกในฐานะหน้าใหม่!
โดยเฉพาะหลังจากที่เขาได้เป็นผู้สร้างสไตล์จีน ความหมายของอัลบั้มนี้ก็แตกต่างออกไป
หลังโม่ตั้งเป้ารับรางวัลอัลบั้มยอดเยี่ยม!
นอกจากนี้ อาจมีรางวัลนักร้องยอดเยี่ยม นักแต่งเพลงยอดเยี่ยม โปรดิวเซอร์ยอดเยี่ยม และอีกหลายรางวัล...
พูดอีกอย่างก็คือ เค้กที่หลัวโม่อยากกินไม่ใช่แค่เค้กของนักร้องเท่านั้น ยังมีนักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ด้วย
อัลบั้มเดบิวต์ของเขาคุกคามวงการเพลงโดยตรง แถมยังคุกคามในทุกด้าน...
--มันไม่เคยมีมาก่อน!
………
………
วันรุ่งขึ้น เสิ่นอี้นั่วเดินเข้าไปในอาคารของซินหยูพร้อมกับเจียงหนิงซีด้วยความภาคภูมิใจ
“ฉัน เสิ่นอี้นั่ว ผู้หญิงที่เซ็นสัญญากับหลัวโม่!” ราวกับว่าเธอได้นำคำเหล่านี้มาพิมพ์ลงบนหน้าอกของเธอ
สำหรับอี้นั่วตอนนี้ เธอรู้สึกว่าเธอได้พิสูจน์ตัวเองแล้ว
แม้ว่าการเดินทางสู่ดวงดาวของเธอจะไม่ได้ระเบิดมากนัก
แม้ว่าความสามารถทางธุรกิจของเธอจะไม่แข็งแกร่งมาก
แต่หลัวโม่คือผู้ชายของเธอ!
เธอรู้สึกว่าตัวเธอมีส่วนอันยิ่งใหญ่ในการเซ็นสัญญากับหลัวโม่ เธอจึงคู่ควรที่จะได้รับคำว่า "ผู้จัดการที่แข็งแกร่งที่สุด" ในบริษัท
ศิลปินที่ใครก็ตามเซ็นสัญญาไม่มีความสามารถเหมือนหลัวโม่ของฉัน!
เสิ่นอี้นั่วรู้สึกว่าต่อจากนี้ไป เธอจะเชิดหน้าขึ้นและกลายเป็นคนใหม่
เธอคิดจะเปลี่ยนคำที่คนอื่นเรียกเธอ
ต่อไปนี้อย่าเรียกฉันว่าลูกสาวของซินหยู อย่าเรียกฉันว่าสมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ปยอดนิยม ให้เรียกฉันว่านักล่าความสามารถระดับท็อป!
เจียงหนิงซีมองไปที่เสิ่นอี้นั่วที่ยืดอกด้วยความภาคภูมิใจและรู้สึกทำอะไรไม่ถูกพร้อมกับตกตะลึงไปเล็กน้อย
เกิร์ลกรุ๊ปทั้งสองมาที่สตูดิโอบันทึกเสียงด้วยความตื่นเต้น พวกเธอเห็นหลัวโม่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์และกำลังแก้ไขอะไรบางอย่าง
เสิ่นอี้นั่วเดินไปนั่งข้างหลัวโม่อย่างเป็นธรรมชาติ
แม้ว่าจะมีแฟนคนแรกอย่างเจียงหนิงยืนอยู่ก็ตาม
“หลัวโม่ นายกำลังทำอะไรอยู่” เสิ่นอี้นั่วถามอย่างสงสัย
ทันทีที่หลัวโม่เห็นว่าคนที่มาเป็นลูกไก่ตัวนี้ เขาก็หันหน้าจอหลบไปด้านข้างเล็กน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้เธอมองแล้วพูดว่า "มันไม่สุภาพ เรียกฉันว่าผู้อำนวยการหลัว"
“ห๊าา!” เสิ่นอี้นั่วเบิกตากว้างทันที เธอพองหน้าอกด้วยความโกรธและพูด “ฉันเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท!”
หลัวโม่ซึ่งเพิ่งเป็นเจ้าของหุ้นพูดอย่างใจเย็น “แล้วฉันไม่มีรึไง?”
เมื่อเสิ่นอี้นั่วเป็นผู้ใหญ่ เสิ่นเฉาชิวได้มอบหุ้นส่วนหนึ่งให้กับลูกสาวของเขาเป็นของขวัญสำหรับการเติบโตเป็นผู้ใหญ่
แต่แท้จริงแล้วเธอมีหุ้นไม่มากเท่ากับหลัวโม่
“นาย นาย นาย!” เสิ่นอี้นั่วชี้ไปที่หลัวโม่ด้วยความโกรธ เธอไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงไปครู่หนึ่ง
ผู้ชายคนนี้ทำให้เธอรู้สึกว่าไม่สามารถทำอะไรเขาได้
หลัวโม่หยุดล้อเล่นกับเธอแล้วพูดว่า "ฉันกำลังเตรียมเพลงสำหรับรายการ ‘ราชาแห่งเพลงรัก’ รอบที่ 3 บอกฉันมาสิว่าทำไมเธอถึงมาหาฉัน"
เจียงหนิงซีมองเขาแล้วพูดว่า "หลัวโม่ ‘บทกวีหลานถิง’ ครองชาร์ตเพลงทั้งหมดแล้ว"
หลัวโม่พยักหน้าและพูดตอบ "ฉันรู้เรื่องนี้แล้ว ตอนที่ฉันมาที่บริษัท มีคนอย่างน้อย 20 คนที่มาแสดงความยินดีกับฉัน"
เสิ่นอี้นั่วมองดูเขาแล้วพูดว่า: "ถ้าอย่างนั้นทำไมนายไม่ควรชวนเราสองคนที่เป็นดอกไม้แสนสวยมาร่วมงานฉลองละ?"
หลัวโม่เหลือบมองเธอแล้วพูดว่า "แต่เธอไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรมากหนิ ในทางกลับกัน เธอทำให้ฉันรำคาญซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อความก้าวหน้าในการทำงานของฉัน"
"ว้าว! เจียงเจียง ฟังนี่สิ นี่เขายังเป็นมนุษย์อยู่อีกหรอ?" เสิ่นอี้นั่วเริ่มมองหาเพื่อนร่วมทีมของตัวเองแล้วพูดต่อ : "ในช่วงเวลาการสร้างอัลบั้ม แม้จะมีสาวงามมาหา แต่เขากลับไม่ชอบซะอย่างงั้น!"
เสิ่นอี้นั่วมองหลัวโม่ขึ้น ๆ ลง ๆ แล้วพูดว่า: "หลัวโม่ นายไม่ได้มีปัญหาในเรื่องนั้นใช่ไหม? แม้จะมีสาวงามอยู่ด้วย นายกลับไม่ชอบ นายมีอะไรผิดปกติหรือเปล่า? ฉันคิดว่าเราช่วยนายในเรื่องนี้ได้นะ"
หลัวโม่พูดอย่างสบายๆ "โอ้ จริงด้วย เด็กสาวที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วแบบเธอ ผู้ชายคนไหนจะไม่ชอบล่ะ"
ใบหน้าของเจียงหนิงซีเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเธอได้ยินคำพูดนี้
เจียงหนิงซีรู้สึกว่าเนื้อหาในการคุยของพวกเขาเริ่มบิดเบี้ยวมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นเธอจึงเปิดปากเพื่อนำหัวข้อกลับมาที่หัวข้อหลัก "หลัวโม่ นายรู้ไหมว่าสื่อพิเศษหลายสื่อชื่นชอบนายและพูดคุยนายกันแล้ว"
"จริงหรอ? ขนาดนั้นเลย?" หลัวโม่ตะลึง
“เป็นเพราะเพลง “สายลมร้าวรานแห่งตะวันออก” งั้นหรอ?” เขาเดาในใจ
“อีกทั้งเรื่องของ ‘กระต่ายในปีนั้น’ ก็ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและราบรื่นเหมือนกัน มันเป็นเรื่องบังเอิญหรือเปล่า?” หลัวโม่อดไม่ได้ที่จะคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง
หลังจากนั้นหลัวโม่ก็ยิ้มและพูดว่า: "ดูเหมือนว่าชีวิตของฉันจะดีขึ้นแล้ว"
เจียงหนิงซีมองไปที่ชายตรงหน้าและพบว่าเขาบินสูงขึ้นจนเธอไม่สามารถตามเขาได้ทันอีกแล้ว ตอนนี้เธอเหม่อลอยไปครู่หนึ่ง
หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็พูดต่อ "ยังไงก็เถอะ มีอีกเรื่องหนึ่ง"
"มีอะไรงั้นหรอ?" หลัวโม่ถาม
เจียงหนิงซีกล่าว: "เสี่ยวเสิ่นกับฉันได้ข้อมูลมาบ้างแล้วว่ามีรายการแรปชื่อ ‘ราชาแห่งฮิปฮอป’ ซึ่งจะออกอากาศในเวลาเดียวกับรายการ ‘ราชาเพลงรัก’ ”
"งั้นผู้กำกับเค่อก็มีคู่แข่งแล้ว” หลัวโม่กล่าว
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา วัฒนธรรมแรปได้ค่อยๆ เป็นที่นิยมมากขึ้น แถมจำนวนของแรปเปอร์ก็เพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
อย่างไรก็ตาม เค่อหมิงไม่ได้ตื่นตระหนกเลย เขามั่นใจในรายการของตัวเองมาก
เสิ่นอี้นั่วพูดขึ้น: "ชื่อของรายการนี้ฟังดูคล้ายกับรายการ ‘ราชาเพลงรัก’ นิดหน่อย ฉันคิดว่ารายการนี้คงจะดึงดูดความสนใจของผู้คนได้พอสมควรเลย"
หลังจากพูดจบเธอก็พูดต่อ: "ยังไงก็ตาม นายจะร้องเพลงอะไรในตอนที่สองของรายการ ‘ราชาเพลงรัก’ เราขอฟังดนตรีก่อนได้ไหม?"
“เรียกฉันว่าผู้อำนวยการหลัวสิ ฉันอาจจะใจดีแล้วให้ฟังนิดหน่อย" หลัวโม่กล่าว
แต่ถึงจะพูดไปแบบนั้น แต่หลัวโม่ก็ไม่คิดเลยว่าเสิ่นอี้นั่วจะใช้เสียงหวานของตัวเองพูดออกมา: "ผู้อำนวยการหลัว!"
หลัวโม่ยิ้มอย่างพึงพอใจ แต่เขายังไม่พอและหันไปทางเจียงหนิงซีต่อ
หลัวโม่ไม่ได้พูดอะไร แต่ท่าทางของเขาแสดงออกมาชัดเจน เนื่องจากทั้งคู่ต้องฟัง เพราะงั้นทั้งคู่จึงต้องเรียก
หญิงสาวเย็นชาคนนี้มักจะทำตัวเป็นเหมือนกับหงส์ขาวที่ภาคภูมิใจ แต่ตอนนี้ ไม่เพียงแต่เธอไม่หงุดหงิดเท่านั้น แต่หัวใจของเธอยังเริ่มเต้นเร็วขึ้นอีกด้วย
เมื่อแค่คำพูดไม่กี่คำนี้กลับทำให้เธอหมดเรี่ยวแรงทั้งหมด หลังจากนั้นก็มีเสียงเล็กๆ ดังออกมา: "ผู้อำนวยการหลัว"
สุดท้ายหลัวโม่ก็พึงพอใจ จากนั้นไม่ช้า เสียงดนตรีก็ดังขึ้นมาในสตูดิโอบันทึกเสียง
เจียงหนิงซีและเสิ่นอี้นั่วตกตะลึง
เพลงนี้อุกอาจมาก!
ท้ายที่สุดแล้ว เพลงนี้ก็ถูกเขียนโดยโจเจย์หลุน นักแต่งเพลงอัจฉริยะ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติสำหรับพวกเธอที่จะคิดว่าเพลงนี้มันอุกอาจ
—— มันคือเพลงแปลก!
...
*(1) – ไท่ชานเป่ยโต่ว หมายถึง ผู้มีคุณธรรมสูง มีชื่อเสียง หรือมีผลงานโดดเด่นเป็นที่ชื่นชมของใครต่อใคร