อยากทำลายหลังไหนเป็นพิเศษ?

ในการสร้างบ้านสักหลังจำเป็นต้องมีการวางรากฐานที่ดี ทั้งคอนกรีตและเหล็กเพื่อยึดตัวบ้าน



แต่นนี้เป็นโครงสร้างอย่างง่ายๆ โดยใช้แค่หินติดกันเท่านั้น



เต่าทมิฬช่วยให้งานก่อสร้างรวดเร็วขึ้น 90 เปอร์เซ็น



ตัวฐานของบ้านนั้นเชื่อมกับพื้นเพราะงอกออกมาจากหลังของเต่าทมิฬเลย และส่วนต่างๆ ก็ใช้การปรับแต่งตำแหน่งหิน และใช้พลังของเต่าทมิฬเชื่อมหินเข้าด้วยกัน จึงไม่ต้องใช้เหล็กหรือปูนในการผสาน



ก้อนอิฐถูกสร้างจากหิน และจัดเรียงเป็นรูปร่าง



“มันดูวิเศษมากเลย!”



มินโฮนั้นก้มดูก้อนอิฐอย่างสนใจ และจัดเรียงมันตามจุดที่มู่เหลียงทำเอาไว้



เธอพบว่าเมื่อวางอิฐลงไปแล้วมันก็ผสานติดกันทันที และไม่เหลือช่องว่างเลย



“มินโฮ…อย่าทำกำแพงตรงนั้นสูงเกินไป เหลือที่ไว้ทำหน้าต่างด้วย”



มู่เหลียงหลังจากวาดแปลนบ้านบนหลังของเต่าทมิฬเสร็จ เขาจึงหันกลับมาดูว่ามินโฮทำไปถึงไหนแล้ว และเห็นว่าเด็กสาวก่ออิฐเป็นกำแพงสูงเท่ากับตัวเอง



มู่เหลียงเดินเข้ามาและใช้พลังของเขาเปลี่ยนรูปร่างสร้างช่องสี่เหลี่ยมตรงกำแพงอิฐที่มินโฮทำ



“แต่ถ้ามีช่องแบบนี้พวกโจรจะเข้ามาได้นะ!”



มินโฮนั้นท้วงเตือนด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ



กระท่อมเก่าของเธอนั้นแทบจะปิดหมดทุกด้านมีเพียงช่องหน้าต่างเล็กๆ เท่านั้นให้พอมองออกไปข้างนอกได้ เพื่อป้องกันคนเข้ามาขโมยของ



“โจรกระจอกมันปีนขึ้นมาบนหลังเต่าทมิฬไม่ได้หรอก”



มู่เหลียงดีดหน้าผากของเด็กสาวเบาๆ ไปหนึ่งที



“จะ-จริงอย่างที่มู่เหลียงพูด”



มินโฮเอามือจับหน้าผากของตัวเอง พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงติดเล่นของเธอ



ตอนนี้เธออาศัยอยู่บนเต่าทมิฬที่ตัวใหญ่โตสูงยิ่งกว่าต้นไม้เสียอีก เธอไม่จำเป็นต้องกลัวขโมยอีกต่อไป



มู่เหลียงซ่อมจุดที่มินโฮทำเสียเอาไว้ และสร้างประตูต่อ



มู่เหลียงเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าเด็กสาวจะอ่านแปลนบ้านนี้ออก และทำตามที่เขาต้องการได้ ทุกอย่างเขาต้องลงมือทำเอง เพราะภาพบ้านหลังนี้อยู่ในหัวของเขา



เขาสร้างห้องขึ้นมาสองห้อง โดยทีี่ประตูหันหน้าเข้าหากัน ห้องหนึ่งมีขนาด 10 ตารางเมตร



ที่โถงกลางมีขนาด 30 ตารางเมตร



ส่วนห้องน้ำนั้นเขาวางไว้มุมสุดของบ้าน และทำพื้นที่สำหรับรองรับของเสียและปิดพื้นที่นั้นไม่ให้กลิ่นอันไม่พึงประสงค์ลอยออกมา



มู่เหลียงก่อสร้างส่วนอื่นๆ ต่อพร้อมกับสั่งให้เต่าทมิฬช่วยสร้างกำแพงขึ้นอย่างหยาบๆ เพื่อที่จะทุ่นแรงให้กับเขา



มู่เหลียงก้มหน้าก้มตาทำบ้านอย่างตั้งใจ จนเวลาได้ล่วงเลยผ่านไปหลายชั่วโมงโดยที่เขาไม่รู้ตัว



จากท้องฟ้าที่ดูสว่างจ้าเริ่มกลายเป็นท้องฟ้าสีส้มมากขึ้นเรื่อยๆ



“เย็นแล้วหรอเนี่ย?”



เมื่อหันกลับมาดูโครงสร้างบ้านก็เห็นว่าส่วนของหลังคานั้นยังไม่เสร็จสมบูรณ์เลยด้วยซ้ำ แต่มู่เหลียงก็กลับรู้สึกภูมิใจเล็กๆ กับงานในวันนี้



“ว้าว!! ดูมันสิ!! มู่เหลียงมันใกล้จะเสร็จแล้ว บ้านของเรา!”



มินโฮพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น นัยน์ตาของเธอส่องเป็นประกายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน



เด็กสาวนั้นชูกำปั้นขึ้นแล้วส่งเสียงให้กำลังใจมู่เหลียงอย่างอ่อนหวาน



“พวกเรามาพยายามให้มากขึ้นอีกหน่อยเถอะ และทำให้มันเสร็จภายในวันนี้!”



มู่เหลียงนั้นส่ายหัวเล็กน้อย



“ยังหรอกเหลืออีกหลายส่วนเลย เราต้องหาไม้มาทำเสาค้ำกับทำหลังคาอีก”



“อย่างงี้นี้เอง งั้นเดียวเราไปหาไม้กันเถอะ”



มินโฮดูกระตือรือร้นอย่างมาก และกำลังเดินไปที่ขอบของกระดองเต่าเพื่อจะลงไปหาไม้



“เดี๋ยว!! ไม่ต้องไปหาหรอก ไม้มีอยู่แล้ว”



มู่เหลียงกระชากคอเสื้อของเด็กน้อยจากด้านหลังเพื่อห้ามเธอเอาไว้



“แต่เราต้องเตรียมไม้ และตัดแต่งมันอีกนะ!”



มินโฮพูดขึ้นพร้อมกับเอียงหัวเล็กน้อยด้วยความมึนงง



“จำได้ไหมตอนนี้คนในค่ายอพยพออกไปแล้ว?”



มู่เหลียงพูดให้เด็กสาวคิด



แล้วตอนนั้นเองมู่เหลียงก็ส่งกระแสจิตไปถึงเสี่ยวไก และให้มันไปตรวจสอบดูว่าคนในค่ายออกไปหมดแล้วรึยัง



“ใช่ตอนนี้มันก็ใกล้มืดแล้ว พวกเขาก็น่าจะไปหมดแล้ว”



มินโฮก็ตอบอย่างใสซื่อ และตามคำพูดของมู่เหลียงไม่ทัน ก่อนที่อยู่ๆ เธอจะทำท่าคิดอะไรออก



นัยน์ตาสีฟ้าเบิกกว้างพร้อมกับอ้าปากขึ้นมาทันที



“ไปเอาไม้จากในค่าย!”



“ใช่!! กลับไปที่ค่ายกัน”



มู่เหลียงสั่งเต่าทมิฬทันที



แอ๊!!!



เต่าทมิฬเดินอย่างช้าๆ กลับไปยังค่าย



“เอ๋?”



อยู่มินโฮก็อุทานขึ้นด้วยความตกใจ



“เต่าทมิฬกำลังเคลื่อนที่แท้ๆ แต่ทำไมไม่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนเลย”



“เต่าทมิฬมันควบคุมแรงสั่นสะเทือนได้ไงล่ะ”



มู่เหลียงตอบ



เพราะความจริงแล้วไม่มีทางเลยที่จะไม่เกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้น ยิ่งวัตถุที่มีขนาดใหญ่เท่าไร หากมีการเคลื่อนไหวยังไงก็ต้องมีแรงสั่นสะเทือนเบาๆ บ้าง



“อ๋อ…แบบนี้นี่เอง”



มินโฮนั้นทำท่าเข้าใจและพยักหน้าสองสามครั้ง



เต่าทมิฬนั้นเดินไม่ได้เร็วมาก แต่หนึ่งก้าวของมันก็มากกว่าคนธรรมดาทั่วไปเดินหลายสิบก้าว



ไม่ถึงสิบนาที เต่าทมิฬก็เดินทางมาถึงอาณาเขตของค่าย



ในเวลานี้ค่ายนั้นได้กลายเป็นค่ายร้างไปแล้ว จากการสำรวจของเสี่ยวไก



“ทุกคนไปหมดแล้ว…”



มินโฮพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเศร้าเล็กน้อย



เธอยืนอยู่บนเต่าทมิฬและมองลงมายังค่าย ที่ไม่มีแสงไฟสักแห่ง



“กลุ่มทะเลสาบพระจันทร์นั้นอยู่ไกลจากนี้เท่าไร”



มู่เหลียงถามขึ้นอย่างสงสัย



“อือ..ก็เคยได้ยินจากทีมนักล่ามาอยู่บ้าง เห็นพวกเขาบอกว่าจากนี่ใช้เวลา 5 - 6 วันถึงจะเดินทางถึง”



มินโฮตอบกลับมา



และเมื่อคิดถึงพวกโจรเคราโลหิต มู่เหลียงจึงถามขึ้นอีกครั้ง



“แล้วกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์มีคนอยู่เท่าไร”



“น่าจะหมื่นกว่าคนได้ แต่ไม่รู้ว่าเรื่องจริงรึป่าว”



มินโฮตอบด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ



หมื่นคนเป็นจำนวนที่มากเกินไปสำหรับเด็กสาว และยากที่จะเชื่อ



เพราะต้องมีอาหารและน้ำมากขนาดไหนถึงเลี้ยงคนเป็นหมื่นได้



“ดูเหมือนว่าจะเป็นกลุ่มที่ใหญ่เอาเรื่อง แต่มันจะจริงรึป่าว”



มู่เหลียงตบบ่าของมินโฮเบาๆ และพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น



“งั้นเราไปดูด้วยตาของตัวเองดีกว่า ว่ากลุ่มทะเลสาบพระจันทร์จะใหญ่จริงใหม”



“เอ๊ะ!?”



มินโฮถึงกับผงะไป พร้อมกับส่งเสียงที่ตื่นเต้นออกมา



“แปลว่าหลังจากนี้…..พวกเราจะไปยังกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ งั้นหรอ?”



“แล้วอยากไปไหมล่ะ?”



มู่เหลียงตอบกลับพร้อมกับจ้องมองไปในแววตาสีฟ้าของมินโฮ



“ฉัน…”



มินโฮประสานสายตากับมู่เหลียงและเห็นว่าแววตาของมู่เหลียงดูอบอุ่นและราวกับจะมอบความหวังให้กับเธอ



มินโฮเม้มริมฝีปาก ก่อนที่จะผงกหัวอย่างหนักแน่นและพูดออกมาดังสุดเสียง



“ไป!!! ฉันอยากไปและตามหาพี่สาวของฉัน!!”



“งั้นจุดหมายต่อไปคือกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์”



มู่เหลียงยิ้มพร้อมกับยกนิ้วโป้งให้



“......”



มินโฮจ้องมองรอยยิ้มของมู่เหลียง ด้วยความรู้สึกที่แปลกประหลาดพร้อมกับจังหวะหัวใจที่เต้นเร็วขึ้น



เธอเอามือกุมหน้าอกของเธอเอาไว้และก้มตัวเอง พร้อมกับแก้มที่แดงขึ้น



“เอ้าเป็นอะไร? เราต้องรีบไปหาไม้ในค่ายนะ”



มู่เหลียงใช้มือลูบหัวและหูกระต่ายของมินโฮเบาๆ



“ฉันบอกแล้วไง!! ว่าอย่ามาจับหูของฉัน!!”



มินโฮนั้นแสดงหน้าที่บูดบึ้งทันที และกระทืบเท้าอย่างไม่พอใจ



ความรู้สึกที่สั่นไหวเมื่อครู่นั้นกระเจิงหายไปทันทีด้วยการถูกจับหูเมื่อครู่



และทั้งสองก็ได้ออกไปสำรวจบ้านที่ละหลังอย่างละเอียด



“มีบ้านหลังไหนที่เธออยากรื้อออกเป็นพิเศษไหม?”



มู่เหลียงถามกับมินโฮขึ้น



“หลังนี้ แล้วก็หลังนี้ หลังนี้ด้วย พวกนี้ชอบมาขโมยกิ้งก่าของฉัน!”



มินโฮชี้บ้านหลายหลัง



“ได้เลยงั้นลงมือกันเถอะ เราต้องการท่อนซุงหลายท่อน”



มู่เหลียงก้าวออกมา



“งั้นเรารีบรื้อให้หมดแล้ว ให้เต่าทมิฬขนท่อนซุงขึ้นไป”



“ได้เลย”



มินโฮเดินหน้าเข้าไปเริ่มทำลายรื้อบ้านทันที



ปัง!! เปรี้ยง!! ครืน!!



ด้วยพละกำลังของมู่เหลียงในตอนนี้ มันง่ายมากที่จะรื้อบ้านพวกนี้ และแยกส่วนประกอบต่างๆ ออกมา



มู่เหลียงสามารถแบกท่อนซุงได้ครั้งละ 5 - 6 ท่อน



ที่จริงไม่ต้องการไม้มากขนาดนี้เพื่อทำหลังคา แต่มันจำเป็นต้องมีไม้ไว้สำหรับทำฟืน



หลังจากนั้นไม่นาน ที่ลานบ้านบนหลังเต่าก็เต็มไปด้วยไม้และแผ่นไม้เต็มไปหมด




ตอนก่อน

จบบทที่ อยากทำลายหลังไหนเป็นพิเศษ?

ตอนถัดไป