ฝูงหมาป่าจันทรา

ค่ำคืนได้มาถึง



ก็อก ก็อก ก็อก



มู่เหลียงเคาะประตูห้องมินโฮ



“มินโฮ ได้เวลามื้อเย็นแล้วนะ”



มู่เหลียงยืนอยู่หน้าประตู พร้อมกับน้ำเสียงที่จริงจัง



“เด็กสาวอายุสิบสี่อย่างมินโฮคงถึงวัยต่อต้านแล้วสินะ”



ประตูที่ทำมาจากไม้นั้นแทบไม่กั้นเสียงที่มู่เหลียงพูดเลย มันรอดผ่านเข้าไปหลังประตูทั้งหมด



ตึบ!



ประตูถูกดึงเปิดออกอย่างรวดเร็ว



มินโฮยืนอยู่ตรงประตูด้วยสีหน้าที่แดงระเรื่อ



“ฉันไม่ได้ต่อต้านนะ”



“จ้า จ้า ไม่ต่อต้านก็ไม่ต่อต้าน”



มู่เหลียงพูดขึ้นราวกับตัวเองเป็นพ่อที่มีลูกสาว



เขายิ้มก่อนที่จะตีหน้าผากของเด็กสาวเบาๆ และพูดขึ้นว่า



“มา…กินข้าวเย็นกัน”



“อ้ะ?!”



มินโฮนัยน์ตาเบิกกว้างทันที เมื่อมองไปยังห้องโถง เพราะตอนนี้มันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง



ในตอนนี้ที่ห้องโถงนั้นมีโต๊ะสีเหลี่ยมยกสูง และมีเก้าอี้ไม้สี่ตัว



และบนโต๊ะนั้นก็มีหม้อเหล็กวางอยู่ พร้อมกับชามที่มีไม้เสียบเนื้อเอาไว้



“เอ้าตกใจอะไร? ไปกินข้าว”



มู่เหลียงเดินไปที่โต๊ะพร้อมกับกวักมือเรียกด้วยท่าทีสบายๆ



“นี้…ตลอดช่วงบ่ายที่ผ่านมา มู่เหลียงเป็นคนสร้างของทั้งหมดนี้เลยหรอ”



มินโฮเดินมานั่งบนเก้าอี้และสำรวจมันพร้อมกับพูดขึ้น



สัมผัสที่เธอลูบกับโต๊ะนั้นมันเรียบมากจนเธอแปลกใจ



“ก็ทำแบบลวกๆ แหละ ไม่ได้ยุ่งยากอะไร เมื่อกี้ก็พึ่งจะสร้างอ่างน้ำเสร็จ”



มู่เหลียงตักน้ำซุปให้มินโฮพร้อมกับตอบด้วยท่าทีที่ราวกับเป็นเรื่องปกติ



“เราคงไม่คิดจะนั่งกินข้าวข้างกองไฟกันตลอดไปหรอกจริงไหม?”



“เดี๋ยว…เมื่อกี้บอกว่าอ่างน้ำหรอ?”



มินโฮตกใจแทบกัดลิ้นตัวเองเมื่อได้ยินสิ่งที่มู่เหลียงพูด



“ใช่ ก็เราต้องมีอะไรไว้รองน้ำไม่ใช่หรอ ฉันก็เลยสร้างอ่างน้ำขึ้นมา”



แล้วมู่เหลียงก็ชี้ไปที่มุมห้อง ที่มีอ่างน้ำขนาดใหญ่สูงประมาณเอวมู่เหลียงได้



ด้วยพละกำลังที่มีในตอนนี้มันง่ายมากที่จะทำงานช่างฝีมือจากไม้



เมื่อก่อนมู่เหลียงนั้นต้องตัดแกะไม้ที่ละน้อยๆ แต่ตอนนี้เขาแค่ฟันมีดลงไปไม้ก็แทบไม่ต่างจากก่อนเนยแข็ง



“แล้วมันเก็บน้ำได้แค่ไหน”



มินโฮถามขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น จนเลิกสนใจอาหารที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะวิ่งไปดูอ่างน้ำอันนั้น



“มันก็พอที่จะเก็บน้ำไว้ใช้พอสำหรับเด็กอย่างมินโฮสัก 10 คนได้”



มินโฮเมื่อได้ยินก็ถึงกับสะดุ้งตกใจ



“แล้วจะเอาน้ำมาจากไหนมากมายขนาดนั้น!”



“ก็รอจนกว่าฝนจะตกสิ”



มู่เหลียงตอบด้วยน้ำเสียงขี้เล่น



สำหรับน้ำกินแค่ไปเอามาจากฐานของพวกโจรเคราโลหิตก็พอ เพราะในเมื่อพวกมันตั้งฐานที่อยู่กันได้แปลว่าฐานของมันต้องมีแหล่งน้ำหรือเก็บน้ำเอาไว้



“แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไรฝนจะตกลงมาอีก นี้ก็ไม่ตกมาเจ็ดวันได้แล้ว”



มินโฮกลับมานั่งที่โต๊ะอาหารอีกครั้ง และเริ่มนึกถึงเรื่องกลิ่นตัวขึ้นมาได้ ทำให้เธอไม่อยากจะกินน้ำซุปของโปรดของเธอเลยด้วยซ้ำ



มู่เหลียงหยิบเนื้อเสียบไม้ย่างมากินอย่างเอร็ดอร่อย



“รีบกินเข้าตอนที่มันยังร้อนๆ อยู่ เดียวพอกินเสร็จแล้วฉันมีอะไรให้ดูอีก”



“แล้วนี้มันอะไร?”



มินโฮถามขึ้นอีกครั้งด้วยความสงสัย



“กินแล้ว…เดี๋ยวก็รู้เอง”



มู่เหลียงตอบก่อนที่จะมองไปยังชามของเด็กสาว



“ได้งั้นจะกินมันเดี๋ยวนี้แหละ!”



มินโฮถือเนื้อย่างขึ้นมาในขณะที่อีกมือถือชามซุปเอาไว้



ไม่ถึงสิบนาที เด็กสาวก็กินทุกอย่างหมด



“อ้าา…สบายท้องจัง….เอ้าหล่ะฉันกินเสร็จแล้วว่าไงต่อ!”



มินโฮเลียปากเล็กน้อยก่อนที่จะใช้สายตาใสซื่อของเธอมองมายังมู่เหลียง



ตอนนี้มินโฮนั้นเหมือนเด็กน้อยตัวเล็กๆ ที่กำลังรอดูว่าพ่อของเธอจะทำอะไรให้เธอแปลกใจ



มู่เหลียงเอากระดานไม้วาดรูปออกมา เป็นกระดานไม้ที่มีภาพวาดที่ชื่อ บ้านเกิด ของเขา



มู่เหลียงพูดขึ้น



“อย่าได้สัมผัสภาพนี้ตรงๆ นะ เพราะเดี๋ยวผงถ่านมันจะลอกออก”



“รู้แล้วน่า”



มินโฮรับกระดานไม้มาอย่างสนใจและพลิกดูหลายมุม



เมื่อได้เห็นชัดๆ แววตาของเธอก็เป็นประกาย ก่อนที่ปากของเธอจะอ้ากว้างขึ้น



ภาพนี้เป็นสิ่งที่เธอคุ้นเคย เป็นฉากที่เธอเคยเห็น และส่งผลกระทบกับความรู้สึกของมินโฮทันที



“งดงาม…มันงดงามจริงๆ”



จมูกของมินโฮเริ่มมีกลิ่นเปรี้ยวเล็กน้อย พร้อมกับสายตาที่พร่ามัว



“ชื่อของภาพวาดนี้คือ บ้านเกิด…”



มู่เหลียงพูดขึ้น และลูบหัวของมินโฮเบาๆ



ก่อนที่เขาจะออกไปจากห้องโถง ไปยังลานบ้าน และมองออกไปยังวิวทิวทัศอันมืดมิดของดินแดนที่แห้งแร้ง มันมืดมากจนมองไม่เห็นแม้แต่นิ้วของตัวเอง



เวลานี้มู่เหลียงไม่ได้ต้องการดูวิว เขาต้องการรับลม เพราะคิดอะไรมากมายอยู่ในหัว



เขาคิดว่าโชคดีจริงๆ ที่ข้ามโลกมาแล้วได้เจอกับเด็กสาวคนนี้ และคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่เขามาถึง



และเขาก็คิดถึงความรู้สึกของมินโฮที่เชื่อใจเขาอย่างมาก แม้จะเจอกันแค่เจ็ดวันก็ตาม และยินดีที่จะออกเดินทางไปกับเขา



-ที่มู่เหลียงวาดภาพนี้ออกมาเพื่อเก็บรวบรวมความทรงจำดีๆ -ที่มีต่อค่ายให้กับมินโฮเพื่อระลึกถึง บ้านเกิด



บรู๊วววววว



ในค่ำคืนที่ควรเงียบสงบกับมีเสียงของหมาป่าเห่าหอนขึ้น



มันได้ทำลายความรู้สึกซาบซึ้งนี้ของมู่เหลียง



เขาเดินไปมองยังจุดที่เกิดเสียง และเห็นจุดสีขาวจำนวนหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวอยู่ไกลๆ มันเป็นจุดขาวที่วางอยู่บนอะไรสักอย่างที่สีดำ และกำลังเคลื่อนที่อยู่



“มู่เหลียง!! กลับเข้ามาเร็ว!!”



เสียงแหบแห้งของเด็กสาวที่พึ่งร้องไห้ตะโกนขึ้น



มินโฮยืนอยู่ที่หน้าประตูบ้าน พร้อมกับโบกมือเรียกมู่เหลียงอย่างแรง



“อะไร…เกิดอะไรขึ้น?!”



มู่เหลียงเดินเข้าไปหาด้วยความสงสัย และเห็นว่าตาของมินโฮนั้นแดง



“เข้ามาก่อนข้างนอกมันอันตราย”



มินโฮรีบดึงแขนมู่เหลียงให้เข้าบ้าน และปิดประตูทันที



ก่อนที่มินโฮจะรีบเดินไปที่กองไฟ และเอาท่อนฟืนออก ทำให้ไฟมอดลง



“แฮ้ก…แฮ้ก..แฮ้ก…”



มินโฮหายใจเบาๆ แต่ถี่ขึ้น



“นี้เป็นอะไรไป หรือเพราะเสียงหมาหอนเมื่อกี้?”



มู่เหลียงเข้าไปดูอาการและพูดอย่างเป็นห่วง



“หมาป่าจันทรา…..พวกมันเป็นฝูงสัตว์อสูรที่อันตรายมาก”



มินโฮสูดน้ำมูกเล็กน้อย



เธอนั้นประทับใจกับภาพวาดของมู่เหลียงมากจนร้องไห้ออกมา แต่ตอนนี้อารมณ์ซาบซึ้งมันได้หายไป
เพราะควาามกลัวต่อหมาป่าจันทรา



“มินโฮ…ลืมอะไรรึป่าว? พวกเราก็มีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งเป็นพวกเหมือนกัน”



มู่เหลียงกระทืบเท้าหนึ่งที ก่อนที่จะหัวเราะในลำคอ



แอ๊!!!!



เต่าทมิฬคำรามขึ้น ราวกับส่งเสียงเตือนทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวมัน



บรู๊ว!!!



ไกลออกไปจุดที่มืดมิดก็มีเสียงของหมาป่าเห่าหอนกลับมา ก่อนที่เสียงจะห่างออกไปเรื่อยๆ



“พวกมันไปแล้ว”



มินโฮกระพริบตาหลายครั้งด้วยความประหลาดใจ หูกระต่ายของเธอนั้นจากที่หุบลงก็ค่อยๆ กลับขึ้นมาตั้งตรงอีกครั้ง



“ใช่มันไปแล้ว”



มู่เหลียงตอบ ที่จริงเขานั้นสื่อสารกับสัตว์อสูรของตัวเองบ่อยมาก จนเขาพอจะเข้าใจเสียงคำรามเมื่อครู่ว่าหมายถึงอะไร



หากแปลเป็นภาษาคนก็คือ เต่าทมิฬได้ขู่พวกหมาป่าจันทราให้ออกไปจากอาณาเขตของมัน



ทางหมาป่าจันทราเองก็ไม่ยอมแพ้ และตอบกลับมาว่า เดี๋ยวเราจะได้เจอดีกัน



“รอดแล้ว”



มินโฮเดินไปก่อกองไฟขึ้นมาอีกครั้ง



เธอนั้งนิ่งราวกับคนเสียขวัญไปพักหนึ่ง และอยู่ๆ ก็นั่งคิดว่าตัวเองนั้นลืมอะไรไป



“จริงสิ…มินโฮแล้วภาพวาดของฉันไปไหนแล้ว”



มู่เหลียงถามขึ้น ในขณะที่สีหน้าของมินโฮนั้นซีดลงทันที และมองไปรอบๆ อย่างตื่นตระหนก ก่อนที่จะโล่งใจเมื่อเห็นภาพวาดวางอยู่บนโต๊ะ



เมื่อครู่เด็กสาวนั้นเป็นห่วงมู่เหลียงเกินไปจน ทิ้งกระดานภาพวาดทันที และรีบไปหามู่เหลียง



มินโฮเดินไปหยิบรูปภาพมาและถามขึ้น



“มู่เหลียง….มีวิธีเก็บรักษาภาพนี้เอาไว้ให้อยู่นานๆ ไหม”



“ก็แค่แขวนไว้ในห้องนอนของมินโฮก็พอแล้ว”



มู่เหลียงตอบด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น



“งั้นมาช่วยฉันทำที่แขวนหน่อย”



มินโฮถือภาพวาดอย่างระมัดระวังด้วยมือทั้งสองข้าง



“ได้เดี๋ยวฉันช่วยเอง”



มู่เหลียงมองไปยังภาพวาด และรู้ได้ทันทีว่าตอนนี้ภาพวาดนี้ได้กลายเป็นของล้ำค่าของมินโฮไปแล้ว



มันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้เมื่อมู่เหลียงมองเห็นภาพกับเด็กสาวนี้



ตอนก่อน

จบบทที่ ฝูงหมาป่าจันทรา

ตอนถัดไป