บ้านเคลื่อนที่

“มินโฮ ระหว่างกิ้งก่าตัวนี้กับเจ้าเต่าทมิฬเธอมีความคิดเห็นอย่างไรกับพวกมัน?”




มู่เหลียงถามขึ้นพร้อมกับหันไปมองมินโฮ




“เต่าทมิฬ?”




มินโฮชะงักไปนิดนึง ก่อนที่จะนึกได้ว่ามันคือชื่อเต่าที่มู่เหลียงฝึก




ก่อนที่นางจะก้มหน้าและครุ่นคิดอะไรสักอย่างและพูดขึ้นอย่างมั่นใจ




“หากดูจากขนาดแล้วเจ้ากิ้งก่าน่าจะเก่งกว่า!”




มู่เหลียงพยักหน้าเห็นด้วย ขนาดของเจ้าเต่าทมิฬมันใหญ่โตเกินไปจริงๆ




และมีข้อเสียอีกหลายอย่างทั้ง เชื่องช้า และเทอะทะไม่มีความคล่องตัว




แต่ความสามารถหนามหินของมันก็พอจะทดแทนข้อเสียเหล่านี้ได้




“มู่เหลี่ยง ฉันขอปีนขึ้นไปบนตัวมันได้ไหม?”




มินโฮกระพริบตาหลายครั้ง พร้อมกับจ้องมองมู่เหลียงอย่างกระตือรือร้น




“ได้สิ!”




มู่เหลียงยิ้มน้อยๆ ก่อนจะตอบกลับไป




มู่เหลียงสั่งให้เต่าทมิฬใช้หนามหินสร้างบันไดให้พวกเขาขึ้นไปบนหลังของมัน




แอ๊!!




เต่าทมิฬร้องออกมาอีกครั้ง ก่อนที่หินบนกระดองของมันจะหดลง และให้ทั้งสองขึ้นไปบนหลังของมันได้




“ว้าว เจ้าเต่าทมิฬ เจ้าเข้าใจที่เราพูดด้วยงั้นหรอ!”




สายตาของมินโฮนั้นดูเป็นประกาย และดูสนอกสนใจเต่าทมิฬมากขึ้นไปอีก ก่อนจะเดินขึ้นบันไดหินไป




บนหลังของเต่าทมิฬเป็นลานกว้างๆ วงกลม ประมาน 7 - 8 เมตร




และที่รอบๆ ขอบกระดองของมันก็เป็นหินยกสูง 1 เมตร กลายเป็นรั้วโดยธรรมชาติ




“เต่าน้อยแกใส่ใจจริงๆ”




แอ๊!!




เต่าทมิฬร้องออกมาตอบรับคำชมของมู่เหลียงอย่างมีความสุข




“เจ้าเต่าทมิฬน้อยมันฉลาดจริงๆ”




มินโฮปีนขึ้นไปบนหลังเต่าทมิฬ และมองลงไปยังบันใดหินที่เดินชึ้นมาและเห็นว่าบันไดกำลังหดกลับเข้าไปในพื้น




เด็กสาวมองไปรอบๆ หลังเต่าที่ดูแบนและเป็นลานโล่งๆ




มินโฮจึงพูดขึ้นอย่างติดตลกว่า




“มู่เหลียง ไม่คิดบ้างหรอว่า เราสามารถสร้างบ้านบนหลังของเต่าทมิฬน้อยได้!”




“นั้นสิ…สิ่งนี้ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้เสียด้วย”




มู่เหลียงได้แรงบันดาลใจจากคำพูดเล่นของมินโฮทันที และความคิดนี้เข้าท่ามาก




สุดท้ายเขาเองก็ต้องมีสัตว์อสูรที่ฝึกเลี้ยงมากขึ้นในอนาคต มันคงไม่เหมาะที่จะไปอาศัยอยู่ชุมชนอื่น




และไม่มีทางที่จะอาศัยนอนตากลมห่มฟ้าของโลกที่พังพินาศแบบนี้ได้ด้วย




แต่หากมีเต่าทมิฬ และมันยังเติบโตต่อไปได้เรื่อยๆ ขนาดของมันย่อมใหญ่โตตามไปด้วยอย่างแน่นอน




และบนหลังของเต่าทมิฬนั้นพอจะปรับแต่งเป็นที่อยู่อาศัยได้




มินโฮเองก็มองมู่เหลี่ยงที่กำลังใช้ความคิดอยู่ และถามขึ้นเบาๆ ว่า




“นี้ไม่ใช่ว่ามู่เหลี่ยงคิดจะสร้างบ้านบนหลังเต่าทมิฬจริงๆ ใช่ไหม?”




“ตอนนี้ยัง แต่อนาคตไม่แน่”




มู่เหลียงเมื่อได้ยินคำถามก็ได้สติกลับมา และยิ้มออกมาเล็กน้อย




“แต่อย่างน้อยๆ ก็พอที่จะสร้างเพิงไม้เล็กๆ ชั่วคราวได้!”




“นี้ๆ อนาคตเราจะมีบ้านอยู่บนหลังเต่านี้จริงๆ งั้นหรอ?”




มินโฮถามต่อด้วยความตื่นเต้น




“แล้วมินโฮรู้สึกยังไงกับการที่จะมีบ้านเคลื่อนที่ได้ละ?”




มู่เหลียงยกมือขึ้นจับคางแล้วพูดต่อ




“แต่ยังไม่จำเป็นต้องรีบร้อนตอนนี้”




มินโฮกระโดดไปกระโดดมาด้วยความดีใจ และดูเหมือนว่าจะตั้งหน้าตั้งตารอเลยทีเดียว




“ถ้าถึงตอนนั้น พวกเราจะเดินทางไปที่ไหนก็ได้ โดยมีบ้านเคลื่อนที่ ความรู้สึกเหมือนนักล่านักสำรวจเลย!”




มินโฮคิดว่าการเดินทางอาจจะช่วยทำให้เธอตามหาพี่สาวของเธอได้




“มู่เหลียง ถ้าเราก่อกองไฟบนหลังของเต่าทมิฬ มันจะไม่ร้อนงั้นหรอ?”




“ไม่หรอก กระดองของมันเป็นหินมันกันไฟกันร้อนได้”




“มู่เหลียง หากเราขนของมาเยอะ เต่าทมิฬจะรับน้ำหนักไหวไหม ฉันกลัวมันหนัก..”




“ฉันว่าต่อให้ขึ้นมาอีกสักร้อยคนเต่าทมิฬก็ยังเดินได้สบายๆ!”




มู่เหลียงพิงตัวกับรั้วหิน และดูเด็กสาววางแผนต่างๆ นาๆ ในการเตรียมตัวมาอยู่บนหลังเต่า




เขานั้นรู้สึกได้เลยว่าชีวิตของเขามีชีวิตชีวามากขึ้นตั้งแต่รู้จักกับมินโฮ




มินโฮอยู่ๆ ก็ตะโกนขึ้นอย่างฉุนเฉียว




“มู่เหลี่ยง กลับค่ายก่อน!! ฉันจะกลับไปเอาเพิงไม้!”




“เข้าใจแล้วไม่ต้องกังวลไปหรอก”




มู่เหลี่ยงสายหัวพร้อมกับอมยิ้ม




“อย่าตื่นเต้นจนลืมเรื่องโจรด้วยล่ะ”




“อะ!! จริงด้วย….เกือบลืมไปแล้วเชียว”




มินโฮแลบลิ้นออกมานิดนึงและพูดออกมาอย่างเขินอาย




เด็กน้อยเดินมาหามู่เหลียง และใช้มือเล็กๆ ของเธอจับชายเสื้อของชายหนุ่ม ก่อนที่จะพูดขึ้นอย่างแผ่วเบา




“แต่ถ้ามันเสี่ยงเกินไป….เราก็ออกเดินทางกันวันพรุ่งนี้เลยก็ได้นะ”




แม้ว่ามินโฮจะเป็นเด็กใจดีก็ตาม แต่เวลานี้เธอกลับแสดงความเห็นแก่ตัวออกมา และไม่สนใจคนในค่ายของเธอ




มินโฮไม่ต้องการให้มู่เหลียงนั้นเสี่ยงอันตราย เธอกลัวว่าจะสูญเสียความหวังที่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ของเธอ




“ไม่มีอะไรต้องกลัวหรอก”




มู่เหลี่ยงตอบกลับไป ก่อนจะเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มีก้อนเมฆสีเทาบดบังแสงอาทิตย์




แล้วก่อนที่เมฆนั้นจะพัดผ่านไป ทำให้แสงส่องลงบนหน้าของมู่เหลี่ยงอีกครั้ง




มู่เหลี่ยงแค่ไปเตือนคนในค่ายเท่านั้น ถ้าหากว่าทุกคนไม่เชื่อเขา




อีกสองวันเขาจะออกเดินทางไปพร้อมกับมินโฮ




โลกนี้ เขาไม่จำเป็นต้องเป็นคนดี และสนใจคนอื่น หากแสดงความเมตตาแล้วไม่รับก็ปล่อยไปตามทางของเขา




“ว่าแต่..มินโฮเธอไม่มีคนในค่ายที่สนิทและผูกพันบ้างเลยหรอ”




“อย่างเพื่อนอะไรแบบเนี้ย”




มู่เหลี่ยงไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับมินโฮเลยจึงถามขึ้น




“มีกลุ่มคนไม่กี่คนที่จับกิ้งก่าตัวเล็กแบบฉัน และก็พอจะเป็นมิตรกันอยู่”




ก่อนที่มินโฮจะมองไปอีกทางและพูดขึ้นอย่างเซงๆ




“แต่ฉันเลือกจะปลีกตัวเองอยู่คนเดียว”




“ก็เรียกว่าเพื่อนได้สินะ”




มู่เหลี่ยงถามต่อ




“ก็อาจจะใช่…..น่าจะใช่…”




แววตาของมินโฮดูเลื่อนลอยเล็กน้อย ก่อนที่จะเกาแก้มอย่างเขินๆ




มินโฮนึกถึงกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ออกไปล่ากิ้งก่ากับเธออยู่บ่อยๆ แต่มักจะจับได้ไม่เท่าเธอ และบางทีเขาก็พยายามจะขโมยกิ้งก่าของเธออีกด้วย




แต่ผลลัพธ์ก็พอจะคาดเดาได้เด็กสาวเป็นผู้กลายพันธ์ ด้วยพลังที่มีเธอได้ทำร้ายพวกเขาจนบาดเจ็บร้องไห้กลับไป และเด็กสาวเองก็ปล้นกิ้งก่าจากพวกเขาหลายครั้ง




หลังจากนั้นมาคนเหล่านี้ก็ไม่กล้าเข้าใกล้มินโฮอีกเลย




“มันก็ดูไม่เหมือนเพื่อนเท่าไร”




การแสดงออกของมินโฮทำให้มู่เหลียงพอจะเข้าใจได้ว่ามันเกิดเรื่องยากลำบากอะไรขึ้นแน่




นอกจากนี้เขายังเห็นแล้วว่าก่อนหน้านี้เด็กสาวใช้ชีวิตมาอย่างยากลำบากขนาดไหน




และเขาคงเป็นเพื่อนคนแรกของเธอ






ตอนก่อน

จบบทที่ บ้านเคลื่อนที่

ตอนถัดไป