ก็มันช่วยไม่ได้

ย้อนกลับไปสิบนาทีก่อนหน้านี้



ที่กระท่อมไม้สุดขอบของค่าย



มินโฮนั้นกำลังถลกหนังกิ้งก่าและหนูที่ล่ามาได้วันนี้ และเอาเครื่องในของพวกมันออกมาอย่างคล่องแคล่ว และมัดมันห้อยแขวนไว้กับกองไฟ เพื่อทำการรมควัน



เด็กสาวถูมือกับกองทรายเพื่อล้างคราบเลือดออกจากมือ



ที่มินโฮไม่ล้างมือด้วยน้ำ เพราะมันสิ้นเปลืองเกินไป น้ำเป็นของมีค่ามากสำหรับเธอ



“ทำไมมู่เหลียงไปนานจัง เขาทำอะไรอยู่นะ…”



นัยน์ตาสีฟ้าสดใสของมินโฮจ้องมองไปยังประตูกระท่อมไม้อย่างใจจดใจจ่อราวกับรอใครสักคนเปิดมัน



“หรือว่า…ที่นานแบบนี้เพราะเกิดเรื่องกับเขา!!”



ที่มินโฮคิดเช่นนี้เพราะเธอนั้นใช้เวลาเกือบชั่วโมงในการจัดการชำแหละกิ้งก่ากับหนูพวกนี้



ตอนนี้มินโฮไม่ต้องทำสิ่งใดอีกแล้ว ทำให้เด็กน้อยคิดถึงมู่เหลียงขึ้นมา จนเกิดความกังวลขึ้นเล็กน้อย



หรือที่เธอรู้สึกแบบนี้เพราะต้องอยู่คนเดียวอีกครั้ง ทำให้เธอรู้สึกไม่ปลอดภัย



“ไม่หรอกมั้ง….มู่เหลียงแข็งแกร่งจะตายไป เขาคงไม่พลาดท่าอะไรง่ายๆ หรอก”



มินโฮส่ายหัวน้อยๆ ของเธอเพื่อจะสงบสติอารมณ์ลง



แต่ถึงอย่างงั้นมินโฮก็ยังมองที่ประตูด้วยความหวัง ก่อนที่จะเริ่มเก็บของในกระท่อม



“หมอนพวกนี้ก็ต้องเอาไปด้วย….อ้ะ ผ้าห่มจากหนังกระต่ายอันนี้ก็ต้องเอาไป”



“หรือว่าเราควรเอาไปทั้งเตียงไม้นี้เลย ไม่งั้นเราจะไม่มีเตียงไว้นอน”



“จริงสิ! พวกถ้วยกับถังไม้ก็ต้องเอาไปด้วยเผื่อเจอน้ำระหว่างทางจะได้เก็บน้ำได้”



เด็กน้อยเริ่มเก็บของและรู้สึกไม่อยากจะทิ้งสิ่งใดไว้เลย แม้แต่ประตูไม้นี้ด้วย



เพราะกระท่อมหลังนี้ เธอกับพี่สาวของเธอเป็นคนช่วยกันสร้างขึ้นมา



ครืด!! ครืด!!



มีเสียงเหมือนอะไรสักอย่างขูดประตู ก่อนที่ประตูจะเปิดออก



และมีร่างที่แบกสิ่งของมากมายเดินเข้ามา



“ใครกัน!?”



สีหน้าของมินโฮเปลี่ยนไปทันที พร้อมกับดึงมีดกระดูกออกมาจากเอวอย่างรวดเร็ว



พร้อมกับที่เธอถอยหลังไปติดกับผนังของกระท่อม



กี้!! กี้!!



เสี่ยวไกเจ้ากิ้งก่าสามสีมันได้ร้องตะโกนขึ้นสองสามครั้ง ก่อนที่ร่างของมันจะปรากฏออกมาอย่างชัดเจน



“แก…แกคือเสี่ยวไกงั้นหรอ?”



มินโฮจ้องมองกิ้งก่าสามสีตัวใหญ่ด้วยสายตาที่ประหลาดใจ



ก่อนที่จะลังเลอยู่พักหนึ่งและพูดขึ้น



“ถ้าใช่ละก็ พยักหน้าตอบที”



ฉึบ!



เสี่ยวไกไม่สนใจสิ่งที่เด็กสาวพูดมันเอากรงเล็บของมันตัดเชือกที่ผูกของที่แบกบนหลังของมันออก



“ฉันนี้โง่จริง! จะมีใครอีกนอกจากมู่เหลียงที่จะควบคุมกิ้งก่ายักษ์แบบนี้ได้”



มินโฮนั้นมึนงงอยู่พักหนึ่งกว่าจะรู้ตัวว่าตัวเองนั้นหัวช้าแค่ไหน



เด็กสาวเก็บมีดกระดูก และเดินเข้าไปหาเสี่ยวไก



“มาเดียวฉันช่วยแกเอง”



เสี่ยวไกเองก็ดูเชื่อฟังสิ่งที่เด็กสาวพูด มันเดินเข้ามาใกล้ๆ และเทม้วนผ้าบนหลังของมันลงมา มีม้วนผ้าห้าสี หนังหมาป่า และของอีกหลายอย่าง



ก่อนที่มันจะหันหลังกลับออกไปจากกระท่อมเพื่อไปหาเจ้านายไร้ยางอายของมัน



“เดี๋ยว! แล้วมู่เหลียงอยู่ไหน!”



มินโฮตะโกนไล่หลังมันไป แต่เสี่ยวไกก็ไม่ได้สนใจและพุ่งหายไปในความมืด



แม้ว่าสัตว์อสูรนี้จะถูกฝึกจนเชื่องแล้วก็ตาม และได้รับการวิวัฒนาการแต่สติปัญญาของมันก็ยังเท่ากับเด็กสองสามขวบเท่านั้น มันจะไปเข้าใจสิ่งที่เด็กสาวถามได้อย่างไร



“เห้อ….แกไม่เข้าใจที่ฉันพูดเลยสินะ”



มินโฮถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้



ก่อนที่จะหันมาสนใจกับของที่เสี่ยวไกขนกลับมา



มินโฮสัมผัสเนื้อผ้าด้วยแววตาที่เป็นประกาย ก่อนจะพูดขึ้น



“ผ้าพวกนี้นุ่มและลื่นมากเลย พวกมันทำมาจากขนสัตว์อย่างดีแน่นอน”



“มู่เหลียงนายไปเอาของพวกนี้มาจากไหนกัน แล้วมีม้วนผ้าต้อง 5 สี มันมากพอที่จะทำชุดได้หลายสิบชุดเลยด้วยซ้ำ”



เด็กสาววางม้วนผ้าลงอย่างหนักใจ ก่อนที่จะกางหนังหมาป่าออกและเทียบกับตัวของเธอ



“หนังหมาป่าพวกนี้อยู่ในระดับเดียวกับสัตว์อสูร!”



มินโฮกอดหนังหมาป่าแน่นด้วยความรู้สึกตื่นเต้น และพูดด้วยสีหน้าสงสัย



“แล้วมู่เหลียงไปเอาของแบบนี้มาได้ไง?”



โดยที่ไม่รู้ตัวมินโฮได้พูดออกมาลอยๆ ราวกับคาดเดาออกมาเอง



“หรือว่า…มู่เหลียงเอาเรื่องโจรพวกนั้นไปบอกหัวหน้าค่ายแล้ว ได้ของพวกนี้กลับมาเป็นรางวัล!”



เด็กสาวคิดว่าสิ่งนี้น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดแล้วที่จะได้รับของเหล่านี้มา



ก่อนที่มินโฮจะวางหนังหมาป่าลง และหยิบดาบขึ้นมาแทน



“ดาบพวกนี้…มันสำหรับทีมนักล่าไม่ใช่รึไง”



มินโฮนั้นมั่นใจว่าสิ่งที่เธอคิดนั้นถูกต้อง



ครืด ครืด



เสียงขูดไม้ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับประตูที่เปิดออก



เสี่ยวไกเดินกลับมาพร้อมกับถุงผ้าขนาดใหญ่บนหลัง



มินโฮรีบเข้าไปช่วยแกะถุงผ้านั้นออกมาทันที และมองดูเสี่ยวไกเดินจากไปเช่นเดิม



ก่อนที่เด็กสาวจะเปิดดูของที่อยู่ในถุงผ้า



“ที่นี้ขนอะไรกลับมาอีกเนี้ย”



“เอ๋!!!”



มินโฮถึงกับผงะด้วยความตกใจ



ถุงผ้าใบนี้เต็มไปด้วยเนื้อตากแห้ง และอาหารหลายอย่าง



ทันใดนั้นเองเด็กสาวก็คิดได้ว่าหัวหน้าค่ายไม่น่าจะใจดีแบบนี้แน่นอน



“อย่าบอกนะว่า…..มู่เหลียงไปขโมยของจากบ้านหัวหน้าค่าย!?”



มินโฮก้มมองดูถุงผ้าอยู่หลายครั้ง ก่อนที่จะกอดมันไว้แน่น และรีบเอาไปซ่อนใต้เตียง กลัวว่าใครจะมาเห็นเข้า



“เอาซ่อนไว้ที่นี่ก่อนคืนนี้ พรุ่งนี้ค่อยขนออกมาตอนจะออกเดินทาง!”



“มู่เหลียงนี้จริงๆ เลย….ถึงจะตัดสินใจแล้วว่าจะออกจากที่นี่ ก็ไม่เห็นต้องขโมยของมามากมายแบบนี้เลย”



“หรือว่าจะย้ายของไปเก็บไว้ที่เจ้าเต่าทมิฬก่อน?”



“อืม…ก็เป็นความคิดที่ไม่เลว เราค่อยบอกมู่เหลียงอีกที ตอนเขากลับมาแล้ว”



มินโฮเอาของทุกอย่างซ่อน และเก็บไว้อย่างดีเพื่อรอให้ถึงวันพรุ่งนี้



เอาไปคืนงั้นหรอ?



ไม่มีทาง!!



มู่เหลียงอุสาขโมยทุกอย่างออกมาด้วยความยากลำบาก เด็กสาวไม่มีทางเอาไปคืนเด็ดขาด!






ตอนก่อน

จบบทที่ ก็มันช่วยไม่ได้

ตอนถัดไป