ไม่มีสิทธิ์ได้นั่งที่นี้
เรตติ้งแบบเรียลไทม์เป็นข้อมูลที่ผู้กำกับจะต้องให้ความสนใจ
โดยทั่วไปแล้ว เรตติ้งแบบเรียลไทม์นั้นมักจะไม่ถูกต้อง แต่ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ความแม่นยำของมันก็สูงขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันมีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยจากเรตติ้งจริง
เฉียนชิงหยุนเป็นผู้กำกับที่ทำงานอย่างมุ่งมั่นและจริงจัง วันนี้เป็นงานวันชาติที่ยิ่งใหญ่ พูดตามหลักเหตุผลแล้ว ความสนใจของเขาควรมุ่งเน้นไปที่งานก่อนแทนที่จะมาดูเรตติ้ง
มีเพียงเหตุผลเดียวเท่านั้นที่ทำให้เขาหันมามองเรตติ้งแบบเรียลไทม์
ทีมงานที่รับผิดชอบในการจับตาดูเรตติ้งอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง เพราะงานในปีนี้ในช่วงที่เพลง "จงรักภักดี" กำลังเล่นอยู่ เรตติ้งของรายการก็ได้พุ่งเกินจุดสูงสุดของงานในช่วงสองปีที่ผ่านมา!
ในยุคปัจจุบัน เรตติ้งรายการสำคัญๆ ตอนเย็นๆ นั้นเรียกได้ว่าลดลงทุกปี
ในแง่ของแนวโน้มทั่วไปในปัจจุบัน หากรายการเหล่านี้ต้องการทำลายสถิติในประวัติศาสตร์ มันแทบจะเป็นเรื่องไร้สาระและไม่มีทางเป็นไปได้เลย
ท้ายที่สุดแล้ว สมัยนี้ทุกคนไม่ได้มานั่งอยู่หน้าทีวีและดูงานวันชาติเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว
สถิติสูงสุดที่ตลอดกว่าสองปีที่ผ่านมาถูกทำลายลงในปีนี้ นี่นับเป็นเรื่องที่น่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง!
“เป็นเพราะเขาเป็นศิลปินระดับสูงงั้นหรอ?” เฉียนชิงหยุนเป็นคนแรกที่มีความคิดนี้อยู่ในใจ
แต่เขาก็ปฏิเสธความคิดนี้ไปอย่างรวดเร็ว
หลัวโม่ไม่ใช่ศิลปินระดับท็อปเพียงคนเดียวในแวดวง แต่แม้ศิลปินคนอื่นจะมา พวกเขาก็ไม่อาจทำแบบนี้ได้อย่างแน่นอน
หนึ่งเป็นเพราะคนดังแบบนั้นมีแฟนคลับมากมาย เช่นเดียวกันในทางตรงกันข้าม พวกเขาเองก็มีเหล่าผู้คนที่ไม่ชอบจำนวนมากด้วยเช่นกัน
หลายคนจะมาเพื่อดูพวกเขา แต่ก็จะมีอีกหลายคนที่หลีกเลี่ยงที่จะไม่ดู
แต่หลัวโม่นั้นแตกต่างออกไป
เขาเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงอย่างมากในหมู่ผู้ชมนอกวงการ มันเป็นชื่อเสียงที่หาได้ยากมาก!
“นี่คือลักษณะที่ศิลปินหรือดาราตัวจริงควรมี!” ผู้กำกับเฉียนคิดอยู่ในใจ
สำหรับผู้กำกับแล้ว ดาราและศิลปินดังๆ มีประโยชน์มาก เพราะพวกเขาจะนำมาซึ่งผลประโยชน์มากมาย!
“ฉันสงสัยนักว่าทักษะการแสดงของเขาเป็นยังไง?” เฉียนชิงหยุนคิดในใจ
แน่นอนว่าเรื่องนั้นไม่สำคัญหรอก ผู้กำกับที่ดีต้องมีพลังพอที่เปลี่ยนความทุกอย่างให้เป็นเวทมนตร์ได้
ผู้กำกับบางคนที่เก่งในการกำกับมากๆ มักถูกเรียกว่า "ราชาภาพยนตร์ หรือไม่ก็ เครื่องทำภาพยนตร์"
เฉียนชิงหยุนเคยได้รับตำแหน่งดังกล่าวในช่วงปีแรก ๆ ที่เขาเป็นผู้กำกับ
หลังเวที หนึ่งในสี่ผู้กำกับชั้นนำของคนรุ่นเก่าจ้องไปที่ชายหนุ่มที่กำลังถือดาบอยู่บนหน้าจอด้วยดวงตาที่ลุกเป็นไฟ
เรตติ้งพุ่งแตะระดับสูงสุดใหม่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเพลงที่มีธีมแบบนี้ทำให้เรตติ้งพุ่ง!
นี่เป็นเรื่องของแนวคิดโดยสมบูรณ์
“เห็นได้ชัดว่าเขาถูกเป็นแค่ตัวแทนที่มาร่วมงาน แต่เขากลับสร้างปาฏิหาริย์ขึ้นมา” เฉียนชิงหยุนคิดในใจ
เขารู้สึกเหลือเชื่อ เดิมทีจะต้องมีการวิพากษ์วิจารณ์เฉียนชิงหยุนในเรื่องการเปลี่ยนคนแสดงและเชิญหน้าใหม่อย่างหลัวโม่มาเข้าร่วมงานวันชาติ
โดยเฉพาะพวกผู้ใหญ่บางคน เพราะยิ่งบางคนอายุมากขึ้นเท่าไร พวกเขาก็ยิ่งชอบตัดสินคนอื่นตามคุณสมบัติและอายุ สาเหตุอาจเป็นเพราะผู้ใหญ่พวกนี้มีความอาวุโสเป็นจุดแข็ง
“ตอนนี้ได้เวลาบอกคนให้เหล่านี้หุบปากแล้ว” เฉียนชิงหยุนสูดลมหายใจอย่างเย็นชาในใจ
……….
…........
หลังจากเพลง "จงรักภักดี" หลัวโม่ก็เดินไปยังทางเดินหลังเวทีโดยที่ไม่รู้ว่าเลยว่า [รูปภาพศักดิ์สิทธิ์] รูปที่สองในชีวิตของเขาได้เกิดในคืนนี้
ภาพศักดิ์สิทธิ์ภาพแรกของเขาก็คือภาพของชายคนหนึ่งที่กำลังเดินลงจากเวทีท่ามกลางกระดาษสีทองในรอบชิงชนะเลิศของรายการ "สร้างไอดอล"
ภาพศักดิ์สิทธิ์ภาพที่สองเป็นภาพนิ่งของเขาที่สวมชุดสีแดงและถือดาบขณะยืนอยู่บนกลอง
บรรยากาศที่มีชีวิตชีวา ไม่ถูกจำกัด และไม่ถูกจำกัดนั้นทำให้อินเทอร์เน็ตระเบิดเสียงเรียกร้องให้เห็นเขาแสดงในละครเครื่องแต่งกาย
รูปภาพศักดิ์สิทธิ์นี้กลายเป็นหัวข้อค้นหาที่สุดร้อนแรง แถมฉากเก็บดาบเข้าฝักเองก็ได้ถูกแชร์บนแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นหลักๆ ตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไปด้วย
คืนนี้เป็นคืนของหลัวโม่อย่างไม่ต้องสงสัย
หลายๆ คนจะประเมินมูลค่าธุรกิจส่วนตัวของหลัวโม่อีกครั้ง
แม้แต่งานใหญ่อย่างนี้ หลัวโม่ยังสามารถทำให้ดังเป็นพุแตกได้ แล้วยังจะมีงานไหนอีกที่หลัวโม่สนับสนุนให้โด่งดังไม่ได้?
ยิ่งหากดูเรตติ้งสูงสุดของรายการคืนนี้และความนิยมทางออนไลน์ของเพลง "จงรักภักดี" มันก็เรียกได้ว่าหลัวโม่ได้สั่นสะเทือนวงการเพลงได้อีกครั้ง!
คำพูดที่ว่า "เดบิวต์คือจุดสูงสุด" มักจะใช้กับไอดอลจำนวนมากที่ได้รับความนิยมสูงในตอนที่เดบิวต์ครั้งแรก แถมหลังจากนั้นพวกเขาก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ
แต่หลัวโม่กลับมาถึงจุดสูงสุดแล้วจริงๆ หลังจากเดบิวต์!
ดังที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ข้อดีอย่างหนึ่งของคนดังที่เข้าร่วมงานสำคัญๆ ก็คือแพลตฟอร์มหลักๆ บนอินเทอร์เน็ตจะช่วยโปรโมตเรื่องนี้
ทีมข้อมูลของฉีเอ๋อฟิล์มเองก็ทำงานได้อย่างรวดเร็วมาก
ในโลกนี้ งานวันชาติจะเปิดให้มีการถ่ายทอดสดบนแพลตฟอร์มวิดีโอหลักๆ ทั้งหมด แต่ทุกแพลตฟอร์มจะไม่ได้รับอนุญาตให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมและห้ามใช้ระบบการรับชมแบบสมาชิก หรือแทรกโฆษณาใดๆ ของตนเองทั้งสิ้น
เพราะงั้นฉีเอ๋อฟิล์มจึงมีข้อมูลภายในบนแพลตฟอร์มต่างๆ ที่ถ่ายทอดสดงานวันชาติ
“หัวหน้าทีม! กระแสของเพลง ‘จงรักภักดี’ พุ่งสูงขึ้น จำนวนคอมเมนต์ การโต้ตอบ การกดถูกใจของคนดูพุ่งถึงจุดสูงสุดในค่ำคืนนี้แล้ว!” ทีมงานฝ่ายข้อมูลพูดอย่างตื่นเต้น
ความนิยมสูง ชื่อเสียงสูง เหลือเชื่อ!
“ดึงข้อมูลออกมาให้ฉัน!” หัวหน้าทีมพูดทันที
“หลัวโม่นะหลัวโม่ นายต้องการให้ฉันวิ่งวุ่นเพราะนายกี่ครั้งกันแน่?” เขารู้สึกตะลึงเล็กน้อย
ทุกครั้งที่หลัวโม่ออกรายการ ทุกเพลงที่หลัวโม่ร้องจะกลายเป็นเพลงฮิต
แถมเมื่อเกิดเรื่องขึ้น เขาซึ่งเป็นหัวหน้าทีมฝ่ายข้อมูลจะต้องไปรายงานข้อมูล
ด้วยความร่วมมือระหว่างฉีเอ๋อและหลัวโม่ในปัจจุบัน ฉีเอ๋อจะส่งเสริมหลัวโม่อย่างเต็มที่แน่นอน
แน่นอนว่าหากสิ่งที่หลัวโม่ทำนั้นสุดยอด พอเป็นแบบนี้แล้วหากฉีเอ๋อจะให้ทรัพยากรกับเขามองแค่ไหน ยังจะมีมาว่าในเรื่องนี้ได้อีก?
เมื่อหัวหน้าทีมเห็นประสิทธิภาพของการดำเนินงาน ทั้งการประชาสัมพันธ์ ทั้งผลิตภัณฑ์โปรโมท แถมยังเห็นงานของทีมงานฝ่ายอื่นๆ แล้ว มันก็ทำให้เขาประหลาดใจไม่หยุด
“ทุกคน อย่าบอกนะว่าพวกนายได้เตรียมโปสเตอร์และรูปแบบการโปรโมทและสนับสนุนต่างๆ ไว้ล่วงหน้าแล้ว!” หัวหน้าทีมสับสน
ฉีเอ๋อฟิล์มครองอันดับหนึ่งในทุกแพลตฟอร์ม
เมื่อมีฉีเอ๋อเป็นผู้นำ แพลตฟอร์มต่างๆ เช่นเว่ยป๋อและเสี่ยวหลานจ่านจะไม่ยอมแพ้อย่างแน่นอน
เวทีของหลัวโม่พุ่งขึ้นสู่อันดับที่ 2 ในรายการค้นหามาแรงของเว่ยป๋อโดยตรง
เพราะอันดับหนึ่งในรายการค้นหามาแรงนั้นมีชื่อว่า [งานวันชาติ]
อันดับที่สองก็คือ [เวที "จงรักภักดี" ของหลัวโม่]
ที่จริงแล้ว ในบรรดาแพลตฟอร์มหลักๆ แพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือปัวหลัวทีวี
เป็นข้อเท็จจริงที่ทราบกันดีว่าก่อนหน้านี้ปัวหลัวทีวีได้ลบวิดีโอส่วนตัวของหลัวโม่ทิ้งทั้งหมด ซึ่งมันก่อให้เกิดความปั่นป่วนบนอินเทอร์เน็ตที่เกือบทุกคนรู้ดี
ทัศนคติของปัวหลัวทีวีนั้นชัดเจนมาก กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ พวกเขาไม่อนุญาตให้หลัวโม่ปรากฏตัวในแพลตฟอร์มของตัวเอง
ดังนั้นกลุ่มโม่เซิงเหรินจำนวนมากที่รับชมการถ่ายทอดสดงานวันชาติบนแพลตฟอร์ม เช่น ฉีเอ๋อฟิล์ม ก่อนเวลาสองทุ่มห้าสิบเพราะไม่ต้องการให้ข้อมูลการเข้าใช้กับปัวหลัวทีวี
เมื่อเวลาสองทุ่มห้าสิบเป็นช่วงที่พิธีกรมาดำเนินรายการ หลังจากที่มีการเรียกชื่อของหลัวโม่ พวกเขาก็รีบเข้าไปที่ปัวหลัวทีวีทันที
“อุ๊ย ทำไมถึงให้หลัวโม่ออกอากาศได้ล่ะ”
“ตัดออกซะ ปัวหลัวชอบ [ตัด] หลัวโม่ออกไม่ใช่หรอ?”
“ขอแนะนำให้ทางปัวหลัวตัดเข้าโฆษณาดีกว่า ปัวหลัวเก่งในเรื่องตัดเข้าโฆษณาไม่ใช่หรอ รีบตัดออกซะ”
"ฮาฮาฮา แม้ว่าปัวหลัวจะกล้าตัดหลัวโม่ออกก็ตาม แต่คงไม่มีใครบ้าตัดเข้าโฆษณาในรายการวันชาติหรอกนะใช่ไหม?"
"ไม่ใช่ปัวหลัวหรอที่ต้องการปิดกั้นหลัวโม่? ถ้าจะทำก็ทำตอนนี้เลยสิ”
เมื่อพิธีกรอธิบายขั้นตอนเสร็จและหน้าจอกำลังจะสลับฉากไปยังเวทีของหลัวโม่ คนจากกลุ่มโม่เซิงเหรินก็พากันออกจากปัวหลัวทีวีเหมือนกระแสน้ำ
——สาปแช่งสักสองสามคำแล้วก็จากไป!
ปัวหลัวไม่สมควรได้รับข้อมูลการเข้าชมของหลัวโม่!
คืนนี้กลุ่มโม่เซิงเหรินทุกคนรู้สึกมีความสุขมาก
ที่ปัวหลัวทีวี คืนนี้หวางซิไป๋โกรธจนแทบบ้า เขากดหมายเลขโทรศัพท์ของหวางซิซ่งที่เป็นพี่ชายและทั้งสองก็เริ่มด่ากันอีกครั้ง
“นายรู้ไหมว่าวันนี้ทุกแพลตฟอร์มในอุตสาหกรรมกำลังพูดเรื่องตลกเกี่ยวกับปัวหลัวทีวีของเรา!?” หวางซิไป๋โกรธมากจนคันฟัน
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือกลุ่มโม่เซิงเหรินนั้นเป็นองค์กรที่ไร้สาระเกินไป พวกเขาชอบพูดเรื่องตลกนี้ให้กับผู้คนที่ผ่านมาได้ฟัง
เพราะแบบนี้จึงทำให้องค์กรชั่วร้ายนี้ได้สร้างความฮือฮาในวงกว้างบนอินเทอร์เน็ตทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ครั้งใหญ่
นอกจากนี้ หลัวโม่ยังได้สร้างเวทีระดับเทพขึ้นมาอีกหนึ่งเวที
หวางซิไป๋โกรธมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่กำลังสบถทางโทรศัพท์
เขาพูดกับหวางซิซ่งทางโทรศัพท์ด้วยความโกรธ: "อย่าบอกฉันว่ามันเป็นแค่งานวันชาตินะ? ถ้าเขายังไปร่วมงานเทศกาลฤดูใบไม้ผลิในอนาคตด้วยล่ะ?"
"ฉันไม่ต้องการให้ปีเกษียณของฉันต้องถูกเพื่อนๆ หัวเราะเยาะในขณะที่นั่งกินข้าวกันอยู่!”
หวางซิซ่งที่อยู่ปลายสายของโทรศัพท์ เมื่อได้ยินการต่อว่าครั้งแล้วครั้งเล่า เขาก็พูดด้วยความโกรธ: "งั้นทำไมนายไม่ทำเอง ตอนนั้นเป็นนายเองสายตาไม่ดี ไม่อาจมองการณ์ไกลได้ แล้วตอนนี้กลับทำตัวเป็นคนที่รู้ทุกอย่างแล้วอย่างงั้นหรอ?”
ในที่สุดสองพี่น้องก็วางสายโทรศัพท์กันไปอย่างไม่พอใจ
“หลัวโม่!” หวางซิซ่งกำโทรศัพท์พร้อมกับกัดฟันแน่น
เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าปีนี้ชายหนุ่มคนนี้ตบหน้าเขามาแล้วกี่ครั้ง
หนึ่งในสี่บริษัทใหญ่ในอุตสาหกรรมได้กลายมาเป็นตัวตลกซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะเขา!
หวางซิซ่งดูการถ่ายทอดสดงานวันชาติบนหน้าจอขนาดใหญ่และต้องตกตะลึงกับมันทันที
เนื่องจากกล้องในงานได้หันไปทางฝั่งที่นั่ง มันทำให้หวางซิซ่งเห็นใบหน้าอันหล่อเหลาที่น่าขยะแขยงของหลัวโม่ได้อย่างรวดเร็ว
ดาราและศิลปินบางคนที่จบการแสดงแล้วจะได้รับการปฏิบัติที่มีมาตรฐานสูงจากทีมงาน พวกเขาจะไปรวมตัวกันและนั่งอยู่ในหอประชุม
แต่กล้องที่ถ่ายไปฉายให้เห็นถึงหลัวโม่ที่ไม่ได้นั่งอยู่ในวงล้อมคนดังเหล่านี้
กลายเป็นว่าชายหนุ่มคนนี้กำลังนั่งอยู่ข้างๆ กลุ่มผู้อาวุโส!
เดิมทีเฉียนชิงหยุนได้เตรียมเก้าอี้สำหรับหลัวโม่ไว้ในกลุ่มคนดังแล้ว เขาแม้แต่ติดป้ายชื่อตรงที่ที่นั่งให้แล้วด้วย
อย่างไรก็ตาม หลัวโม่นั้นถูกเรียกมาโดยผู้อาวุโสบางคนที่นั่น
ที่ที่หลัวโม่นั่งอยู่ตอนนี้เป็นที่นั่งที่แม้แต่หวางซิซ่งจะไปร่วมงาน เขาก็ไม่มีสิทธิ์ได้นั่งที่นี้!
........