แผนเอาคืน

มินโฮคุกเข่าที่ขอบเตียงและยกเตียงขึ้นเล็กน้อย และมุดตัวเองเข้าไปใต้เตียงโดยมีแค่ส่วนก้นเท่านั้นที่โผล่ออกมา


มู่เหลียงกลับมาถึงบ้านโดยแบกถังน้ำมาสองถังใหญ่ และเห็นเด็กสาวในสภาพนั้น


มู่เหลียงอดไม่ได้ที่จะพูดออกมา


“ทำอะไรของเธอหนะ มินโฮ?”


“ว้าย!”


มินโฮสะดุ้งสุดตัว


ปึ้ง!


หัวของมินโฮกระแทกเข้ากับเตียงอย่างแรง


มินโฮค่อยๆ มุดออกมา ด้วยสีหน้าเยเกพร้อมกับแสดงสีหน้าเจ็บปวด


มู่เหลียงยิ้มมุมปากก่อนจะถาม


“เป็นไง ยังสบายดีอยู่ไหม?”


มินโฮจ้องมู่เหลียงด้วยสายตาหงุดหงิด เธอมีคำถามเต็มไปหมด และอยากบ่นมู่เหลียงมากที่เข้ามาทำให้เธอตกใจแบบนี้ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนก่อน


“งั้นเรากินข้าวกันก่อนดีกว่า”


มู่เหลียงพูดอย่างสบายๆ เพื่อตัดบทของเด็กน้อย


“ในนั้นคือ??”


มินโฮสังเกตเห็นถังไม้ที่มู่เหลียงเอากลับมาและเกิดสงสัย


ก่อนที่เธอจะมองมู่เหลียงอย่างเคืองๆ และพูดขึ้นมาว่า


“นี้มู่เหลียงนายทำอะไรของนายหน่ะ!! นายเล่นขนของมาหมดบ้านหัวหน้าค่ายเลยงั้นหรอ!!”


“ไม่ๆ ที่จริงยังเหลืออีกต้องหลายอย่างที่ไม่ได้เอามาด้วย”


มู่เหลียงตอบกลับไปอย่างซื่อๆ


เมื่อเขาย้อนคิดถึงตอนที่อยู่ในบ้านหัวหน้าค่าย ก็รู้สึกอยากจะวนกลับไปขนของที่เหลืออีกครั้ง


แต่ตอนที่เขาออกมาจากบ้าน มู่เหลียงก็เห็นว่าเริ่มมีคนถยอยมาที่บ้านหัวหน้าค่ายเยอะขึ้น


นั้นแปลว่าพ่อบ้านไม่ทำให้เขาผิดหวัง


“มู่..เหลียง!! นายนี้มัน…ช่างไร้ยางอายจริงๆ!”


มินโฮถึงกับเอาสองมือขึ้นปิดหน้าแล้วพูดออกมาราวกับว่าสิ่งที่เธอคาดเดาไว้นั้นถูกต้อง


มินโฮนั้นโน้มหน้าเข้าไปหามู่เหลียง ด้วยแก้มที่ปูดแดง


และเตือนด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง


“ครั้งหน้า!! หากว่านายคิดจะทำอะไรแบบนี้อีก บอกกันก่อนเข้าใจไหม!”


เพราะเธอนั้นคิดหัวแทบแตกว่าจะเอาของพวกนี้ไปซ่อนไว้ที่ไหน และกลัวคนมาเจอเข้าสุดๆ


“พอดี…แผนมันเปลี่ยนกลางทางน่ะ ฉันก็แค่อยากได้น้ำเท่านั้นเอง”


มู่เหลียงผายมือออก ราวกับว่ามันช่วยไม่ได้


หากว่าใครได้ยินความคิดชั่วร้ายของหัวหน้าค่ายเข้า และทำได้อย่างมู่เหลียงเขาก็คงลงมือทำเช่นเดียวกัน


“แบบนี้หากหัวหน้าค่ายรู้เข้าว่าน้ำถูกขโมยมา พวกเราจะเดือดร้อน”


มินโฮพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาลงก่อนจะถามว่า


“เอาเป็นว่าเราขนของพวกนี้ไปซ่อนไว้กับเจ้าเต่าทมิฬก่อนดีไหม? มู่เหลียงคิดว่าไง”


“ไม่ต้องซ่อนอะไรทั้งนั้นแหละ”


มู่เหลียงโบกมือห้ามเอาไว้


“ไม่ได้สิ! เดี๋ยวหัวหน้าค่ายต้องส่งคนออกมาค้นหาน้ำแน่”


มินโฮกระทืบเท้าเบาๆ ด้วยความกระวนกระวายใจ ก่อนจะพูดต่อ


“แล้วมันยังมีอีกหลายอย่างที่ซ่อนไม่ได้ด้วย เราเก็บไว้ที่นี่ไม่ได้”


“ทำไมต้องกลัวหัวหน้าค่ายด้วย…..ฉันฆ่าเขาไปแล้ว”


มู่เหลียงพูดอย่างใจเย็น ราวกับเป็นเรื่องเล็กน้อย


“ห้ะ!?!”


มินโฮถึงกับนัยน์ตาเบิกกว้าง


ก่อนที่จะจ้องมองมู่เหลียงตาเขม็งราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูด และคิดว่าเขาล้อเล่น


“เรื่องจริง…”


มู่เหลียงยืนยันคำพูดของเขาอีกครั้ง ก่อนที่จะเล่าว่าหัวหน้าค่ายนั้นสมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มโจรเคราโลหิต


“สมควรแล้ว!! ตายไปซะก็ดีคนสารเลวแบบนี้!”


มินโฮนั้นโกรธมากเมื่อรู้เรื่องทั้งหมด


ก่อนที่จะปรากฏรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากของมู่เหลียง ขณะที่ดูการแสดงออกของมินโฮอย่างเงียบๆ และรู้สึกว่ามันดูน่ารัก


“หือ…มะ-มองอะไร”


มินโฮหน้าแดงขึ้นมาทันที


“ป่าวๆ ไม่มีอะไรหรอก”


มู่เหลียงละสายตาออกไปก่อนจะพูดขึ้น


“พรุ่งนี้ผู้คนในค่ายจะอพยพออกไปหมดแล้ว”


แววตาสีฟ้าใสของมินโฮเป็นประกายทันที และถามขึ้นอย่างสนอดสนใจ


“งั้นพวกเราจะออกเดินทางเลยไหม?”


“ยังก่อน…เราจะอยู่ที่ค่ายนี้อีก 2 วัน”


มู่เหลียงส่ายหัว


“แต่มันอันตรายเกินไป ไม่รู้ว่าพวกเคราโลหิตจะบุกมาเมื่อไหร่ด้วย”


มินโฮพูดอย่างไม่พอใจ


“ไม่มีอะไรอันตรายหรอก…เราแค่รอให้สายของกลุ่มเคราโลหิตมาถึงก่อน”


มู่เหลียงพูดพร้อมกับแสยะยิ้ม มันช่างเป็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยเลศนัย


“เดี๋ยวนะ….นี้นายคิดจะทำอะไร”


มินโฮถามด้วยความรู้สึกที่ไม่ดีเท่าไรนัก


“ก็แค่จะไปขโมยของจากพวกเคราโลหิตเท่านั้นเอง”


มู่เหลียงตอบอย่างใจเย็น


“เอ๋!!!”


มินโฮตาโตเป็นไข่ห่านด้วยความตกใจ


เด็กสาวกำลังคิดว่าเธอฟังผิดหรือหูเธอเพี้ยนไปรึป่าว ก่อนที่เธอจะถามด้วยท่าทางตะกุกตะกักดูน่ารักไม่น้อย


“มะ–มะมู่เหลียง นะ-นาย พ-พูดเล่นอีกแล้วใช่ไหม”


“ไม่ฉันเอาจริง ฉันจะไปที่ค่ายของพวกโจรและไปขโมยของมันออกมาให้หมด!”


มู่เหลียงรู้ว่าหัวหน้าค่ายนั้นร่วมมือกับพวกกลุ่มโจร และให้พวกมันเข้ามาโจมตีค่าย และเขาเองก็คิดเช่นเดียวกัน


เขาจะตลบหลังพวกมัน และบุกไปยังค่ายของพวกโจรบ้าง


เขาจะใช้แผนล่อเสือออกจากถ้ำ และเขาจะเข้าไปขโมยทั้งของมีค่า และผลึกสัตว์อสูรออกมา


“มู่เหลียง!! นายมันบ้าเกินไปแล้ว!”


สีหน้าของมินโฮนั้นซีดเซียวลงทันที เมื่อได้ยินสิ่งที่มู่เหลียงคิด ก่อนที่จะเข้าไปดึงแขนของเขาเอาไว้


เธอพยายามที่จะเกลี้ยกล่อมมู่เหลียงทันที


“พวกโจรมีกันต้องเยอะ อาจจะมากกว่า 500 คนเลยก็ได้ หากไม่ระวังนายจะตายเอาได้นะ!”


“แผนการของฉันไม่ต้องเผชิญหน้ากับพวกมันทั้งหมดหรอก”


มู่เหลียงยกนิ้วชี้ขึ้นมาก่อนจะถามอย่างเอ็นดูว่า


“จำเจ้าโจรที่เราฆ่าไปเมื่อตอนกลางวันได้ไหม?”


“ได้”


มินโฮพยักหน้าตอบ


“วันนี้มันไม่ได้กลับไปรายงานที่ฐาน”


มู่เหลียงเริ่มค่อยๆ เล่าแผนการของเขาให้มินโฮฟัง


“แล้วที่นี้พวกโจรมันก็จะส่งคนมาใหม่ในวันพรุ่งนี้”


“และจุดที่กลุ่มของเคราโลหิตอยู่นั้นคงจะห่างจากที่นี่ไปหลายวัน และกว่าที่มันจะมาถึงก็คงอีก 2 วันได้”


มู่เหลียงเริ่มนึกถึงสิ่งที่ได้รู้มาระหว่างที่เขารีดข้อมูลจากพวกโจรวันนี้


ก่อนที่เขาจะพูดต่อไป


“อีกสองวัน เราจะแกล้งทำเป็นว่าคนในค่ายนั้นอพยพไปหมดแล้ว”


“มินโฮ ถ้าเธอเป็นพวกโจรเคราโลหิต เธอจะส่งคนออกไปตามล่าไหม?”


มู่เหลียงถามขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มอันเจ้าเล่ห์


“ก็…ก็น่าจะทำแบบนั้น”


มินโฮตอบอย่างไม่มั่นใจ


“นายคิดว่า…พอคนที่มันส่งมาไม่เจอใคร ก็จะรีบกลับไปแจ้งหัวหน้าของพวกมันทันทีงั้นหรอ”


มู่เหลียงกางมือออกและตอบอย่างสุขุม


“พอพวกโจรเคราโลหิตรู้ตัวแล้วว่าถูกหลอก พวกมันก็จะไม่คิดหน้าคิดหลัง และต้องการล้างแค้นที่มาหลอกพวกมัน”


“มันก็อาจจะเป็นแบบนั้น”


มินโฮพยักหน้าเห็นด้วย


“แต่ในความเป็นจริงแล้ว พอกลุ่มของโจรเคราโลหิตมาถึงจริงๆ ก็ 3 วันให้หลังจากผู้คนในค่ายอพยพไปแล้ว และพวกมันก็จะมาเก้อและหาใครไม่เจอ”


มู่เหลียงก็พูดขึ้นกับตัวเองว่า


“แล้วตอนนั้นแหละ…..พวกมันจะทั้งโมโห และฉุนขาด แล้วยิ่งในสถานการณ์ที่สับสนเช่นนี้ พวกมันจะลืมคิด เวลานั้นที่ค่ายของพวกมันจะมีคนอยู่ไม่กี่คน เราจะใช้จังหวะนั้นเข้าไปขโมยทุกอย่างจากพวกมัน!”


แผนการนี้ใจความสำคัญของมันอยู่ที่เวลา ต้องทำให้พวกกลุ่มโจรออกมาจากค่ายให้ได้อย่างน้อย 1 วัน


แต่ประเด็นคือเขาจะทำยังไงให้คนที่จะถูกส่งมานั้นเห็นว่าคนในค่ายกำลังอพยพออกไป


“นายแน่ใจในแผนนี้จริงๆ งั้นหรอ”


มินโฮถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เป็นกังวล


“ก็ค่อนข้าง แต่ช่างมันเถอะ ยังอีกต้องสองวัน”


มู่เหลียงส่ายหัวก่อนจะตอบอย่างสบายๆ


แผนการนี้คุ้มค่าที่จะลอง


หากทำสำเร็จ เขาจะไม่ขาดแคลนผลึกสัตว์อสูร และอาจจะวิวัฒนาการสัตว์เลี้ยงของเขาให้ถึงระดับ 4 ได้




ตอนก่อน

จบบทที่ แผนเอาคืน

ตอนถัดไป