เปลี่ยนโฉม



เปรี้ยง!!!!



เสียงของฟ้าคำรามดังกึกก้องไปทั่ว



“เฮือก!!”



มินโฮถูกปลุกมาด้วยอาการหวาดกลัว ก่อนที่เธอจะมองออกไปนอกหน้าต่าง



เปรี้ยง!!



แล้วก็เกิดเสียงฟ้าคำรามอีกครั้ง



“ฟ้าร้องงั้นหรอ?”



มินโฮขยี้ตาหลายครั้งก่อนจะรีบลุกขึ้นจากที่นอน



เธอรีบเดินไปที่หน้าต่าง และมองออกไปดูภายนอกให้เห็นชัดๆ กับตาตัวเอง



มันเป็นเวลาตอนเช้า



แต่ท้องฟ้านั้นกลับมืดครึ้มเต็มไปด้วยหมู่เมฆสีดำปกคลุมเต็มไปหมด เพียงแค่มองก็ยังทำให้รู้สึกใจเสีย และรู้สึกตัวเองเล็กจ้อยเมื่อเทียบกับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ



“ผ่านไปคืนหนึ่งแล้วสินะ”



มินโฮอยู่ๆ ก็พูดขึ้นและยิ้มออกมา ก่อนที่จะหันกลับไปมองยังภาพวาดของมู่เหลียงที่แขวนอยู่บนผนังห้องของเธอ



เธอจ้องมองมันด้วยความรู้สึกที่คิดถึงและชื่นชม



“ทุกครั้งที่มองมันทำให้จิตใจสงบลง และรู้สึกดีทุกครั้งที่มอง”



เด็กสาวพูดกับตัวเองเบาๆ เมื่อคืนเธอเอาแต่คิดหาเหตุผลว่าทำไมเธอถึงรู้สึกเช่นนี้เมื่อมองภาพนี้ทุกครั้ง และไม่รู้ว่ามู่เหลียงวาดภาพแบบนี้ได้อย่างไร



“น่าอายจัง!!”



อยู่ๆ มินโฮก็เอามือขึ้นมาปิดหน้าของตัวเอง



เพราะเธอนึกถึงภาพวาดที่เธอวาดเมื่อวาน และรู้สึกเขินอายที่วาดภาพแบบนั้น



ครืน!!



เสียงของท้องฟ้าที่คำรามออกมาอีกครั้ง



ทำให้มินโฮฟื้นคืนสติจากความอายเมื่อครู่ ก่อนที่จะมองภาพวาดอีกครั้ง และเดินออกจากห้องนอน



ที่นอกห้องกองไฟยังคงติดอยู่ แต่กลับไม่มีเงาของมู่เหลียง



“เขาไปไหนของเขาอีกแล้ว?”



มินโฮมองไปรอบๆ และเห็นว่าภายในบ้านนั้นไม่มีใครอยู่เลย จึงเดินออกมาดูที่ลานบ้านและได้เห็น
มู่เหลียงกำลังทำอะไรสักอย่างอยู่



มินโฮตะโกนถามขึ้น



“มู่เหลียง…นายกำลังทำอะไรอยู่หน่ะ”



“เตรียมที่รองน้ำฝน!!”



มู่เหลียงตะโกนตอบกลับมา และส่งกระแสจิตสื่อสารบอกเต่าทมิฬให้เปลี่ยนรูปร่างลานบนหลังของมัน



เขาได้เปลี่ยนส่วนหนึ่งของลานบนหลังเต่าทมิฬให้กลายเป็นแอ่งน้ำ และทำทางให้น้ำที่ตกลงมาบนหลังเต่าทมิฬไหลไปรวมกันที่แอ่งน้ำนี้



“มีอะไรให้ฉันช่วยไหม?”



มินโฮถลกแขนเสื้อขึ้น



“ไม่มี มินโฮไปเตรียมอาหารมื้อเช้าแล้วกัน”



มู่เหลียงคิดเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ



“งั้นเอาฟืนมาทำเป็นถ่านเผื่อไว้เลย ของเก่าจะหมดแล้ว”



“ได้เลย!”



มินโฮขานรับอย่างเชื่อฟัง



“เป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ เมื่อคืนพูดถึงฝน ไม่คิดว่าวันต่อมาฝนจะตก”



มู่เหลียงพูดขึ้นพร้อมกับเงยหน้าขึ้นไปมองยังเมฆสีดำที่ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าตอนนี้



ในช่วงเช้าเขาได้รับการติดต่อกลับมาจากเสี่ยวไกอีกครั้งว่า พวกโจรได้ออกเดินทางต่อแล้ว



“พวกมันน่าจะถึงฐานประมาณเที่ยงๆ ของวันนี้”



มู่เหลียงได้ลองคำนวนระยะทางที่พวกโจรต้องเดินทางกัน และคาดเดาเวลาถึงฐานของพวกมันออกมา



“ยังมีเวลาเหลืออยู่ เอาเวลานี้มาทำที่เก็บน้ำดีกว่า”



มู่เหลียงเอาแผ่นไม้ออกมา และเริ่มจัดวาง เขาเตรียมตัวจะสร้างอ่างน้ำขนาดใหญ่ ที่พอให้ผู้ใหญ่สองสามคนลงไปแช่ได้ และเก็บน้ำได้มากพอประมาณ



แคร็ก แคร็ก



เสียงของไม้ที่ถูกหั่นออก และพร้อมกับเศษขี้เลื่อยที่ปลิวว่อนไปตามสายลมก่อนที่แผ่นไม้จะถูกประกอบขึ้นจนเป็นรูปเป็นร่าง



การทำอ่างน้ำขนาดใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะต้องทำให้แผ่นไม้ติดสนิทกันทุกแผ่น ทำให้ตรงไหนที่ไม้ปิดไม่สนิทมู่เหลียงจะใช้ใยแมงมุมผสานตรงจุดนั้น และเอาใยอุดรูเล็กๆ ที่เกิดขึ้นจากการประกอบไม้



ในเวลาประมาณชั่วโมงหนึ่งในการสร้างอ่างน้ำ จนในที่สุดมู่เหลียงก็ได้อ่างน้ำขนาดใหญ่สมใจ



มู่เหลียงวางมือก่อนที่จะเดินกลับไปที่บ้านเพื่อหาของกิน



ระหว่างนั้นเขาก็ได้ยินเสียงฟ้าร้องเป็นพักๆ จนเที่ยงวันฝนก็ตกลงมา



ฝนตกลงมาแรงมาก และดูเหมือนจะเป็นพายุมากกว่า เม็ดฝนที่ลงมาใหญ่มากขนาดที่ผู้ใหญ่โดนยังรู้สึกเจ็บ



เต่าทมิฬมันไม่รีรออะไรทั้งสิ้น มันหยุดเดินและหดหัวแขนขาเข้าไปในกระดองทันที ทำให้การเดินทางของมู่เหลียงหยุดชะงักลง



“มู่เหลียง แล้วแบบนี้เราจะทำอะไรกันดี”



มินโฮถามขึ้นขณะที่มองฝนที่ตกอยู่ข้างนอก ความจริงแล้วเธออยากออกไปอาบน้ำฝนมากตอนนี้



มินโฮไม่เคยลืมที่มู่เหลียงแซวเธอไว้ว่า “เธอไม่ได้กลิ่นเปรี้ยวตามร่างกายตัวเองบ้างหรอ?”



“มินโฮถ้าเธอจะออกไปอาบน้ำ เธออาบน้ำพร้อมเสื้อผ้าเลยรึป่าว”



มู่เหลียงถามขึ้นในขณะที่เขามองไปยังม่านเม็ดฝนที่กำลังตกลงมา และเห็นว่าน้ำที่รองนั้นพอที่จะอาบได้แล้ว



“บ้าหรอ ก็ต้องถอดชุดก่อนสิ ไม่ถอดชุดแล้วจะอาบน้ำได้ยังไง?”



“งั้นไปอาบที่ห้องน้ำ!! เดี๋ยวฉันไปเอาหลังคาส่วนนั้นออกให้”



มู่เหลียงมองไปยังเสื้อผ้าที่มอมแมมของมินโฮ และก็คิดได้ว่าเธอคงไม่ได้ซักมันเลย หรือนานๆ จะซักสักครั้ง



“ข-เข้าใจแล้ว”



มินโฮหน้าแดงขึ้นมาทันที เมื่อรู้สึกว่าถูกจ้องมอง



มู่เหลียงใช้พลังที่มีเปิดหลังคาส่วนของห้องน้ำออก และสร้างช่องเล็กๆ ให้น้ำไหลลงมา



และเมื่อไรที่ฝนหยุดตกเขาค่อยประกอบมันกลับเป็นเหมือนเดิม



มู่เหลียงพูดกับมินโฮ



“เข้าไปอาบน้ำเถอะ แต่อย่าอาบนานเกินไปนะ”



“รู้แล้วน่า”



มินโฮหน้าแดงขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะก้มหน้าเดินเข้าห้องน้ำไป



“ไม่เคยคิดเลยว่าการจะอาบน้ำในโลกแห่งนี้จะยากเย็นขนาดนี้”



มู่เหลียงเกาหัวที่เปียกเบาๆ ก่อนจะเดินออกไป



เขามองซ้ายมองขวาก่อนที่จะถอดเสื้อที่เปียก



เขาเดินเข้ามาในห้องโถงพร้อมกับตัวที่เปียกปอน และนั่งข้างกองไฟเพื่อทำให้ตัวเองอุ่น พร้อมกับต้มน้ำซุปไปด้วย



“ไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยนแบบนี้ มันก็ลำบากเหมือนกันแหะ”



มู่เหลียงสั่นสะท้านเบาๆ ด้วยความหนาว ก่อนที่เขาจะนึกขึ้นได้ว่าเขาเก็บม้วนผ้ามาต้องหลายม้วนจากบ้านของหัวหน้าค่าย



เขานำผ้าออกมาตัดด้วยมีดจนได้ผ้ายาวประมาณสามเมตร



และพับครึ่งผ้าผืนนี้ ก่อนที่จะใช้มีดตัดเป็นรูปกลมๆ ที่กลางผ้า ขนาดใหญ่กว่าหัวเขาเล็กน้อย



“แย่ชะมัดเข็มก็ด้ายก็ไม่มี หวังว่าใยแมงมุมยังพอใช้งานได้อยู่นะ”



หลังจากที่เจาะรูสำหรับสวมหัวแล้ว เขาก็เจาะอีกสองรูเอาไว้ใส่ส่วนแขนของเขา และใช้ใยแมงมุมเย็บเข้ากับผ้าอย่างหยาบๆ จนเขาทำเสื้อแขนกุดได้สำเร็จ



งึกๆๆๆ



มินโฮเดินเข้ามาด้วยอาการตัวเนื้อสั่นไปหมด และมานั่งลงตรงข้างกองไฟทันที



ครั้งนี้เธออาบน้ำนานกว่าปกติ เธออาบน้ำอยู่ครึ่งชั่วโมง และเมื่อเธอเดินเข้ามาก็เห็นมู่เหลียงในชุดที่ดูแปลกตาไปจากเดิม



“แล้วมานั่งตัวสั่นอะไรแบบนี้ เอาเสื้อนี้ไปใส่”



มู่เหลียงยื่นชุดอีกตัวให้มินโฮ และผลักเธอให้เข้าไปเปลี่ยนชุดในห้อง



“แล้วมันใส่ยังไง?!”



มินโฮมึนงงไปหมด เมื่อเห็นสิ่งนี้



“ก็เอาหัวสอดเข้าไปในรูตรงกลาง แล้วเอาแขนออกมาจากรูข้างๆ ทั้งสอง”



มู่เหลียงอธิบายอย่างง่ายๆ ให้เด็กสาวฟัง



ในเวลาแบบนี้ หากเจ็บป่วยขึ้นมาจะไม่มียารักษาตัวเอง เขานั้นไม่รู้ว่าโลกนี้ยังมียาแบบโลกของเขาอยู่ไหม หรือยาสมุนไพรแบบจีน เพราะงั้นในโลกที่ล่มสลายแบบนี้การรักษาสุขภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญ



“สงสัยต้องทำเสื้ออีกตัวแล้ว”



มู่เหลียงส่ายหัวก่อนที่จะหันหลังกลับไปยังห้องโถง



ความจริงแล้วเขาไม่ได้รู้สึกหนาวเลย แต่เปลี่ยนชุดเพราะแค่เสื้อเปียกมันใส่แล้วไม่สบายตัว



หลังจากที่มินโฮเปลี่ยนชุดเสร็จแล้ว เธอก็เดินออกมาจากห้อง



มินโฮรู้สึกได้เลยว่าชุดนี้มันโล่งแปลกๆ เธอก้มมองดูชุดของตัวเอง พร้อมกับแก้มที่แดงขึ้นมาเล็กน้อย



“มู่เหลียงชุดนี้ มันแปลกจัง”



“งั้นหรอฉันว่ามันก็เหมาะกับมินโฮดีนะ”



มู่เหลียงเอ่ยปากชมและรู้สึกว่ามันเหมาะกับมินโฮจริงๆ



ตอนนี้ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยฝุ่นดินได้ถูกชำระล้างไปจนหมด เนื้อตัวที่เต็มไปด้วยขี้ดินและคราบสกปรกก็ถูกล้างออกไป จนเผยให้เห็นผิวขาวใส และใบหน้าเรียวงามเหมือนเมล็ดแตงโม



ผมสีฟ้าที่ราวกับเป็นสีของท้องทะเลปล่อยยาวมาถึงเอว หูกระต่ายก็ดูนุ่นนิ่มมากขึ้น และพริ้วไหวไปมาราวกับสายน้ำ



หูกระต่ายของมินโฮนั้นดูมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก



มู่เหลียงไม่คิดว่าเด็กสาวที่ก่อนหน้านี้เนื้อตัวมอมแมมเต็มไปด้วยดินและฝุ่น หลังจากชำระสิ่งสกปรกออกไปแล้ว จะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้



“นั่งก่อน และกินซุปนี้ซะ จะได้อุ่นขึ้น”



มู่เหลียงไม่อยากให้มินโฮเป็นหวัด



เพราะหากเกิดเป็นหวัดขึ้นมาจะกลายเป็นความลำบากของทั้งคู่



“มู่เหลียงก็กินด้วยสิ”



ในหน้าสวยๆ ของมินโฮแดงขึ้นก่อนที่จะตักซุปใส่อีกชามแล้วส่งให้มู่เหลียง



มู่เหลียงโบกมือปฏิเสธ



“มินโฮกินก่อนเลย เดี๋ยวฉันทำนี้ให้เสร็จก่อน”





ตอนก่อน

จบบทที่ เปลี่ยนโฉม

ตอนถัดไป